Untitled Document
 

เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1986 UCSI English Academy นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ UCSI University ในกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 
 

HELP University College ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพสูง และราคาไม่แพง ปัจจุบัน เปิดสอนในหลากหลายหลักสูตร ที่ครอบคลุมสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ สาขาทางด้านบริหารธุรกิจ, กฎหมาย, การจัดการ, เศรษฐศาสตร์, ไอที, สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทั้งในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท

 
มหาวิทยาลัย MAHSA ก่อตั้งขึ้นในปี 2547 ด้วยวัตถุประสงค์หลักของการผลิตผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถทางด้านการสุขอนามัยให้แก่ประเทศ
 
UCTI ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ Asia Pacific Institute of Information Technology (APIIT) ได้รับการรับรองเป็น University College จาก Ministry of Higher Education ในมาเลเซียเมื่อปีค.ศ. 2004 เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านวิศวะกรรมศาสตร์, เทคโนโลยี, นวัตกรรม เพื่อก่อให้เกิดผลงานทางด้านเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์
 
BERJAYA UCH เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของมาเลเซียมีความเชี่ยวชาญในด้านการโรงแรม, การท่องเที่ยว และการบริการ โดยเน้นทางประสบการณ์การเรียนรู้ นักเรียนจะได้รับการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติเพื่อความสำเร็จของอาชีพในอนาคต ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ซึ่งมีความหลากหลายของธุรกิจในด้านอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว
 
SEGI University College
SEGI ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 ซึ่งปัจจุบัน SEGI Group เป็นหนึ่งในผู้ให้การศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย และมี campus ทั้งหมด 6 campuses ซึ่งตั้งอยู่ใน Klang Valley, Penang และ Kuching มีนักเรียนที่จบไปแล้วมากกว่า 20,000 คน
 
KBU International College
ตั้งอยู่ใน Petaling Jaya ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 13 acre ในแถบ Bandar Utama
 
เป็นสถาบันภาษาที่มีชื่อเสียง มีสาขามากกว่า 20 แห่งในมาเลเซีย และได้เป็นตัวแทนในการเป็นศูนย์สอบของ University of Cambridge ESOL ซึ่งทางสถาบันมีนักเรียนจากทั่วทั้งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ทิเบต, เกาหลีใต้, จีน และญี่ปุ่น สมัครเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ในส่วนของครูผู้สอน เป็นบุคลากรที่เป็นเจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ เช่นอังกฤษ, สก๊อตแลนด์, อเมริกา, แคนาดา เป็นต้น
 
Multimedia University
Multimedia University (MMU) สถาบันการศึกษาที่ตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในประเทศมาเลเซีย เพื่อจุดประสงค์ของการผลิตนักศึกษาที่จบปริญญาโท เพื่อพัฒนา IT และมัลติมีเดีย
 
KLIUC
Kuala Lumpur Infrastructure University College (KLIUC) ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 มีคำขวัญประจำสถาบัน "For Knowledge, For Humanity" ซึ่งมุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและการจัดการที่โดดเด่น มีคุณธรรม เพื่อตอบสนองความท้าทายของวิสัยทัศน์และเศรษฐกิจของปี 2020
 
Sunway University
Sunway University ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 ด้วยความเชื่อว่าการศึกษาเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพียงระยะเวลาไม่นานจำนวนนักศึกษาก็เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้จึงทำให้ Sunway University มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการขยายวิทยาเขต และยังเป็นสถานศึกษาที่พร้อมด้วยการเรียนการสอนที่ครอบคลุม ทันสมัย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
 
Fairview International School
Fairview เป็นโรงเรียนนานาชาติอันดับหนึ่งของประเทศมาเลเซีย เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถม มัธยมและอนุปริญญา มีวิทยาเขตในประเทศมาเลเซียคือ กัวลาลัมเปอร์ อัมปัง ซูบัง ปีนัง ยะโฮบารู และในประเทศไทยคือวิทยาเขตมหาวิทยาลัยทักษิณ
 
Sunway International School
Sunway International School ถูกก่อตั้งเมื่อเดือนมกราคม ปี 2008 ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่เน้นให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์การเรียนการสอนมากกว่าการเรียนในห้องเรียน
ได้รับการรับรองหลักสูตรใน Grades 7 ถึง 11 จากกระทรวงศึกษาธิการประเทศแคนาดา
 
Highlands International Boarding School

ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับเกนติ้ง ไฮแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศมาเลเซีย เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีการเรียนการสอนในหลักสูตร British การเรียนการสอนมีให้เลือกทั้งแบบนักเรียนไป-กลับ และนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนแบบโรงเรียนประจำ เปิดสอนในหลักสูตร IGCSE, O levels Cambridge

 
ELS Language Centres
เป็นสถาบันสอนภาษา ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกมากกว่า 100 สถาบัน มีนักเรียนจาก 140 ประเทศ เรียนกับสถาบัน ELS ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน เป็นสถาบันที่มีประสบการณ์ทางด้านการเรียนการสอนจากทั่วโลกมามากกว่า 50 ปี จึงมั่นใจได้กับคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ
 
The Language House School
ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1990 และเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่เปิดสอนภาษา 9 ภาษา โดยครูผู้สอนจะเป็น Native Speakers ของภาษานั้น ๆ และมีประสบการณ์การสอนเป็นอย่างดี เน้นการสอนให้พูดภาษานั้น ๆให้ได้ โดยให้ความสำคัญกับทักษะ Speaking ถึง 75% ของเวลาในการเรียนการสอน
 

การศึกษา

 

รัฐบาลของมาเลเซียต้องการที่จะให้พัฒนาให้ประเทศมาเลเซียเป็น ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการศึกษาในภูมิภาคนี้ โดยมีการวางแผนพัฒนายุทธศาสตร์ด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลของการพัฒนาเห็นได้ชัดจากการที่มีนักเรียนต่างชาติ เดินทางเข้ามาทำการศึกษาที่ประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และในปัจจุบันนี้ มีจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากถึง 50,000 คนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของการศึกษาระดับนานาชาติที่มีคุณภาพ ประกอบกับหลักสูตรมีความหลากหลายเป็นที่ยอมรับ และมีราคาที่เหมาะสมด้วย ซึ่งนักศึกษามีทางเลือกมากมายในการเลือกสถาบันที่มีรวมกันแล้วมากกว่า 600 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐบาล (Public universities) จำนวน 20 แห่ง โพลีเทคนิค (Polytechnics) 24 แห่ง วิทยาลัยของรัฐ (Public community colleges) 37 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน (private universities) 33 แห่ง วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนานาชาติ (Foreign university branch campuses) 4 แห่ง และวิทยาลัยเอกชน (Public Colleges) อีกประมาณ 500 แห่ง นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาของทั้งประเทศอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน และนิวซีแลนด์ให้ความสนใจในการเข้ามาเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีร่วม (Twinning) กับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในสถาบันต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซียด้วย

 

หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านการศึกษา

 
การศึกษาในมาเลเซียมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่ 2 หน่วยงานหลัก ๆ ได้แก่
  1. Ministry of Education หรือ MOE (กระทรวงศึกษาธิการ) ซึ่งจะดูแลการศึกษาในระดับ Primary education, Secondary education และ Post-secondary หรือ Pre-University education
  2. Ministry of Higher Education หรือ MOHE (กระทรวงอุดมศึกษา) ดูแลการศึกษาในระดับ Tertiary education หรือ Higher education
 

ระบบการศึกษา

 

ระบบการศึกษาของประเทศมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่

 
 

1. เตรียมความพร้อม (Pre-school education) คือ การศึกษาระดับอนุบาล (Kindergarten) โดยชาวมาเลเซียจะให้เด็กเรียนในระดับนี้ตอนอายุ 4 ปี

2. ประถมศึกษา (Primary education) เด็กทุกคนจะต้องเริ่มเรียนในระดับนี้ เมื่ออายุครบ 6 ปี (โดยให้เริ่มนับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีการศึกษานั้น ๆ) ซึ่งจะใช้เวลาเรียน 6 ปี เหมือนกับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ของประเทศไทย

 
โรงเรียนประถมศึกษาในมาเลเซียแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
 
  1. National Primary School จะใช้ภาษามาเลเซียในการสอน
  2. Vernacular Shool จะใช้ภาษาจีนหรือทมิฬเป็นภาษาในการสอน

เมื่อเด็ก ๆ เรียนจบในระดับ Primary education เด็กทุกคนต้องผ่านการสอบข้อสอบระดับชาติ (Ujian Pencapaian Sekolah Rendah, UPSR) จึงจะขึ้นไปเรียนต่อในระดับ Secondary education ได้

 

3. มัธยมศึกษา (Secondary education) เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากระดับประถมศึกษา มีระยะเวลาเรียน 5 ปี หากเป็นโรงเรียนรัฐบาลจะสอนโดยใช้ภาษามาเลเซีย ซึ่งการศึกษาระดับนี้ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระดับ คือ

 
3.1 Lower Secondary (Form 1-3) และ
3.2 Upper Secondary (Form 4-5)
 

โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับ Upper Secondary มี 3 สาขาคือ

  • เน้นด้านวิชาการ (Art และ Science)
  • เน้นด้านเทคนิค
  • เน้นด้านวิชาชีพ

นักเรียนที่เลือกเรียนสายวิชาการและเทคนิค เมื่อจบแล้วจะต้องสอบผ่านข้อสอบของรัฐคือ SPM (Sijit Pelajaran Malasia) และสายวิชาชีพคือ SPMV (Sijit Pelajaran Malasia Vokasional) หากสำเร็จการศึกษาระดับนี้ วุฒิที่ได้จะเทียบเท่ากับ GCSE ’O’ levels

เมื่อจบการศึกษาระดับนี้ สามารถเลือกว่าจะเรียนต่อในสายวิชาชีพ (Certificate หรือ Diploma) หรือเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา (Higher education)

 

4. เตรียมอุดม (Post-secondary or Pre-University education) หากเลือกที่จะเรียนต่อในสายอุดมศึกษา จะต้องเข้ารับการศึกษาในระดับนี้ก่อนถึงจะสามารถ ก้าวต่อไปเรียนในระดับปริญญาตรีได้ การรับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับนี้ จะดูสาขาที่เลือกตอนเรียนในระดับ Upper secondary และผลการเรียน SPM/SPMU เป็นหลัก และจะคัดเฉพาะเด็กที่ผ่านเกณฑ์เข้าศึกษาเท่านั้น การศึกษาในระดับนี้ใช้เวลา 1 - 2 ปี มี 2 เส้นทางคือ Sixth Form และ Matriculation การเรียนในเส้นทาง Sixth Form จะมี 3 สาขา คือ Arts, Science และ Technical ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องสอบผ่านข้อสอบของรัฐคือ STPM (Sijit Tinggi Perselolaham Malaysia) โดยจะได้วุฒิเทียบเท่ากับ GCE ’A’ levels ส่วน Matriculation คือการสมัครเรียนตรงกับทางสถาบัน ซึ่งหลังจากที่เรียนจบจะต้องสอบให้ผ่านถึงจะสามารถเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้

ส่วนโรงเรียนเอกชนที่สอนภาษาจีนนั้น ระบบการเรียนนั้นจะแตกต่างกับโรงเรียนรัฐบาล ในเรื่องของระยะเวลาการเรียนที่ต้องเรียนเป็นเวลา 6 ปี และจะต้องเข้ารับการทดสอบที่เรียกว่า the Unified Examination Certificate (UEC) ซึ่งจัดการโดยสมาคมครูและคณะกรรมการโรงเรียนจีน

 
 

5. อุดมศึกษา (Tertiary or Higher education) การศึกษาในระดับนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ Ministry of Higher Education โดยหลักสูตรที่อยู่ในระดับนี้ ประกอบด้วย หลักสูตร Certificate หลักสูตร Diploma หลักสูตร First Degree (Undergraduate Degree หรือปริญญาตรี) และ Higher degree (Professional Degree หรือระดับปริญญาโทและปริญญาเอก)

 

เส้นทางการศึกษา

 
 
 
สรุปรายละเอียดของระดับการศึกษา
 
ระดับ
รายละเอียด
อายุ
ระยะเวลา

1. Pre-school education

หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับ

4-6 ปี

2 ปี

2. Primary education

หลักสุตรการศึกษาที่คล้ายกับระบบประถม 1-6 ของไทย ที่ประเทศมาเลเซ๊ยใช้ชื่อเรียกว่า Standard 1-6 หลังจากเรียนจบ Standard 6 แล้วจะต้องเข้าสอบ UPSR

7-12 ปี

6 ปี

3. Secondary education

หลักสูตรการศึกษาที่คล้ายกับระบบมัธยม 1-5 ของไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ

3.1 Lower Secondary (Form 1-3)

3.2 Upper Secondary (Form 4-5) โดยในระดับ Upper นี้ต้องเลือกสายการเรียนดังนี้

3.2.1 Academic secondary education

3.2.2 Technical/Vocational secondary education

3.2.3 Religious secondary education

เมื่อเรียนจบแล้วจะต้องเข้าสอบให้ผ่านเกณฑ์ของ SPM หรือ SPMV

13-15 ปี

16-17 ปี

5 ปี

4. Post-secondary education

หลักสูตรที่เรียนเพื่อเป็นทางผ่านไปสู่การเรียนในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ซึ่งมีทางเลือก คือ

4.1 Sixth Form ทางเลือกนี้สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ของรัฐ ซึ่งคะแนนจากการรียนในระดับนี้มีผลต่อการเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย

4.2 Matriculation, Foundation หลักสูตรสมัครเข้าตรงของทางมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนจบแล้วจะต้องสอบวัดผลว่าสามารถไปเรียนต่อในระดับปริญญาได้หรือไม่

4.3 หากได้ผลการเรียนเทียบเท่าระดับ STPM หรือ IBDP Diploma สามารถสมัครเรียนในระดับปริญญาตรีได้ แต่ก็ยังต้องดู requirement อื่นของหลักสูตรนั้น ๆ ด้วย เช่น ระดับทักษะภาษาอังกฤษ, เกรดเฉลี่ยในระดับมัธยมปลาย เป็นต้น

18-19 ปี

 

 

1.5-2 ปี


1 ปี

5. Higher education

หลักสูตรระดับอุดมศึกษา ซึ่งหลักสูตรที่อยุ่ในระดับนี้ได้แก่

  1. Certificate Level ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Secondary education หรือเทียบเท่า SPM
  2. Diploma Level ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Secondary education หรือเทียบเท่า SPM
  3. Bachelor’s Degree Level หรือปริญญาตรี ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Post-secondary education หรือเทียบเท่า STPM, GCE ’A’ levels หรือเกณฑ์อื่น ๆ ที่ทางสถาบันกำหนดไว้
  4. Master’s Degree Level หรือปริญญาโท ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้ จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Bachelor’s Degree Level หรือปริญญาตรี
  5. PhD (Doctor of Philosophy) หรือปริญญาเอก ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้ จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Master’s Degree Level หรือปริญญาโท
 

 

 

1 - 1.5 ปี

 

2 - 3 ปี

 

3 - 5 ปี

 

 

1 - 3 ปี

 

3 - 5 ปี

 
 

ประเภทของหลักสูตรปริญญาตรีที่น่าสนใจ มีดังนี้

 

1. Twinning Degree Programmes (2+1) เป็นโปรแกรมที่นักเรียนจะเรียนในมาเลเซียใน ปีที่ 1 และ ปีที่ 2 ส่วนปีสุดท้ายจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ

Twinning Degree Programmes มีมาประมาณ 20 ปี เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักเรียนที่ต้องการ International Bachelor’s degree ซึ่งนักเรียนจะสามารถเรียนในมาเลเซียก่อน 1 ปี, 1ปีครึ่ง, 2 ปี, 2 ปีครึ่ง และในส่วนที่เหลือจึงไปเรียนในมหาวิทยาลัยหลักของต่างประเทศและรับปริญญาที่นั่นโดยตรง ซึ่งปัจจุบัน สถาบันต่าง ๆ ในประเทศมาเลเซียได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากหลาย ๆ ประเทศเปิดสอนหลักสูตรนี้ อาทิเช่น ประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, อเมริกา, นิวซีแลนด์, ฝรั่งเศส และเยอรมัน

 
ข้อดีของ Twinning Degree Programme
  • ได้รับ Foreign degree โดยที่ใช้งบประมาณต่ำกว่าไปเรียนที่ประเทศนั้น ๆ แบบเต็มเวลา เพราะค่าเรียนและค่าครองชีพของประเทศมาเลเซียถูกกว่า
  • ได้รับประสบการณ์การศึกษา เรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชิวิตจากผู้คนทั้ง 2 ประเทศ
 

2. 3+0 Degree Programmes เกิดจากการขยายฐานการศึกษาใน Twinning Programme ซึ่งมีนักเรียนสนใจมากขึ้น จึงอนุญาติให้นักเรียนสามารถเรียนปริญญาตรีทั้ง 3 ปีในมหาวิทยาลัยที่เป็น Partner ในมาเลเซียได้ โปรแกรมนี้ได้เริ่มเปิดสอนเมื่อปีค.ศ. 1998 ซึ่งการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงวิธีการประเมินผลจะได้คุณภาพเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบของหลักสูตร

 
ข้อดีของ 3+0 Degree Programme

โปรแกรมนี้มีข้อดีในแง่ของการประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายของนักเรียน เนื่องจากเมื่อเทียบค่าเรียนของการเรียนในมาเลเซียกับการเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบของหลักสูตรนั้น ค่าเรียนจะมีความแตกต่างกัน และในส่วนของค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยนั้น ทางประเทศมาเลเซียก็มีค่าครองชีพที่ถูกกว่ามาก

 

3. International Degrees จาก Foreign Universities ที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนานาชาติที่มาเปิดการเรียนการสอนในมาเลเซียอยู่ 4 มหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยมหาวิทยาลัยแรกที่มาเปิดคือ Monash University ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1998

 

4. Degrees จาก มหาวิทยาลัยในมาเลเซียเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเอกชนหลาย ๆ แห่งมีการพัฒนาระบบการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และหลาย ๆ สถาบันก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ สาขาที่เปิดสอนมีทั้ง Business, Life Science, Applied Science, Engineering, Hospitality, Creative Art, Social Science, IT, Medicine, Dentistry&Pharmacy

 

5. American Degree program เริ่มต้นเมื่อกลางปีค.ศ. 1980 โดยนักเรียนที่เรียน Program นี้นั้นจะเรียนทั้งหมด 4 ปี โดยเรียนที่มาเลเซียใน 2 ปีแรก หรือประมาณ 40-70 หน่วยกิต ก่อนจะย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเลือกไว้ในอเมริกา โดยนักเรียนจะสามารถเลือกมหาวิทยาลัยที่เรียนได้จากมหาวิทยาลัยในอเมริกาจำนวน 200 มหาวิทยาลัย และโอนหน่วยกิตไปเรียนที่นั่น

ซึ่งนอกจาก American Degree Transfer Programme แล้ว บางสถาบันก็มีหลักสูตร Australian University Transfer Programme, UK University Transfer Programme และ Canadian University Transfer Programme

 

6. External Degree Program ในโปรแกรมนี้ นักเรียนที่เรียนจะกลายเป็น External student ของมหาวิทยาลัยจากต่างชาติในขณะที่เรียนในประเทศมาเลเซีย

 

7. Online Bachelor’s Degree บางมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียเองก็เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ อาทิเช่น Open University of Malaysia, Universiti Tun Abdul Razak และ Malaysia Multimedia University

 

8. Advanced Standing Program เป็นข้อตกลงกับทางมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, ไต้หวัน และอื่น ๆ ที่ทำร่วมกับวิทยาลัยเอกชนในมาเลเซียตั้งแต่ค.ศ. 1980 Advanced Standing Program คือ Diploma โปรแกรมของวิทยาลัยเอกชนที่จะเป็นตัวกลางในการเข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติหลาย ๆ ที่ ที่ทำการตกลงกันไว้แล้ว

 

คุณสมบัติขั้นต่ำ ที่ใช้ในการสมัครเรียนในระดับปริญญาตรี

  1. วุฒิการศึกษาระดับ STPM หรือเทียบเท่าระดับ GCE “A” Level และ
  2. ผลสอบภาษาอังกฤษ <ช่วงระดับคะแนนจะสูงหรือต่ำนั้น ขึ้นอยู่กับสาขาและสถาบันที่เลือกเรียน>
 
TOEFL CBT (The Computer-Based Test) 173 ถึง 250 หรือ
TOEFL IBT (Internet-Based Test) 60 ถึง 100 หรือ
IELTS 6.0-7.0 หรือ
MUET Band 3-6
 

ทุนการศึกษา - มาเลเซีย

 

ทุนรัฐบาลมาเลเซีย

ทุนรัฐบาลมาเลเซีย เป็นทุนที่ให้สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี และกำลังรับราชการเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในประเทศมาเลเซีย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สถานทูตมาเลเซีย เลขที่ 33-35 ถ.สาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

 

หรือสามารถติดตามข่าวทุนการศึกษา อื่น ๆ ได้ที่ www.educatepark.com/news/scholarship.php

 

การขอ Student Pass ในมาเลเซีย

 

นักเรียนไทยที่ต้องการจะมาเรียนที่ประเทศมาเลเซียจะต้องขอ Student Pass ซึ่งผู้ที่ให้การรับรองในการขอ Student Pass ให้กับนักเรียนก็คือสถาบันที่นักเรียนสมัครเรียนนั่นเอง

 
เอกสารที่จะต้องเตรียม
  • Offer Letter จากทางสถาบันการศึกษา
  • Form IMM.14 ที่กรอกเรียบร้อยแล้ว
  • สำเนา Passport 2 ใบ
  • รูปถ่ายขนาดเดียวกับใน Passport 2 รูป
 

กรณีที่ 1 นักเรียนสมัครเรียนและดำเนินการขอ Student Pass ในประเทศไทย

นักเรียนจะได้รับ Letter of Approval จากทางสถานฑูตสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ และยื่นเพื่อได้รับวีซ่าชั่วคราวที่สนามบิน และจากนั้น 2 สัปดาห์นักเรียนจะได้รับ Student Pass Sticker

 

กรณีที่ 2 นักเรียนสมัครเรียนที่มาเลเซียและขอ Student Pass ที่นั่น

คนไทยส่วนใหญ่หากไปเที่ยวมาเลเซียไม่เกิน 1 เดือนจะไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า และใช้แค่เพียงพาสปอร์ตและการกรอกฟอร์มบนเครื่องบินเท่านั้น เมื่อนักเรียนไปถึงและต้องการสมัครเรียนที่นั่นก็สามารถทำได้ ซึ่งสามารถติดต่อกับทางสถาบันได้โดยตรง แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ากรณีที่ 1

 

ค่าใช้จ่ายในการยื่นขอ Student Pass เนื่องจากทางสถาบันต้องเป็นคนยื่นขอ Student Pass ให้กับนักเรียนดังนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดขึ้นอยู่กับการกำหนดของทางโรงเรียน

 

ค่าใช้จ่าย

 

มาเลเซียถือว่าเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการศึกษาและค่าครองชีพที่ค่อนข้างถูก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายๆคน เลือกประเทศมาเลเซียเป็นสถานที่สำหรับการศึกษาต่อ ค่าใช้จ่ายสามารถแบ่งออกกว้าง ๆ ได้ 2 ประเภท คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับการอาศัยในประเทศมาเลเซีย โดยแบ่งออกโดยละเอียดได้ดังนี้

 
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียน ประกอบด้วย
  • ค่าสมัครเรียน (Registration Fee)
  • ค่าหน่วยกิจหรือค่าเล่าเรียน (Tuition Fee)
  • เงินมัดจำ (Deposit)
  • ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ค่าเครื่องมือในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Computer/Science Laboratory Fee)
  • ค่าประกันสุขภาพ (Health & Hospitalisation Insurance Premium)
  • ค่าห้องสมุด (Library Fee)
  • ค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ
 
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับการอาศัยในประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย
  • ค่าที่พัก (Accommodation) โดนราคาจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับที่ตั้ง และประเภทของที่พัก เช่น หอพักในสถาบัน, อพาร์ทเม้นท์, คอนโดมิเนียม, บ้านให้เช่า ฯ
  • ค่าอาหารและค่ารักษาความสะอาด (Food / Housekeeping)
  • ค่าซัก-รีดเสื้อผ้า
  • ค่าเดินทาง
  • ค่าโทรศัพท์
  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
 

การทำงานในขณะเรียนอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย

 

อนุญาตให้ทำงานได้ เฉพาะหลักสูตรที่มี School break เท่านั้น โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาติให้ทำงาน Part-time 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาติให้ทำงานได้ในสถานที่ต่อไปนี้

  • ภัตราคาร/ร้านอาหาร
  • ปั๊มน้ำมัน
  • มินิมาร์ท
  • โรงแรม

แต่นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำงานในตำแหน่ง Cashier

 

การยื่นขอใบอนุญาตทำงาน

 

นักเรียนสามารถยื่นความประสงค์ขออนุญาตทำงานได้ที่สถาบันที่นักเรียนทำการเรียนอยู่ โดยใบอนุญาตทำงานจะถูกติดไว้กับ visa และมีอายุ 3 เดือน ซึ่งใบอนุญาตทำงานนี้ สามารถยื่นเรื่องขอต่ออายุได้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ที่การทำงานดังกล่าว จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนโดยจะประเมิยจากผลการเรียนเป็นหลัก