เรื่องน่ารู้ที่ควรทราบ |
| |
ระบบไฟฟ้า |
ที่ประเทศมาเลเซีย ระบบไฟฟ้า เป็นแบบ 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ซ ลักษณะปลั๊กไฟเป็นแบบสามขาแบน
|
| |
สนามบิน |
ประเทศมาเลเซียมีสนามบินนานาชาติอยู่ 5 แห่ง คือที่ กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง ลังกาวี โคตาคินาบาลู และ กูชิง และสนามบินภายในประเทศอีก 14 แห่ง
|
| |
อาหาร |
เนื่องจากประเทศมาเลเซียมีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นอาหารย่อมมีหลากหลาย ทั้งอาหารพื้นเมืองของมาเลเซีย, อาหารจีน และอาหารอินเดีย มีลักษณะเด่นที่การใช้สมุนไพร อาหารมาเลเซียส่วนใหญ่จะไม่ใช้เนื้อหมูและไม่ใส่ไวน์ เนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ที่นิยมรับประทานกันคือ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อแกะ และอาหารทะเล ซึ่งอาหารในแต่ละที่ในมาเลเซียก็มีลักษณะการปรุงที่เฉพาะแตกต่างกัน อย่างรัฐปีนังอาหารส่วนใหญ่ต้องใส่ผงกะหรี่เป็นหลัก หรือถ้าเป็นตอนใต้ของประเทศส่วนใหญ่จะใช้กะทิเป็นส่วนประกอบหลัก
ร้านอาหารในมาเลเซียจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ อาหารมาเลเซีย อินเดีย และจีน อาหารมาเลเซียและอินเดียจะสามารถอยู่คู่กันได้ ส่วนอาหารจีนจะแยกไปต่างหากเพราะมีเนื้อหมูอยู่ ซึ่งหากินได้ง่ายและราคาถูก มีทั้งในภัตราคาร และอาหารริมทาง (Hawker Food) ทั่วไป
อาหารที่ขึ้นชื่อในมาเลเซีย เช่น Asam Laksa (ก๋วยเตี๋ยวแกง) Nasi Kerabu (ข้าวยำ) Nasi Kanda (ข้าวแกงสไตล์อินเดีย) Muruku (หมี่กรอบอินเดีย) Teh Tarik (ชาชัก) Hokkien Mee (หมี่ฮกเกี้ยน) Bak Kut Teh (บักกุดเต๋) Satay (สะเต๊ะ มีทั้งเนื้อ, ไก่ และหมู) Roti canai (โรตี) Nyonya Kuih (ขนมโนเนีย)
|
| |
วันหยุด |
สำหรับประเทศมาเลเซีย วันหยุดจะมี 2 ประเภท คือ วันหยุดประจำชาติ และวันหยุดประจำรัฐ ซึ่งแต่ละรัฐกำหนดวันสำคัญแตกต่างกัน นอกจากนี้ หากวันหยุดพิเศษวันใดตรงกับวันอาทิตย์ ก็จะมีการชดเชยให้ในวันจันทร์
|
| |
วันหยุดราชการในปี 2011 |
1 มกราคม |
วันขึ้นปีใหม่ |
1 กุมภาพันธ์ |
Federal Territory Day |
15 กุมภาพันธ์ |
วันประสูติท่านศาสดาโมฮัมหมัด |
2 มีนาคม |
วันตรุษจีน |
1 พฤษภาคม |
วันแรงงานแห่งชาติ |
9 พฤษภาคม |
วันวิสาขบูชา |
4 มิถุนายน
|
วันเฉลิมพระชนม์พรรษาสมเด็จพระราชาธิบดี |
31 สิงหาคม |
วันชาติ |
31 สิงหาคม |
Hari Raya Puasa |
26 ตุลาคม |
Deepavali |
6-7 พฤศจิกายน |
Hari Raya Qurban |
26 พฤศจิกายน |
Awal Muharram (Islamic New Year) |
25 ธันวาคม |
วันคริสต์มาส |
|
| |
| สำหรับวันเกิดของประมุขในแต่ละรัฐ นับเป็นวันหยุดประจำรัฐนั้น |
| |
การเดินทาง |
| |
|
คลิกที่รูปเพื่อชมขนาดใหญ่ |
| |
1. การเดินทางจากประเทศไทยไปสู่ประเทศมาเลเซีย
ซึ่งมีทางเลือกอยู่หลายทางด้วยกัน คือ
1.1 การเดินทางโดยเครื่องบิน: มาเลเซียเป็นประเทศที่มีสนามบินนานาชาติอยู่ถึง 5 แห่งด้วยกัน คือ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง ลังกาวี โคตาคินาบาลู และ กูชิง ส่วนสนามบินภายในประเทศ มีอยู่ 14 แห่ง ทั่วประเทศ
1.2 การเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศ: โดยมีเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองหาดใหญ่ แล้วเดินทางต่อเข้าไปยังมาเลเซียด้วยรถตู้ปรับอากาศ หรือ รถโดยสารปรับอากาศอีกต่อหนึ่ง ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีการเดินทางที่ประหยัด แต่ใช้เวลามาก
1.3 การเดินทางโดยรถไฟ: การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟที่เดินทางจาก ประเทศไทยสู่ประเทศมาเลเซีย โดยรถไฟขบวนด่วนพิเศษ กรุงเทพ-บัตเตอร์เวิร์ธ ซึ่งรถด่วนขบวนนี้เดินทางเป็นประจำทุกวัน เวลาออกจากสถานีโดยประมาณ คือ 14.45 น. และถึงบัตเตอร์เวิร์ธเวลา 11.55 น.
1.4 การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว : หากเลือกเดินทางด้วยวิธีนี้ ต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ดังนี้
-
ใบขับขี่ แปล (หากใช้ใบขับขี่แบบใหม่ ไม่จำเป็นต้องนำไปแปล)
-
ใบแปลทะเบียนรถ (ติดต่อกรมการขนส่ง)
-
ทะเบียนรถติดชั่วคราว (ติดต่อกรมการขนส่ง)
-
ประกันภัยทางรถยนต์ของมาเลเชีย (Insurance) สามารถทำเรื่องได้ที่ด่านต.ม. หรือสอบถามรายละเอียดที่ กรมการขนส่ง
|
| |
2. การเดินทางภายในประเทศมาเลเซีย |
2.1 โดยเครื่องบิน : ประเทศมาเลเซียมีสนามบินภายในประเทศถึง 14 แห่ง ครอบคลุมจุดสำคัญ ๆ ทั่วประเทศ ตัวอย่างสายการบินที่ให้บริการ ขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศ คือ Malaysia Airlines, Air Asia, Fireflyz, Mas Wings, Berjaya Air เป็นต้น
|
| |
2.2 โดยรถไฟ : รถไฟในประเทศมาเลเซียมีหลายประเภท ได้แก่ Trains, Light Rail Transits, Monorails ซึ่งรถไฟแต่ละประเภทก็ใช้กับงานขนส่งที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
|
| |
* KTM (Keretapi Tanah Melayu) - National Railway |
ระบบรถไฟนี้จะเชื่อมกับทางรถไฟของประเทศไทยและสิ้นสุดที่ประเทศสิงคโปร์ ประชาชนส่วนใหญ่มักจะใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางระหว่าง 3 ประเทศนั่นคือ ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์
|
| |
* KTM Komuter |
ระยะให้บริการมีความยาวทั้งสิ้น 173 กิโลเมตร เปิดให้บริการทั้งหมด 45 สถานี ให้บริการในเขต Klang - Kuala Lumpur - Sentul/Tanjung Malim Rawang - Kuala Lumpur - Seremban โดยแบ่งออกเป็น 3 สายหลัก ๆ ได้แก่ |
-
Batu Caves-Port Klang Route วิ่งระหว่างสถานี Sentul ถึงปลายทางสถานี Port Klang ระยะทางทั้งสิ้น 45 กิโลเมตร ผ่านสถานีทั้งหมด 23 สถานี และจาก Sentul ไปยัง Batu Caves ระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร ผ่านสถานีทั้งหมด 4 สถานี
-
Rawang-Seremban Route วิ่งระหว่างสถานี Rawang ถึงปลายทางสถานี Seremban ระยะทางทั้งสิ้น 105 กิโลเมตร ผ่านสถานีทั้งหมด 23 สถานี
-
Rawang-Tanjung Malim Shuttle Route วิ่งระหว่างสถานี Rawang ถึงปลายทางสถานี Tanjung Malim ระยะทางทั้งสิ้น 53 กิโลเมตร ผ่านสถานีทั้งหมด 5 สถานี
|
| |
* Ampang Line LRT Klang Valley and suburbs |
1 ใน 2 สายของ LRT ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ Star LRT Line ที่เชื่อม KL centre กับเมืองปริมณฑล วิ่งจาก Ampang ถึง Sri Petaling สายนี้ยาว 15 กิโลเมตร
|
| |
* Kelana Jaya Line LRT - Klang Valley |
อีก 1 สายของ LRT คือ Kelana Jaya Line หรือ Putra Line ซึ่งเชื่อมระหว่าง KL centre กับ PJ (Petaling Jaya) วิ่งจาก Taman Melati ถึง Kelana Jaya รวม 24 สถานี ครอบคลุมเส้นทาง 29 กิโลเมตร และเป็นรถไฟไม่มีคนขับที่วิ่งได้ระยะทางยาวสุดเป็นอันดับที่สามของโลก โดยใช้ระบบเมโทรอัตโนมัติสมบูรณ์
|
| |
* KL Monorail - KL central |
เป็นระบบรถไฟที่วิ่งภายใน KL โดยระยะทางทั้งหมดเพียงแค่ 8.6 กิโลเมตรบนรางยกสูงที่ขนานกันสองรางให้บริการแก่สถานีต่าง ๆ รวม 11 แห่ง เชื่อมโยงสถานี KL Sentral ผ่านศูนย์กลางธุรกิจของ KL ทั้งโรงแรมที่สำคัญและช็อปปิ้งมอลล์ต่าง ๆ สิ้นสุดที่สถานี Titiwangsa ใน Jalan Tun Razak ชั่วโมงที่เปิดให้บริการอยู่ในช่วงระหว่าง 6.00 00.00 น. เป็นประจำทุกวัน ในช่วงผู้โดยสารมาก รถไฟจะมาถึงทุก ๆ 5 นาที ในช่วงผู้โดยสารน้อย ทุก ๆ 6-10 นาที จุดเริ่มต้นของ KL Monorail ห่างจากสถานี KL Sentral ประมาณ 100 เมตร
|
| |
* ERL (Express Rail Link) KL International Airport, Cyberjaya, Putrajaya |
ERL เป็นเส้นทางที่เร็วที่สุด โดยวิ่งจาก KLIA (KL International Airport) ถึง KL centre ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เปิดให้บริการตั้งแต่ 05.30-00.30 น. รถจะออกวิ่งทุก ๆ 15 นาที ในช่วงผู้โดยสารมากที่สุด และทุก ๆ 20 นาทีช่วงผู้โดยสารน้อย ในส่วนของ KLIATransit จะออกวิ่งทุก ๆ 30 นาทีและไปหยุดระหว่างสถานีที่ บัดดาร์ดาซิกเชอลาตัน ปุตราจายา ไซเบอร์จายา และซาลักดิง
|
| |
2.3 โดยรถยนต์ส่วนตัว : หากใช้ใบขับขี่แบบใหม่ (Smart Card) สามารถขับรถที่มาเลเซียได้ โดยไม่ต้องไปทำใบขับขี่สากลอีก เพราะข้อมูลในใบขับขี่จะมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมทั้งยังเป็นสากล นำไปใช้ในประเทศอาเซียนหรือประเทศที่มีอนุสัญญาต่อกันได้อีกด้วย ที่มาเลเซียจะใช้ระบบเดียวกับประเทศไทย นั่นคือพวงมาลัยอยู่ด้านขวาและขับเลนซ้าย
|
| |
กฏจราจรทั่ว ๆ ไปที่ควรทราบในการขับรถในมาเลเซีย |
| |
การจำกัดความเร็ว :
|
| |
การขับรถกว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนดนั้น จะถูกปรับมากถึง 3,000 บาท และจะถูกหักแต้มตามระบบ KEJARA ด้วย
-
โดยถ้าขับเกินกว่าที่กำหนดไป 1-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกปรับ 800 บาท และถูกหัก 6 คะแนน
-
โดยถ้าขับเกินกว่าที่กำหนดไป 26-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกปรับ 1,500 บาท และถูกหัก 8 คะแนน
-
โดยถ้าขับเกินกว่าที่กำหนดเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกปรับ 3,000 บาท และถูกหัก 10 คะแนน
|
| |
| นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในประเทศมาเลเซียมีราคาถูกกว่าที่ประเทศไทยค่อนข้างมาก |
| |
2.4 โดย Taxi : มีราคาที่ค่อนข้างแพง และใช้การเจรจาต่อรองกับคนขับโดยตรง รถแท๊กซี่ 1 คัน จะถูกจำกัดให้รับผู้โดยสารได้สูงสุด 4 คน |
| |
2.5 โดยรถประจำทางปรับอากาศ : เป็นระบบการคมนาคมที่มีราคาถูกที่สุด และคนมาเลเซียส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีนี้ในการเดินทาง
|
| |
2.6 โดยรถเมล์ รถเมล์ส่วนใหญ่จะให้บริการภายในเมือง ราคาค่าโดยสารจะคิดตามระยะทางเหมือนกับที่ประเทศไทย ซึ่งหากเป็นเส้นทางที่ต้องขึ้นทางด่วนด้วย ค่าโดยสารก็จะเพิ่มตามไปด้วย
|
| |
การติดต่อสื่อสาร |
| |
อินเตอร์เน็ต การบริการอินเตอร์เน็ตภายในมาเลเซียมีทั้ง Broadband และ WiFi ถ้าเป็นตามร้านที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตจะมีการให้บริการชั่วโมงละ RM2.50 ถึง RM5.00
|
| |
โทรศัพท์ รหัสประเทศของมาเลเซีย คือ 60 และรหัสเมืองภายในประเทศคือ
-
03 - Kuala Lumpur, Putrajaya, Selangor
-
04 - Kedah, Penang, Perlis
-
05 - Perak
-
06 - Malacca, Muar district of Johor, Negeri Sembilan
-
07 - Johor (all districts except for Muar)
-
082 - Sarawak (Kuching and Samarahan districts)
-
083 - Sarawak (Sri Aman and Betong districts)
-
084 - Sarawak (Sarikei, Sibu and west Kapit districts)
-
085 - Sarawak (Miri and Limbang districts)
-
086 - Sarawak (Bintulu districts and Belaga)
-
087 - Sabah (Interior Division)
-
088 - Sabah (West Coast and Kudat Division)
-
089 - Sabah (Sandakan and Tawau Division)
-
09 - Kelantan, Pahang, Terengganu
|
| |
เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินในประเทศมาเลเซีย |
| |
เหตุด่วนเหตุร้าย |
999 |
ศูนย์ป้องกันภัย |
991 |
ศูนย์ดับเพลิง |
994 |
กรณีโทรจากโทรศัพท์มือถือ |
112 |
ตำรวจจราจร |
03 2072 9044 |
|
| |
โทรศัพท์มือถือ |
| |
ประเทศมาเลเซียมีผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่ด้วยกัน 4 แห่ง คือ Maxis, DiGi, Celcom และ U Mobile Code ที่ใช้ก็คือ 012, 013, 014, 015, 016, 017, 018, 019 ระบบเครือข่ายที่ให้บริการคือ ระบบ GSM 900 และ 1800, 3G (WCDMA), EDGE & HSPDA
|
| |
ไปรษณีย์ |
| |
ที่ทำการไปรณีย์ของที่นั่นคือ Pos Malaysia ในแต่ละที่จะมีเวลาในการให้บริการแตกต่างกัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ www.pos.com.my
|
| |
ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ |
| |
ประเทศมาเลเซียมีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดในเรื่องหลักศาสนามาก ดังนั้น จึงต้องระวังตัวไม่ให้ทำผิดกฎที่ทางประเทศมาเลเซียกำหนดไว้ ซึ่งกฎหลัก ๆ ที่มีโทษรุนแรง คือ เรื่องยาเสพติด โดยระบุไว้ว่า ห้ามนำยาเสพติดเข้าประเทศมาเลเซียอย่างเด็ดขาด โดยกำหนดโทษสำหรับผู้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดสูงและเข้มงวดถึงขั้นประหารชีวิต นอกจากนี้ ยังห้ามนำเข้า อาวุธปืน กระสุน อุปกรณ์ขุดเจาะและนิตยสารหรือวัสดุใด ๆ ที่เป็นภาพอนาจาร
ในเรื่องการแต่งกาย หากจะเข้าเยี่ยมชมมัสยิดหรือวัด หรือติดต่อหน่วยงานราชการหรือธุรกิจ ควรแต่งกายสุภาพ กระโปรงยาวคลุมเข่า
|
| |
หน่วยงานราชการไทยในประเทศมาเลเซีย |
| |
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง
Royal Thai Consulate General, Penang
No. 1 Jalan Tunku Abdul Rahman, 10350 Penang
โทรศัพท์ (04) 226-8029
เวลาทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์
09.00-12.00 น. และ 14.00-16.30 น. |
| |
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู
Royal Thai Consulate General, Kota Bharu
No. 4426 Jalan Pengkalan Chepa, 15400
Kota Bharu, Kelantan
โทรศัพท์ (09) 544-5266, 744-5934, 743-0640
วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี (หยุดวันศุกร์-เสาร์) |
| |
สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ
(Office of Trade Promotion)
206 Jalan Ampang, 50450 Kuala Lumpur
โทรศัพท์ (603) 248-6573 โทรสาร (603) 248-9819 |
| |
สำนักงานแรงงานฯ
(Office of Labour Affairs)
206 Jalan Ampang
50450 Kuala Lumpaur
โทรศัพท์ (603) 291-6004
โทรสาร (603) 293-7000 |