l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    อ่างทอง
    พระสมเด็จเกษไชไย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง
    โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    อ่างทอง จังหวัดซึ่งอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิตเครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก เป็นจังหวัดบ้านเกิดของนายดอกนายทองแก้ววีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัดที่มีความสะอาดสวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายกว่า ๒๐๐ วัด อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ บ้านคูเมือง ตำบลหัวไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ในปัจจุบัน
    อ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปีพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
    จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง มีเนื้อที่ ๙๖๘ ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา

    จังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้


    อาณาเขตติดต่อ
    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรี
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดอ่างทอง
     

    รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง คือ
    เส้นทางที่ 1 ใช้เส้นทางสายพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 32 จากกรุงเทพฯ แยกเข้าเส้นทางสายเอเชีย ผ่านอำเภอบางปะอิน-พระนครศรีอยุธยา-อำเภอบางปะหัน-อ่างทอง รวมระยะทาง 105 กิโลเมตร
    เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทางตัดใหม่ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน เข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 ผ่านจังหวัดนนทบุรี-ปทุมธานี-พระนครศรีอยุธยา-สุพรรณบุรี-อ่างทอง รวมระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร
    เส้นทางที่ 3 ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-ปทุมธานี ผ่านปากเกร็ด เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3111 ผ่านอำเภอบางไทร-อำเภอเสนา-พระนครศรีอยุธยา จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 3263 และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 309 เข้าอำเภอป่าโมก-อ่างทอง รวมระยะทาง 140 กิโลเมตร หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543

    รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางระหว่างกรุงเทพฯ-อ่างทอง ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ทุกวัน สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-66, 0 2936 3603 เว็บไซต์ www.transport.co.th
    อัตราค่าโดยสาร
    เส้นทาง กรุงเทพ - โพธิ์ทอง (อ่างทอง) ค่าโดยสาร 80 บาท
    เส้นทาง กรุงเทพ – วิเศษชัยชาญ (อ่างทอง) ค่าโดยสาร 103 บาท


    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ
    โพธิ์ทอง ๑๑ กิโลเมตร
    ป่าโมก ๑๒ กิโลเมตร
    วิเศษชัยชาญ ๑๓ กิโลเมตร
    ไชโย ๑๕ กิโลเมตร
    แสวงหา ๒๕ กิโลเมตร
    สามโก้ ๒๗ กิโลเมตร
    ระยะทางจากจังหวัดอ่างทองไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    พระนครศรีอยุธยา ๓๑ กิโลเมตร
    สิงห์บุรี ๔๐ กิโลเมตร
    สุพรรณบุรี ๔๔ กิโลเมตร
    ลพบุรี ๖๗ กิโลเมตร

     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

     

     

     

    อำเภอเมืองอ่างทอง

     
    ก๋วยเตี๋ยวเป็ด หน้าโรงแรมอ่างทอง
    โกเฮง ๖๒ ต.ศาลาแดง โทร ๐ ๓๕๖๑ ๒๐๗๓ (อาหารแนะนำ เป็ดน้ำแดง กุ้งราดซอส)
    โกเฮงอาหารอีสาน (ตรงข้ามโรงแรมอ่างทอง) ๑๒๙/๑-๒ ถ.อ่างทอง-โพธิ์ทอง ต.ตลาดหลวง โทร.๐ ๓๕๖๑ ๒๐๗๓ (จำหน่ายอาหารอีสาน เปิดเวลา ๐๗.๐๐-๑๖.๓๐ น.)
    กำธรโภชนา ๙/๓ ม.๒ ถ.โพธ์พระยา-ท่าเรือ ต.ศาลาแดง โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๒๒๘๘, ๐๘ ๗๙๐๓ ๔๔๖๔(จำหน่ายอาหารไทยตามสั่ง อาหารแนะนำ ปูหลน แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ฉู่ฉี่ปลาน้ำเงิน เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๑.๓๐ น.)
    คุณหนู ๗๗ ถ.เลี่ยงเมือง ต.โพสะ โทร. ๐ ๓๕๖๒ ๐๘๐๕, ๐ ๓๕๖๑ ๓๑๓๙, ๐ ๓๕๖๒ ๐๓๘๖ (จำหน่ายอาหารไทยตามสั่ง อาหารจีน แนะนำ ผัดไทยไร้เส้น สุกรซ่อนรูป ปลาช่อนห่อใบ เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    บ้านบ่อนไก่ ๗๗ ม.๑ ถ.อ่างทอง-สิงห์บุรี ต.ย่านซื่อ (จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน ปลาเผา ปลาแม่น้ำ)
    พจนาอาหารทะเล ๓/๑๘ ถ.โพธิ์พระยา-ท่าเรือ โทร ๐ ๓๕๖๑ ๑๘๕๐ (อาหารตามสั่ง จัดโต๊ะจีน รับประชุมสัมมนา อาหารแนะนำ ปลาทับทิมสามรส ปลากะพงนึ่งมะนาว และหมูสะดุ้ง เปิดเวลา ๐๖.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    แพอ่างทอง ตรงข้ามเทศบาลเมืองอ่างทอง โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๓๐๑ (อาหารประเภทปลา เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐น.)
    ย่านซื่อปลาเผา ถ.อ่างทอง-สิงห์บุรี (สายเก่า) โทร ๐ ๓๕๖๒ ๕๔๒๕, ๐๘ ๑๘๓๒ ๙๒๔๕ (อาหารประเภทปลาน้ำจืด อาหารตามสั่ง อาหารแนะนำ ยำทับทิมกรอบ แกงหอย เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๑.๐๐น.)
    รัชนี (เยื้องเรือนจำ) ถ.อ่างทอง-โพธิ์ทอง ต.ศาลาแดง
    ร่มไทร ๖๓ ม.๕ ถ.สายเอเชีย ต.บ้านอิฐ โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๔๗๘, ๐ ๓๕๖๒ ๐๗๕๘-๙ (ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ เปิด ๒๔ ชั่วโมง)
    เล็กบ้านรอ (ไปทางวัดอ่างทองวรวิหาร) ๓๕ ถ.เทศบาล ๓ ต.บางแก้ว โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๒๐๗๐ (อาหารพื้นบ้าน เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
     

    อำเภอป่าโมก

     
    ไก่ชน ๖/ก ม.๑ ต.ป่าโมก โทร ๐ ๓๕๖๑ ๓๙๑๘ (อาหารไทย อาหารแนะนำ สาวสองหน้า ปลากรายลวกลูกชิ้น เปิดบริการ ๑๑.๐๐–๒๐.๐๐ น.)
    ป่าแก้ว ๑๔๗ ม.๒ ต.อินทประมูล โทร ๐๘ ๑๒๗๔ ๒๘๗๕ (อาหารตามสั่ง เน้นอาหารป่า อาหารแนะนำ แกงส้มชะอมปลาเผา, ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
     

    อำเภอไชโย

     
    เทวราช โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๗๑๐๒
     

    อำเภอโพธิ์ทอง

     
    กมลภู โรงแรมโพธิ์ทองอินน์ ตลาดกมล ๑๗๑/๑๗-๒๑ ม.๖ โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๑๑๓๙ (อาหารตามสั่ง อาหารแนะนำ แกงเลียงกุ้งสด ปลาผัดพริกไทยดำ ผัดตะไคร้ เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๔.๐๐ น.)
    ตั้งตังอา (โกอ่าง) (ปากทางเข้าวัดศรีขันธาราม) ๔๒๕-๔๒๖ ต.โพธิ์ทอง โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๑๐๐๙
    เรือกลางสวน ๑ ม.๑ ต.บ่อแร่ โทร ๐ ๓๕๖๐ ๑๖๗๓–๔, ๐๘ ๙๘๑๔ ๔๔๖๙ (อาหารตามสั่ง อาหารจีน-ไทย เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๓.๐๐ น.)
     

    อำเภอวิเศษชัยชาญ

     
    ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ๙๐ ม.๑ ต.สี่ร้อย โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๒๒๑๔ (ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เปิดเวลา ๑๐.๓๐–๑๔.๓๐ น.)
    กุ๋ยโภชนา ๗/๒๙๓-๔ ถ.โพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ศาลเจ้าโรงทอง โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๑๒๙๓, ๐๘ ๑๘๔๘ ๙๐๑๖ (อาหารไทย อาหารจีน เป็ดพะโล้ สลัดหมู–เนื้อสัน เปิดเวลา ๐๙.๐๐–๒๐.๐๐ น.)
    ตี๋ปลาเผา ๑๒๑/๓ ม.๕ ต.ท่าช้าง (อาหารแนะนำ ปูนึ่ง ต้มยำปลาเทโพ ลูกชิ้นปลากรายลูก)
    จิ๋มโภชนา ๙๖ ม.๔ ต.ไผ่จำศีล โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๑๖๖๐, ๐๘ ๙๑๒๓ ๙๙๔๑ (อาหารตามสั่ง อาหารแนะนำ ผัดตะไคร้ ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    เสมอใจ ๑๒๑/๓ ม.๕ ต.ท่าช้าง (อาหารตามสั่ง เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอสามโก้

     
    พรโชคชัย ม.๒ ถ.โพธิ์พระยา-อ่างทอง ต.โพธิ์ม่วงพันธุ์ โทร. ๐ ๓๕๖๒ ๙๑๕๕ (อาหารตามสั่ง เปิดเวลา ๐๖.๐๐–๑๗.๐๐ น.)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    อำเภอเมืองอ่างทอง

    กลุ่มผลิตภัณฑ์เซรามิกชุมชนวัดชัยมงคล ๙๑/๑ ต.ตลาดหลวง โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๙๗๐, ๐๘ ๑๒๙๗ ๙๑๓๒
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษสา พรเพ็ญ ถิ่นว่อง ๓๓/๓ ม.๔ ต.มหาดไทย โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๙๐๖๒, ๐ ๓๕๖๓ ๙๐๒๐
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ผักตบชวา บังอร บุรีรักษ์ ๑๘ ม.๔ ต.ศาลาแดง โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๔๗๐๐, ๐ ๓๕๖๒ ๕๔๔๐
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ประนอม เกตุลอย ๑๙/๒ ม.๓ ต.มหาดไทย โทร. ๐๘ ๙๗๘๔ ๔๐๔๓, ๐๘ ๗๐๙๐ ๖๔๔๑
    ดอกไม้ทำจากผ้า อารมณ์ ศิริบุตร ๓๙ ถ.เทศบาล ๑ ต.ตลาดหลวง
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินไทยสังเคราะห์ สุฑาทิพย์ แจ่มสว่าง ๓๘/๖ ถ.เทศบาล ๑ ต.บางแก้ว โทร. ๐๘ ๙๒๑๗ ๑๙๖๓
    ตุ๊กตาจิ๋วจากดินไทยสังเคราะห์ ไมตรี แจ่มสว่าง ๕๙/๖ บ้านพักการไฟฟ้า ต.โพสะ โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๐๐๑ (ร้าน ถ.ชายน้ำ อยู่เลยสถานีตำรวจ เปิด ๐๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โทร.๐๘ ๙๒๑๗ ๑๙๖๓)
    ผลิตภัณฑ์กะลาไทย นายดำรงไชย ภู่สุวรรณ์ ๕๒/๑ ม.๒ ต.ป่างิ้ว
    ผลิตภัณฑ์จักสานผักตบชวา ปราณี จันทวร ๑๙ ม.๑ ต.คลองวัว โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๓๗๖๙, ๐๘ ๙๙๐๐ ๓๔๗๔ และ เฉลย สุขเจริญ ๕๐ ม.๒ ต.บ้านรี โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๒๔๒๙ (เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.)
    ผลิตภัณฑ์เซรามิก ณรงค์ ปันธรรม ๙๑/๑ ถ.เทศบาล ๕ ต.ตลาดหลวง โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๙๗๐, ๐๘ ๑๒๙๗ ๙๑๓๒
    ผลิตภัณฑ์ไม้มงคล คนึงนิตย์ สอนไว ๗๐ ม.๑ ต.คลองงัว โทร. ๐๘ ๑๗๕๗ ๓๐๗๐
     

    อำเภอป่าโมก

     
    กล้วยเบรคแตก กลุ่มแม่บ้านเกษตรบางเสด็จ ๑/๑๘ ม.๖ ต.บางเสด็จ โทร. ๐ ๓๕๖๖ ๑๙๕๐-๑, ๐๘ ๑๘๕๒ ๐๕๙๘, ๐๘ ๑๙๔๖ ๕๔๕๗
    กลอง ศูนย์หัตถกรรมตำบลเอกราช นายเฉลิม เผ่าพยัคฆ์ ๓๕ ม.๖ ต.เอกราช
    เครื่องประดับเงิน–ทอง ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก โรงเรียนวัดสระแก้ว ๑/๑๘ ม.๖ ต.บางเสด็จ
    คุณละออง เกตุแจ่ม ๔๖ ม.๖ ต.เอกราช โทร. ๐๘ ๑๘๙๙ ๕๐๗๗, ๐๘ ๑๗๓๔ ๑๔๐๖, ๐ ๓๕๖๖ ๑๙๑๔ (จำหน่ายกลองทุกชนิด เปิดบริการ ๐๗.๐๐–๑๘.๐๐ น.)
    ตุ๊กตาชาววัง รุจี วิจิตรานุรักษ์ ๖๗/๒ ม.๑ ต.บางเสด็จ โทร. ๐๘ ๑๒๕๕ ๕๖๕๔ และ ศูนย์ปั้นตุ๊กตาชาววังวัดท่าสุธาวาส ต.บางเสด็จ โทร. ๐ ๓๕๖๖ ๒๙๙๕ เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น.)
    บ้านเรือนไทยจำลอง (ของจิ๋ว) สมปอง ตันพานิช ๑/๘ ม.๖ต.บางเสด็จ โทร. ๐๘ ๙๕๐๗ ๓๖๓๙
     

    อำเภอไชโย

    กระถางไม้มงคล สมใจ พวงทอง ๘/๓ ม.๓ ต.ไชโย
    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานผักตบชวาบ้านมหานาม ๑๙ ต.ไชยภูมิ โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๑๕๗๑, ๐๘ ๑๔๘๗ ๙๑๕๙(จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาประเภท โคมไฟ แจกัน กระเป๋าถือ)
    กลุ่มสตรีแม่บ้านดงพิกุล ต.ไชโย โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๗๑๑๒, ๐๘ ๑๙๙๑ ๔๒๙๘ (จำหน่ายพืชผักสมุนไพรแช่อิ่ม เช่น ลูกมะกรูด ลูกตำลึง กระชาย มะนาว มะระ พริกหยวก บอระเพ็ด )
    โคมไฟดินเผา สมบัติ เกตุถาวร
    แจกันกะลามะพร้าว สาคร สมบูรณ์ ๒๐ ม.๒ ต.ไชโย
    แจกันดินเผา สมบัติ เกตุถาวร ๓๘/๑ ม.๒ ต.จรเข้ร้อง โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๑๔๒๒
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว สุกัญญา ชัยยะ ๒๓๓/๑๐ ม.๑ ต.จรเข้ร้อง
    หมอนอิงสม็อก วิไล นกน้อย ๒๓๓/๑ ม.๑ ต.จรเข้ร้อง
     

    อำเภอโพธิ์ทอง

     
    กระเป๋าถือไม้ไผ่สานลายไทย พิพิธภัณฑ์ไม้ไผ่บางเจ้าฉ่า กำนันสุรินทร์ โทร. ๐๘ ๑๕๘๗ ๔๒๒๖
    กลุ่มจักสานบางเจ้าฉ่า เรณู ทองงาม ๑๐ ม.๘ ต.บางเจ้าฉ่า โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๔๔๗๓, ๐๘ ๑๘๕๑ ๕๖๕๙
    เก้าอี้พิงทรงกลม สมศรี สารฤก ๙๒ ม.๙ ต.ยางซ้าย
    โต๊ะ เก้าอี้ชุดรับประทานอาหาร พรชัย องค์ประดิษฐ์ ๔๒/๑ ม.๔ ต.บางพลับ
    โซฟา ชลอ ฝากมิตร ๑ ม.๘ ต.ยางซ้าย
    เฟอร์นิเจอร์ผักตบชวา อภิญญา เจริญวิพัฒนศิริ โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๑๗๐๑, ๐๘ ๑๔๙๙ ๖๔๐๔ เปิดบริการ ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐ น. ปิดวันอาทิตย์)
    กลุ่มแม่บ้านเกษตรศรีพราน ๑๑๘ หมู่ ๒ ต.ศรีพราน โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๕๑๔๑ (จักสานพลาสติกส่งออกต่างประเทศ)
     

    อำเภอแสวงหา

     
    กระเช้ากล้วยไม้ สุนันทา ปลูกงาม ๙ ม.๙ ต.แสวงหา โทร.๐ ๓๕๖๔ ๘๔๒๔
    กระเช้าของขวัญ นิรันทร์ เทียมทอง ๑๐๑ ม.๓ ต.บ้านพราน

    กระถางกล้วยไม้ สยาม ศรีทับทิม๑/๒ ม.๑๐ ต.แสวงหา

    เก้าอี้นอนก้านตาล เสถียร พูญทัศน์ ๕๕/๑ ม.๕ ต.ห้วยไผ่ โทร.๐ ๓๕๖๔ ๘๑๑๑, ๐๘ ๑๗๔๕ ๖๑๖๗

    ของชำร่วย ฉวีวรรณ ปลูกงาม ๙๗ ม.๙ ต.แสวงหา โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๘๔๒๔

    จักสานพลาสติก กัลยา อินทร์โต ๑๑๘ ม.๒ ต.ศรีพราน โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๕๐๖๗

    ดอกไม้ชุบยางพารา อุษาฟลอร่า ๒๖ ม.๖ ต.แสวงหา

    ดอกไม้สดอบแห้งในขวดแก้ว น้ำผึ้ง ปลูกงาม ๙/๑ ม.๙ ต.แสวงหา

    ตะกร้าแม้ว พิกุล วันเพ็ญ เพ็ญจันทร์ ๔๔ ม.๑๐ ต.สีบัวทอง โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๕๑๖๑

    ตะกร้าลายพิกุล ทนง ประดิษฐ์ทรัพย์ ๑๕๖ ม.๑ ต.ศรีพราน โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๕๑๘๐

    ต้นไม้ประดิษฐ์ กฤษดาพร ทองสมบัติ ๑๓๔/๑ ม.๗ ต.แสวงหา โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๘๔๔๒, ๐๘ ๙๖๖๗ ๑๑๔๒

    ต้นไม้ ตุ๊กตาผลไม้ประดิษฐ์ จำเรียง ทองสมบัติ ๕ ม.๗ ต.แสวงหา

    ผ้ามัดหมี่ยกตะกอ สมศักดิ์ แย้มพราย ๕๙/๒ ม.๘ ต.วังน้ำเย็น โทร. ๐๘ ๑๙๐๒ ๐๙๓๘

    ผ้าทอมัดหมี่ กฤษณา โพธิ์ศรี ๑ ม.๖ ต.วังน้ำเย็น โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๙๗๔๒

    อุษา ฟลอร่า ๒๖ ม.๖ ต.แสวงหา (จำหน่ายดอกไม้กระดาษสาชุบน้ำยางพารา )

     

    อำเภอวิเศษชัยชาญ

     

    กะลาประดิษฐ์ คาน ภู่บำเพ็ญ ๙๙/๕ ม.๖ ต.ท่าช้างโทร. ๐๘ ๙๕๒๑ ๒๓๗๑

    กระเป๋าถือสตรี ตะกร้าหูหิ้วกลีบบัว ประยงค์ รอดเสียงล้ำ กลุ่มจักสานหวายไม้ไผ่ ๔๗/๒ ม.๒ ต.ตลาดใหม่ โทร. ๐๘ ๖๑๓๕ ๐๒๘๒

    กระเป๋าสานจากผักตบชวากลุ่มเทศบาลบางจัก ต.บางจัก โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๒๔๒๓

    กลุ่มแม่บ้านตำบลยี่ล้น ๗๑ ม.๓ ต.ยี่ล้น (จำหน่ายข้าวตังดิบสำหรับทำข้าวตังหน้าปลาแห้ง ข้าวตังหน้าหมูหยอง ข้าวตังหน้าน้ำพริกเผา )

    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจักสาน วรรณา รวยทรัพย์ ๖๕/๒ ม.๒ ต.ตลาดใหม่ โทร. ๐๘ ๑๗๗๐ ๕๙๑๕, ๐ ๓๕๖๐ ๗๘๘๒

    เกษมวิเศษ ๖๔/๓ ม.๔ ต.ตลาดใหม่ โทร. ๐ ๓๕๖๒ ๙๐๙๓ (จำหน่ายกระถางดินเผา) ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๔ กิโลเมตรที่ ๓๖ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐ น.)

    โคมไฟและตะกร้าหวาย ประเสริฐ สงวนงาม ม.๒ ต.ม่วงเตี๊ย

    แจกันหุ้มผักตบชวา ๓๙ ม.๗ ต.ไผ่ดำพัฒนา โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๘๖๒๑, ๐๘ ๑๓๘๕ ๔๙๔๗ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐–๒๐.๐๐ น.)

    ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษสา กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ไผ่ดำพัฒนา ๔๒ ม.๖ ต.ไผ่ดำพัฒนา

    ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษสาชุบยางพารา มนัสนันท์ สว่างศิลป์ ๖๔/๒ ม.๑๐ ต.บางจัก โทร. ๐ ๓๕๖๔ ๒๔๒๓, ๐๘ ๔๐๕๖ ๙๘๒๔,

    ตะกร้าหวาย (หูหิ้ว) วรรณา รวยทรัพย์ ๖๕/๒ ม.๒ ต.ตลาดใหม่ โทร. ๐๘ ๑๗๗๐ ๕๙๑๕, ๐ ๓๕๖๐ ๗๘๘๒

    พระพุทธรูปทองเหลือง ศักดา มินทานนท์ ๑๒/๒ ม.๖ ต.หัวตะพาน โทร. ๐๘ ๖๐๑๑ ๘๒๗๔

    ศูนย์สาธิตกลุ่มจักสาน ม.๒ บ้านตลาดใหม่ ต.ตลาดใหม่

    วิเศษเซรามิก ๗๓ ม.๓ ต.ศาลเจ้าโรงทอง โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๑๗๖๗ (จำหน่ายชาม ถ้วย โถ เครื่องเบญจรงค์ เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง)

     

    อำเภอสามโก้

     

    ตุ๊กตาเปลือกข้าวโพด กฤต เฟื่องฟูรัตน์ ๑๗๙/๑ ม.๑ ต.อบทม

    ตัวหนังใหญ่ วีระ มีเหมือน ๑๑๙ ม.๔ ต.มงคลธรรมนิมิตร โทร. ๐๘ ๑๕๙๑ ๐๙๕๑ (รับทำและเปิดสอน มีพิพิธภัณฑ์ช่างสิบหมู่และโขนชักรอกและเปิดสอน)

    ผ้าฝ้ายมัดย้อม ทอมือ สุมาลี จ่างผล ๑๐ ม.๑ ต.โพธิ์ม่วงพันธุ์ โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๗๓๐๔, ๐๘ ๙๒๒๕ ๓๘๑๘

    ลายกระจก ฉันทนา ไหลอุดมพานิชย์ ๑๐๕ ม.๖ ต.โพธิ์ม่วงพันธุ์ โทร. ๐๘ ๙๘๐๖ ๐๕๒๙

    สร้อยลูกปัด วรนุช ประทุมศิริ ๑๑๗ ม.๓ ต.โพธิ์ม่วงพันธ์ โทร. ๐๘ ๙๙๐๔ ๘๕๒๕

     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     

     

     

     

    อำเภอเมืองอ่างทอง

     

    ซี.แอล. การ์เด้น อินน์

    ๔๒ ม.๑๑ ถ.โพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.บ้านอิฐ

    โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๗๗๕, ๐ ๓๕๖๑ ๒๖๑๔-๘

    โทรสาร ๐ ๓๕๖๑ ๑๐๑๔

    จำนวน ๖๐ ห้อง

    ราคา ๓๘๐–๘๐๐ บาท

     

    บัวหลวง

    ๑๕/๑ ถ.อ่างทอง-ป่าโมก ต.โพสะ

    โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๑๑๖, ๐ ๓๕๖๑ ๑๘๐๐

    จำนวน ๗๒ ห้อง ราคา ๑๗๐–๗๐๐ บาท

     

    สยามอินน์

    ๔๑/๒ ถ.สายเอเชีย ต.บ้านอิฐ

    จำนวน ๓๖ ห้อง

    ราคา ๑๕๐-๓๖๐ บาท

     

    อ่างทองโฮเต็ลและอ่างทองบังกะโล

    ที่อยู่ : ๖๒ ถ.อ่างทอง-โพธิ์ทอง ต.ศาลาแดง

    โทร. ๐ ๓๕๖๑ ๑๗๖๗, ๐ ๓๕๖๒ ๖๑๓๘-๔๐

    โทรสาร ๐ ๓๕๖๑ ๑๗๖๘

    จำนวน ๑๕๒ ห้อง

    ราคา ๒๒๐-๙๐๐ บาท

    มีบังกะโล ๘ ห้อง ราคา ๒๔๐-๒๘๐ บาท

     

    อำเภอไชโย

     

    ไชโย

    ที่อยู่ : ๒๓๕ ม.๑ จำนวน ๑๔ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๐๐ บาท

     

    อำเภอโพธิ์ทอง

     

    โพธิ์ทอง อินน์ ใกล้ตลาดกมล

    ๑๗๑/๑๗-๒๑ ม.๖ ต.อ่างแก้ว

    โทร. ๐ ๓๕๖๙ ๑๑๓๙-๔๐, ๐๘ ๑๕๘๔ ๒๔๐๕

    จำนวน ๒๙ ห้อง

    ราคา ๔๐๐-๕๐๐ บาท

     

    อำเภอวิเศษชัยชาญ

     

    วิเศษอินน์

    ๓๘๐ ม.๗ ถ.สุพรรณ-ท่าเรือ ต.ศาลเจ้าโรงทอง

    โทร. ๐ ๓๕๖๓ ๑๙๐๔

    จำนวน ๒๙ ห้อง

    ราคา ๓๒๐-๓๕๐ บาท

     
     
     
     

    หมายเลขโทรศํพท์สำคัญ

    • สำนักงานจังหวัดอ่างทอง ๐ ๓๕๖๑ ๑๒๓๕, ๐ ๓๕๖๒ ๐๑๓๐
    • ประชาสัมพันธ์จังหวัด ๐ ๓๕๖๒ ๐๐๗๑, ๐ ๓๕๖๑ ๓๐๐๓
    • สถานีตำรวจอำเภอเมืองอ่างทอง ๐ ๓๕๖๑ ๑๐๐๐, ๐ ๓๕๖๑ ๓๕๐๓
    • ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ๐ ๓๕๖๑ ๑๗๐๒
    • ที่ว่าการอำเภอวิเศษชัยชาญ ๐ ๓๕๖๓ ๑๓๒๑
    • โรงพยาบาลอ่างทอง ๐ ๓๕๖๑ ๑๕๒๐, ๐ ๓๕๖๑ ๕๑๑๑
    • บริษัทขนส่งจำกัด ๐ ๓๕๖๑ ๑๐๒๕, ๐ ๓๕๖๑ ๑๓๔๔
    • ชมรมร้านอาหารอ่างทอง ๐ ๓๕๖๒ ๐๘๐๕ โทรสาร ๐ ๓๕๖๑ ๒๗๑๐
    • สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง ๐ ๓๕๖๒ ๒๐๕๔ โทรสาร ๐ ๓๕๖๓ ๒๔๕๐
    • สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง ๐ ๓๕๖๑ ๑๑๔๓
    • ตำรวจทางหลวง ๐ ๓๕๖๑ ๑๓๕๐, ๑๑๙๓
    • ตำรวจท่องเที่ยว ๑๑๕๕
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
    งานของดีเมืองอ่างทองและงานกาชาดประจำปี เป็นงานประจำปีของชาวอ่างทองที่จัดขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการ การแสดงจำหน่ายและสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรและการแข่งขันกีฬาชาวนา งานนี้จัดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง
    งานประเพณีแข่งเรือยาววัดป่าโมก จัดขึ้นบริเวณวัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก โดยแบ่งออกเป็น ๒ ช่วงคือช่วงเดือนมีนาคม เป็นงานนมัสการและสมโภชพระพุทธไสยาสน์และพระพุทธบาท ๔ รอย และช่วงเดือนตุลาคมจะเป็นงานแข่งเรือยาวประเพณีและการประชันเรือยาวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
     
    งานนมัสการหลวงพ่อวัดไชโย ภายในงานมีการนมัสการและสมโภชสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระมหาพุทธพิมพ์ จัดขึ้นราวเดือนห้าและเดือนสิบเอ็ดของทุกปี
    งานลอยกระทงวัดสี่ร้อย ในวันลอยกระทงของทุกปี มีการจัดงานบนถวายพลุหลวงพ่อป่าเลไลยก์ซึ่งชาวอ่างทองนับถือว่าศักดิ์สิทธ์พร้อมไปกับงานลอยกระทง
    งานลอยกระทงและแข่งเรือยาวที่วิเศษชัยชาญ จัดทุกปีในช่วงวันลอยกระทง ณ บริเวณด้านหน้าของอนุสาวรีย์ปู่ดอก ปู่ทองแก้ว และแม่น้ำน้อย
    งานเชิญเจ้าพ่อกวนอูและงานแห่มังกร จัดขึ้นเดือนธันวาคมของทุกปี บริเวณตลาดเมืองอ่างทอง ภายในงานมีการเชิญเจ้าพ่อกวนอู การแห่มังกร งานออกร้านสินค้าราคาถูก
     
    งานไหว้ครูกลอง ที่หมู่บ้านทำกลอง อำเภอป่าโมก จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ ที่ประสิทธิประสาทวิชาให้
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมืองอ่างทอง

     
    ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง
    ตั้งอยู่ ถนนเลี่ยงเมือง ริเริ่มและดำเนินการโดยเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองท้องถิ่น เทศบาลเมืองอ่างทองได้ทำการเปิดศูนย์ ฯ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (นายกมล จิตระวัง) มีวัตถุประสงค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวอ่างทอง และนักเรียน นักศึกษารวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ให้ข้อมูลความเป็นมาและเป็นไปของเมืองอ่างทอง ผ่านการนำเสนอเนื้อหาสาระในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญและโดดเด่น และน่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ เข้าใจ และประทับใจในความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของเมืองอ่างทอง โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านการออกแบบ เทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลาย ทั้งภาพประกอบคำบรรยาย หุ่นจำลองเหตุการณ์ การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยายที่เหมือนจริง การใช้เสียงบรรยาย การใช้สื่อวิดีทัศน์ รวมถึงวัตถุจัดแสดงที่สามารถสัมผัสได้ เพื่อให้ผู้ชมเพลิดเพลิน มีส่วนร่วม และจดจำสาระเนื้อหาของเมืองอ่างทอง
    ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. และในวันเสาร์-อาทิตย์ (สำหรับขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ) ในกรณีที่ชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งให้เทศบาลเมืองอ่างทองทราบล่วงหน้า โทร ๐ ๓๕๖๑ ๑๗๑๔ ต่อ ๑๒๐
    วัดพินิจธรรมสาร
    ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลากด ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตามถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก-อยุธยา กิโลเมตรที่ ๑๕ เดิมชื่อ “วัดกระสอบ” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ วิหารที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่สกุลเชียงแสนรุ่นแรก หน้าตักกว้างประมาณ ๖ วาเศษ แบบ “หลวงพ่อโต” ปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพ็ชรประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง
    วัดราชปักษี(นก)
    อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ (สายอ่างทอง-อยุธยา) กิโลเมตรที่ ๕๒–๕๓ จากอำเภอเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๓ - ๔ กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีลักษณะคล้ายพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกแต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าสมัยอยุธยา เดิมองค์พระชำรุดทรุดโทรมอย่างมากปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ และยังมีพระพุทธรูปสร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรมราวพ.ศ. ๒๑๖๓ เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาเมื่อใกล้จะพังลงน้ำ พระมหาวิเชียร ขันนาค พร้อมด้วยพุทธบริษัทได้ช่วยกันเลื่อนเข้ามาประดิษฐาน ไว้ ณ ที่ปัจจุบัน เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมาได้ชักชวนกันสร้างพระวิหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำการฉลองเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๒ เพราะเหตุที่ผ่านอุปสรรคจากกิเลสมารตลอด รอดมาได้ อย่างราบรื่น จึงพร้อมใจกันถวาย พระนามนิมิตรว่า “ พระรอดวชิรโมลี ” เพื่อเป็นที่สักการะเคารพบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกาล ๕,๐๐๐ พรรษา
     
    วัดสุวรรณเสวริยาราม
    อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกในท้องที่ตำบลตลาดกรวด อยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข ๓๒) กิโลเมตรที่ ๑๐๓–๑๐๔ หรือ จากศาลากลางจังหวัดไปตามถนนคลองชลประทานประมาณ ๓ กิโลเมตร ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดองค์พระยาวประมาณ ๑๐ วา และยังมีโบราณวัตถุต่างๆที่มีอายุราว ๑๐๐ ปี ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นใน สมัยร.๔ เป็นฝีมือช่างหลวง
     
    วัดมธุรสติยาราม
    ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข ๓๒) เลยสี่แยกทางเข้าอ่างทอง สายเอเชียไปทางนครสวรรค์ประมาณ ๕๐๐ เมตร เลี้ยวขวาเข้าปั๊มน้ำมันปตท.ไปประมาณ ๓๐ เมตร เดิมชื่อวัดกุฏิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประคำทองซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเก่ามาแต่โบราณ สันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีหลักฐานสำคัญเหลือให้เห็นคือ กำแพงแก้ว พระอุโบสถ เจดีย์และวิหาร ซึ่งวางจัดกลุ่มได้เหมาะสม มีรูปทรงที่งดงาม พระอุโบสถเจดีย์เป็นรูปโค้งสำเภาก่ออิฐถือปูนกว้าง ๔ เมตร ยาว ๘ เมตร หลังคาสูง ๖ เมตรมุงด้วยกระเบื้องดินเผา สิ่งที่เป็นศิลปะชั้นเยี่ยมของพระอุโบสถได้แก่ หน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถแกะสลักลายอย่างวิจิตรพิศดาร เป็นลายดอกบัวอยู่กลาง ก้านขด ปลายลายเป็นช่องหางโต แปลกตรงที่ลายดอกบัวมีลักษณะคล้ายจะเป็นเทพนมอยู่ยอดดอกบัว
    วัดจันทรังษี
    ตั้งอยู่ที่บ้านนา หมู่ ๙ ตำบลหัวไผ่ จากแยกสายเอเชียเข้าตัวอำเภอเมืองอ่างทองไปประมาณ ๑ กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัดเข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดนี้มีพื้นที่สองฝั่งถนน ฝั่งหนึ่งมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโยก” และอีกฝั่งหนึ่งของถนน เป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์หลวงพ่อสดทำจากโลหะ เริ่มสร้างเมื่อปี ๒๕๓๙ ขนาดหน้าตักกว้าง ๖ เมตร ๙ นิ้ว สูง ๙.๙ เมตร เหลืองอร่าม มีความงดงามมาก
    ศาลหลักเมือง
    ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นอาคารจตุรมุข ตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ ๑.๕ เมตร ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของเทพารักษ์พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง จะปกปักรักษาและปัดเป่าภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งการสร้างศาลหลักเมืองจะมีพิธีการตัดไม้มงคลเพื่อนำมาเป็นศาลหลักเมือง มีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหรหลวงจากสำนักพระราชวัง ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ ๒ ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง ๔ ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ) ภายในศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งสวยงามมาก ศาลหลักเมืองอ่างทองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สวยงามสมกับเป็นหลักชัยและหลักใจของประชาชนชาวอ่างทองอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดนี้ไม่ควรพลาดการไปเคารพสักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้
     
    สวนปลา
    อยู่บริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงหน้าเรือนจำจังหวัดอ่างทอง มีปลาช่อนอะเมซอนขนาดใหญ่จำนวนมาก และปลาพื้นเมืองอื่นๆ เช่น ปลาแรด ปลาสวาย ปลาเทโพ ฯลฯ ไว้ให้นักท่องเที่ยวเที่ยวชม
     
    วัดชัยมงคล
    สร้างราวปีพ.ศ. ๒๔๐๐ ปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ เหตุที่ชื่อว่า วัดชัยมงคล เนื่องจากเป็นจุดแพ้ชนะในการแข่งเรือ เหนือวัดขึ้นไปเป็นวัดสนามชัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขัน ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นใหม่ในปัจจุบัน โดยนำศิลปะสมัยใหม่มาผสมผสานเช่น การใช้แสงเงา การใช้สีสะท้อนแสง การเขียนแบบเหมือนจริง การให้น้ำหนักสีอ่อนและเข้ม นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางภาพ เช่น บนผนังเหนือหน้าต่างเขียนภาพเทพชุมนุมเพียงแถวเดียว หรือ ที่ผนังตรงข้ามองค์พระประธานเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนพุทธบัลลังก์แทนภาพมารผจญ
    วัดอ่างทองวรวิหาร
    เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตะวันออก ข้างศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นวัดเล็กๆ ๒ วัด ชื่อ วัดโพธิ์เงิน และวัดโพธิ์ทอง สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ สมัยรัชกาลที่ ๕ เสด็จทางชลมารคผ่านวัดทั้งสองนี้จึงโปรดฯ ให้รวมวัดสองวัดเป็นวัดเดียวกัน และพระราชทานนามว่า “วัดอ่างทอง” วัดนี้มีพระอุโบสถที่งดงาม มีพระเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีทองด้านและหมู่กุฏิทรงไทยสร้างด้วยไม้สักงดงามเป็นระเบียบซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    วัดต้นสน
    อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับวิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร พระนามว่า สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง หรือเรียกชื่อย่อว่า “สมเด็จพระศรีเมืองทอง” ขนาดหน้าตักกว้าง ๖ วา ๓ ศอก ๙ นิ้ว สูง ๙ วา ๑ ศอก ๑๙ นิ้ว หล่อด้วยโลหะทั้งองค์ลงรักปิดทอง พระราชสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดต้นสนเดิมเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีสวมเกตุสมเด็จพระศรีเมืองทอง เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๘ นับเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะขนาดใหญ่ที่สุดองค์แรกและมีพุทธลักษณะที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีวังปลาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย
    บ้านทรงไทยจำลอง ส่วนประกอบบ้านทรงไทย เครื่องเรือนไม้ตาล
    ตามเส้นทางสายอยุธยา-ป่าโมก และตำบลโพสะ เป็นแหล่งทำส่วนประกอบของบ้านทรงไทยแบบต่างๆ ด้วยฝีมือเชิงช่างที่ละเอียดอ่อนเชี่ยวชาญสืบทอดจากบรรพบุรุษอันคงความเป็นเอกลักษณ์แบบไทย นอกจากนี้ยังมีบ้านทรงไทยจำลองและสินค้าเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ตาลประเภทต่างๆจำหน่าย
     
    วัดปลดสัตว์
    ตั้งอยู่บ้านแห หมู่ ๔ ตำบลบ้านแห ห่างจากจังหวัดประมาณ ๗ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๑ กิโลเมตรที่ ๓-๔ ภายในบริเวณมีหอสูงก่อด้วยอิฐแปลกกว่าที่อื่น คือ ยอดหอเป็นเจดีย์ทรงลังกา สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล
     

    อำเภอป่าโมก

     
    วัดท่าสุทธาวาส
    ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกเขตตำบลบางเสด็จ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณ ในสมัยอยุธยาตอนต้น เวลาศึกสงครามบริเวณนี้จะเป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางใช้เส้นทางสาย อยุธยา-อ่างทอง (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๙) กิโลเมตรที่ ๓๘-๓๙ ทางเข้าวัดจะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงตัวจังหวัดอ่างทองประมาณ ๑๗ กิโลเมตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระราชอุปถัมภ์ บริเวณวัดแห่งนี้ร่มรื่นด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และทัศนียภาพสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำและสร้างพระเจดีย์เพื่อแสดงพระพุทธรูปโบราณและโบราณวัตถุต่างๆ ข้างพลับพลาประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ และภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้น เช่นเรื่อง พระมหาชนก ประวัติเมืองอ่างทอง อีกทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาที่ทรงจรดปลายพู่กันวาดผลมะม่วงไว้ด้วย
    ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ
    ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ
    เป็นเรือนไทยทรงสูง อยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จ ตำบลนี้เดิมชื่อบ้านวัดตาลต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อบ้านบางเสด็จเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในปีพ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่งสร้างความปลื้มปิติให้แก่ราษฎรเป็นอันมาก เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจึงได้เปลี่ยนชื่อบ้านวัดตาลเป็น บ้านบางเสด็จ
    โครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๙ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ภายในหมู่บ้านบางเสด็จนี้ นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพอันร่มรื่นและสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังจากบ้านเรือนราษฎรละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเอง มีการรวมกลุ่มในรูปของสหกรณ์โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ซึ่งจะจัดให้สมาชิกมาสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววังพร้อมกับจัดจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา ตุ๊กตาชาววังเป็นประดิษฐกรรมดินเหนียวที่สวยงามแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆเช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิดซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารักและเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง ศูนย์ปั้นและจำหน่ายตุ๊กตาชาววัง เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๖๖ ๒๙๙๕
     
    วัดสระแก้ว
    ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเสด็จ อยู่ห่างจากวัดท่าสุทธาวาส ประมาณ ๒๐๐ เมตร ตามถนนเลียบคลองชลประทาน หากเดินทางมาจากอยุธยาตามเส้นทาง อยุธยา-อ่างทอง (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๙) กิโลเมตรที่ ๓๙–๔๐ ทางเข้าวัดจะอยู่ซ้ายมือ วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๔๒ เดิมชื่อวัดสระแก เป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กอยู่ในความดูแลมากจึงได้จัดตั้งคณะลิเกเด็กกำพร้าวัดสระแก้วเพื่อหารายได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กกำพร้า จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับวัดแห่งนี้ ภายในวัดสระแก้วยังมีอาคาร“สามัคคีสมาคาร” ซึ่งเป็นอาคารศูนย์โครงการทอผ้าตามพระราชประสงค์ก่อตั้งเมื่อพ.ศ.๒๕๒๔ อยู่ในความรับผิดชอบของ กองอุตสาหกรรมในครอบครัว กระทรวงอุตสาหกรรม ภายในอาคารมีสินค้าผ้าทอคุณภาพดีเช่น ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า ฯลฯ นอกจากนี้ด้านหน้าวัดยังจัดตั้ง ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก ภายในมีสาธิตการทอผ้ากี่กระตุก การทำเครื่องประดับเงิน การปั้นตุ๊กตาชาววังและผลิตผลทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้าน เช่น กล้วยเบรคแตก เป็นการเผยแพร่งานฝีมือของชาวอำเภอป่าโมกซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและมีจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจ ทั้งสองแห่งเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่วัดสระแก้ว โทร. ๐ ๓๕๖๖ ๑๑๖๙, ๐ ๓๕๖๖ ๑๒๗๓ หรือที่โรงเรียนวัดสระแก้วโทร. ๐ ๓๕๖๖ ๑๙๕๐-๑ หรือ www.watsakaew.com
    วัดป่าโมกวรวิหาร
    อยู่ในเขตเทศบาลตำบลป่าโมก ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตกห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองไป ๑๘ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ (สายอ่างทอง-อยุธยา) กิโลเมตรที่ ๔๐ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๙ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๑ จะเห็นป้ายทางไปวัดป่าโมก ภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของเมืองไทย องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทอง มีความยาวจากพระเมาลีถึงปลายพระบาท ๒๒.๕๘ เมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย มีประวัติความเป็นมาเล่าขานกันว่า พระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนที่จะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะบูชาพระพุทธรูปองค์นี้
    ต่อมากระแสน้ำเซาะเข้ามาใกล้พระวิหาร “ สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่ ๓ โปรดเกล้าฯให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กองงานจัดการชะลอลากให้ห่างจากแม่น้ำเดิม ” (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ)ได้เสด็จมาควบคุมการชะลอองค์พระให้พ้นจากกระแสน้ำเซาะตลิ่งพังและนำไปไว้ยังวิหารใหม่ที่วัดตลาดห่างจากฝั่งแม่น้ำ ๑๖๘ เมตร แล้วโปรดให้รวมวัดตลาดกับวัดชีปะขาวเป็นวัดเดียวกัน พระราชทานนามว่าวัดป่าโมกเพราะบริเวณนั้นมีต้นโมกมากมาย สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้วยังมี วิหารพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหาร สร้างในรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นพุทธศิลป์สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย วิหารก่ออิฐถือปูนเครื่องบนไม้หลังคา ฐานอ่อนโค้งสำเภา สำหรับ วิหารเขียน เล่ากันว่า ผนังวิหารด้านที่หันออกสู่แม่น้ำมีแท่นสูงเข้าใจว่าเป็นแท่นที่เคยมีกษัตริย์เสด็จประทับยืนบริเวณนั้น มณฑปพระพุทธบาท ๔ รอย หอไตร เป็นต้น
     
    วัดถนน
    ตั้งอยู่ที่ตำบลโผงเผง จากอำเภอป่าโมก ผ่านตลาดเทศบาลไปตามถนนสายป่าโมก-บางบาลสายใน (๓๕๐๑) กิโลเมตรที่ ๑๙–๒๐ ประมาณ ๗ กิโลเมตร ก็จะถึงวัดถนน วัดนี้สร้างราว พ.ศ. ๒๓๒๓ ในสมัยกรุงธนบุรี ภายในวัดมีพระยืนขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ในวิหารนามว่า “ หลวงพ่อพระพุทธรำพึง ” เป็นพระพุทธรูปแกะด้วยไม้ องค์ยืน สูง ๒ เมตรกว่า ประวัติเล่าว่า มีแพลอยน้ำมาหน้าวัด และไม่ยอมลอยน้ำต่อไป พระทองอยู่ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ลงไปดูพบว่าในแพมีพระทำด้วยไม้แกะสลัก ต้องทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระแกะสลักองค์นี้ขึ้นมา คนที่ไปกราบไหว้บูชาจะเสี่ยงโชค ขอพรให้ตั้งไข่ที่หน้าหลวงพ่อ ถ้าใครตั้งไข่ได้ แสดงว่ามีโชคลาภ ดวงดี ถ้าใครตั้งไข่ไม่ได้ ก็แสดงว่าไม่มีดวง ถ้าจะแก้บนสิ่งที่ทำนายคือให้แก้บนด้วยไข่ต้ม ละครและพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ รอยพระพุทธบาทลอยฟ้า ซึ่งแกะสลักด้วยไม้ติดอยู่บนเพดานศาลาการเปรียญ มีขนาดกว้าง ๓๐ นิ้ว ยาว ๗๐ นิ้ว อายุนับ ๑๐๐ ปี
    หมู่บ้านทำกลอง
    ตั้งอยู่ที่ ตำบลเอกราช หลังตลาดป่าโมก ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางใช้ถนนสายใน ผ่านหน้าที่ทำการเทศบาลอำเภอป่าโมกซึ่งขนานไปกับลำคลองชลประทาน ระยะทางประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางจะเห็นร้านขายกลองเป็นระยะๆ ชาวบ้านแพเริ่มผลิตกลองมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๐ โดยจะเริ่มหลังฤดูเก็บเกี่ยว วัตถุดิบที่ใช้ทำกลองได้แก่ ไม้ฉำฉาเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่ายกับหนังวัว เราสามารถชมกรรมวิธีการทำกลองตั้งแต่เริ่มกลึงท่อนไม้เรื่อยๆไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นกลอง การฝังหมุด กลองที่ทำมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงกลองขนาดใหญ่เช่น กลองทัด ซึ่งเราจะได้เห็นถึงฝีมือการทำที่มีคุณภาพ ประณีต สวยงามและยังสามารถซื้อไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน หากผ่านหน้าบ้านกำนันหงษ์ฟ้า หยดย้อย จะเห็นกลองยาวที่สุดในโลกตั้งอยู่ หน้ากลองกว้าง ๓๖ นิ้ว ๙๒ เซนติเมตร ยาว ๗.๖ เมตร ทำจากไม้จามจุรีต่อกัน ๖ ท่อน สร้างปี ๒๕๓๗ ใช้เวลาสร้างประมาณ ๑ ปี
    วัดปราสาท
    โบสถ์และวิหาร เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานรูปโค้งสำเภา ส่วนพระปรางค์ใหญ่สร้างสมัยรัชกาลที่ ๓-๔ ฝีมือช่างท้องถิ่น จิตรกรรมวัดปราสาท ฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์ ยังคงอิทธิพลช่างอยุธยา ภาพเขียนหลังพระประธานเป็นสระในหิมพานต์และสัตว์ประจำทิศ ส่วนผนังทั้งสองข้างเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืนเหนือฐานบัวมีพุทธสาวกยืนถวายอัญชลีอยู่สองข้าง ท้ายวัดมีดงยางขนาดใหญ่อายุร่วมร้อยปี หมู่บ้านบริเวณใกล้วัดส่วนใหญ่เป็นเรือนไทยโบราณ มีสวนผลไม้ร่มรื่น
     
    สปาชาวบ้าน - กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรป่าโมกพัฒนา
    ตำบลป่าโมก ปัจจุบันมีคุณเสงี่ยม ไม้แป้น เป็นประธานกลุ่ม ผลิตชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ พิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกสมุนไพรโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง การเก็บ การบ่ม การผลิตมีเครื่องมือที่สะอาดและทันสมัย รวมถึงการบรรจุใส่หีบห่อ สินค้าที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ลูกประคบ ชาสมุนไพรลดความดันโลหิต ฯลฯ และที่สำคัญสถานที่นี้จัดบรรยากาศแบบสบาย ๆ แบบชาวบ้าน มีห้องอบไอน้ำ และนวดแผนไทยพร้อมลูกประคบ แต่มีข้อจำกัดด้านสถานที่เป็นสถานที่เล็ก ๆ เพียง ๒-๓ ห้องเท่านั้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนแบบสบาย ๆ
     
    อิฐอ่างทอง
    เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนคุณภาพสูงที่ผลิตขึ้นเพื่อจัดจำหน่ายไปทั่วประเทศไทย ส่วนมากจะใช้ในการทำอิฐโชว์แนวประดับอาคาร บ้านเรือน ผู้สนใจติดต่อซื้อได้จากโรงอิฐโดยตรง เฉพาะที่อำเภอป่าโมกจะมีโรงอิฐมากกว่า ๔๒ แห่งตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๑ กิโลเมตรที่ ๑-๙ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ กิโลเมตรที่ ๔๓–๔๗
    อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์
    ตั้งอยู่ที่วัดนรสิงห์ หมู่ ๒ บ้านตะพุ่น ตำบลนรสิงห์ ตามทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๑ (สายอ่างทอง-ป่าโมก-อยุธยา ) กิโลเมตรที่ ๙–๑๐ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นชาวบ้านนรสิงห์ และเป็นพันท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยสมัยพระเจ้าเสือ ซึ่งยืนยันขอรับโทษประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาลที่ไม่สามารถบังคับเรือพระที่นั่ง จนหัวเรือกระแทกกิ่งไม้หักลง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป พฤติกรรมของพันท้ายนรสิงห์ได้รับการสรรเสริญในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้
     

    อำเภอไชโย

     
    วัดเฉลิมกาญจนาภิเษก
    (วัดโพธิ์หอม) ตั้งอยู่ที่ตำบลราชสถิตย์ (ตำบลโตนด) อยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทอง ๑๒ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางอ่างทอง-สิงห์บุรี กิโลเมตรที่ ๖๘–๖๙ แล้วแยกเข้าไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร วัดนี้เดิมเป็นวัดร้างสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เพิ่งจะเริ่มสร้างเป็นวัดใหม่เมื่อประมาณ ๑๐ ปี สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้คือ รูปพรหมสี่หน้าปูนปั้นขนาดใหญ่จำนวน ๒ เศียรที่ขุดได้ภายในวัดประดิษฐานอยู่ในซุ้มข้างเจดีย์ ลักษณะศิลปะเป็นแบบขอมซึ่งเดิมอาจใช้เป็นส่วนยอดของประตูวัดหรือพระอุโบสถเหมือนกับที่พบว่าใช้เป็นยอดของประตูพระราชวังสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้มีกุฏิเจ้าอาวาสหลังใหม่ ที่เป็นศิลปะผสมคล้ายเอเชียและยุโรป
    วัดไชโยวรวิหาร หรือ วัดเกษไชโย
    วัดไชโยวรวิหาร หรือ วัดเกษไชโย
    ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองประมาณ ๑๘ กิโลเมตร อยู่บนเส้นทางสายอ่างทอง-สิงห์บุรี ด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เดิมเป็นวัดราษฏร์สร้างมาแต่ครั้งใดไม่ปรากฏ มีความสำคัญขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ได้ขึ้นมาสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่หรือหลวงพ่อโตไว้กลางแจ้ง องค์เป็นปูนขาวไม่ปิดทอง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จฯ มานมัสการและโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดไชโยขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ แต่แรงสั่นสะเทือนระหว่างการลงรากฐานพระวิหารทำให้องค์หลวงพ่อโตพังลงมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลวงพ่อโตขึ้นใหม่ตามแบบหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร มีขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา ๖ นิ้ว สูง (สุดยอดรัศมีพระ) ๑๑ วา ๑ ศอก ๗ นิ้ว และพระราชทานนามว่า “พระมหาพุทธพิมพ์” มีการจัดงานฉลองซึ่งนับเป็นงานใหญ่ที่สุดของจังหวัดอ่างทองในสมัยนั้น และในวิหารที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ เมตร สูง ๗ เมตร สร้างเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๓๗
    องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ในพระวิหารที่มีความสูงใหญ่สง่างามแปลกตากว่าวิหารแห่งอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจากที่ต่างๆ มานมัสการอย่างไม่ขาดสาย ติดกับด้านหน้าพระวิหาร มีพระอุโบสถก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมมีพระอุโบสถก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามหันด้านหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๕ ประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ปัจจุบันวัดไชโยวรวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่จนมีความงามสมบูรณ์ยิ่ง
    วัดสระเกษ
    วัดนี้เป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ที่ตำบลชัยภูมิ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทิศตะวันออก ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทอง ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ตำบลชัยภูมินี้เดิมชื่อ บ้านสระเกษ ขึ้นอยู่กับแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ มีกล่าวไว้ในพระราชพงศาวดารว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๘ พระเจ้าเชียงใหม่ยกทัพมาตั้งค่ายอยู่ที่บ้านสระเกษ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถได้รุกไล่ตีทัพของพระเจ้าเชียงใหม่จนแตกพ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินมาวัดสระเกษ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
     
    กลุ่มจักสานบ้านมหานาม
    ตำบลไชยภูมิ สมาชิกในกลุ่มจะช่วยกันผลิตผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา เช่น กระเป๋า แจกัน ส่วนใหญ่มีตลาดส่งออกในประเทศ และตลาดต่างประเทศบ้าง กลุ่มจะมีการพัฒนารูปแบบสินค้าอยู่เสมอ แต่มีข้อจำกัดด้านการคมนาคมเข้าถึง ถนนแคบรถใหญ่เข้าได้ไม่สะดวก
     

    อำเภอโพธิ์ทอง

     
    วัดท่าอิฐ
    ตั้งอยู่ที่บ้านท่าอิฐ ตำบลบางพลับ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๔ กิโลเมตรที่ ๗-๘ วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๓๐๔ บริเวณที่ตั้งเดิมเข้าใจว่าเป็นที่ปั้นเผาอิฐนำไปก่อสร้างวัดขุนอินทประมูล นับว่าเป็นสถานที่ขนอิฐหรือท่าขนอิฐ และเมื่อได้สร้างวัดขึ้นจึงขนานนามว่าวัดท่าอิฐ พระประธานในอุโบสถชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อเพ็ชร” พระประธานในวิหารชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยา ประมาณกว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว ประดิษฐานอยู่ในวิหารมหาอุต เมื่อเข้าไปในวัดจะมองเห็น พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง โดดเด่นสีทองอร่าม มูลเหตุของการสร้างพระธาตุเจดีย์เนื่องจาก ราวพุทธศักราช ๒๕๓๕ พระครูสุคนธศีลคุณ(หลวงพ่อหอม) มีดำริจะสร้างเจดีย์ขึ้นในบริเวณวัด มีความกว้าง ๔๐ เมตร สูง ๗๓ เมตร รูปแบบศิลปะลังกา-อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ลักษณะเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีองค์ระฆังและปล้องไฉน ๓๒ ปล้อง เพื่อทดแทนเจดีย์หลังเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอุโบสถที่ผุพังไปตามกาลเวลาและเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานในพระเจดีย์เป็นสมบัติของศาสนาและเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่สั่งสอนสัตว์โลกจนเพียบพร้อมไปด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ผู้ปฏิบัติยิ่งๆขึ้นไป จนสามารถบรรลุคุณธรรมตามความสามารถของแต่ละบุคคล ต่อมาราวพุทธศักราช ๒๕๓๘ พระคุณสุคนธศีลคุณได้ทราบอาการพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นช่วงที่กำลังเริ่มก่อสร้างเจดีย์ ด้วยความห่วงใยในพระองค์ท่าน หลวงพ่อหอมได้ตั้งสัจจาธิษฐานว่า ขอให้ในหลวงทรงหายจากอาการพระประชวร ถ้าเป็นไปดังสัจจาธิษฐาน จะสร้างเจดีย์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระองค์ท่าน และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า “ พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง ” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จมาเปิดเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๓
    หมู่บ้านจักสาน
    งานฝีมือจักสานอันลือชื่อของอ่างทองส่วนมากจะเป็นฝีมือของชาวอำเภอโพธิ์ทองแทบทุกครัวเรือนที่ตั้งบ้านเรือนเรียงรายอยู่ทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในละแวกเดียวกัน มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มการผลิตเครื่องจักสาน เครื่องหวาย กลุ่มจักสานไม้ไผ่ เช่น กลุ่มตำบลองครักษ์ กลุ่มตำบลบางเจ้าฉ่า กลุ่มตำบลบางระกำ กลุ่มตำบลพลับ และกลุ่มตำบลอินทประมูล
    แหล่งหัตถกรรมเครื่องจักสานสำคัญที่ขึ้นชื่อของจังหวัดคือ “บ้านบางเจ้าฉ่า” ตั้งอยู่ที่หมู่ ๘ บ้านยางทอง ตำบลบางเจ้าฉ่า ตำบลนี้เป็นชุมชนที่มีมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านได้เคยร่วมกับชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ และชาวบางระจัน สู้รบกับพม่า ณ บ้านบางระจัน โดยมีนายฉ่าเป็นผู้นำ นายฉ่านั้นพื้นเพเป็นคนสีบัวทอง ภายหลังการสู้รบยุติแล้ว “นายฉ่า” จึงได้นำชาวบ้านมาตั้งบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยถาวรขึ้นในชุมชนด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำน้อย แต่เดิมเรียกว่า “บ้านสร้างสามเรือน” เพราะเริ่มแรกมีเพียงสามหลังคาเรือนเท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งเป็นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีชื่อว่า “บางเจ้าฉ่า” เพราะนำชื่อของนายฉ่ามาตั้งชื่อ ซึ่งนายฉ่านั้นเป็นทั้งผู้นำและเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน
    ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องจักสานด้วยไม้ไผ่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามราชกุมารี ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาเยือนและได้พระราชทานคำแนะนำให้ราษฎรปลูกไม้ไผ่สีสุก เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องจักสานและเป็นการอนุรักษ์งานฝีมือประเภทนี้ไว้ งานจักสานของบ้านบางเจ้าฉ่านี้มีความละเอียดประณีตสวยงามสามารถพัฒนางานฝีมือตามความต้องการของตลาด ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าจนสามารถส่งออกขายต่างประเทศได้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการพัฒนาอาชีพ
    ภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ แสดงอุปกรณ์เครื่องใช้พื้นบ้านต่างๆ ที่ผลิตจากไม้ไผ่และมีเก็บรวบรวมเอาไว้ นอกจากนี้ที่บางเจ้าฉ่า ยังมีบริการรถอีแต๋นชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำน้อย กิจกรรมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนมะม่วง สวนมะยงชิด และสวนกระท้อน ฯลฯ ชมแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอใกล้เคียง อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอแสวงหา มีบ้านพักโฮมสเตย์ไว้คอยบริการด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมศูนย์บางเจ้าฉ่าโทร. ๐ ๓๕๖๔ ๔๐๙๑, ๐ ๓๕๖๔ ๔๓๑๙
    การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายอ่างทอง-โพธิ์ทอง ประมาณ ๙ กิโลเมตร ถึงคลองชลประทานยางมณี จากนั้นเลี้ยวขวาเลียบคลองไปอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร จึงเลี้ยวขวาไปตามทางเข้าวัดยางทอง แหล่งหัตถกรรมจะอยู่บริเวณหลังวัดยางทอง
    วัดจุฬามณี
    สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาปีพ.ศ. ๒๓๑๐ โดยพระภิกษุรูปหนึ่งที่หนีภัยพม่ากลับมาได้ วิหารมีฐานโค้งสำเภาเจดีย์สูง ๓๘ เมตร ถือว่าเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในอ่างทอง ศาลาการเปรียญจตุรมุขสร้างด้วยไม้ ฝีมือช่างท้องถิ่น มีขนาดใหญ่ หากได้สัดส่วนงดงาม
    ค้างคาวแม่ไก่วัดจันทราราม
    วัดจันทรารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่บ้านช้าง หมู่ที่ ๕ ตำบลโคกพุทรา ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทองไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๔ กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสายโพธิ์ทอง-แสวงหาประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายไปอีก ๓ กิโลเมตร ในบริเวณวัดแห่งนี้มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจึงเป็นที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ค้างคาวแม่ไก่และนกนานาชนิดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ค้างคาวแม่ไก่เหล่านี้จะออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะห้อยหัวอยู่ตามกิ่งไม้เป็นสีดำพรืดมองเห็นแต่ไกลซึ่งผู้สนใจสามารถไปชมได้ในทุกฤดูกาล
    วัดขุนอินทประมูล
    ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง อยู่ในเขตตำบลอินทประมูล วัดนี้เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๕๐ เมตร (๒๕ วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาสักการะบูชา อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯในปีพ.ศ. ๒๔๒๑ และ ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐินต้นในปี พ.ศ.๒๕๑๖ และเสด็จมานมัสการอีกครั้งในปีพ.ศ. ๒๕๑๘ พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างนิยมมานมัสการเป็นเนืองนิจ
    นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดขุนอินทประมูลยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐาน ผนังบางส่วนและองค์พระพุทธรูป และ ในศาลาเอนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๑ ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูลแต่บ้างก็ว่าไม่ใช่ ซึ่งตามประวัติเล่ากันว่า เป็นนายอากรผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ โดยยักยอกเอาเงินของหลวงมาสร้างเพื่อเป็นปูชนียสถาน ครั้นพระมหากษัตริย์ทรงทราบรับสั่งถามว่าเอาเงินที่ไหนมาสร้าง ขุนอินทประมูลไม่ยอมบอกความจริงเพราะกลัวส่วนกุศลจะตกไปถึงองค์พระมหากษัตริย์จึงถูกเฆี่ยนจนตาย วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดขุนอินทประมูล”
    การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๓ สายคือ สายอ่างทอง-อำเภอโพธิ์ทอง (เส้นทาง ๓๐๖๔) แยกขวาที่กิโลเมตร ๙ เข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางจากจังหวัดสิงห์บุรีไปทางอำเภอไชโยประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔–๖๕ จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าถึงวัดเป็นระยะทาง ๔ กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางตัดใหม่สายอำเภอวิเศษชัยชาญ-โพธิ์ทอง (ถนนเลียบคลองชลประทาน) เมื่อถึงอำเภอโพธิ์ทองมีทางแยกเข้าวัดอีก ๒ กิโลเมตร
     
    วัดโพธิ์ทอง
    อยู่ที่บ้านโพธิ์ทอง ตำบลคำหยาด ตรงข้ามทางเข้าบ้านบางเจ้าฉ่า ห่างจากอำเภอเมืองไปตามเส้นทางสายอ่างทอง-โพธิ์ทองประมาณ ๙ กิโลเมตร ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่าวัดโพธิ์ทองเป็นวัดที่กรมขุนพรพินิต (เจ้าฟ้าอุทุมพร หรือขุนหลวงหาวัด) เสด็จมาผนวช วัดแห่งนี้ รัชกาลที่ ๖ เคยเสด็จมาประทับร้อนเมื่อคราวเสด็จประพาสลำน้ำน้อย ลำน้ำใหญ่ มณฑลกรุงเก่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙
    พระตำหนักคำหยาด
    อยู่ในท้องที่ตำบลคำหยาด ถัดจากวัดโพธิ์ทอง ไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร บนถนนสายเดียว สภาพปัจจุบันมีเพียงฝนัง ๔ ด้าน ตัวอาคารตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ยังคงเห็นเค้าความสวยงามทางด้านศิลปกรรมเช่น ลวดลายประดับซุ้มจรนำหน้าต่าง มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในทาดินแดง ปูพื้นกระดาน ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรพระตำหนักคำหยาด เมื่อพ.ศ.๒๔๕๑ ได้เสด็จมายังโบราณสถานแห่งนี้และทรงมีพระราชวินิจฉัยดังปรากฏ ในพระราชหัตถเลขาอรรถาธิบาย เรื่อง เสด็จลำน้ำมะขามเฒ่าไว้ว่า เดิมทีทรงมีพระราชดำริว่า กรมขุนพรพินิต (ขุนหลวงหาวัด หรือ เจ้าฟ้าอุทุมพร) ทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทองแล้วสร้างพระตำหนักแห่งนี้ขึ้นเพื่อจำพรรษาเนื่องจากมีชัยภูมิที่เหมาะสม ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นตัวพระตำหนักสร้างด้วยความประณีตสวยงามแล้วพระราชดำริเดิมก็เปลี่ยนไป ด้วยทรงเห็นว่า ไม่น่าที่ขุนหลวงหาวัดจะทรงมีความคิดใหญ่โต สร้างที่ประทับชั่วคราวหรือที่มั่นในการต่อสู้ให้ดูสวยงามเช่นนี้ ดังนั้น จึงทรงสันนิษฐานว่า พระตำหนักนี้คงจะสร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เพื่อเป็นที่ประทับแรม เช่นเดียวกับที่พระเจ้าปราสาททองทรงสร้างที่ประทับไว้ที่บางปะอิน เนื่องจากมีพระราชนิยมเสด็จประพาสเมืองแถบนี้ ทั้งพระองค์ได้เสด็จพระนอนขุนอินทประมูลถึง ๒ ครั้ง และขณะเดียวกันที่กรมขุนพรพินิต (ขุนหลวงหาวัด หรือ เจ้าฟ้าอุทุมพร) ผนวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐ์ก็ได้ทรงนำข้าราชบริพารกับพระภิกษุที่จงรักภักดีต่อพระองค์ เสด็จลงเรือพระที่นั่งจาก ออกจากพระนครศรีอยุธยามาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ทองคำหยาด และประทับอยู่ที่พระตำหนักคำหยาดนี้เพื่อไปสมทบกับชาวบ้านบางระจัน ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรได้บูรณะ และขึ้นทะเบียนพระตำหนักคำหยาดเป็นโบราณสถานไว้แล้ว
    วังปลาวัดข่อย
    อยู่บริเวณแม่น้ำน้อยหน้าวัดข่อย หมู่ที่ ๑ ตำบลโพธิ์รังนก อยู่ห่างจากจังหวัดอ่างทอง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางอ่างทอง-วิเศษชัยชาญ ทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๑ กิโลเมตรที่ ๒๗–๒๘ ก็จะพบป้ายวังปลาวัดข่อย จากนั้นเลี้ยวขวาลัดเส้นทางคลองส่งน้ำชลประทานไปอีกประมาณ ๒.๓ กิโลเมตร ปลาที่วัดข่อยนี้มีจำนวนมากมาตั้งแต่สมัยพระครูสุกิจวิชาญ (หลวงพ่อเข็ม) เป็นเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเวลากว่า ๕๐ ปีแล้ว ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๒๘ พระครูสรกิจจาทรเป็นเจ้าอาวาสได้ปรับปรุงสถานที่และร่วมกับสำนักงานประมงอำเภอโพธิ์ทองประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษามิให้ปลาถูกรบกวน ปัจจุบันมีปลานานาชนิดอาศัยอยู่รวมกันไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ตัว เช่น ปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาเทโพ ปลาแรด ปลาบึก ฯลฯ ทางวัดมีอาหารปลาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการให้อาหารปลา มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มไว้บริการ
    ภายในวัดข่อยยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ศาลาการเปรียญไม้สัก ทรงไทยโบราณเสา ๘ เหลี่ยม ใต้ถุนศาลาการเปรียญเป็นที่เก็บของเก่าประเภทต่างๆ เช่น จากจีน มีเรือประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือแจว เรือสัมปั้นและเรือประทุน มีเครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งอุปกรณ์ในการทำนาได้แก่ เกวียน ล้อ คันไถ อุปกรณ์เครื่องมือการจับสัตว์น้ำ ไซดักปลา นอกจากนี้ยังมีมณฑป วิหาร เจดีย์ พระอุโบสถ กุฏิ หอสวดมนต์ ซากโบราณสถานของห้องเรียนโบราณ และยังมีของเก่าที่เก็บรักษาไว้เช่น ตะเกียงโบราณจากกรุงวอชิงตัน นาฬิกาโบราณจากปารีสและตู้พระไตรปิฎกไม้สักสมัยรัชกาลที่ ๕ จากจีนหรือเปลกล่อมลูกแบบโบราณ ชาวบ้านยังมีการจัดตั้งศูนย์ผลิตข้าวซ้อมมือขึ้นเป็นสหกรณ์เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชน มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จัดแสดง เรือโบราณประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือแจว และยังมีอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพของชาวนา เช่น ครก โม่ข้าว กระด้ง ฯลฯ อันแสดงถึงวิถีชีวิตชาวไทยภาคกลางเป็นอย่างดี
     

    อำเภอแสวงหา

     
    บ้านสวนนก
    อยู่ในบริเวณหมู่ที่ ๒ บ้านริ้วหว้า ตำบลบ้านพราน ระยะทางห่างจากจังหวัดอ่างทอง ๒๔ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางสายโพธิ์ทอง-แสวงหา (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๔) กิโลเมตรที่ ๑๘–๑๙ แล้วแยกเข้าที่บ้านตำบลหนองแม่ไก่ ถึงโรงเรียนหนองแม่ไก่แล้วเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก ๖ กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดริ้วหว้าซึ่งมีนกท้องนาปากห่าง นกกระสา นกกาน้ำ นกกระเต็น นกอีเสือ ฯลฯ บางชนิดก็ใกล้จะสูญพันธุ์และหาชมได้ยากในท้องถิ่นอื่น
    วัดบ้านพราน
    ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีพราน ไปตามเส้นทางสายโพธิ์ทอง-แสวงหา (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๔ ) กิโลเมตรที่ ๒๑–๒๒ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในครั้งใดไม่ปรากฏ ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ชัยมงคล แห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่สร้างวัดบ้านพรานชื่อ นายพาน นางเงิน สองสามีภรรยา และนายกระปุกทอง ผู้เป็นบุตร ในระหว่างปี ๑๘๖๒–๑๘๗๐ ช่วงปลายกรุงสุโขทัย หลังจากนั้นวัดนี้ได้ถูกทิ้งร้างไปจนต้นไม้ปกคลุมหนาทึบเป็นเวลา ๑๐๐ กว่าปี ต่อมาพวกนายพรานได้มาตั้งหมู่บ้านขึ้นในบริเวณดังกล่าว จึงช่วยกันบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ มีประวัติเล่าต่อกันมาว่าพระพุทธรูปศิลาแลงชื่อหลวงพ่อไกรทองที่ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารนั้นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นผู้สร้างที่เมืองสุโขทัย แล้วถอดเป็นชิ้นมาประกอบที่วัดบ้านพรานเพื่อให้เป็นพระประธาน แต่ผู้สร้างวัดต้องการสร้างพระประธานขึ้นเอง จึงได้สร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อไกรทอง” ไกรหมายถึง จีวร สังฆาฏิ สบงของหลวงพ่อไกรทอง เล่ากันต่อๆมาว่า เมื่อถึงวันดีคืนดี เวลาเที่ยงคืน ไกรจะลุกเป็นไฟสว่าง โชติช่วง บอกนิมิตอันดีต่อผู้พบเห็น เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์สามารถคุ้มภัยแก่ผู้ไปสักการะบูชา
     
    บ้านคูเมือง
    อยู่ที่ตำบลบ้านไผ่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอแสวงหาประมาณ ๔ กิโลเมตร และห่างจากค่ายบางระจันประมาณ ๓ กิโลเมตร ที่บ้านคูเมืองนี้นักโบราณคดีได้สำรวจพบซากเมืองโบราณซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นชุมชนสมัยทวาราวดี มีร่องรอยเหลือเพียงคูเมืองขนาดกว้างกับเนินดิน ขุดพบเศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผา กระดูกสัตว์ ลูกปัดและหินบดยา ปัจจุบันเป็นคูน้ำธรรมดา ไม่เห็นสภาพของโบราณสถานหลงเหลือ
     
    วัดยาง
    อยู่ที่ตำบลห้วยไผ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ยังคงมีซากโบราณสถานให้เห็นคือ พระอุโบสถซึ่งมีฐานโค้งเป็นเรือสำเภา พระพุทธรูปศิลาทราย พระพุทธรูปปูนปั้นที่ชำรุดและใบเสมาหิน ห่างไปทางทิศใต้ของวัดประมาณครึ่งกิโลเมตรมีเนินดินซึ่งเคยพบพระเครื่องจำนวนมาก จากการที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านบางระจันมากนัก จึงสันนิษฐานว่า บริเวณนี้คงเป็นสถานที่ซ่อนสมบัติของมีค่าของคนไทยในสมัยนั้น
     
    กลุ่มแม่บ้านจักสานพลาสติกศรีพราน
    ตำบลศรีพราน ปัจจุบันคุณกัลยา อินทร์โต เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มมาช่วยกันผลิตงานประเภท ตระกร้า กระถาง กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือน ส่วนใหญ่สินค้าที่ผลิตได้จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น อิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส เป็นต้น แต่ละประเทศจะส่งรูปแบบผลิตภัณฑ์มาให้พร้อมกับวัตถุดิบ พร้อมสงวนลิขสิทธิ์ไม่ให้ใครมาลอกเลียนแบบ
     

    อำเภอวิเศษชัยชาญ

     
    วัดม่วง
    ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลหัวตะพาน อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๘ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางสายอ่างทอง-วิเศษชัยชาญ (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๕) กิโลเมตรที่ ๒๙ เข้าไป ๑ กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ภายในวัดมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น พระอุโบสถ ล้อมรอบด้วยกลีบบัวสีชมพูขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วิหารแก้ว ชั้นล่าง เป็นพิพิธภัณฑ์วัตถุมงคลและวัตถุโบราณ เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ภายในมีรูปปั้นเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ ชั้นบน ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เนื้อเงินแท้ องค์แรกองค์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี บริเวณวัดมีรูปปั้นแสดง แดนนรก แดนสวรรค์ แดนเทพเจ้าไทย และแดนเทพเจ้าจีนซึ่งมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทย-พม่าที่เมืองวิเศษชัยชาญ ด้านหลังมีวังมัจฉา และสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของดีเมืองอ่างทองได้
    อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว
    ประดิษฐานอยู่ที่หน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม หมู่ที่ ๒ ตำบลไผ่จำศีล ตามเส้นทางสายอ่างทอง-วิเศษชัยชาญ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๒๖-๒๗ เข้าไปประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ซอยปู่ดอก-ปู่ทองแก้ว ๑๖ เป็นอนุสรณ์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกและปู่ทองแก้ว ทั้งสองท่านยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจันก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกในปีพ.ศ. ๒๓๐๙ อนุสาวรีย์แห่งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาทรงเปิดเมื่อพ.ศ. ๒๕๒๐
    วัดเขียน
    เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อยู่ที่หมู่ ๘ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง ใกล้กับวัดวิเศษชัยชาญห่างจากอำเภอเมือง ๑๒ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๔ ประมาณ ๑ กิโลเมตร ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝาผนังที่งดงามแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติชาดก สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสกุลเมืองวิเศษชัยชาญสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะภาพคล้ายกับภาพเขียนในพระอุโบสถวัดเกาะและวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน
    วัดอ้อย
    เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่หมู่ ๑๐ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง ริมฝั่งแม่น้ำน้อย ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๔ ประมาณ ๒ กิโลเมตร ห่างจากวัดเขียนไปทางทิศเหนือประมาณ ๑ กิโลเมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาแต่จะสร้างในสมัยใดใครเป็นผู้สร้างไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด พระอุโบสถเป็นอาคารขนาดใหญ่หกห้อง ก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ หลังคาเป็นเครื่องไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผา มีลักษณะสวยงามคล้ายกับพระอุโบสถวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระอุโบสถนี้ไม่มีหน้าต่าง ลักษณะแบบนี้เรียกว่ามหาอุด รอบโบสถ์มีเสมา ๘ ทิศ พระประธานเป็นพระหล่อสัมฤทธิ์ ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อดำ วัดอ้อยเป็นวัดถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยอยุธยา นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่ของวัดอ้อย มูลนิธิสร้างสรรค์เด็กได้เปิดบ้านสำหรับให้ที่พักพิงแก่เด็กมีปัญหา เด็กเร่ร่อนติดยา หรือเคยประพฤติผิดกฏหมายชื่อว่า “บ้านเด็กใกล้วัด” เพื่อช่วยให้เด็กเหล่านี้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นได้สัมผัสธรรมชาติและมีพระสงฆ์คอยช่วยเหลือบำบัดทางด้านจิตใจ
    ตลาดวิเศษชัยชาญ
    ตลาดนี้เป็นตลาดเก่ามีอายุกว่า ๑๐๐ ปี เป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ ยังคงเห็นสภาพบ้านเรือน ตึกแถวไม้ โรงแรมเก่า โรงสีข้าว ร้านขายของชำ ร้านขายเครื่องยาจีนและไทย ซึ่งยังคงเป็นตลาดเก่าที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งชมตลาดวิเศษชัยชาญ ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่อายุกว่า ๑๐๐ ปี อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ค่อนข้างมาก มีซอยทำขนมไทยโบราณ สภาพที่อยู่อาศัยในตลาดส่วนใหญ่เป็นห้องแถวไม้ทำขนมซาลาเปา ขนมจีบ ขนมไทยโบราณ เช่น ขนมดอกลำดวน ขนมโสมนัส ขนมดอกดิน ซึ่งเป็นขนมประจำของอำเภอวิเศษชัยชาญ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะทำขนมไทยเหล่านี้ส่งที่ร้านทรงนิมิตรในตัวตลาด
    หากท่านสนใจจะเที่ยวชมฝั่งตรงข้ามตลาดวิเศษชัยชาญ สามารถใช้บริการเรือจ้างข้ามฟากได้ เที่ยวละ ๒ บาท (ใช้เชือกชักรอกไป) ปัจจุบันยังใช้งานอยู่เนื่องจากระยะทางใกล้กว่าใช้เส้นถนน
     
    วัดวิเศษชัยชาญ
    เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญมาแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันเหลือหลักฐานเพียงเจดีย์เท่านั้น สิ่งปลูกสร้างนอกเหนือจากนั้นได้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ อาทิเช่น พระอุโบสถซึ่งภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นในสมัยเดียวกัน เป็นภาพพุทธประวัติและภาพข้าศึกที่เป็นเป็นฝรั่งขี่ม้า ภาพทั้งหมดเขียนแบบแรเงาโดยนายปุ๋ย พุ่มรักษา ช่างในเมืองหลวง ส่วนด้านข้างพระอุโบสถมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
    วัดสี่ร้อย
    อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย หมู่ที่ ๔ ตำบลสี่ร้อย ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๔ กิโลเมตรที่ ๓๑–๓๒ (บนเส้นทางสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หรืออ่างทอง -วิเศษชัยชาญ ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๒.๕ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายมือไปตามถนนคันคลองชลประทานอีก ๕ กิโลเมตร) ชื่อตำบลสี่ร้อยและชื่อวัดเป็นชื่อที่สันนิษฐานว่าตั้งขึ้นเป็นอนุสรณ์แก่ขุนรองปลัดชู และชาวบ้านวิเศษชัยชาญ ๔๐๐ คน ที่เสียชีวิตในสงครามระหว่างไทยกับพม่าที่เมืองกุย ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ ๒๓๐๒ วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ สูง ๒๑ เมตร หน้าตักกว้าง ๖ เมตรเศษ นามว่า “หลวงพ่อโต” หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “หลวงพ่อร้องไห้” เมื่อปีพ.ศ ๒๕๓๐ มีข่าวใหญ่ว่าหลวงพ่อวัดสี่ร้อยมีโลหิตไหลออกมาจากพระนาสิก ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากคนทั่วไปทั้งชาวอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงต่างหาโอกาสมานมัสการ “หลวงพ่อร้องไห้” นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถวัดนี้เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างอยุธยา ที่มีความงดงามมาก ปัจจุบันภาพลบเลือนไปหมดแล้ว
     

    อำเภอสามโก้

     
    อำเภอสามโก้ อยู่ห่างจากจังหวัดอ่างทองประมาณ ๒๕ กิโลเมตร แม้เป็นอำเภอเล็กๆ ซึ่งเดิมเป็นตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอวิเศษชัยชาญ ได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอและเป็นอำเภอเมื่อพ.ศ.๒๕๐๘ ความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ปรากฏในพงศาวดารว่า เป็นเส้นทางที่พม่าเดินทัพจากด่านเจดีย์สามองค์ผ่านเข้ามาตั้งค่ายพักแรมก่อนเข้าตีกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระเอกาทศรถเคยเสด็จนำทัพหลวงผ่านบ้านสามโก้แห่งนี้เพื่อทรงทำสงครามยุทธหัตถี ที่ตำบลตระพังตรุ จังหวัดสุพรรณบุรี จนทรงได้รับชัยชนะด้วยเช่นกัน
    ปัจจุบัน สามโก้เป็นอำเภอที่น่าสนใจมากอำเภอหนึ่งในแง่ประเพณี และศิลปะพื้นบ้าน กล่าวคือ สามโก้มีพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่เปลี่ยนจากพื้นที่ทำนาเป็นพื้นที่ทำการเกษตรด้านอื่นเช่น การทำนาบัว การทำสวนมะพร้าวพันธุ์ดี และการทำไร่นาสวนผสม ซึ่งเกษตรกรรู้จักพัฒนาอาชีพด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาปรับปรุงผลผลิตทางการเกษตรให้มีทั้งคุณภาพและปริมาณจนสามารถทำรายได้เป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้สามโก้ยังเป็นถิ่นของเพลงพื้นเมืองที่มีพ่อเพลงและแม่เพลงที่มีบทบาทในการฟื้นฟูการละเล่นและอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านอีกด้วย
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 145 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,900 AUD$ (ประมาณ 84,100 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.