ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย

– เตรียมความพร้อม กับ ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย 

จะต้องเตรียมเอกสารหลัก ๆ 4 ด้านด้วยกันคือ

1. ประวัติการศึกษา

 

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย
– Transcript ล่าสุดครับ เช่น ถ้าจบ ป.โท ก็เอา ป.โท มาครับ มีประวัติการเรียนภาษาอังกฤษ เรียนมากี่ที่ก็ไปหามา เตรียมเอาไว้เลยครับ ประวัติการฝึกอบรมต่าง ๆ ใช้ได้หมดครับ

2. ประวัติการทำงาน (ถ้ายังไม่เคยทำก็ไม่ต้องครับ)

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย

– ทำมากี่ที่ก็ไปเก็บใบรับรองการทำงาน มาให้หมด เลยครับ จะเป็นผลดีตอนไปขอ Visa ไม่งั้นจะโดน เจ้าหน้าที่สถานฑูต ถาม เช่น แล้ว ไอ้ 2 ปี นี้ หายไปไหนมา อาจจะทำให้้ Visa ไม่ผ่านได้ครับ

3. ประวัติการเงิน

 

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย

– ทางสถานฑูต จะดูบัญชีเงินฝากเราย้อนหลัง 6 เดือน เงินในบัญชีเงินฝาก ประมาณ 570,000 บาท เน้นนะครับว่า 6 เดือน ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ก่อนจะยื่น Visa 1 เดือน ก็เอาเงินใส่เข้ามา 300,000 บาท อย่างนี้ไม่ควรครับ

บัญชีเงินฝาก ไม่จำเป็นต้องเป็นของคนที่จะไปเรียน แต่เป็นของ พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือญาติ ก็ได้ แต่ญาติ แท้ ๆ นะครับ ไม่ใช่ แฟนหรือ คนข้างบ้าน(แต่สามี ภรรยา ที่จดทะเบียน อย่างนี้ได้ครับ)

นอกจากบัญชีเงินฝากแล้ว สลากออมสิน, หุ้นสหกรณ์ ก็ใช้ได้ครับ คนที่ให้เอกสารด้านการเงินเรามาอ้างอิง จะเรียกว่า Sponsor นะครับspacer

4. Passport

 

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย

– อันนี้ง่าย มีที่ให้ทำหลายที่ คือ แจ้งวัฒนะ ,เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เชียงใหม่, ขอนแก่น, สงขลา ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000 บาท ครับ

– เลือกที่เรียน –

โดยปกติแล้ว จะหาข้อมูลกัน 2 แบบนะ คือ

– หาเองจาก Web Site จากเพื่อน แบบนี้คงไม่บอกรายละเอียดมากนะเพราะ Style ใคร Style มัน
– จาก บริษัทแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เพราะบริษัท พวกนี้มีข้อมูลเยอะ มีหลายสถาบันให้เราเลือก หลายราคา ด้วย บวกกับ การให้คำแนะนำฟรี

– วิธีการเลือกบริษัทแนะแนวที่ดี –

  1. มี office อยู่ที่ ออสเตรเลีย ด้วยจะได้ให้ความช่วยเหลือเราตอนเราไปออสเตรเลียได้ เน้นนะ office นะ ไม่ใช่ว่า แค่มีพนักงานอยู่ที่ออสเตรเลีย
  2. ทำ Visa ให้ฟรี
  3. ไม่คิดค่าบริการทุกขั้นตอน
  4. จัดหา Home Stay (บ้านพัก โดยอยู่กับคนออสเตรเลีย) ให้ได้spacer

– สมัครเรียน –

– ขั้นตอนนี้ บริษัทแนะแนวที่มีคุณธรรม จะช่วยแนะนำ หรือทำให้เลย แต่ถ้าน้องไปเจอบริษัท พวกที่ไร้คุณธรรมก็นั่งกรอกเองไปเหอะ ผิดถูกเป็นอีกเรื่อง เน้นนะขั้นตอนนี้ไม่ต้องจ่ายตังนะ

– รับใบ Offer –

– เมื่อเราได้รับใบ Offer (โดยผ่านทาง บริษัทแนะแนว) ก็หมายถึงว่า สถาบันที่เราสมัครไป เค้ารับเราเข้าเรียนแล้ว แต่มีข้อแม้ต้องไปจ่ายตังก่อน และ Visa ต้องผ่านด้วย ซึ่งระยะเวลาในการรอใบ Offer ก็จะประมาณ 1 สัปดาห์ ครับ

– ตรวจร่างกายเพื่อขอ Visa –

 

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย

– น่ากลัวมาก เพราะต้องเข้าโรงพยาบาล โดนเจาะเลือดแล้วดูดออกมาเป็นกะละมัง (ล้อเล่น) ขั้นตอนนี้เสียตังอีกแล้วละ เพราะว่าเราต้องไปที่โรงพยาบาลให้เค้าตรวจโรคให้เรา ต้องตรวจก่อนไปขอ Visa นะครับ ไม่งั้นอดได้ Visa แน่นอน ขั้นตอนก็เหมือนตรวจร่างกายทั่วไป มีตรวจฉี่ ตรวจตา X-ray แต่ที่แตกต่างคือ แพงกว่า และโรงพยาบาลที่จะตรวจได้ก็มีไม่กี่แห่งอีกนะ ต้องอยู่ในบัญชีของสถานฑูตเท่านั้น ขั้นตอนนี้ต้องกรอกฟอร์มเยอะแยะเลย ปวดหัว แต่มีบางโรงพยาบาลกรอกให้เราเลย แต่แพงกว่า ไปอีก ยกตัวอย่างนะเช่น  BNH 2,100 บาท บริการดีที่สุดเท่าที่ทราบมา  พอตรวจเสร็จก็ไปจ่ายตัง กลับบ้านได้เลยครับ ส่วนผลการตรวจจะไปถึงสถานฑูตเอง ห้ามลืมใบเสร็จเชียว เพราะว่าต้องเอาไปเป็นเอกสารประกอบในการขอ Visa ครับ

– โอนเงิน –

– ระวังนะครับ ขั้นตอนนี้ถ้ายังไม่ได้รับใบ Offer จากทางสถาบันที่ไปสมัครเรียน อย่าโอนเชียว วิธีโอนสามารถโอนไปที่ สถาบันได้โดยตรง หรือผ่านทาง บริษัทแนะแนวก็ได้ครับ

  1. ค่าสมัครเรียน
  2. ค่าเทอม
  3. ค่าโอน
  4. ค่าประกันสุขภาพ

โอนเสร็จแล้วเก็บใบเสร็จไว้ด้วยนะ ไม่งั้นมีปัญหาเกิดขึ้น หมดตูดไม่รู้ด้วย

– รับใบ COE –

ใบ COE นี้จะเป็นใบรับรองว่า เราจ่ายตังไปแล้ว บอกถึงความตั้งใจว่าเราจะไปเรียนแน่นอน ถ้าไม่มีใบนี้อย่างหวังไปขอ Visa นักเรียนนะครับ อดสถานเดียว ทางสถาบันศึกษา จะส่งผ่านมาทางบริษัทแนะแนว หลังจากนี้ทางบริษัทแนะแนว จะแจ้งมายังน้อง ๆ เอง ว่าให้เตรียมยื่น Visa ได้

– ทำ Visa –

ขั้นตอนนี้แหละสุดยอดเลยคือ ยุ่งมาก เสียตังเยอะด้วย ตอนนี้ค่าธรรมเนียมก็ 14,450 บาท ดังนั้นถ้าไม่ชัวร์อย่ายื่นโดยเด็ดขาด ตอนนี้พวกบริษัทแนะแนวจะแสดงตนชัดเจนว่า เป็นฝ่าย คุณธรรม หรือ ฝ่ายไร้คุณธรรม ซึ่งฝ่ายคุณธรรมจะคอยให้คำแนะนำ เรื่องการเตรียมเอกสาร การเตรียมตัวก่อนยื่นเอกสาร ทุกอย่าง ส่วนพวกไร้คุณธรรม ก็จะเป็นลักษณะ ยื่น ๆ ขอ Visa ไป ผ่านไม่ผ่านไม่เป็นไรเพราะลูกค้าข้าเยอะและเก็บค่าบริการมาเรียบร้อยแล้ว

ถ้ากรณีที่ยื่นขอ Visa แล้วไม่ผ่าน จะมี 2 แบบนะ คือ

  1. Reject คือหมดสิทธิเลย แต่อาจจะมาขอใหม่ได้ แล้วแต่เหตุผลของสถานฑูต แต่ต้องเสียเงินค่าขอ Visa ใหม่นะ
  2. ขอเอกสารเพิ่ม แบบนี้ค่อยยังชั่ว คือ เจ้าหน้าที่สถานฑูตจะเป็นคนขี้สงสัย ข้อสงสัยประจำๆ เช่น
  3. Sponsor เป็นญาติกันจริงหรือ
  4. เงินในบัญชีเงินฝาก ไปกู้ใครมาหรือเปล่า
  5. อื่น ๆ ไม่อยากบอกตอนนี้ ไว้มาคุยกับพี่อาร์ต ที่บริษัทนะครับ

แล้วถ้าถูกปฏิเสธ วีซ่าละ

– เตรียมตัวก่อนเดินทาง –

 

ขั้นตอนการไปเรียนออสเตรเลีย
– Visa ผ่านแล้วคราวนี้ก็ Shopping หละ ที่ออสเตรเลียของแพงนะ แพงกว่าไทยประมาณ 2.5 เท่า ดังนั้นก็เตรียมจากไทยไปเยอะหน่อย

– สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ เลยนะ –

  1. ตั๋วเครื่องบิน ถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง ก็ไปการบินไทยเถอะ โดยปกติสายการบินจะ ยอมให้เราบรรทุกของได้ 30 Kg.
  2. Home Stay เรื่องนี้ต้องคุยกับทางบริษัทแนะแนว ให้ช่วยหาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ Week ละ 150 Aud แต่ถ้าใครมีที่พักแล้วก็ไม่ต้องเดือดร้อน

– เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย –

  1. Talking Dictionary ผมเคยใช้ Dictionary ธรรมดา โอ้โห เปิดเหนื่อยมาก เพื่อนไปถึงไหนกันแล้วผมยังนั่งเปิดอยู่เลย
  2. Adapter ปลั๊กไฟ ที่ออสเตรเลียปลั๊กจะไม่เหมือนไทย หาซื้อได้ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือไม่ก็ พันทิพครับ
  3. ยา เช่น ยาแก้ปวดหัว, ยาแดง (อะไรทำนองเนี้ย)
  4. เรียนภาษาอังกฤษไปสัก Course นะ ตอนไปถึง ออสเตรเลียจะได้ไม่เอ๋อ
  5. รูปแฟน (อันนี้แล้วแต่นะค๊าบ แต่ถ้าน้องคนไหนหน้าตาดีไปหาเอาดาบหน้าได้นะ)

– สิ่งที่ไม่จำเป็นเลยจริงๆ นะ –

– อาหาร เช่น มาม่า ไปหาที่ออสเตรเลียได้เลย มีขายยี่ห้อมาม่าเลยหละ หาได้ตาม Thai Town

– เดินทาง –

– ไปที่สุวรรณภูมินะ ขอย้ำสุวรรณภูมินะ ไม่ใช่ดอนเมือง หรือหมอชิต ควรไปถึงก่อนสัก 2 ชั่วโมงครับ ถ้าใครไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ขอแนะนำว่าตอน Check In บอกพนักงานว่าอยากได้ที่ติดทางเดิน หรือติดกระจก เดินทางประมาณ 9 ชั่วโมงเลยครับ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวด้วยนะครับ บนเครื่องหนาว

ความคิดเห็น หรือ คำถาม-คำตอบ

  1. รัน says:

    สวัสดีค่ะ
    คือกำลังจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียค่ะ ดู Macquarie ไว้ค่ะ สาขากฎหมายสิ่งแวดล้มระหว่างประเทศ เลยอยากสอบถามค่าใช้จ่ายคร่าวๆค่ะ ทั้งค่าเทอม ค่าเรียนปรับภาษา ค่าที่พัก และอยากขอคำแนะนำเรื่องการสอบวัดระดับ EAP ว่าจะเป็นข้อสอบประมาณไหน และเรื่องการหางานพาทไทม์ทำที่โน่น ด้วยค่ะ คะแนน IELTS 5 ค่ะ
    ขอบคุณค่ะ : )
    รัน

    • พี่อาร์ต says:

      สำหรับ Master of International Environmental Law ต้องเช็คค่ะว่าจำนวนนักเรียนจะมีเพียงพอที่เปิดสอนหรืิอไม่
      ค่าเรียน (ประมาณ) AUD 29,000
      ระยะเวลาเรียน 1 ปี
      IELTS 6.5 และจบด้านกฎหมายจากมหาวิยาลัยที่เป็นที่ยอมรับ
      ส่วนเรื่องค่าเรียนภาษา เท่าที่มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งประเมิน คือวัดจากระดับคะแนน IELTS กรณี 5.5 จะให้ได้เทียบเท่า 6.5 ต้องเรียนภาษาอังกฤษ (เชิงวิชาการ) อย่างน้อย 20 สัปดาห์ ซึ่งราคาค่าเรียนที่ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยอยู่ที่ AUD 460/wk เรียน 20 สัปดาห์ คิดเป็นเงินไทย (โดยประมาณ) 2.4 แสนบาท เฉพาะค่าเรียนอย่างเดียวไม่รวมอะไรทั้งสิ้น ส่วนภาพรวม ค่าที่พัก + ค่ากิน ประมาณ 30,000 บาท / ต่อ เดือน (โดยประมาณ) มากหรือน้อยกว่านี้แล้วแต่อุปนิสัยการใช้จ่ายของแต่ละคนค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>