ศึกษาต่ออังกฤษ – ระบบการศึกษา (Educational System)

ศึกษาต่ออังกฤษ ศึกษาต่อประเทศอังกฤษ เรียนรู้ระบบการศึกษาในอังกฤษ ให้พร้อมสำหรับการไปศึกษาต่อที่อังกฤษ พร้อมระดับการศึกษา และเส้นทางการศึกษาในอังกฤษ

ศึกษาต่ออังกฤษ

ศึกษาต่ออังกฤษ – ระบบการศึกษา

รูปแบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ

การจะไป ศึกษาต่ออังกฤษ จำเป็นต้องทราบถึงระบบการศึกษา ซึ่งในประเทศอังกฤษ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง16 ปี เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล สำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะดีและมีรสนิยมสูงมักส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน

ข้อจำกัดของ นักเรียนต่างชาติที่มา ศึกษาต่อที่อังกฤษ ในระดับมัธยมศึกษา จะมีสิทธิลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น

ปีการศึกษา

นักเรียนที่มา ศึกษาต่ออังกฤษ ควรทราบเรื่องปีการศึกษาของสถาบันระดับต่าง ๆ ที่ต่างจากของไทย ดังนี้

ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในอังกฤษ เริ่มต้นภาคแรก ในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ

  • ภาคต้น (Autumn Term) เริ่มปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง (Spring Term) เริ่มกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย (Summer Term) เริ่มปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

ระดับประถมศึกษา (Preparatory School)

นักเรียนประเทศอังกฤษ

รับนักเรียนอายุ 5 – 13 ปี โดยการเรียนการสอนจะเน้นให้เด็ก มีทักษะในการเขียนและทักษะด้านตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามวัย

  • ระดับเตรียมประถมศึกษา (Pre – Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 – 7 ปี
  • ระดับประถมศึกษา (Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 – 13 ปี

* การศึกษาในระดับนี้จะมุ่งเน้นการเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อก้าวไปสู่การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาต่อไป

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School) ประเทศอังกฤษ

โรงเรียนมัธยมของเอกชน หรือ Public School รับนักเรียนตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก เป็นมูลนิธิหรือสถานประกอบการที่มิได้หวังผลกำไร โดยรายได้ของโรงเรียนนั้น มาจากค่าธรรมเนียมการศึกษาและเงินบริจาค โรงเรียนประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบชายล้วน หญิงล้วน และสหศึกษา ทั้งแบบประจำและไป-กลับ

มีโรงเรียนบางแห่ง เปิดสอนให้กับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ทางด้านดนตรี กีฬาด้วย

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School) ประเทศอังกฤษ

ในระดับมัธยมศึกษาทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ได้กำหนดให้มีการสอบวัดผลความรู้ และความสามารถ การสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระซึ่งมี 5 คณะ ซึ่งผลการสอบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าระดับอุดมศึกษาได้ การสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อนักเรียนมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนต้องเลือกสอบประมาณ 8 – 12 วิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F และ G นักเรียนที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้วุฒิบัตร สามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ “A” Level ได้ หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี

GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบวัดผลความรู้ของนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือกกว่า 50 วิชา โดยส่วนใหญ่จะสอบเพียง 2 – 3 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน คือ เลือกสอบทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanities ผลการสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ A, B, C, D และ E ซึ่ง Grade ทั้ง 5 ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับพิจารณารับผู้ที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะรับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B สำหรับผลสอบ GCE “A” Level นี้เป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใชัในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

ระดับอาชีวศึกษา

เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ไม่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการเพียงคุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ในการทำงานสายอาชีพ สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษานี้ มีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน

ระดับอาชีวศึกษา ประเทศอังกฤษ

สถาบันการศึกษาของรัฐบาล

มีประมาณ 500 แห่ง เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ การโรงแรม การเกษตร วิศวกรรม ช่างเทคนิค ฯลฯ สถาบันการศึกษาของรัฐบาล ได้แก่

  • College of Further Education
  • College of Art
  • College of Commerce
  • College of Education
  • College of Technology
  • Technical College
  • Agricultural College

การศึกษาระดับอาชีวะจะได้วุฒิบัตรจาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสกอตแลนด์ จะได้รับวุฒิบัตรจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ คือ

1. First Certificate/Diploma (FC/CD)
เป็นการศึกษาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนที่มีอายุเกินกว่า 16 ปี โดยจะได้รับประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรืออาจจะไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะทำงานในสายวิชาชีพต่างๆ เป็นหลักสูตรการศึกษา 1 ปี เมื่อเรียนจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปได้

2. National Certificate/Diploma (NC/ND)
เป็นการศึกษาในสายวิชาชีพที่ทีคุณวุฒิสูงกว่า FC/FD ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี โดยรับผู้ที่มีคุณวุฒิ FC/FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับ NC/ND นี้ นอกจากจะมีวุฒิบัตรวิชาชีพแล้ว ยังเทียบได้กับ GCE “A” Level ด้วย และหากได้คะแนนดีมาก ก็สามารถเรียนต่อในระกับปริญญาตรีได้ด้วย

3. Higher National Certificate/Diploma (HNC/HND)
เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา ใช้ระยะเวลาในการเรียน 2 ปี และถือว่าการศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษาด้วยเช่นกัน หลักสูตรนี้รับสมัครผู้ที่จบการศึกษา NC/ND หรือผู้มีคุณวุฒิ GCSE 3 วิชา + GCE “A” Level 1 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้เทียบเท่ากับอนุปริญญาของไทยแต่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี 1 ชั้น ทั้งนี้สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีโดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี แต่ผลการเรียนจะต้องอยู่ในขั้นดีเยี่ยม

สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน

ควรเลือกสถานศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก The British Accredition council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นสถาบันที่มีการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้ สำหรับวุฒิการศึกษาที่ได้รับ จะได้เพียงประกาศนียบัตรเท่านั้น

ระดับอุดมศึกษา (Higher Education)

นักศึกษาของไทย มีจำนวนไม่น้อย ที่มา ศึกษาต่ออังกฤษ โดยมีเป้าหมายในดารเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education มหาวิทยาลัยในราชอาณาจักรมีประมาณกว่า 100 แห่ง และล้วนแต่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลเกือบทั้งหมด(โดยรวม Polytechnic ที่ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมอยู่ใน 100 แห่งที่กล่าวมาแล้ว)

ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ประเทศอังกฤษ

หลักสูตรระดับอุดมศึกษา สามารถแบ่งออกเป็น

Undergraduate ศึกษาต่ออังกฤษ ในระดับปริญญาตรี

  • BTEC HNC/HND หรือ Diploma of Higher Education (Dip. HE) เป็นหลักสูตร 2 ปี ส่วนใหญ่จะเปิดสอนอยู่ใน College of Higher Education โดยมหาวิทยาลัยบางแห่ง เปิดรับผู้สอบผ่าน “A” Level อย่างน้อย 1 วิชา หรือสำเร็จการศึกษาระดับ National Diploma การสมัครเข้าศึกษาต่อนั้นต้องสมัครผ่าน UCAS เช่นเดียวกับในระดับปริญญาตรี
  • First Degree (Bachelor Degree) เป็นหลักสูตรการศึกษา 3 ปี ยกเว้นบางสาขาวิชา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ (4 ปี)  สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5 ปี) ทันตแพทย์ (5 ปี) สัตวแพทย์ (5 ปี) แพทย์ (6 ปี)

Postgraduate ศึกษาต่ออังกฤษ ในระดับสูงกว่าระดับปริญญาตรีแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

ศึกษาต่ออังกฤษในระดับ Postgraduate Certificate Diploma 
หลักสูตรการศึกษา 9 เดือนถึง 1 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเข้าศึกษาต่อ

ศึกษาต่ออังกฤษในระดับ Master Degree หรือ ปริญญาโท
หลักสูตรการศึกษา 1 – 2 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดี

ศึกษาต่ออังกฤษในระดับ Doctoral Degree หรือปริญญาเอก
หลักสูตรการทำวิจัย ใช้เวลาในการศึกษา 3 ปี มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร M. Phil

แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษกับไทย

 

แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษกับไทย

แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษกับไทย


แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษกับไทย

สำหรับข้อมูล วีซ่านักเรียนอังกฤษ

Comments

  1. LEE says

    อยากทราบว่า ถ้าต้องการศึกษาในระดับ Postgraduate Certificate Diploma ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ แล้วต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการยื่นเข้าศึกษาต่อ

    • prachya says

      ขึ้นอยู่กับสถาบัน และสาขาที่ต้องการไปเรียนครับ แต่โดยทั่วไปเอกสารที่ใช้ในการสมัครก็จะมีผลการเรียนในระดับปริญญาตรี และผลสอบ IELTS ถ้าต้องการแบบ ชัดเจนเลยรบกวนติดต่อเข้ามาที่ บ. นะครับ ขอสายคุณเอ้ได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Current ye@r *