รัฐ (States) |
ดินแดนสหพันธ์ (Federal Territories) |
| 1. กลันตัน(Kelantan) |
ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทร มาเลเซีย ผู้คนในรับยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมจนบัดนี้ รัฐนี้จึงได้สมญานามว่า แหล่งวัฒนธรรมมาเลย์ มีเมืองโกตาบาห์รู เป็นเมืองหลวง
|
| 2. เคดะห์(Kedah) |
มีชื่อว่าเป็น อู่ข้าวของมาเลเซีย มีไร่นากว้างสุดสายตา มีเมืองอะลอร์สตาร์ เป็นเมืองหลวงของรัฐ มีอาคารเก่าแก่ที่คงสภาพเดิม ที่น่าสนใจมากก็คือ พระราชวังโบราณบาไลเบซา สร้างด้วยไม้ ปัจจุบันใช้ประกอบพิธีการของรัฐและของพระราชวงศ์แห่งรัฐด้วย มัสยิดซาอีร์เป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศ
|
| 3. ตรังกานู (Terengganu) |
เป็นแหล่งพักผ่อนทางชาวทะเล โดยเฉพาะผู้ที่ชอบอาบแดดและการประดาน้ำ ในบรรดาเกาะที่สามารถสร้างความประทับใจ คือ วนอุทยานที่รังดังคาปัส เปอร์เฮ็นเตียน และเต็งโกลโดยเฉพาะที่รังดัง มีบริการแหล่งประดาน้ำอย่างยอดเยี่ยม และหินประการังที่มีมากมาย บริเวณแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 6 แห่งของโลกที่มีปรากฎการณ์แปลกประหลายเกิดขึ้นคือ ภาพเต่ายักษ์ขุดทราบทำหลุมเพื่อวางไข่ เอาทรายกลบ แล้วลงทะเลไป
|
| 4. เนกรี เซมมิลัน (Negeri Sembilan) |
คำแปลตรงตัวคือ เก้ารัฐ ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยหนึ่งประกอบด้วย 9 อำเภอ มีเมืองเซอเรมบันเป็นเมืองหลวง เป็นที่ตั้งของอาคารศูนย์หัตถกรรม พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐ มัสยิดแห่งรัฐ และเลคการ์เดนส์ รัฐนี้มีชายหาดสวยงามแถบชาวฝั่งทะเลของช่องแคบมะละกา
|
| 5. ปาหัง (Pahang) |
เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรมาเลเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่ครอบคลุมไปด้วยป่าไม้เมืองร้อน ฝนตกชุก มีวนอุทยานที่อายุประมาณ 130 ล้านปีในเขตดามันเนการ้า
|
| 6. เปอร์ลิศ (Perlis) |
เป็นรัฐที่เล็กที่สุดของประเทศ สิ่งที่น่าชมและน่าสนใจของรัฐนี้คือ ความสงบ ที่สดชื่นแจ่มใส ห่างไกลจากชีวิตในกรุงที่แสนวุ่นวาย เศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐคือ การทำไร่นา และการประมง เนื่องจากรัฐนี้อยู่ติดกับประเทศไทย และมีความเชื่อมโยง ทางประวัติศาสตร์กับไทยมานานปี จึงมี พลเมืองในรัฐรับเอาขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาไทยมาใช้กัน
|
| 7. ปีนัง (Penang) |
เป็นแหล่งการค้าในตะวันออกไกลแห่งแรกของอังกฤษ รัฐปีนังในวันนี้เป็นนครที่พลุกพล่านมากสุดแห่งหนึ่ง เป็นที่ตั้งของคณะบริหารของรัฐ เป็นศูนย์กลางของพาณิชย์ การศึกษา กิจกรรมทางสังคม การบันเทิง และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว รัฐนี้เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่ง
ว่า ไข่มุกแห่งตะวันออก เนื่องจากมีหาดทรายสวยงามเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวและกีฬาน้ำทุกชนิด
|
| 8. เปรัค (Perak) |
ได้ชื่อมาจากแร่ดีบุกสีเงินที่ผลิตภายในรัฐมีจำนวนมหาศาล มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจอย่างมาก ในอดีตผู้คนจำนวน ไม่น้อยในรัฐนี้มั่งคั่งร่ำรวยถึงขึ้นมหาเศรษฐี รัฐเปรัคมีเมืองหลวงชื่อดีปอร์ เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องส้มโอดำบุนและถั่วลิสง มีอุทยานที่มีทิวทัศน์สวยงามและเขาหินปูนที่สวยตระหง่าน
|
| 9. มะละกา (Malacca) |
เป็นศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุด ในอดีตรัฐมะละกาอยู่ภายใต้การปกครองระบบอาณานิคม โดยเริ่มด้วยการเข้าครอบครองของชาวโปรตุเกสชาวดัชท์ และชาวอังกฤษ รัฐมนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการอีกชื่อหนึ่งว่า นครแห่งประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย โบราณสถานที่สำคัญคือป้อมเอ ฟาโมซา โบสถ์แดดหุยและโบสถ์คริสต์ สถาปัตยกรรมแบบดัชท์ โบสถ์เซนต์พอล ป้อมปราการเซนต์จอห์น เป็นต้น
|
| 10. โจโฮร์ (Johor) |
เป็นประตูของภาคใต้สู่คาบสมุทรมาเลเซีย ติดกับประเทศสิงคโปร์ มีเมืองโจโฮร์ บาห์รู เป็นเมืองหลวงของรัฐ
|
| 11. เซอลังงอร์ (Salangor) |
เป็นรัฐที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ (KLIA) ที่เมืองเซอปาง ซึ่งได้ออกแบบให้เป็นสนามบินกลางปี เมืองหลวงชื่อกัวลาลัมเปอร์ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เคแอล
|
| 12. ซาบาห์ (Sabah) |
ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว โกตา คินาบาลู เป็นเมืองหลวงของรัฐ เคยรู้จักในชื่อว่า เจสเซลตัน ในสมัยอังกฤษปกครองแต่ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในวันนี้เมืองโกตา คินาบาลู ได้เจริญขึ้นมากจนกลายเป็นศูนย์การพาณิชย์และแหล่งท่องเที่ยว
|
| 13. ซาราวัค (Sarawak) |
เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ที่เต็มไปด้วยป่าฝนตกชุก
มีภูเขาสูงตระหง่าน ถ้ำใหญ่น่าทึ่ง พันธุ์ไม้ดอกและสัตว์ป่าที่พิเศษหาดูที่อื่นได้ยาก มีถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชื่อ ซาราวัคแซมเบอร์
|