Untitled Document
     
Untitled Document
Ozford College

 

เรียนภาษาอังกฤษ
ในเมืองเมลเบิร์นที่ทันสมัย
คุ้มค่าพร้อมพัฒนาภาษา
และประสบการณ์
ในราคา 219 เหรียญ / สัปดาห์
Carrick Institute of Education
Impact English College
Cambridge International College (CIC)
Holmes Institute

 

 

Melbourne เมลเบิร์น

ลักษณะโดยทั่วไป | การศึกษาในเมลเบิร์น | การใช้ชีวิตในเมลเบิร์น | กิจกรรมและสถานที่ที่น่าสนใจ | เรื่องน่ารู้ | คำถาม | แนะนำสถาบัน

 

ลักษณะโดยทั่วไป

 

เมลเบิร์น (Melbourne) เมืองหลวงของรัฐวิคตอเรีย ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ รัฐนี้ได้ชื่อว่า Garden State เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น แต่มีประชากรหนาแน่นที่สุด เป็นรัฐที่เล็กเป็นอันดับสองของออสเตรเลีย มีประชากรอาศัยอยู่ในรัฐนี้คิดเป็นร้อยละ 26 ของชาวออสเตรเลียทั้งหมด เมลเบิร์นเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็น อันดับสองรองจากซิดนีย์ เป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน และการคมนาคม เนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ รวมถึงระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยต่างๆ และที่สำคัญเป็นเมืองที่มีคุณภาพ ชีวิตสูง การกีฬา อาหารหลากหลายจากทุกมุมโลก สังคม ผู้คนที่เป็นกันเอง และจะพบว่าคุณจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อมาถึงเมืองเมลเบิร์น

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่น่าอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เนื่องจากความปลอดภัย ค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำ และเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ที่คาดไม่ถึงนักเรียนที่อยู่ที่นี่ ได้ลงความเห็นว่าเมลเบิร์น เป็นเมืองที่มีผู้คนเป็นมิตร เป็นเมืองสะอาด สวยงาม เมลเบิร์นประกอบด้วย กลุ่มคนเชื้อชาติต่างๆกว่า 110 กลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายได้ถึงความหลากหลายของวัฒนธรรม ภายใน เมลเบิร์น

 

ภูมิอากาศ

 

เมือง Melbourne มีภูมิอากาศแบบ 4 ฤดู คือ มีช่วงฤดูหนาวยาวนานกว่าฤดูอื่น ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเย็นสบาย ซึ่งอากาศในช่วงกลางวันจะไม่หนาวมากและมีแสงแดดตลอด อากาศในแต่ละ วันจะมีความแตกต่างกันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ค่อนข้างหนาวเย็น เปลี่ยนเป็นอุ่นในช่วงกลางวัน และเริ่มหนาวเย็นอีกในตอนกลางคืน

 
ฤดูกาล
อุณหภูมิ
ฤดูร้อน : ธ.ค.-ก.พ.
13-26 C°
ฤดูใบไม้ร่วง : มี.ค.-พ.ค.
8-24 C°
ฤดูหนาว : มิ.ย.-ส.ค.
6-15 C°
ฤดูใบไม้ผลิ : ก.ย.-พ.ย.
8-22 C°
 
 

การคมนาคมขนส่ง

ระบบบริการขนส่งสาธารณะของเมืองเมลเบิร์นก็มีรถโดยสารประจำทาง รถไฟ และรถราง อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ 2.70 เหรียญออสเตรเลีย ในเมืองตามส่วนภูมิภาค ส่วนใหญ่ก็ใช้รถโดยสารประจำทางการเดินทางระหว่างเมืองใช้บริการรถไฟและเครื่องบิน มีเรือแฟรี่แล่นจากเมลเบิร์นไปถึงทัสมาเนีย

สามารถดูตารางเวลา แผนที่ และอัตราค่าโดยสารของรถเมล์ รถไฟ และรถรางไดที่เว็บไซต์ www.myki.com.au สามารถใช้บัตร myki card กับบริการรถเมล์ รถไฟ และรถรางในเมืองเมลเบิร์นได้ทุกประเภท และใช้เปลี่ยนสายต่อรถข้ามระบบได้ทุกสาย

จักรยาน – เมลเบิร์นเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานที่สุดเมืองหนึ่ง เพราะในตัวเมือง ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบและมีเส้นทางจักรยานที่จัดไว้เป็นอย่างดีทั่วตัวเมือง เส้นทางจักรยานที่ดีที่สุดสองเส้น ได้แก่เส้นเลียบชายฝั่ง Port Phillip Bay จากตัวเมือง Melbourne ไปถึงเมือง Brighton และเส้นที่สอง วิ่งออกจากตัวเมือง เลาะไปตามแม่น้ำ Yarra โดยมีความยาวถึง 20 กม. นอกจากนี้ เทศบาลเมลเบิร์น ยังมีจักรยานให้เช่าเป็นรายวันและมีจุดจอดจักรยานจะกระจายอยู่ในตัวเมือง แต่ต้องซื้อหมวกกันน็อคเอง ไม่มีให้เช่า เหมาะกับคนที่มาเที่ยวแล้วอยากปั่นจักรยานชมเมือง

รถเมล์โดยสาร – โดยปกติแล้วรถเมล์โดยสาร จะเชื่อมต่อกับปลายทางรถไฟ หรือวิ่งไปสถานที่สำคัญอย่างเช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้าชานเมือง และชานเมืองรอบนอก ที่การขนส่งอย่างอื่นยังเข้าไม่ถึง

รถไฟ – รถไฟชานเมืองจะมีความเร็วสูงกว่ารถรางหรือรถเมล์โดยสาร แต่จะวิ่งไปถึงชานเมืองชั้นในเพียงไม่กี่จุด สถานีชานเมืองหลักก็คือสถานี Flinders St ในระหว่างสัปดาห์ รถไฟจะวิ่งตั้งแต่ตี 5 ถึงเที่ยงคืน

รถราง – รถรางของเมืองเมลเบิร์นวิ่งผ่านตัวเมืองและชานเมืองชั้นใน ป้ายรถรางจะเรียงลำดับตัวเลขโดยเริ่มจากใจกลางเมือง นอกจากนี้ยังมีบริการ “รถรางเบา” ในชานเมืองบางแห่ง เช่นสาย St Kilda ที่วิ่งบนทางรถไฟเก่า ท่านควรระมัดระวังเวลาขึ้นและลงจากรถราง ตามกฎหมายแล้ว รถยนต์จะต้องหยุดเวลาที่รถรางหยุดจอดรับส่งผู้โดยสาร แต่บางครั้ง ก็มีคนขับรถยนต์ที่ไม่ปฏิบัติตามเช่นนั้น

 

 

การศึกษาในเมลเบิร์น

 

ระบบการศึกษา

มีการจัดระบบการศึกษา ที่ได้มาตราฐานกฎเกณฑ์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้

  1. การศึกษาระดับปฐมวัย
  2. การศึกษาระดับประถมศึกษา
  3. การศึกษาระดับมัธยมศึกษา
  4. การศึกษาระดับอุดมศึกษา

การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6-15 ปี คือตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 10 เมื่อนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมปลายคือชั้นปีที่ 11 และปีที่ 12 หรือเทียบเท่ามัธยมปีที่ 5 และมัธยมปีที่ 6 ของไทย เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา

 
การศึกษาระดับมัธยมศึกษา

การศึกษาในระดับนี้แบ่งออกเป็น มัธยมต้น (Year 7 – Year 10 หรือเทียบเท่า ม.1 – ม.4 ของไทย) และมัธยมปลาย (Year 11 – Year 12 หรือเทียบเท่า ม.5 – ม.6 ของไทย) โดยปกติผลการเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายนี้ มีบทบาทและความสำคัญมากต่อการเลือกสาขาวิชา ในการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยจะไม่มีระบบการสอบเข้า แต่มหาวิทยาลัยจะกำหนดจากคะแนนเฉลี่ยระหว่างการสอบปลายภาค ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการการศึกษากลางของรัฐ และคะแนนประเมินผลจากโรงเรียน ปีการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมจนถึงราวต้นเดือนธันวาคม โดยแบ่งออกเป็น 4 เทอม คือเทอมที่ 1 ตั้งแต่เดือน ม.ค. – เดือน เม.ย.เทอมที่ 2 ตั้งแต่เดือน เม.ย.– เดือน มิ.ย. เทอมที่ 3 ตั้งแต่เดือน ก.ค. – เดือน ก.ย.และเทอมที่ 4 ตั้งแต่เดือน ต.ค.–เดือน ธ.ค.

 
หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนต่างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยนักเรียนจะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตร นี้แบ่งออกเป็นสายวิทย์ สายศิลป์ และสายธุรกิจ หลักสูตรการเรียนประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หากนักเรียนผ่านทุกวิชาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ก็สามารถเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในสาขาที่นักเรียนเลือกได้

 
วิทยาลัยอาชีวศึกษาและการศึกษาต่อเนื่อง

เป็นวิทยาลัยเทคนิค และอาชีวศึกษาของรัฐบาล หรือเรียกสั้นๆโดยทั่วไปว่า TAFE มีหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านวิชาชีพทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 ถึง 4 ระดับอนุปริญญาและระดับอนุปริญญาชั้นสูง สำหรับนักเรียนที่จบหลักสูตรอนุปริญญา หรืออนุปริญญาชั้นสูง สามารถโอนหน่วยกิจไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีตามมหาวิทยาลัยต่างๆได้

 
วิทยาลัยเอกชน

วิทยาลัยเอกชนทุกแห่ง จะต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะจากรัฐบาล โดยจะเปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพทางธุรกิจ ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อนุปริญญา และอนุปริญญาชั้นสูง

 
ระดับมหาวิทยาลัย

สถาบันอุดมศึกษารวมทั้งสถาบันเทคโนโลยีและวิทยาลัย ที่ได้รับการยกระดับวิทยฐานะทั้งหมด เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้มาตราฐาน ส่วนใหญ่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก สาขาที่เปิดสอนครอบคลุมถึงสาขาวิชาชีพ และวิชาการในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ และธุรกิจ

 

ข้อดีของการมาเรียนที่ เมลเบิร์น

 
  • สมญานามของเมลเบิร์นคือเมืองแห่งการศึกษา สวนสาธารณะและศิลปะ มีการจัดระบบการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้กับนักเรียนนานาชาติ สถาบันการศึกษาของออสเตรเลียทั้งของรัฐและเอกชน จะแบ่งการศึกษาตั้งแต่ชั้นปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัยจะมีการเปิดสอนในสาขาแขนงต่างๆ มากมาย
  • การเดินทางไปที่นี่ก็จะใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือว่าไม่ใกล้หรือไกลเกินไปและเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
  • บรรยากาศของ Melbourne จะสงบกว่า ไม่วุ่นวายเหมือน Sydney แต่เป็นนครแห่งความหลากหลายทางด้าน วัฒนธรรม และผู้คนที่มีอัธยาศัยดี เป็นเมืองที่ปลอดภัย อากาศค่อนข้างเย็น อาคารบ้านเรือนในเมืองนี้สวยงาม มีลักษณะคล้ายทางยุโรปเช่น ประเทศฝรั่งเศส
  • เมลเบิร์น เป็นเมืองที่สะอาดและเป็นระเบียบคล้ายๆ กับ Christchurch ของนิวซีแลนด์ ต่างกันก็ตรงที่เมลเบิร์นมีประชากรมากกว่า เพราะแค่เมืองนี้เมืองเดียวก็มีประชากรเท่ากับประเทศนิวซีแลนด์ทั้งประเทศ และที่แตกต่างกันอีกก็คือที่เมลเบิร์นมีความทันสมัยไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ ของโลก ทั้งตึกสูง สถานบันเทิง การคมนาคม ที่สะดวก เช่น ภายในตัวเมืองเขาจะมีรถ Melbourne Tram หรือรถรางไฟฟ้าแล่นตามถนนหลักๆ การใช้รถไฟฟ้าในการขนส่งผู้โดยสารในเมืองก็เป็นการลดมลพิษทางอากาศลงได้มาก
  • เป็นเมืองหนึ่งของโลกที่มีการผสมผสานและกลมกลืนทางวัฒนธรรมของคนชาติต่าง ๆ เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันของคนต่างวัฒนธรรม และเป็นที่มาของร้านอาหารนานาชาติมากมาย กว่า 2,300 แห่ง เป็นเมืองที่เพียบพร้อมอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกิน มีภัตตาคาร ร้านอาหารประเภทต่าง ๆ ทั้งแบบหรูหรา ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือ Cafeให้เลือกมากมาย
  • ตัวเมืองมีระบบการขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งรถราง รถไฟ และรถโดยสายประจำทาง รวมเป็นระบบขนส่งมวลชนเครือข่ายที่ครอบคลุมการให้บริการเชื่อมต่อกันในตัวเมืองและชานเมือง
  • เป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตสูง จึงมีงานพิเศษให้เลือกทำมากมาย และรายได้ดี
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ รวมถึงกิจกรรมให้ทำเป็นประสบการณ์ชีวิตมากมาย
  • เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุด มีความปลอดภัยสูง ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

การใช้ชีวิตใน Melbourne

 

ค่าใช้จ่าย

 

หากเปรียบเทียบกับระยะเวลาการเดินทางมาเมืองเมลเบิร์น จากประเทศทางภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายมากว่าไปประเทศบางประเทศ ค่าครองชีพจะไม่ค่อยสูงมากนัก ดังนั้นเมืองเมลเบิร์นจึงเป็นเมืองที่เหมาะกับการศึกษาในทุกระดับ มีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง มีหลักสูตรการเรียนการสอนหลายแขนง ซึ่งปัจจุบันนี้มีนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกให้ความสนใจมาศึกษาที่เมืองนี้
เมือง Melbourne มีค่าใช้จ่ายไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับคุณภาพที่พักและ ปริมาณที่มีให้เลือกมากมาย นักเรียนต้องควรเตรียมงบประมาณอย่างต่ำ 12,000 เหรียญออสเตรเลียต่อปี สำหรับเป็นค่าที่พักและกินใช้ ไม่ร่วมค่าเล่าเรียน และควรมีเงินติดตัวประมาณ 2,000 เหรียญออสเตรเลีย เมื่อเดินทางมาถึงเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในเรื่องที่พักชั่วคราว การซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ เสื้อผ้ากันหนาว และเผื่อวางเงินมัดจำสำหรับที่พักถาวร งบประมาณนี้รวมถึง ค่าที่พักหนึ่งเดือน เงินมัดจำล่วงหน้าหนึ่งเดือน ค่าของใช้ภายในบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่พักแบบต้องจัดหาข้าวของเครื่องใช้เอง

 

ประเภทที่พักอาศัย

 

ที่พักอาศัยสำหรับนักเรียนต่างชาติในเมืองเมลเบิร์น มีให้เลือกหลายประเภทต่างๆกันดังนี้…

  • ที่พักแบบอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย (Homestay) โดยทั่วไปแล้วค่าที่พักประเภทนี้จะตกราวๆสัปดาห์ละ A$160-A$180 ซึ่งจะรวมค่าห้องพักส่วนตัว เครื่องนอน น้ำ ไฟ อาหาร เครื่องอำนวยความสดวก แต่จะไม่รวมค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน
  • ที่พักแบบเอกชนตามบ้าน ที่พักแบบนี้นักเรียนจะพักร่วมกับเจ้าของบ้าน มีห้องพักส่วนตัว สามารถใช้อุปกรณ์อำนวยความสดวกในการประกอบอาหาร หรืออื่นๆ ร่วมกับเจ้าของบ้าน บางบ้านอาจจะมีผู้เช่ามากกว่า 1 คนขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของบ้านเป็นหลัก ค่าเช่าตกประมาณ A$100 ต่อสัปดาห์ อาจจะรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าแก๊ส ค่าไฟ หรืออาจจะไม่รวม ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลง ในการทำสัญญาเช่า
  • ที่พักแบบเช่าแฟลต หรือบ้าน ที่พักแบบนี้นักเรียน จะต้องทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้อง โดยมีเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายต่างยินยอม ในการทำสัญญาร่วมกัน ค่าเช่าแบบนี้ขึ้นอยู่กับสภาพห้อง ขนาด ทำเล เป็นสำคัญ
  • ที่พักแบบหอพักของนักเรียน ปัจจุบัน นอกจากจะมีหอพักในสถานศึกษา ซึ่งทางสถาบันจัดไว้ให้กับนักเรียนของตนเองโดยเฉพาะแล้ว ยังมีหอพักนอกสถานศึกษา โดยทั่วไปจะเป็นของเอกชน ส่วนมากจะจัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษามากนัก มีสิ่งอำนวยความสดวกต่างๆ เช่น ห้องนอนประเภทส่วนตัว หรือพักร่วมกับนักเรียนคนอื่นๆ เครื่องนอน โต๊ะเขียนหนังสือ บริเวณสันทนาการ และอื่นๆ รวมทั้งระบบความปลอดภัยของตัวอาคาร

สรุปค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายในการครองชีพทั้งหมด ตกประมาณ 1,000-1,200 เหรียญต่อเดือน เป็นอย่างต่ำ ทั้งนี้จะมากหรือน้อย ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการใช้จ่ายของนักเรียนด้วย

 

แหล่งที่อยู่อาศัย

 
ในเขตเมือง
 

ได้แก่บริเวณรอบๆ Yarra River เช่น แถว Lonsdale Street, Victoria Street, Chinatown, และ Collins Street มีคนจำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณนี้เนื่องจาก ใกล้สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น Flinders St. Station มีแหล่ง Shopping รวมทั้งร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติให้เลือกมากมาย
การเดินทางภายในตัวเมืองก็จะสะดวกสบาย สามารถเดินหรือใช้บริการรถราง ไปยังสถานที่ต่างๆ หรือหากต้องการไปตามเมืองที่อยู่ไกลออกไปก็สามารถไปโดยรถไฟหรือรถรางได้

 
เขตชานเมือง
 

ได้แก่บริเวณทางตอนเหนือของเมืองเมลเบิร์น ได้แก่บริเวณเมือง Fitzroy และ Carlton ทางตะวันออกมีกลุ่มคนชาวอิตาลีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางใต้ของ Yarra and Prahran ก็เป็นแหล่ง Shopping และร้านอาหารต่างๆ นอกจากนี้ทางฝั่ง Port Melbourne, South Melbourne, และ Albert Park ก็เป็นบริเวณที่มีร้านอาหารมากมาย ข้ามไปจนถึงฝั่ง St. Kida ก็จะเป็นบรรยากาศของเมืองชายฝั่งทะเลซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ชอบวิวทิวทัศน์ของน้ำทะเล และฟ้าสีครามที่สดใส

การเดินทางจากเมืองเมลเบิร์น สามารถนั่งรถรางไปได้ ใช้เวลา 20-30 นาที

 

ร้านอาหาร

 

เมลเบิร์นเป็นเมืองสำหรับผู้ชื่นชอบการรับประทานอาหาร ทุกที่จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายอาหารสำเร็จรูป ตลาด ผับเล็ก ๆ ซึ่งขายอาหารด้วย ร้านเหล้า และร้านซื้ออาหารกลับบ้าน ความหลากหลายของเชื้อชาติในเมืองนี้ถูกสะท้อน ให้เห็นในประเภทอาหารและร้านอาหารหลากชนิด โดยมีผู้คนรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เมลเบิร์นยังมีชื่อเสียงด้านความบันเทิงยาม ราตรีด้วย

 
แหล่งอาหารบริเวณตัวเมือง
  1. Queen Victoria Market อยู่บริเวณ Queen & Therry Streets and Peel Street เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมลเบิร์น พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดจะขายพวกของสดทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล พื้นที่ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านขายของพวกเสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านขายอาหารทั้งอาหารทางฝั่งตะวันตกหรืออาหารเอเชียให้เลือกมากมาย สามารถเดินทางโดยรถรางที่วิ่งเส้น Elizabeth หรือ William Street หากมาโดยรถไฟก็มาที่ Flagstaff Station หรือ Melbourne Central Station

    เวลาเปิด
    Tuesday & Thursday : 6:00am 2:00pm
    Friday : 6:00am 6:00pm
    Saturday : 6:00am 3:00pm
    Sunday : 9:00am 4:00pm
    ปิดทุกวันจันทร์และวันพุธ
  2. Chinatown อยู่บริเวณ Bourke Street ใจกลางเมืองเมลเบิร์น มีร้านอาหารจีนและอาหารเอเชีย ให้เลือกมากมาย เช่นร้าน Dragon Boat นอกจากอาหารแล้วก็ยังมีร้านขายสินค้าของเอเชีย เช่นโคมไฟกระดาษ ยาสมุนไพรต่างๆ
  3. Cookie บาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของเมลเบิร์น ด้วยระเบียงที่สามารถมองลงไปเห็นถนน สวอนสตัน การตกแต่งสวยงาม คอลเล็กชันดนตรีหลากหลาย ค็อกเทลเลิศรสและเบียร์จากก๊อก 10 ชนิด อีกทั้งยังมีอาหารไทยรสอร่อยจำหน่ายด้วย ที่ตั้ง 252 Swanston St, City Centre
    โทรศัพท์: 03 9663 7660
  4. Honkytonks เป็นบาร์/คลับแบบฉบับทั่วไปของเมลเบิร์น โดยทางด้านหลังผ่านแกรนด์เปียโนซึ่งเป็นบูธเล่นเพลง ของดีเจไป จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของสนามคริกเก็ตเมลเบิร์น (Melbourne Cricket Ground : MCG) ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่โดดเด่นแห่งหนึ่งของโลก ที่ตั้ง Duckboard Pl, City Centre
    โทรศัพท์: 03 9662 4555
  5. BOOST JUICE มี smoothies ให้เลือกสั่งมากมาย ทั้งน้ำผลไม้หรือค็อกเทลต่างๆ
    ที่ตั้ง Unit/shop 121 Floor/level 1 Australia on Collins 260 Collins Street
 
แหล่งอาหารบริเวณอื่นๆ
  1. Greville Street Market อยู่บริเวณ Chapel Street in Prahran แหล่งรวมร้านอาหารและร้านค้ามากมาย สามารถเดินทางไปได้ทั้งรถรางจาก Swanston Street หรือโดยรถไฟ Sandringham line ไปยัง South Yarra หรือ Prahran Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที
  2. Lygon Street ใน Carlton เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของความเป็นอิตาลี เป็นแหล่งที่มี Cafe และร้านอาหารต่างๆมากมาย สามารถเดินทางมาได้โดยรถรางจาก Swanston Street หรือรถบัสสาย 20, 201, 203 หรือ 207 จากตัวเมืองเมลเบิร์น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที
  3. Marios ที่ซึ่งสามารถสั่งอาหารเช้า ซึ่งได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในเมืองสั่ง และชมวิวของย่านฟิตซ์รอยอยู่ที่ริมหน้าต่างของร้านได้ ที่ตั้ง 303 Brunswick St, Fitzroy
    โทรศัพท์: 03 9417 3343
 

Shopping

 

เมือง Melbourne ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ของประเทศ มีศูนย์การค้าที่บรรจุสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ ร้านสินจำหน่ายสินค้าแปลกตาและของหายาก รวมทั้งตลาดนัดที่มีของให้เลือกมากมาย

ร้านค้าส่วนใหญ่ จะเปิดเป็นเวลา
Saturday to Wednesday: 10.00am - 5.00pm
Thursday: 10.00am - 7.00pm
Friday: 10.00am - 9.00pm

  • Queen Victoria Market อยู่บริเวณ Queen & Therry Streets and Peel Street
  • Chinatown อยู่บริเวณ Bourke Street
  • Collins Street ถนนเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
  • Bridge Street เป็น แหล่ง Shopping เสื้อผ้า
  • South Yarra เสื้อผ้าของดีไซเนอร์รุ่นใหม่
  • Springvale
  • Brunswick Street ที่เขต Fitzroy
  • Richmond จำหน่ายเสื้อผ้าราคาถูกจากโรงงาน
  • Bourke Street Mall และ Swanston Walk จะมีร้านขายของทุกชนิด ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก ห้างเดวิดโจนส์และไมเยอร์

ทำงานพิเศษ

 

นักเรียนสามารถทำงานพิเศษได้ตาม ร้านอาหาร ไทย จีน และทำได้หลาย ตำแหน่ง ตั้งแต่ในครัว จนถึง เสิร์ฟ งานใน ฟาร์มองุ่น ซึ่งมีมากมายแต่ต้อง เดินทางออกนอกเมือง และงานที่ทำก็คือ 2 ประเภท คือ ทำงานกับฝรั่ง และกับคนไทย แต่คนไทยนั้นจ้างถูกกว่าฝรั่งนิดหน่อย แต่มีสวัสดิการเหมือนระบบจ้างแบบเหมาจ่าย

 
ข้อดีของร้านไทย
  • มีอาหารให้รับประทานระหว่างทำงาน และบางร้านให้ไปทานที่บ้านอีก
  • ไม่เสียภาษี ที่นั่นเก็บภาษีโหด10-15% แต่ถ้าทำในร้านอาหาไทยไม่เสียเพราะ คนเข้าออกบ่อย เจ้าของร้านเลยดูจนแน่ใจว่าเราจะ ทำร้านเขานาน จึงจะขอเลขเสียภาษีเราและไปเสียให้เรา ไม่ต้องจ่ายเอง
  • เหมาะสำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง
  • งานมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับปริมาณงานอื่นๆที่นักเรียนไทยทำได้

โดยปกติแล้ว ร้านอาหารไทยที่ เมลเบิร์น จะใช้เด็กเสริฟไม่มาก ถ้าร้านแค่ 15 โต๊ะ ก็มีเด็กเสริฟประมาณสองคนในช่วง weekend และจ้างเด็กแค่คนเดียวในวันธรรมดา ส่วนร้านใหญ่ๆ ก็จ้างมากขึ้นไปตามลำดับความใหญ่ของร้าน

นอกจากการทำงานร้านอาหารไทยแล้วร้านนวดไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะรายได้ดีกว่า โดยจะนับเป็นนาที/ชั่วโมง แล้วหัก % แบ่งกับเจ้าของร้าน ตามแต่จะตกลงกัน หลาย ๆ ร้านก็ยินดีสอนให้ สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่ถ้ามีประสบการณ์มา โอกาสที่ร้านจะรับหรือได้งานมีสูงกว่า แนะนำว่า ถ้าใครมีเวลาก่อนจะมา การไปเข้าคอร์สเรียนนวดที่วัดโพธิ์ หรือที่ต่าง ๆ ในเมืองไทย จะช่วยในการหางานได้มากขึ้น  

 

 

กิจกรรมและสถานที่ที่น่าสนใจ

 

Flinders Street Station เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่และเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมลเบิร์น ตั้งอยู่บริเวณ Flinders Street ซึ่งคล้ายๆกับสถานีรถไฟหัวลำโพงในบ้านเรา

Federation Square ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเมลเบิร์น อยู่ตรงข้ามกับ Flinders Station Street ที่นี่จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ตรงบริเวณสี่แยก และยังมีลานกว้างไว้เป็นจุดนัดพบของบรรดาทัวร์ต่างๆ ด้วย

Yarra River เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านตัวเมืองเมลเบิร์น สะพานข้ามแม่น้ำตรงนี้มีชื่อว่า Princes Bridge ถนนที่เชื่อมต่อกับถนน Swanston Street เพื่อข้ามแม่น้ำ Yarra River นี้คือถนน St. Kilda Road หากข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ สังเกตด้านขวามือก็จะเห็น Melbourne Concert Hall ตั้งอยู่ริมสะพาน ถัดไปก็จะเป็น Victorian Arts Centre และถัดไปอีกก็จะเป็น National Gallery of Victoria ส่วนด้านซ้ายมือก็จะเป็นสวนสาธารณะที่ชื่อว่า Alexandra Gardens และ Queen Victoria Gardens ที่ร่มรื่น

Parliament House คืออาคารรัฐสภาของรัฐวิกตอเรียซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมลเบิร์น และยังเป็นอาคารรัฐสภาแห่งแรกของออสเตรเลีย ตั้งอยู่ริมถนน Spring Street ซึ่งด้านหน้าของอาคารรัฐสภานี้คือปลายสุดของถนน Bourke Street

Fitzroy Gardens สวนสาธารณะขนาดใหญ่ อยู่บริเวณ Lansdowner Street อุดมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นและดอกไม้นานาพันธุ์ที่จะออกดอกสวยสะพรั่งตามฤดูกาลของมัน ที่สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมในการถ่ายรูปอีกด้วย เพราะบรรยากาศธรรมชาติแสนสวย

Cook's Cottage กระท่อมของ Cook Captain อยู่บริเวณ Fitzroy Gardens เป็นนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมาจาก Yorkshire ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ.1934 มาสร้างใหม่ให้เหมือนของเดิมบริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้ ในการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี

ST Patrick's Cathedral ที่เพียงแค่เห็นด้านนอกโบสถ์นี้ก็ดูสวยงามตระหง่านมากแล้ว ยิ่งเข้าไปด้านในก็ให้ความรู้สึกถึงความสวย และโอ่อ่าเป็นอย่างมาก โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคใน ค.ศ.1858 จนถึงตอนนี้มีอายุเกือบ 150 ปีแล้ว ถือเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่อย่างมากของเมลเบิร์น

Melbourne Museum ที่รวบรวมวิวัฒนาการต่างๆไว้ ในอาคารสูง 6 ชั้น ทางด้านตะวันออกของตัวอาคารเป็นที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมของสังคมชาวออสเตรเลีย ส่วนด้านตะวันตกจะเป็นผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อมและพัฒนาการของมนุษย์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ป่าไม้จำลองซึ่งประกอบด้วยพันธุ์ไม้กว่า 8,000 ชนิด ในรัฐวิคตอเรีย การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองของรัฐวิคตอเรีย คือ เผ่า Bunjilaka แสดงในบริเวณ ของอะบอริจิ้น เซ็นเตอร์และจะคอยให้คำ บรรยายโดยชนพื้นเมืองอย่างแท้จริง หรือที่มุมเด็ก เด็กๆจะได้เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นมากมายและสีสันของบ้านต่าง ๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา และที่น่าสนุกอีกอย่าง หนึ่งก็คือ ผู้เข้าชมสามารถชมการต่อสู้ระหว่างร่างกายมนุษย์กับแบคทีเรีย Spaceinvaders ได้ที่โรงภาพยนตร์ ICE (Immersion Cinema Experience ) ซึ่งใช้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง Vital Space เป็นครั้งแรก

Queen Victoria Market ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และเก่าแก่ของเมืองเมลเบิร์น สินค้าที่นี้มีคุณภาพและมีหลากหลายให้เลือกชอป เท่าที่สังเกตดูพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดจะขายพวกของสดทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล พื้นที่ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านขายของพวกเสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านขายอาหารและอีกมากมาย ความหลากหลายของสินค้าทำให้ตลาดวิคตอเรียมีความคึกคักอยู่ทุกวัน

Southbank บริเวณริมแม่น้ำยาร์รา บริเวณนี้ถือเป็นย่านทันสมัยของเมือง มี Crown Entertainment Complex ซึ่งเป็นที่ตั้งของคาสิโน โรงแรม โรงภาพยนต์ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าปลอดภาษี

Victorian Arts Centre อาคารที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายหอไอเฟลคือมียอดแหลมสูง เป็นศูนย์รวมของการแสดงศิลปะทุกแขนงจากทั่วโลกเช่น ละครเวที บัลเล่ต์ คอนเสิร์ต ซึ่งมักมาเปิดการแสดงที่นี่บ่อยๆ ไม่เพียงแค่การแสดงชั้นเยี่ยมเท่านั้น แต่ภายในอาคารยังตกแต่งด้วยงานศิลปะของศิลปินชาวออสซี่อีกมากมาย ผู้ที่สนใจศิลปะอย่างแท้จริง ต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด และตอนกลางคืนที่แห่งนี้จะเปิดไฟสวยงามมาก ถือเป็นอีกหนึ่งวิวยามค่ำคืนที่หลายคนชื่นชอบ

Melbourne Aquarium ภายในอุโมงค์โค้งแก้วใส ชมที่รวมของสัตว์น้ำนานาชนิดต่างๆ เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบนที่ว่ายวนอยู่รอบตัวเรา รวมถึง Seadragon ซึ่งสามารถหาชมได้เฉพาะที่ออสเตรเลียเท่านั้น

Shrine of Remembrance สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารชาวออสเตรเลียที่สละชีพเพื่อชาติในสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามมลายู สงครามเวียดนาม และสงครามอื่นๆ ตัวอนุสรณ์สถานสร้างขึ้นในปี1928 ตามแบบมอโซเลียมแห่งฮาลิคาร์นาซุส ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณ

Royal Botanic Gardens Melbourne เป็นสวนสาธารณะที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง มีพันธุ์ไม้นานาชนิดทีน่าสนใจ เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบริเวณใจกลางเมือง

Warrook Castle Farm มีการสาธิตใช้สุนัขพันธุ์ Collie ในการต้อนแกะเข้าเล้าและการตัดขนแกะในฟาร์ม

Phillip Island เป็นสถานที่ที่คุณสามารถชมนกเพนกวิน นอกจากนี้ยังมีฝูงแมวน้ำที่มีขนยาวและนุ่มที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้ที่ Seal Rocks อีกด้วย

The Great Ocean Road ถนนชมวิวชายฝั่งสุดลูกหูลูกตา ที่เป็นที่นิยมของผู้ที่มา เมลเบิร์น ตลอดเส้นทางจะได้พบกับ 12 Apostles โขดหินที่เรียงกันตามธรรมชาติ

Port Campbell National Park อุทยานหินมหัศจรรย์ ที่มีรูปร่างหินต่างๆ เช่น Lord Ard Gorge และ London Bridge

Saint Kilda สถานที่ท่องเที่ยวที่ติดทะเล สามารถนั่งรถรางไปซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที ก็ถึง ที่ St. Kilda ทะเลอาจะไม่สวยสู้เมืองไทยได้ แต่ก็ยังมีวิวสวยๆ ให้เห็น มีแบ็คกราวด์เป็นตึกสูงใจกลางเมือง Melbourne ที่ทะเลสาบของสวน Albert Park หงส์ดำปากแดงเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ พวกมันจะเข้ามาหาทันทีที่เราเดินเข้าไปใกล้ นอกจากนี้ยังมีสวนสนุก Luna Park และโรงละครเก่าแก่ The Palais Theather ที่ St. Kilda Luna Park เป็นสวนสนุกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นต่างๆ สามารถเข้าไปข้างในได้ฟรี แต่ถ้าจะเล่นเครื่องเล่น ก็ต้องเสียค่าตั๋วเล่นแต่ละชิ้นไป ส่วนโรงละคร The Palais ภายในเค้าจะตกแต่งด้วยสิ่งของที่ดูโบราณเก่าแก่

Ballarat เมืองซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมลเบิร์นประมาณ 110 กม. จุดที่น่าสนใจและดึงดุดนักท่องเที่ยวมาที่นี่ก็คือ Sovereign Hill เป็นเมืองจำลองที่พาเราย้อนยุคกลับไปสมัยยุคตื่นทองของคนจีนที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ ตั๋วเข้าสถานที่สามารถใช้เข้ามาชมได้สองครั้งภายใน 1 ปีเค้าจะมีโชว์ต่างๆ ตลอดทั้งวัน ตามตารางเวลา อย่างโชว์การหล่อทอง การสาธิตทำลูกอมที่นี่เค้ามีสัญญากับโรงเรียนในเมือง ให้จัดให้มีกลุ่มเด็กนักเรียนมาเรียนหนังสือกันที่นี่ โดยต้องแต่งชุดนักเรียนสมัยก่อน และมีการเรียนการสอนจริงในห้องเรียนที่นี่ เหมือนให้เด็กๆมาเรียนนอกสถานที่กันบางวิชา ไฮไลท์ของที่นี่คือ จุดที่ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองการร่อนทอง โดยการใช้จอบตักทรายในน้ำที่ไหล ลงบนกะทะแบน จากนั้นเขย่ากะทะ แล้วพยายามเอาก้อนหินและทรายออก ปรกติทองจะมีน้ำหนักมากกว่า ก็จะอยู่นอนก้นกะทะ ต้องสังเกตที่ก้นกะทะเพราะทอจะเป็นเศษชิ้นเล็กๆ

 

 

เรื่องน่ารู้

 
  • เมลเบิร์นเคยเป็นศูนย์กลางของการเมืองตั้งแต่ปี 1901 – 1927
  • รถไฟเหาะที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่ Luna Park ในเมลเบิร์น
  • เมลเบิร์นเนเมืองที่มีชาวกรีกมาตั้งถิ่นฐานมากที่สุดรองจากประเทศกรีก
  • ตัวเมืองของเมลเบิร์นถูกวางผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีถนนตัดผ่านเหมือนตารางหมากรุก ทำให้ง่ายต่อการเดินทางภายในตัวเมือง และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของเมืองก็สามารถเดินทางได้สะดวก เพราะที่นี่เขามีบริการด้านคมนาคมที่ทั่วถึง

คำถาม

 

1.เรียนภาษาที่เมืองไทยก็ได้ ทำไมต้องเสียเงินไปเรียนถึงเมืองนอก

 

Answer : การเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทยแม้จะเป็นชาวต่างชาติสอน มักจะเข้าใจสำเนียงไทยของเราจึงง่ายมากที่เราพูดผิดสำเนียงแล้วเขาเข้าใจ อีกทั้งสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยเพราะ ออกนอกห้องเรียนก็พูดไทยกัน ทำให้ฝึกยากมาก เพราะบ้านเราภาษาราชการคือภาษาไทย เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ หากเราไปอยู่ก็จะทำให้เราคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้ภาษาของเราพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

 

2.อยากทำงานแต่ไม่มีประสบการณ์ อยู่เมืองไทยไม่เคยทำอาหารเลย กลัวร้านอาหารไทยไม่รับ

 

Answer : การทำงานที่นี่จำเป็นมาเรื่องการทำได้จริง ถ้าอยากเป็น Chef ก็โชว์ให้เจ้าของร้านดูเลยว่าทำได้เท่ก็ได้งานแล้ว ถ้าไม่มีประสบการณ์นั้นไม่ต้องท้อเพราะ ทางร้านจะฝึกงานให้แต่ ไม่จ่ายค่าแรง 2-3 วันแต่ได้แบ่ง ทิปและฝึกงานเสร็จก็มีงานทำเลย

 

3.อยากได้วีซ่ายาวประมาณ 2-3 ปี ต้องทำอย่างไร

 

Answer : การอนุมัติวีซ่านั้น สถานฑูตจะให้ วีซ่าตามหลักสูตรที่ลงทะเบียน และอ้างอิงถึงหลักฐานทางการเงินว่าสอดคล้องไหม การอนุมัติ 2-3ปี ไม่ยากเพราะมีหลักสูตรมากมายที่ใช้เงินน้อยมากในการลงทะเบียนและได้ วีซ่ายาว

 

4.ถ้าไม่มีญาติหรือเพื่อนอยู่ต่างประเทศเลยถ้าไปจะมีที่พักแบบไหนบ้าง

 

Answer : มีทั้งหมด 4 แบบ คือ

  1. Homestay พักกับครอบครัวฝรั่ง ได้เรียนรู้วัฒนธรรมออสซี่แน่นอน แล้วจะรู้ว่า Vegemind (กะปิฝรั่ง) รสชาติและกลิ่นเป็นยังไง
  2. College Accommodation เป็นหอพักของ College มีทั้งแบบห้องเดี่ยว และห้องคู่
  3. Share House คือการไป Share อยู่กับคนที่เช่าบ้านไว้แล้วแบ่งห้องให้เช่า
  4. เช่าห้องอยู่เอง อาจจะเป็น Suite หรือ Studio Apartment กรณีนี้จะต้องมีวีซ่าเกิน 2 ปี, ต้องแสดง Banking History และต้องจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้าด้วย

 

แนะนำสถาบันสถาบันสอนภาษา

 
Ozford English Language Centre
 

Ozford English Language Centre

 

Ozford สถาบันสอนภาษาที่ทันสมัย เป็นอีกทางเลือกคุณภาพสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ สถาบันตั้งอยู่ในตัวเมืองเมลเบิร์น สภาพแวดล้อมปลอดภัย การเดินทางสะดวกสบาย อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น RMIT, the State Library, Queen Victoria Shopping Complex and Carlton Gardens สถาบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา ทั้งด้านการเรียน อาชีพหรือการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไป นอกจากนี้สถาบัน Ozford มีนักเรียนหลากหลายชาติมาเรียนร่วมกัน ดังนั้นจึงเป็นผลดีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และได้มีโอกาสพบปะกับเพื่อนใหม่ ๆ ในหลายชาติ หลายภาษา

 
หลักสูตร
ราคา/สัปดาห์
ค่าสมัคร

สัปดาห์ละ

20 สัปดาห์

General English

A$ 219
A$ 5,256
A$ 150

IELTS Preparation

A$ 265
A$ 6,360

English for Academic Purposes (EAP)

A$ 265
A$ 6,360
รายละเอียดเพิ่มเติม
 
 
 
Carrick

Carrick Institute of Education

 

Carrick เป็นสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการสอนมายาวนาน พร้อมกับรางวัลการันตีคุณภาพหลักสูตรการศึกษา นอกจากหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีหลักสูตรอื่นๆ อีกตังแต่ระดับประกาศนียบัตรจนถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง ซึ่งได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย นักเรียนที่เรียนกับสถาบันจะได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นอย่างดี สถาบันจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้นักเรียนอย่างครบครัน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยให้คำปรึกษาในทุกๆด้าน และช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

 
หลักสูตร
ราคา/สัปดาห์
ค่าสมัคร

สัปดาห์ละ

24 สัปดาห์

General English

A$ 190
A$ 4,560
A$ 200
 
รายละเอียดเพิ่มเติม
 
 
 
Cambridge International College (CIC)
 

Cambridge International College (CIC)

 

CIC เป็นสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพสูง และตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนเป็นอย่างดี อาจารย์ที่สอนมีประสบการณ์ที่ยาวนาน เข้าใจถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง พัฒนานักเรียนให้มีทักษะที่ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจชั้นนำ หรือหลักสูตรที่ช่วยให้นักเรียนเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆที่ให้นักเรียนเข้าร่วมได้ อาทิ กลุ่มสนทนา สมาคมโบว์ลิ่ง สมาคมกีฬา ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักเรียนอีกมาก เช่น ห้องสมุด Computer Lab ฟรีอินเตอร์เน็ท สำหรับการเดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับ Melbourne Central Railway Station ใกล้ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมทั้งสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้สะดวกอีกด้วย

 
หลักสูตร
ราคา/สัปดาห์
ค่าสมัคร

สัปดาห์ละ

20 สัปดาห์

1 เทอม

General English

A$ 229
A$ 5,501
 
A$ 150
รายละเอียดเพิ่มเติม
 
 
 
Holmes Institute , Melbourne Campus
 

Holmes Institute , Melbourne Campus

 

สถาบัน Holmes Institute วิทยาเขตเมลเบิร์น ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1963 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงข้ามกับรัฐสภา และสถานีรถไฟฟ้า Parliament ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ในเมืองเมลเบิร์น ส่วนรถรางและรถเมล์ห่างออกไปเพียง 100 เมตร รอบๆบริเวณที่เรียนมีร้านอาหารมากมาย ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ และสวนสาธารณะ วิทยาเขตประกอบด้วยอาคารเรียน 5 ชั้น ภายในมีห้องเรียนขนาดใหญ่ และเล็กสำหรับเรียนตัวต่อตัว ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด และห้องนั่งเล่นพักผ่อนขนาดใหญ่ รวมทั้งสวัสดิการนักเรียนที่มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง อาจารย์ทุกท่านอุทิศเวลาในการสอนเพื่อให้นักศึกษาไปสู่จุดมุ่งหมายทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้ผ่านข้อสอบภาษาอังกฤษที่เป็นข้อสอบที่ได้รับการยอมรับ หรือเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษทั้งการพูด การฟัง หรือเพื่อศึกษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวออสเตรเลียผ่านการเรียนภาษาอังกฤษ

 
หลักสูตร
ราคา/สัปดาห์
ค่าสมัคร

สัปดาห์ละ

20 สัปดาห์

General English

A$ 250
A$ 5,000
A$ 200
รายละเอียดเพิ่มเติม
 

 

รายชื่อมหาวิทยาลัยในรัฐวิคทอเรีย

 

Untitled Document
 
เมืองที่นิยมไปศึกษาต่อ
 
เกี่ยวกับออสเตรเลีย
ข้อมูลทางวิชาการ
ศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย
ชีวิตในออสเตรเลีย
แนะนำสถาบันศึกษา
วีซ่า
บันเทิงเริงใจ
ภาษาน่าสนุก
เตรียมตัวก่อนเดินทาง
พี่หัวโตโม้ให้ฟัง
FAQ
 
 






Package Course


ภาษาอังกฤษ
+
Diploma (2 ปี)
วีซ่า 2.5 ปี

ตั๋วเครื่องบิน

ตั๋วนักเรียน

เที่ยวเดียว(การบินไทย)

Sydney: 22,250

Melbourne: 21,880

Brisbane: 22,270

Perth: 18,590

ไป-กลับ(การบินไทย)

Sydney: 39,060

Melbourne: 38,475

Brisbane: 39,060

Perth: 32,790

more >>