l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    พระนครศรีอยุธยา
    ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา
     
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    ๔๑๗ ปีแห่งการเป็นราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ ประกอบด้วย ๕ ราชวงศ์คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททองและราชวงศ์บ้านพลูหลวง มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น ๓๓ พระองค์ โดยมีปฐมกษัตริย์คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) พระนครศรีอยุธยาจึงนับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ตลอดระยะเวลา ๔๑๗ ปีที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เป็นเพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชนชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์อารยธรรมของหมู่มวลมนุษยชาติซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านหรือจากการบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเอง แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ยังมีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงอัจฉริยภาพและความสามารถอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตนสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล จึงเป็นที่น่ายินดีว่าองค์การ ยูเนสโก้ โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๑๙ ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๔ ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย-อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรโดยจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้

    สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ พระราชวังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีอยู่ ๓ แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง นอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักนอกอำเภอพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน ในเขตอำเภอบางปะอิน และตำหนักนครหลวง ในเขตอำเภอนครหลวง

    ภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ๓ สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ แม่น้ำป่าสักไหลผ่านทางทิศตะวันออก และแม่น้ำลพบุรี(ปัจจุบันเป็นคลองเมือง)ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ แม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำแสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำมายาวนาน

    จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๗๖ กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ ๒,๕๕๖ ตารางกิโลเมตร

    แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๖ อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอภาชี อำเภอบ้านแพรก อำเภอบางซ้าย อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางบาล อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน อำเภอเสนา อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอท่าเรือ และอำเภอวังน้อย

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี อ่างทอง และสระบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสระบุรี
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
     

    รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้หลายเส้นทางดังนี้

    1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    3. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    รถไฟ การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้บริการรถไฟโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีบริการทุกวัน ขบวนรถไฟจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอภาชี แล้วรถไฟจะแยกไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี นอกจากนี้การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยาในโอกาสพิเศษ ปีละ 3 ขบวน คือ วันที่ 26 มีนาคม (วันสถาปนาการรถไฟฯและเป็นวันที่ระลึกถึงการเปิดทางรถไฟสายแรกวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2433) วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟไทย) และวันที่ 5 ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) สอบรายเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2220 4334, 0 2220 4444, 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th

    อัตราค่าโดยสาร กรุงเทพ - พระนครศรีอยุธยา ระยะทาง : 71 กิโลเมตร

    • ชั้นที่ 1 66 บาท
    • ชั้นที่ 2 35 บาท
    • ชั้นที่ 3 15 บาท

    รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน วันละหลายเที่ยว โดยออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

    อัตราค่าโดยสาร
    • กรุงเทพ - พระนครศรีอยุธยา บริษัทเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ประเภทรถ รถมาตรฐาน 2 ( ป.2) ระยะเวลา 1.30 ชั่วโมงค่าโดยสาร 43 บาท
    • กรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยาบริษัทเดินรถ อยุธยาเดินรถ ประเภทรถ รถมาตรฐาน 1(ข) 40 ที่นั่ง ค่าโดยสาร 52 บาท

    เรือ การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยทางน้ำเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ เพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังเป็นการย้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์สมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติทางเรือบนสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ บริการเรือนำเที่ยวจากกรุงเทพฯไปพระนครศรีอยุธยามีดังนี้

    1. เรือมโนราห์ 2 ออกจากท่าโรงแรมแมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน แวะเที่ยวชมตั้งแต่กรุงเทพฯ วัดอรุณฯ พิพิธภัณฑ์เรือ ผ่านเกาะเกร็ด นนทบุรี วัดปทุมคงคา แวะวัดต่างๆ ในพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน โทร. 0 2476 0021-2
    2. เรือมิตรเจ้าพระยา เรือออกจากท่าช้างเวลา 08.00 น. ทุกวันอาทิตย์ แวะศูนย์ศิลปาชีพบางไทร บางปะอิน ขากลับแวะวัดเฉลิมพระเกียรติ และกลับถึงกรุงเทพฯเวลา 18.00 น. อัตราค่าโดยสารผู้ใหญ่ 390 บาท เด็ก 300 บาท โทร 0 2623 6169, 0 2225 6179
    3. เรือเมฆขลา มีบริการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบ 2 วัน 1 คืน พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเรือจะออกจากท่าโรงแรมแม่น้ำ เวลา 14.30 น. และเดินทางกลับโดยรถยนต์ (หรือจะเลือกเดินทางไปโดยรถยนต์ออกเวลา 07.00 น.และเดินทางกลับโดยทางเรือ) อัตราค่าโดยสาร 4,500-7,600 บาท โทร. 0 2256 6666
    4. เรือริเวอร์ซันครุ้ยส์ บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเช่น วัดมหาธาตุ วัดโลกยสุธาราม รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้เวลา 08.00 น.และเดินทางกลับโดยทางเรือเวลา 16.30 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 1,800 บาท โทร. 0 2266 9125-6, 0 2266 9316
    5. เรือฮอไรซันครุ้ยส์ มีบริการเรือนำเที่ยวทุกวัน สู่พระราชวังบางปะอิน นำเที่ยวพระนครศรีอยุธยา เช่น วัดใหญ่ชัยมงคล วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ พร้อมอาหาร รถออกจากลานจอดรถใกล้โรงแรมแชงกรีล่าเวลา 08.00 น. เดินทางกลับโดยทางเรือ อัตราค่าโดยสารคนละ 1,600 บาท โทร. 0 2236 7777 ต่อ 6204-5, 0 2236 9952
    6. เวิลด์ทราเวิล เซอร์วิส จัดรายการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประจำทุกวัน พร้อมอาหารบุฟเฟต์ รถออกจากท่าริเวอร์ซิตี้เวลาประมาณ 07.30 น.กลับถึงเวลา 16.30 น. เดินทางกลับทางเรือ อัตราค่าบริการคนละ 1,600 บาท โทร. 0 2234 4875
    7. เรือมณฑา (Classic Barges) บริการเรือเหมานำเที่ยวอยุธยา แบบ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน ติดต่อโทร. 0 1813 1495 เว็บไซต์ http://www.classic-barges.com
    ระยะทางจากอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยาไปยังอำเภอต่างๆ
    • บางบาล ๑๐ กิโลเมตร บางปะหัน ๑๓ กิโลเมตร
    • อุทัย ๑๕ กิโลเมตร บางปะอิน ๑๗ กิโลเมตร
    • นครหลวง ๒๐ กิโลเมตร วังน้อย ๒๐ กิโลเมตร
    • เสนา ๒๐ กิโลเมตร มหาราช ๒๕ กิโลเมตร
    • ผักไห่ ๒๙ กิโลเมตร บางซ้าย ๓๔ กิโลเมตร
    • ภาชี ๒๕ กิโลเมตร บางไทร ๔๕ กิโลเมตร
    • บ้านแพรก ๕๓ กิโลเมตร ท่าเรือ ๖๐ กิโลเมตร
    • ลาดบัวหลวง ๖๕ กิโลเมตร
    ระยะทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    • อ่างทอง ๓๑ กิโลเมตร
    • สุพรรณบุรี ๕๓ กิโลเมตร
    • สระบุรี ๖๓ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

     

     

    อำเภอพระนครศรีอยุธยา

     
    ก๋วยเตี๋ยววัดใหญ่ (ตรงข้ามวัดใหญ่ชัยมงคล) ต.คลองสวนพลู โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๖๗๙ (ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น)
    ก๋วยเตี๋ยวเรือ หน้าชุมสายองค์การโทรศัพท์ ถ.บางเอียน (ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น)
    ก๋วยเตี๋ยวเรือวัดจีน (หรือวัดรัตนชัย) (อยู่ในวัดจีนอยู่ใกล้กับป้อมเพชร) ต.หอรัตนไชย (ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ)
    กิ่งแก้ว-ก้านทอง ค. ๕/๑๗ ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๗๙๓ (ข้าวขาหมู,ข้าวน่องเหล้าแดง, ข้าวหมูแดง)
    ไก่ย่างแม่ผ่องสี ง. ๑๐/๒๘-๒๙ ม.๔ ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๕๕๔, ๐ ๔๑๓๖ ๒๓๖๖ (ไก่ย่างสูตรพิเศษ)
    ข้าวต้มกำลังภายใน ถ.นเรศวร ข้างคิวท่ารถตู้ไปกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๙๓๔ (อาหารจีน)
    คุณแอ๊ด (ยีเลาะห์เจ้าเก่า) ๖๐-๖๑ ม.๓ ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๑๐๕ (อาหารอิสลาม, ข้าวหมกไก่, มัสมั่นแพะ)
    คุ้มขุนเมือง ถ.โรจนะ โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๐๗๐ (อาหารไทย, เวียดนาม)
    ครัวคุณสุ (ตรงข้ามสวนสมเด็จพระสุโยทัย) ๔๘/๑ ม.๒ ต.บ้านใหม่ โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๓๕๔๙, ๐ ๕๑๘๔ ๒๖๐๕, ๐๘ ๙๔๑๔ ๙๒๘๒ (ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ,ปลาแม่น้ำ,ต้มยำปลากระทิง,)
    ครัวต้นน้ำ ถ. ๒๖/๒ ถ.อู่ทอง (ตรงข้ามวิทยาเขตพณิชยการราชมงคล) โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๕๑๔ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    ครัวต้ม - ตุ๋น (ตรงข้ามสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ฯ) ๑๘/๕ ม.๕ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๑๘๗ (ต้มยำปลากะพงแดง,ข้าวคลุกกะปิ,ก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลา)
    ครัวแตน ๗/๗ ม.๒ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๓๗๕ (อาหารไทย, ตามสั่ง, ผัดเผ็ดกระดูกหมูอ่อนใบยี่หร่า)
    ครัวเรือนไม้ไทย ๖/๔๓ ม. ๖ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย
    ครัวสวนหลวง อาคารสวนหลวง ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ถ.โรจนะ ต.ประตูชัย (ข้างศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์) โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๖๙๗, ๐ ๓๕๒๔ ๕๕๓๗(อาหารไทย)
    ครัวย่าบัว ๔๖ ม.๒ ต.กะมัง โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๗๒๕ (ปลาน้ำเงินแกงป่า ต้มยำต่าง ๆ)
    ครัวอู่ทอง ๔๑ /๒ ม.๑ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๑๗๒๙ (อาหารเวียดนาม,แหนมซี่โครงหมูอ่อน, แกงคั่วหอยขม)
    เจริญรุ่งเรือง ๘/๓ ม.๔ ถ.ป่ามะพร้าว ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๔๖๑ , ๐ ๓๐๑๘ ๖๒๖๓, ๐ ๗๑๑๘ ๙๙๑๓ (ก๋วยเตี๋ยวทะเล,ผัดไททะเล,ยำทะเล)
    ซี ซี อินเตอร์ฟู้ด ๗/๓๓ ถ.จักรพรรดิ์ ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๓๔, ๐ ๓๕๒๔ ๔๓๓๐ ( อาหารตามสั่ง อาหารไทย อาหารทะเล)
    ซีฟู้ดพาร์ค ที แอนด์ เจ ๕๕/๑๗ ม.๑ ต.ธนู (ตรงข้ามโรงแรมอยุธยาแกรนด์) โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๒๕๕-๖ (อาหารทะเล, ญี่ปุ่น)
    ดวงพร (ตลาดเจ้าพรหม) ๙ /๔๙ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๐๕๖๖ (อาหารจีน)
    ตะเพียนทอง ในโรงแรมอยุธยาแกรนด์โฮเต็ล โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๔๘๓-๘ (อาหารไทย, จีน, ญี่ปุ่น)
    ตำหนักแก้ว ๑๖๖ ม.๒ ถ.ชัยมงคล ๕ ต.ไผ่ลิง (ทางเข้าสนามกีฬาประชาชน) โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๑๕๐-๑ (อาหารไทย, จีน)
    โตโต้ เกสต์เฮาส์ ๖/๕ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๒๖๕๘ (อาหารไทย, ตามสั่ง)
    เทพนิมิตร ในโรงแรมอโยธยา ง. ๑๒ ม.๔ ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๒๔๙ (อาหารไทย)
    เนื้อย่างเกาหลี (ข้างสนามกีฬาจังหวัด) ถ.โรจนะ
    นิมิตรดี (หน้าโรงเรียนประตูชัย) ๒๐/๒ ม.๒ ถ.อู่ทอง ต.ท่าวาสุกรี โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๐๓๓ (อาหารป่า)
    นางกวักบึงพระราม ถ.ป่าโทน ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๖๒๘ (อาหารตามสั่ง)
    นายฮวดข้าวขาหมู เชิงสะพานปรีดีฯ
    บอนไซ ๑๙/๒๓ ม.๓ ต.คลองสวนพลู โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๖๖๗ (เนื้อย่างเกาหลี)
    บ้านอู่ทอง ๔๑/๒ ถ.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๒๙๓ (อาหารไทย, เวียดนาม, แหนมซี่โครงหมูอ่อน, แกงคั่วหอยขม)
    ป่าสักคอฟฟี่ช้อป ในโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ทางเข้าสถานีรถไฟอยุธยา โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๓๓๓ (อาหารไทย, จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่ง)
    ฟาร์มกุ้งหลวง (ตลาดกลางเพื่อการเกษตร) ๙๘/๔ ม.๓ ถ.สายเอเซีย ต.หันตรา โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๕๘๘ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    มะละกอ ๙/๓๖ ถ.ชีกุน ต.ประตูชัย โทร. ๐๘ ๑๗๑๒ ๕๗๗๙ (อาหารไทย เปิดเวลา ๐๙.๓๐-๒๒.๐๐ น.)
    มังสวิรัติ (ทางไปท่ารถ ๙๙) ๙๑ /๑ ถ.คลองมะขามเรียง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๔๒๓ (แกงเขียวหวาน, หมูพริกไทยดำ)
    มาเรียม ๖๙/๖ ม.๓ ถ.บางเอียน ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๐๑๑๐
    ริเวอร์ไอร์แลนด์ คอทเทจ ๑๕/๒๖ ม.๒ เกาะลอย ต.หัวรอ โทร.๐๘ ๑๒๙๐ ๖๖๓๐, ๐๘ ๑๔๓๔ ๑๘๕๘ (อาหารจำพวกปลาแม่น้ำ)
    เรือนไทยไม้สวย (เลยวัดใหญ่ชัยมงคลประมาณ ๒๐๐ เมตร) ๘/๒ ม.๓ ต.คลองสวนพลู โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๙๗๗-๙ (อาหารไทย,ปลา-กุ้งแม่,น้ำแกงคั่วหอยขม, น้ำพริก-ยำชนิดต่าง ๆ)
    ลูกศิษย์เท้ง ด.23/5 ถ.อู่ทอง ต.ท่าวาสุกรี โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๒๔๖, ๐๘ ๙๑๐๗ ๔๒๙๖ (ปูจ๋า หอยจ๊อ อาหารจีน อาหารจำพวกปลา)
    ลุงแอ๊ดปลาเผาบึงพระราม ถ.ป่าโทน ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๒๖๙๒ (ปลาเผาต่าง ๆ )
    เลขาบึงพระราม ถ.ป่าโทน ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๑๗๔๖ ข้าวโปะ, ต้มยำปลาม้า,ส้มตำต่าง ๆ )
    ศูนย์อาหารแม่ช้อยนางรำ บริเวณตลาดน้ำศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค โทร. ๐ ๓๕๒๒ ๙๒๓๔-๔๑
    สยาม ๑๑/๓ ม.๑ ถ. มหาราช ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๐๗๐ (ปลาช่อนลุยสวน, แหนมเนือง)
    สะแกวัลย์ ๑๙ ถ.วัดป่าโค ใกล้สถานีรถไฟ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๕๖๙ (อาหารไทย)
    ส้มตำบึงพระราม ในบริเวณสวนสาธารณะบึงพระราม
    ส้มตำหัวแหลม บริเวณหน้าสรรพาวุธซ่อมยาง
    อู่ทองอินน์ คาเฟ่ ในโรงแรมอู่ทองอินน์ ถ.โรจนะ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๒๓๖-๙ (อาหารไทย, จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่ง)
    แอ๊ว ๑๗ ม.๓ ต.คลองสระบัว โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๑๙๙ (ไข่เจียวคลองสระบัว,ปลาแม่น้ำ)
    อำนวยบึงพระราม ถ.ป่าโทน ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๕๘๕ (ส้มตำ, อาหารตามสั่ง)
    ๒๙ สเต๊ก ง.๘ ๑๔/๑๕ ถ.ป่ามะพร้าว (สาย๑) ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๗๕๕ (สเต๊กหมู, ไก่ นกกระจอกเทศ, อาหารไทย)
    กระท่อมเจ้าพระยา (ข้างอนุสาวรีย์พระสุริโยทัย) ๔๕/๑ ม.๘ ต.บ้านใหม่ โทร. ๐ ๓๕๓๙ ๘๒๐๐-๑ (อาหารไทย, กุ้ง-ปลาแม่น้ำ, ฉู่ฉี่ปลาน้ำเงิน, ต้มยำปลาม้า)
    กานต์กิตติ ๗ ม.๒ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๙๗๑ (อาหารไทย, แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย,แกงส้มชะอมทอด, ปลาช่อนลุยสวน,หมี่กรอบ) มีบริการล่องเรือ
    กู่เฉิง (โรงแรมกรุงศรีริเวอร์) ๒๗ / ๒ ถ.โรจนะ ต.กะมัง โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๓๓๓ ต่อ ๓๑
    ครัวป้อมเพชร ๑๓ /๕ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๓๕๔ (ขาหมูตุ๋นยาจีนทอดกรอบ,ปูผัดผงกะหรี่,ต้มยำกุ้งแม่น้ำมะพร้าวอ่อน) มีบริการล่องเรือ
    คุ้มกรุงศรี (เลยสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ไปประมาณ ๕๐๐ เมตร) ๑๕/๑ ม.๖ ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๖๗๖, ๐ ๓๕๒๑ ๐๒๑๑ (อาหารไทย, ส้มตำปลากรอบ, ปลาช่อนเผา,กุ้งชาววัง, แกงส้มมะพร้าวอ่อน) มีบริการล่องเรือ
    เจ้าพระยามารวย ๙/๕ ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๖๙๒, ๐๘ ๑๘๕๒ ๓๐๗๙, ๐๘ ๑๙๔๘ ๓๕๘๕ (ขาหมูตุ๋นยาจีนทอดกรอบ,ปลาช่อนซาดิส, เอ็นหมูต้มยำแห้ง) มีบริการล่องเรือ
    ชายน้ำ จ.๓๖/๒ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๐๑๓, ๐๘ ๑๖๙๖ ๒๔๓๙ (อาหารจีน, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, กุ้งเผา, กุ้งทอดกระเทียม, ทอดมันปลากราย)
    ไทรทองริเวอร์ (หลังจวนผู้ว่า) ๔๕ ม.๑ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๔๙, ๐ ๓๕๒๔ ๔๕๗๕ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, ปลากะพง ๓ รส, แกงส้มปลาช่อน) มีบริการเรือรอบเกาะ
    บ้านคุณพระ (เยื้องวิทยาลัยอาชีวะศึกษา) ๔๘ ถ.ป่าโทน ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๙๗๘, ๐๘ ๑๔๔๒ ๒๗๔๒ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, กุ้งแช่น้ำปลา)
    บ้านไม้ริมน้ำ ๓๓ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๕๑๖, ๐ ๓๕๒๑ ๑๕๒๖ (ปลาช่อนริมน้ำ,ปลาเนื้ออ่อนฉู่ฉี่) มีบริการล่องเรือ
    บ้านวัชราชัย ๙ ม.๗ ต.บ้านป้อม (เข้าทางวัดกษัตราธิราช) โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๑๓๓๓, ๐ ๓๕๒๕ ๕๒๘๐ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, ปลาช่อนลุยสวน, ปลาทับทิมสมุนไพร, ปลาช่อนเผาเกลือ, ต้มโคล้งปลาสลิดใบมะขามอ่อน)
    เปิบพิสดาร แม่ช้อยนางรำ (เข้าทางวัดกษัตราธิราช) ต.บ้านป้อม (กุ้งเผา,ปลาเผา,ต้มยำต่างๆ)
    แพกรุงเก่า ข.๔ ม.๒ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๕๕, ๐ ๓๕๒๔ ๓๔๕๕, ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๑๐ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, กุ้งแม่น้ำเผา,ปลาน้ำเงินราดพริก, แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย)
    แพศรีทอง (ใกล้วัดสุวรรณดาราม) ข. ๘/๑ ม.๒ ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๖๐๑๐ (แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย, ปลาน้ำเงินราดพริก)
    แพอาหารอโยธยา (โรงแรมอโยธยาริเวอร์ไซค์) ๙๑/ ๑ ม.๑ ต.กะมัง โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๔๘๗๓-๗ (อาหารไทย,จีน,ฝรั่ง, เมี่ยงปลาช่อน)
    แพอาหารเทวราช ๗๔/๗ ม.๑ ต.กะมัง โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๒๒๔, ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๙๗, ๐ ๓๕๒๔ ๔๑๒๔ (อาหารไทย,จีน) มีบริการล่องเรือ
    ริเวอร์วิวเพลส โรงแรมริเวอร์วิวเพลส ก.๓๕/๕ ม.๑ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๗๒๙-๓๐, ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๔๔
    เรือไม้ไทย (เลยโรงพยาบาลจังหวัดไปประมาณ ๑ กิโลเมตร) ๖/๔๓ ม.๖ ต.ประตูชัย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๑๗๗ (อาหารไทย, ปลาแม่น้ำ, ปลาทับทิมทอดม้วน, ต้มยำปลาคัง, ปลาช่อนลุยสวน) มีบริการล่องเรือ
    เรือนกัญญา (ตรงข้ามสวนสมเด็จศรีนครินทร์) ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร. ๐๘ ๙๑๓๐ ๒๐๘๘ (ปลาช่อนเผา,ไก่ทอดตะไคร้,ส้มตำปูม้า) มีบริการล่องเรือ
    เรือนรับรอง ๑๓/๑-๒ ม.๒ ถ.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๐๓๖, ๐ ๓๕๒๔ ๓๐๙๐ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, ทอดมันกุ้ง, ปลาช่อนแดดเดียว,กุ้ง-ปลาแม่น้ำ) มีบริการล่องเรือ
    เรือนแพ (ตรงข้ามโรงแรมกรุงศรีริเวอร์) ข. ๓๖/๑ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๘๐๗, ๐ ๓๕๒๔ ๑๙๖๔ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    ริมคลอง ทางไปวัดหน้าพระเมรุ (อาหารไทย, ปลาต่าง ๆ, เนื้อย่างเกาหลี)
    สมบัติเจ้าพระยา (เลยร้านอาหารไทรทองไปประมาณ ๒๐๐ เมตร) ๑๙ ม.๓ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย โทร.๐ ๓๕๓๒ ๒๒๕๙, ๐๘ ๑๙๔๗ ๕๐๑๖, ๐ ๓๐๐๓ ๐๕๖๘ (แกงส้มปลาช่อนทอด,ทอดมันกุ้ง, ส้มตำปูม้า)
    สำรวยปลาเผา ตรงข้ามสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (อาหารไทย, ปลาช่อนเผา, ยำต่างๆ)
    อิราชัยมาเสะ (โรงแรมอู่ทองอินน์) ๒๑๐ ม.๕ ถ.โรจนะ ต.ไผ่ลิง โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๒๓๖ (อาหารญี่ปุ่น)
     

    อำเภอบางไทร

     
    เจ้าพระยากุ้งเผา ๓๓/๑ ม.๕ ต.ราชคราม
    ริมน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามแยกบางไทร โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๖๐๕๐ (อาหารป่า, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    เรือนไทย ๗/๒ ม.๔ ต.ราชคราม โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๖๐๐๒ (อาหารประเภทปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    เอมโอษฐ์ อยู่ในศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ต.ช้างใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๖๙๐๑, ๐๘ ๑๕๕๐ ๗๐๓๗ (กุ้งอบเนย,ปลาสำลียำมะม่วง,ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมพริกไทย)
    นอกจากนั้นภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ยังมีร้านอาหารข้าวแกง อาหารตามสั่งและส้มตำให้เลือกรับประทานได้หลายร้านด้วยกัน
     

    อำเภอบางปะอิน

     
    ครัวเด่น (ใกล้วัดโปรดสัตว์) ๒๗ ม.๒ ต.ขนอนหลวง โทร. ๐ ๓๕๗๒ ๘๓๒๔ (ปลาเผา,ปลาม้าต้มยำ,ฉู่ฉี่ปลาหมอ,ปลาตะเพียนไร้ก้าง)
    คุณเซาดะห์ อยู่บริเวณในตลาดเก่าในอำเภอบางปะอิน (อาหารอิสลาม)
    คุณมูบีน อยู่ข้างมัสยิดเราะห์มานียะฮ์ (อาหารอิสลาม)
    ครัวฟ้า ๒๑๒/๘-๙ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๕๒๒ ๐๙๓๐ (ก๋วยเตี๋ยวเรือหมู-เนื้อ)
    ควีนโรส ๑ ตลาดบ.ข.ส. (อาหารอิสลาม อาหารตามสั่ง)
    ควีนโรส ๒ ตลาดเอกเซนเตอร์ (อาหารอิสลาม อาหารตามสั่ง)
    เบ๊เต็กเส็ง ๗๓/๖ ประตูน้ำพระอินทร์ ก่อนถึง อ.บางปะอิน โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๑๑๕๐ (อาหารไทย, จีน,ทะเล)
    ต้นน้ำริเวอร์วิว ๒๖ ม.๖ ต.บ้านเลน โทร. ๐ ๓๕๒๖ ๑๐๐๖ (อาหารตามสั่ง, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    ปราสาททอง ๙๖/๖ ประตูน้ำพระอินทร์ โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๑๐๑๑ (อาหารไทย, จีน)
    พลอย ข้างโรงพยาบาลบางปะอิน ถ.บางปะอิน-ศูนย์ศิลปาชีพฯ ต.บ้านเลน โทร. ๐ ๓๕๒๖ ๑๒๘๐ (อาหารป่า, ปลาแม่น้ำ)
    ภูตะวัน ๕๘ ม. ๕ ต.คลองจิก โทร. ๐๘ ๑๙๘๖ ๐๐๘๕ (อาหารไทย, จีน)
    ยางเดี่ยว (ยางโทน) ริมน้ำหน้าวัดชุมพลฯ โทร. ๐ ๓๕๒๖ ๑๑๓๕ (อาหารตามสั่ง, ปลา-กุ้งแม่น้ำ)
    เราะฮ์มัด ติดโรงพยาบาลบางปะอิน (อาหารอิสลาม, อาหารตามสั่ง)
    ฮัจยีโก๊ะ (ลูกชาย) อยู่ข้างมัสยิดเราะห์มานียะฮ์ ถ.พหลโยธิน กม.๕๑ (อาหารอิสลาม )
     

    อำเภออุทัย

     
    กุ้งเพื่อนแพรว ๙๘/๘ ถ.สายเอเชีย โทร. ๐ ๓๕๓๔ ๕๔๙๐ (อาหารไทย, ปลาแม่น้ำ, ปลาเผา, ปลาคังลวก)
    โกลด์ การ์ด โรงแรมโรจนะพล โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๘๘๕ (ผับและคาราโอเกะ)
    จ่าชัย ๒ ๓๒/๕ ม.๑๐ ถ.สายเอเชีย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๓๘๙๖ (อาหารไทย, แกงส้มชะอมทอด, ปลาคังลวก, แกงคั่วหอยขม)
    สวนอาหารริมน้ำ ๙๘/๓๖ ถ.สายเอเชีย โทร. ๐ ๓๕๓๔ ๕๔๙๔ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, กุ้งเผา, ปลาคังลวง,แกงส้มกุ้ง)
    อามีนา ๕๑/๑๔ ม.๑ ต.ธนู โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๖๑๘๔
     

    อำเภอวังน้อย

     
    ครัวสำราญ ๔๕/๑ ม.๒ ต.วังจุฬา โทร. ๐ ๓๕๗๒ ๑๐๗๓ (ปลาทอดกระเทียม,ปลาช่อนทรงเครื่อง)
    ต้นเตย ๓๘/๑ ม.๒ ต.วังจุฬา โทร. ๐ ๓๕๗๒ ๑๔๐๓ (อาหารไทย, ตามสั่ง, สุกี้)
    บัวชม ๑๘๔ ม.๓ ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย (ปลากะพงทอดราดน้ำปลา,ปลาช่อนอบฟาง,ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน)
    วังกุ้ง-วังปลา ๕๐ ม.๑ ต.ลำไทร โทร. ๐ ๓๕๒๗ ๑๒๑๖ (อาหารไทย, จีน, ฝรั่ง, ญี่ปุ่น)
    ลุงนวย ๗๒ ม.๑ ต.ลำไทร โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๑๒๔๘ (อาหารไทย, ปลา-กุ้งแม่น้ำ, ปูนิ่ม, หอยหลอดผัดฉ่า)
     

    อำเภอบางปะหัน

     
    ครัวบ้านสร้าง ถ.สายเอเชีย กม.ที่ ๘๕-๘๖
    อุดมปลาเผา หน้าวัดพระงาม ถ.สายเอเชีย กม.ที่ ๘๐
     

    อำเภอนครหลวง

     
    คูเหลาไก่รวน ข้างโรงเรียนวัดบ้านซุ้ง ถ.นครหลวง-ภาชี
    ลุงม้วน ตลาดใหม่เหนือวัดโตนด ถ.นครหลวง-ท่าเรือ
    สวนอาหารซุ้มป่าสัก ๑๑๖ ม.๒ ต.บ่อโพง โทร. ๐ ๓๕๗๒ ๔๕๐๔, ๐ ๓๕๗๒ ๔๕๑๙ (อาหารตามสั่ง, มีเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก)
     

    อำเภอมหาราช

     
    เจ้าปลุก ๑ ๒๓/๔ ม.๕ ต.เจ้าปลุก โทร. ๐ ๓๕๓๘ ๖๒๙๑, ๐ ๖๐๔๑ ๑๓๗๘ (ปลาเผาต่าง ๆ)
    เจ้าปลุก ๒ ๓๙/๑ ม.๕ ต.เจ้าปลุก โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๒๒๓๑ (ปลาเผาต่าง ๆ)
     

    อำเภอเสนา

     
    ก๋วยเตี๋ยวเรือไก่ฉีกเจ้าเจ็ด ป้าปุ๊ ป้าแป๊ะ (อยู่ใกล้วัดเจ้าเจ็ด)
    ก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าเจ็ด เขตชุมชนเทศบาลเจ้าเจ็ด
    จุ้งบริการ ๒ ถ.ริมน้ำ โทร. ๐ ๓๕๒๐๘ ๑๑๘๕ (อาหารป่า, ปลาแม่น้ำ)
    จ้าวเป้า ริมน้ำ ก.๒๔๐/๒ ต.เสนา (ตลาดบ้านแพน) โทร. ๐ ๓๕๒๐๘ ๑๒๔๑ (อาหารไทย, กุ้ง-ปลาแม่น้ำ อาหารป่า)
    โอ โภชนา (ตลาดริมแม่น้ำเสนา) ๒๕๒/๒๑ ต.เสนา โทร. ๐ ๓๕๒๐๘ ๑๒๕๕, ๐ ๖๗๕๘ ๒๕๕๕
     

    อำเภอบางบาล

     
    ครัวน้อง ริมแม่น้ำน้อยเชิงสะพานสีกุก ถ.อยุธยา-สุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๒๘ ๙๒๘๘-๙ (อาหารไทย, กุ้ง-ปลาแม่น้ำ)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    อำเภอพระนครศรีอยุธยา

     
    บริเวณวิหารวัดพระมงคลบพิตรและบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร มีร้านค้ามากมายหลายร้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิด เช่น ปลาตะเพียน เครื่องจักสาน เครื่องหวาย มีดอรัญญิก ผลไม้กวน และขนมชนิดต่างๆ
    ตลาดกลางเพื่อเกษตรกร ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเซีย ที่ตำบลหันตรา หลังจากเที่ยวชมในจังหวัดอยุธยาแล้วจะเดินทางกลับให้ขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปทางฝั่งตะวันออกของเกาะเมืองแล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงถนนสายเอเซีย เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒ ไปไม่ไกลนักจะมีทางให้เลี้ยวขวาเข้าไปจะเห็นตลาดกลางอยู่ทางซ้ายมือก็จะพบกับสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิดของจังหวัดเช่น มีดอรัญญิกแท้จากอำเภอนครหลวง พัดสานจากอำเภอบ้านแพรก ไม้แกะสลักของอำเภอพระนครศรีอยุธยา เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากอำเภอบางปะอิน ปลาร้า ปลาแห้งและผลไม้กวนทุกชนิด ตลอดจนของขวัญของฝากหลากหลายจากทุกอำเภอ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารซึ่งมีกุ้งและปลาสดๆ รสชาติอร่อยอยู่หลายร้าน
    ศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย ตำบลคลองสวนพลู สัมผัสวิถีชีวิต การค้าขายและบรรยากาศตลาดน้ำที่จำลองไว้ในร่ม หลากหลายด้วยร้านค้าชั้นนำ สินค้าต่างๆมากมาย ศูนย์รวมอาหารอร่อยแม่ช้อยนางรำ และยังสามารถชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๕๒๒ ๙๒๓๔-๔๑ หรือ www.ayutthayapark.com
    การทำหัวโขน ม.ล.พงษ์สวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์ ด ๕ ถ.อู่ทอง ต.ท่าวาสุกรี โทร.๐ ๓๕๒๔ ๕๗๕๙
    การเขียนภาพจิตรกรรมไทย (ลงรักปิดทอง) ศุภชัย นัยผ่องศรี ม.๓ ต.คลองสระบัว โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๗๑๐, ๐ ๓๕๒๔ ๑๒๑๑
    ปลาตะเพียน เกตุสุณี รุ่งสาตรา (หน้าตลาดหัวแหลม) ด. ๑๖/๓ ถ.อู่ทอง ต.ท่าวาสุกรี โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๔๘๑, ๐ ๓๕๒๔ ๓๗๗๐
    ปลาตะเพียน วันทนี มีพลกิจ (หน้าโรงเรียนประตูชัย) ต.ท่าวาสุกรี โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๑๗๒, ๐๘ ๙๖๗๓ ๘๘๐๑
    โรตีสายไหม นิวัตน์ แสงอรุณ (บังบี) ๕๒ ม.๓ ต.ประตูชัย โทร. ๐๘ ๑๙๙๖ ๒๕๖๔
    ผลิตภัณฑ์จากใบลาน (พัดสาน) พัชรี ศรีสนิท ๙๖/๕๔ ม.๒ ต.ประตูชัย โทร.๐ ๓๕๒๘ ๖๔๗๙, ๐ ๓๕๒๔ ๔๖๔๕
    ร้านสังคีตประดิษฐ์ เครื่องดนตรีไทยทุกชนิด ๙๗ ม.๔ หมู่บ้านสหกรณ์ครู (หมู่บ้านวรเชษฐ์) ถ.อยุธยา–เสนา ต.บ้านป้อม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๖๓๑, ๐ ๓๕๒๔ ๕๗๒๙
    ร้านจำหน่ายหินแกะสลัก-เซรามิค สมบัติ อรุณเกษม ๘๓/๗-๘ ถ.ศรีสรรเพชญ์ โทร.๐ ๓๕๒๔ ๕๙๕๓
    ดอกไม้ประดิษฐ์จากต้นโสน สมหมาย มีศรีเรือง ๓๔/๔ ม.๓ ต.คลองสวนพลู โทร.๐ ๓๕๒๔ ๔๗๒๗
    ขิมสีทอง สักดิ์เดชา สุวรรณภิงคาร ๖๓/๓ ม.๒ ต.บ้านเกาะ โทร.๐๘ ๙๘๐๘ ๑๑๔๒, ๐๘ ๑๙๔๗ ๘๗๑๐
    ปลาตะเพียน ประพาส เรืองกิจ ๑๓ ม.๑ ต.ภูเขาทอง โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๖๐๘, ๐๘ ๑๕๐๖ ๓๑๖๐
    งานปั้นจิ๊ว เฉลิมเกียรติ รุ่งพานิชย์ ๑๔๗/๖ ม.๘ ต.ประตูชัย โทร. ๐๘ ๑๘๘๑ ๒๗๔๗, ๐๘ ๙๕๓๘ ๑๙๖๕
    ธูป สมบัติ พึ่งนาย ๗ ม.๔ ต.หันตรา โทร. ๐๘ ๑๘๑๔ ๑๒๒๕
     

    อำเภอนครหลวง

     
    มีดอรัญญิก วินัย รวยเจริญ ๑๖๒/๓ ม.๗ ต.ท่าช้าง โทร. ๐ ๓๕๓๕ ๙๙๕๖, ๐ ๓๕๗๑ ๕๓๔๖
    เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร บริษัท น.ว. อรัญญิก จำกัด ๔๘/๓ ม.๕ ต.แม่ลา โทร. ๐ ๓๕๓๕ ๙๖๕๗-๘
    ศิลปประดับมุก ศตพร จันยะนัย ๑๐๐ ม.๕ ต.หนองปลิง โทร.๐๘ ๖๓๙๒ ๖๖๔๓, ๐ ๓๕๒๕ ๕๑๙๑
     

    อำเภอบางปะหัน

     
    ชิต จันทร์งาม ม.๑ ต.บางเพลิง โทร. ๐๘ ๑๘๕๑ ๕๙๒๕
    ธาราวุฒิ จุลวงศ์ ม.๕ ต.บางนางร้า โทร. ๐ ๓๕๓๐ ๑๑๗๐
    ประทุม รู้แผน ๘๖ ม.๖ ต.บางปะหัน โทร. ๐ ๓๕๓๘ ๑๕๐๗
    เกษียร ผิวหอม ๓๑ ม.๑ ต.บางเดื่อ โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๐๑๗๕
    กระด้ง พะยอม แสงบุศย์ ม.๔ ต.บ้านม้า โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๐๓๗๙
    กระจาด ถนอมศรี คุ้มจั่น ม.๒ ต.ตานิ่ม โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๐๑๖๓
    ผลิตภัณฑ์ผักตบชวา สุนีย์ ทรูศิลป์ ๖๔ ม.๔ ต.หันสัง โทร. ๐๘ ๙๘๒๒ ๙๘๑๗
    ผลิตภัณฑ์เรซินและกรอบรูปไม้สัก นเรศ สุวรรณ์วงศ์ ๖๗ ม.๑ ต.บางเพลิง โทร. ๐๘ ๖๖๐๓ ๔๗๐๙
    เครื่องดนตรีไทย เป้า ทับสาคร ๒/๑ ม.๓ ต.ทับน้ำ โทร. ๐๘ ๑๘๓๖ ๗๔๗๔
    เครื่องสำอางค์สมุนไพร สดใส สนธีระ ๔๔/๘๘ ม.๕ ต.ขวัญเมือง โทร. ๐ ๓๕๓๐ ๑๔๘๘
    ผลิตภัณฑ์ธูปหอม ศศิภา สุขสมาน ๒๐ ม.๑ ต.เสาธง โทร. ๐ ๓๕๓๘ ๑๕๐๗
    บ้านเรือนไทยย่อส่วนจากดิน รำพึง ศิลาสะอาด ๖ ม.๑ ต.ทางกลาง โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๕๑๙๓
    เรือนไทยย่อส่วนจากดิน ศิลปหัตถกรรมบ้านเรือนไทยย่อส่วนผลิตจากดิน ๔ ม.๑ ต.ทางกลาง โทร. ๐๘ ๑๗๗๖ ๓๐๗๓
    แกะสลักโต๊ะหมู่บูชา อำนวย น้อยโสภณ ม.๔ ต.พุทเลา โทร. ๐ ๓๕๗๑ ๓๔๒๗
    ดอกไม้ประดิษฐ์ นฤมล กันตามระ ๕๖ ม.๒ ต.ขวัญเมือง โทร. ๐ ๓๕๓๘ ๑๐๒๙
     

    อำเภอภาชี

     
    หัวโขนจำลอง กลุ่มทำหัวโขนจำลอง ๔๔/๕ ม.๕ ต.ดอนหญ้านาง โทร. ๐๘ ๖๑๓๐ ๐๙๒๐
     

    อำเภอบางซ้าย

     
    เบญจรงค์เคลือบมุก สมชาย เล็กสถิน ๖๑/๓ ม.๓ ต.เทพมงคล โทร. ๐ ๓๕๒๙ ๒๔๔๙, ๐๘ ๑๙๙๑ ๕๑๔๖
     

    อำเภอบางไทร

     
    แก้วประดิษฐ์ ร.ต.ชัยพร ชำนาญ ๑๐๐/๓๘ ม.๑๐ ต.บางไทร โทร. ๐ ๓๕๓๗ ๑๒๐๘, ๐๘ ๑๘๐๗ ๔๖๒๘
     

    อำเภอุทัย

     
    ครกหินกลึง ผู้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ ม.๑๒ ต.บ้านหีบ โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๕๕๓๘
    กลุ่มจักสาน “บ้านหัวเวียง” ๕๑ ม.๒ ต.หัวเวียง โทร. ๐๘ ๑๙๐๔ ๖๗๖๖, ๐ ๒๕๗๓ ๕๒๙๖
     

    อำเภอบางปะหัน

     
    การสร้างบ้านเรือนไทย สมจิต สุขมะโน อ.บางปะหัน โทร.๐๘ ๑๖๑๗ ๗๘๒๕
    กระเป๋าผักตบ สุนีย์ ทูรศิลป์ ๖๔ ม.๔ ต.หันสัง อ.บางปะหัน โทร. ๐๘ ๙๘๒๒ ๙๘๑๗
    กรอบรูป นเรศ สุวรรณวงศ์ ๗๐/๑ ม.๑ ต.บางเพลิง อ.บางปะหัน โทร.๐๘ ๖๖๐๓ ๔๗๐๙
     

    อำเภอเสนา

     
    กระเป๋าหนังต่อ กลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังต่อ ๖๑/๒ ม.๗ ต.รางจรเข้ อ.เสนา โทร. ๐ ๓๕๒๗ ๕๘๘๕, ๐๘ ๙๖๐๙ ๐๐๘๑ ๐๘ ๙๖๖๘ ๘๗๐๓
    กลุ่มจักสาน “บ้านหัวเวียง” ๕๑ ม.๒ ต.หัวเวียง อ.เสนา โทร. ๐๘ ๑๙๐๔ ๖๗๖๖, ๐ ๒๕๗๓ ๕๒๙๖
     

    อำเภอวังน้อย

     
    ผ้าไหม คเณษ พาลีขำ ๔๑/๓ ม.๑ ต.พะยอม อ.วังน้อย โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๓๔๔, ๐ ๓๕๓๕ ๓๗๖๔, ๐๘ ๑๙๔๖ ๐๙๔๘
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาที่พักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     

     

     

     

    อำเภอพระนครศรีอยุธยา

     

    กรุงศรีริเวอร์ โฮเต็ล (ทางเข้าสถานีรถไฟ)

    ๒๗/๒ ม.๑๑ ถ.โรจนะ

    ทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๓๓๓

    โทรสาร ๐ ๓๕๒๔ ๓๗๗๗

    จำนวน ๑๐๖ ห้อง

    ราคา ๑,๘๐๐-๗,๖๑๘ บาท (มีบริการเรือรอบเกาะ)

     

    บ้านคุณพระ

    ๔๘ ม.๓ ถ.ป่าโทน ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๙๗๘, ๐๘ ๑๔๔๒ ๒๗๔๒,

    E-mail: bannkunpra@ai-ayutthaya.com

    จำนวน ๑๕ ห้อง ราคาห้องนอนรวม (นอนได้ 4 คน)

    เตียงละ ๒๕๐ บาท

    ราคาห้องเดี่ยว ๔๐๐-๖๐๐ บาท (ห้องพัดลม)

    ราคา ๑,๐๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    ริเวอร์ วิว เพลส ก

    ๓๕/๕ ม.๑ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๗๒๙–๓๐

    จำนวน ๗๘ ห้อง

    ราคา ๑,๒๐๐-๒,๕๐๐ บาท (มีบริการเรือรอบเกาะ)

     

    วรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท

    ๘๙ ม.๑๑ ต.กะมัง

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๙๖๐๐-๔๙

    โทรสาร ๐ ๓๕๒๔ ๙๖๒๕-๒๗ กรุงเทพฯ

    website : www.woraburi.com

    จำนวน ๑๗๒ ห้อง

    ราคา ๒,๒๐๐ บาท

     

    อโยธยา ริเวอร์ ไซด์ (ทางเข้าสถานีรถไฟ)

    น.๙๑ ม.๑๐ ถ.ป่าโค ต.กะมัง

    โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๔๘๗๓-๗

    จำนวน ๑๐๒ ห้อง

    ราคา ๑,๐๔๐-๒,๕๐๐ บาท (มีบริการเรือรอบเกาะ)

     

    อโยธยา ริเวอร์ ไซด์ เฮาส์ (ติดกับวัดกษัตราธิราช)

    ๑๗/๒ ม.๗ ต.บ้านป้อม

    โทร. ๐๘ ๑๖๔๔ ๕๓๒๘, ๐๘ ๑๙๓๒ ๖๑๖๒

    กรุงเทพฯโทร.๐ ๒๕๘๕ ๖๐๐๑, ๐ ๒๙๑๐ ๘๗๙๗

    จำนวน ๗ ห้อง

    ราคา ห้องเดี่ยว ๓๐๐ บาท(ห้องพัดลม)

    บนเรือมี ๒ ห้องราคา ๑,๐๐๐ บาท(ห้องพัดลม) และ ๑,๒๐๐ บาท(ห้องปรับอากาศ)

     

    แกรนด์ พาเร้นท์ โฮม

    ๒๒/๖ ม.๒ ซ. มัณฑนา ถ.นเรศวร ต.ประตูชัย

    โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๑๔๘๐, ๐๘ ๖๓๘๓ ๔๗๙๑

    จำนวน ๑๐ ห้องราคา ๑๕๐-๖๐๐ บาท (ห้องพัดลม-แอร์)

     

    จิตต์วิไล เพลส

    ๓๘/๗ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๘๑๗๗, ๐๘ ๙๖๙๖ ๔๙๙๖, ๐๘ ๑๙๙๑ ๒๑๖๖

    จำนวน ๗๐ ห้อง

    ราคา ๔๕๐-๕๐๐ บาท ห้องพักรายเดือน ๒,๕๐๐ - ๓,๐๐๐ บาท

     

    ซันไรซ์ เพลส (ใกล้ท่ารถไปกรุงเทพฯ)

    ๖/๓ ถ.นเรศวร ต.ประตูชัย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๓๒๕, ๐๘ ๑๖๘๖ ๙๕๔๙, ๐๘ ๑๙๙๑ ๗๔๘๗

    จำนวน ๑๕ ห้อง

    ราคา ๓๕๐-๔๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    ดิ โอลด์ พาเลส รีสอร์ท (หน้าวัดหน้าพระเมรุ)

    ๑/๓๕ ม.๕ ต.ท่าวาสุกรี

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๕๓๔

    จำนวน ๖ ห้อง

    ราคา ๓๐๐ บาท(ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

    บังกะโล ๗ หลัง ราคา ๓๕๐-๕๐๐ บาท

     

    ดิ โอลด์ เพลส เกสต์เฮาส์

    ค.๑๐๒ ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๑๑๖๑, ๐๘ ๑๗๘๐๘ ๙๓๒๑

    จำนวน ๑๑ ห้อง ราคา

    ห้องเดี่ยว ๒๐๐ บาท(พัดลม+ห้องน้ำรวม)

    ราคา ๓๕๐ บาท (พัดลม+ห้องน้ำในตัว) และ ๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    โตโต้ เกสต์เฮาส์

    ๖/๕ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๒๖๕๘

    จำนวน ๓๐ ห้อง

    ราคา ๑๐๐–๔๐๐ บาท

     

    ไทยไท บังกะโล

    ๑๓/๑ ถ.นเรศวร ต.ประตูชัย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๔๗๐๒

    จำนวน ๒๐ ห้อง

    ราคา ๒๐๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    โทนี่ เพลส

    ๑๒/๑๘ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๕๗๘ จำนวน ๒๐ ห้อง

    ราคา ๒๐๐ - ๓๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ - ๗๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    ธงชัย เกสต์เฮาส์

    ๙/๖ ม.๑๓ ต.ประตูชัย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๒๑๐

    จำนวน ๓๘ ห้อง

    ราคา ๒๐๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    บ้านจิตต์วิไล

    ๙/๒๓ ม.๓ ต.ท่าวาสุกรี

    โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๑๒๕๙-๖๐

    จำนวน ๒๐ ห้อง

    ราคา ๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    บ้านจันทนะ

    ง.๑๒/๒๒ ถ.นเรศวร สาย ๑ (ซอยหลังธนาคารเพื่อการเกษตรฯ) ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๓๒ ๓๒๐๐, ๐๘ ๙๘๘๕ ๐๒๕๗

    จำนวน ๑๐ ห้อง

    ราคา ๒๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    บ้านไม้ รีสอร์ท

    ๓๘/๑๙ ม.๘ ต.บ้านพรหม

    โทร. ๐๘ ๑๙๙๔ ๓๘๖๓, ๐๘ ๑๔๕๐ ๒๘๘๔

    จำนวน ๙ หลัง ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    บ้านสวน เกสต์เฮาส

    ๒๓/๑ ถ. จักรพรรดิ์ ต.ประตูชัย

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๓๙๔

    จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา (ห้องพัดลม) ๓๐๐ บาท ราคา (ห้องปรับอากาศ) ๔๐๐ บาท

    บังกะโล ๓ หลัง ราคา ๖๐๐ บาท

     

    บ้านอินทรากร

    ๑๙/๑ ม.๔ ต.คลองสระบัว

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๗๗๔, ๐๘ ๖๙๘๒ ๘๐๐๔, ๐ ๓๐๓๑ ๘๖๙๗

    จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๓๕๐-๕๐๐ บาท

     

    บ้านอยุธยา

    ๔๘/๓ ซ.ไผ่ลิง ๓ ถ.โรจนะ ต.ไผ่ลิง

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๙๐๕, ๐๘ ๑๓๖๒ ๓๕๓๔

    จำนวน ๔ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท (ห้องพัดลม) ๑,๒๐๐-๑,๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    พี ยู เกสต์เฮาส์

    ง.๒๐/๑ (ซอยหลังธนาคารเพื่อการเกษตรฯ) ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๒๑๓

    จำนวน ๒๓ ห้อง

    ราคา ๓๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๗๐๐ บาท(ห้องปรับอากาศ)

     

    พรรษพร (พี.เอส.) เกสต์เฮาส์ (ซอยหลังธนาคารเพื่อการเกษตรฯ)

    ๑๔/๔ ม.๓ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย

    จำนวน ๙ ห้อง

    ราคา ๑๒๐-๑๕๐ บาท

     

    โรส อินน์

    ๓๓/๒๓ ม.๖ ถ.วัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๒๑๔๙-๕๐

    จำนวน ๕๐ ห้อง

    ราคา ๔๐๐-๔๘๐ บาท

     

    โลตัส เกสท์เฮาส์

    ง.๒๐ ถ.ป่ามะพร้าว (สายหนึ่ง) ต.หอรัตนไชย

    โทร.๐ ๓๕๒๕ ๑๙๘๘, ๐๘ ๙๕๓๑ ๑๖๘๐, ๐ ๓๕๓๒ ๘๒๗๒

    จำนวน ๙ ห้อง

    ราคา ๓๐๐ บาท

     

    เวียงฟ้า

    ๑/๘ ถ.โรจนะ (ตรงข้ามกับหอพักนักศึกษาสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา)

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๓๒๕๒,

    E-mail: wiangfa@hotmail.com

    จำนวน ๑๘ ห้อง

    ราคา ๔๐๐-๖๐๐ บาท

     

    ศรีอยุธยา

    ๑๐/๑ ม.๒ ถ.อู่ทอง ต.ท่าวาสุกรี

    โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๓๐๔๑

    จำนวน ๗๒ ห้อง

    ราคา ๙๐๐-๑,๔๐๐ บาท

     

    ศูนย์ฝึกปฏิบัติการวิชาชีพในธุรกิจสวนหลวง(อาคารสวนหลวง)

    ๙๖ ม.๒ ถ.โรจนะ ต.ประตูชัย (ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา)

    โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๕๓๗

    จำนวน ๒๕ ห้อง

    ราคา ห้องนอนรวม ๑๒ คน ๕๐๐ บาท (ห้องพัดลม) ห้องเดี่ยว ๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ) / ห้องรวม ๖ คน ๖๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    อยุธยา เกสต์เฮาส์

    ๑๒/๓๔ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๓ ๒๖๕๘

    จำนวน ๓๐ ห้อง

    ราคา ๓๐๐-๓๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๕๐-๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    อยุธยา โฮสเทล (ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอ)

    ๗ ม.๒ ถ.โรจนะ ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๐๙๔๑

    จำนวน ๘ ห้อง

    ราคา ๓๐๐–๔๐๐ บาท

     

    อโยธยา โฮเต็ล (บริเวณตลาดเจ้าพรหม)

    ๑๒ ม.๔ ถ.เทศบาลสาย ๒ ต.หอรัตนไชย

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๒๒๔๙-๕๐

    จำนวน ๑๐๑ ห้อง

    ราคา ๑,๒๐๐-๓,๕๐๐ บาท

     

    อยุธยา โฮมสเตย์ (เกาะลอย) สามารถติดต่อได้ที่

    ๑๕/๒๖ ม.๒ เกาะลอย ต.หัวรอ

    โทร.๐๘ ๑๒๙๐ ๖๖๓๐, ๐๘ ๑๔๓๔ ๑๘๕๘

    จำนวน ๖ ห้อง

    ราคา ๖๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๑,๓๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    อู่ทอง อินน์

    ๒๑๐ ม.๕ ถ.โรจนะ ต.ไผ่ลิง

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๒๕๓๑-๔๐

    จำนวน ๒๐๗ ห้อง

    ราคา ๑,๖๐๐-๔,๐๐๐ บาท

     

    อู่ทอง โฮเต็ล

    จ.๘๖ ถ.อู่ทอง

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๓๐๐๐, ๐ ๓๕๒๕ ๑๐๖๓

    จำนวน ๖๗ ห้อง

    ราคา ๒๔๐–๓๘๐ บาท

     

    โอลด์ บี เจ เกสต์เฮาส์ (บรรจง)

    ๑๖/๗ ถ.นเรศวร ต.หอรัตนไชย (หลังธนาคารเพื่อการเกษตรฯ)

    โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๕๒๖

    จำนวน ๘ ห้อง

    ราคา ๑๖๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๓๕๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    อำเภออุทัย

     

    กระท่อมเจ้าพระยา

    ๔๕/๑ ม.๘ ต.บ้านใหม่

    โทร. ๐ ๓๕๓๙ ๘๒๐๐-๑

    ห้องพัก ๑๐ ห้อง

    ราคา ๙๐๐ บาท บังกะโล ๔ หลัง ราคา ๑,๒๐๐-๑,๕๐๐ บาท (ริมน้ำ)

     

    แกรนด์ การ์เด้น รีสอร์ท

    ๒๐/๒ ม.๑ ถ.แยกวัดกะสังข์ ต.ธนู

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๓๖๘๘-๙

    จำนวน ๒๐ ห้อง

    ราคา ๔๘๐-๕๔๐ บาท (ปรับอากาศ)

     

    ทิพย์วิมาน รีสอร์ท

    ๙ ม.๖ ถ.หัวลาน-ดอนพุทรา ต.ธนู

    โทร. ๐ ๓๕๓๕ ๖๘๐๘-๑๒

    จำนวน ๖๐ ห้อง

    ราคา ๕๕๐-๑,๕๐๐ บาท

     

    ไทยไท พาเลซ

    ๑๙/๒ ม.๒ ถ.สายเอเซีย ต.ธนู (ติดถนนสายเอเซีย)

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๒๓๓๘-๔๐

    จำนวน ๑๒๒ ห้อง

    ราคา ๔๐๐–๙๐๐ บาท

     

    ปลายนา รีสอร์ท

    ๒๕/๙๙ ม.๑๐ ต.ข้าวเม่า

    โทร. ๐ ๓๕๒๑ ๓๕๓๘

    จำนวน ๗๕ ห้อง

    ราคา ๒๐๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    มายเฮาส์ เกสต์เฮาส์ (ใกล้โรงพยาบาลราชธานี)

    ๕๙/๘-๙ ถ.โรจนะ ต.ธนู

    โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๔๙๓-๔

    จำนวน ๑๕ ห้อง

    ราคา ๓๗๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    โรจนะพล โฮเต็ล

    ๖๔/๖ ม.๑ ถ.โรจนะ ต.ธนู

    โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๘๘๕-๘

    จำนวน ๖๕ ห้อง

    ราคา ๓๙๐-๕๒๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    เรือนเดิม รีสอร์ท

    ๒๘ ถ.สายเอเชีย (ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒) ต.ธนู

    จำนวน ๑๓ ห้อง

    ราคา ๒๐๐-๔๐๐ บาท

     

    อยุธยาแกรนด์ โฮเต็ล (ใกล้สถานีรถโดยสารไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

    ๕๕/๕ ม.๑ ถ.โรจนะ ต.ธนู

    โทร. ๐ ๓๕๓๓ ๕๔๘๓-๙๑

    จำนวน ๑๖๐ ห้อง

    ราคา ๕๐๐-๑,๘๐๐ บาท

     

    อำเภอบางไทร

     

    ปียวรรณรีสอร์ท (บ้านสวนสี่ภาคบางไทร)

    ๒/๑ ม.๑ ต.เชียงรากน้อย ติดต่อ บ.ลำปางชัย จำกัด

    โทร.๐ ๓๕๓๖ ๖๖๓๐

    กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๖๑๙ ๗๙๙๗, ๐ ๒๖๑๙ ๘๓๕๐, ๐ ๒๖๑๙ ๕๖๕๘-๙, ๐๘ ๑๘๙๐ ๒๐๑๒

    จำนวน ๒๒ ห้อง

    ราคา ๗๐๐ – ๓,๐๐๐ บาท และบ้านทรงไทยแฝด ๑ หลัง ๕,๐๐๐ บาท ครึ่งหลัง ๒,๕๐๐ บาท

    โฮมสเตย์อำเภอบางไทร

    ๔๗ ม.๓ ต.บางพลี

    โทร. ๐ ๓๕๓๗ ๑๗๓๒, ๐๘ ๑๖๘๔ ๓๑๘๖

    ราคาที่พัก ๕๐๐ บาท / คืน / คน

     

    อำเภอบางปะอิน

     

    บ้านเรือไอร์แลนด์ รีสอร์ท

    โทร. ๐ ๓๕๒๒ ๐๒๒๐

    บังกะโล ๘ ห้อง

    ราคา ๑,๕๐๐ บาท

    บ้านเรือ ๘ หลัง

    พระอินทร์ราชา

    ๑๓๖ ม.๗ ต.เชียงรากน้อย

    โทร. ๐ ๓๕๓๖ ๑๐๘๑

    จำนวน ๕๓ ห้อง

    ราคา ๒๗๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา๕๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     

    อำเภอวังน้อย

     

    ศูนย์พัฒนาบุคคลากร ปตท.

    ๗๑ ม.๒ ถ.พหลโยธิน กม.ที่ ๗๘ ต.สนับทึบ

    โทร. ๐ ๒๕๓๗ ๓๐๐๐

    จำนวน ๖๐ ห้อง

    ราคา ๘๐๐-๒,๐๐๐ บาท

     

    อำเภอเสนา

     

    โฮมสเตย์คลองรางจระเข้ (ตั้งอยู่ริมคลองรางจระเข้)

    ๒๖ ม.๑๐ ต.บ้านโพธิ์

    ค่าบริการคืนละ ๕๐๐ บาท/คน ชาวต่างชาติ ๗๐๐ บาท/คน อาหาร ๒ มื้อ

    โทร. ๐๘ ๑๒๕๑ ๘๐๕๘, ๐๘ ๙๘๘๑ ๑๐๔๒

     

    อำเภอท่าเรือ

     

    ท่าเรือ

    ๗๗/๑๐ ถ.ท่าเรือ-ท่าลาน ต.ท่าเรือ

    โทร. ๐ ๓๕๒๒ ๓๓๘๘

    จำนวน ๑๘ ห้อง

    ราคา ๑๕๐ บาท (ห้องพัดลม) ราคา ๔๐๐ บาท (ห้องปรับอากาศ)

     
     
     
     

    หมายเลขโทรศํพท์ที่สำคัญ

    • ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๐ ๓๕๓๓ ๖๖๔๗
    • ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๐ ๓๕๓๓ ๖๕๕๐
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยา ๐ ๓๕๒๔ ๑๖๐๘, ๐ ๓๕๒๔ ๒๒๒๕
    • ตำรวจท่องเที่ยว ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๔๖, ๐ ๓๕๒๔ ๒๓๕๒, ๑๑๕๕
    • โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ๐ ๓๕๒๔ ๑๗๒๘, ๐ ๓๕๒๑ ๑๘๘๘, ๐ ๓๕๓๒ ๒๕๕๕, ๑๖๖๙
    • โรงพยาบาลราชธานี ๐ ๓๕๓๓ ๕๕๕๕–๖๑
    • สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง ๐ ๓๕๓๓ ๕๓๐๔
    • สถานีรถไฟอยุธยา ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๒๑
    • ตำรวจทางหลวง ๑๑๙๓
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
    งานประจำปีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จัดเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนมกราคม ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร มีการแสดงและประกวดผลงานด้านศิลปาชีพ มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองทั่วไป การแสดงศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม
    งานเทศกาลสงกรานต์ จัดขึ้นในวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี หน้าวิหารพระมงคลบพิตร อำเภอพระนครศรีอยุธยา มีขบวนแห่ตามประเพณีของชาวอยุธยาและขบวนแห่เถิดเทิง มีการสรงน้ำพระมงคลบพิตรจำลอง การประกวดนางสงกรานต์
     
    พิธีไหว้ครูบูชาเตา เป็น “พิธีไหว้ครู” ช่างตีมีดตีดาบ ของชาวบ้านต้นโพธิ์ บ้านไผ่หนอง และบ้านสาไล ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง ซึ่งมีอาชีพในการตีมีดเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า“มีดอรัญญิก”
    บรรพชนของชาวบ้านไผ่หนองและบ้านต้นโพธิ์ ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวงนั้นเป็นชาวเวียงจันทน์ เข้ามาตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีอาชีพในการตีทองและตีเหล็ก แต่ต่อมาเลิกการตีทองจึงเหลือแต่การตีเหล็กเพียงอย่างเดียว เหล็กที่ตีนี้ส่วนใหญ่ทำเป็นมีด ดาบ และอาวุธ ตลอดจนเครื่องใช้อื่นๆ ซึ่งมีคุณภาพดีมากเมื่อทำเสร็จแล้วก็นำมาขายที่หมู่บ้านอรัญญิก ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จึงเรียกว่า “มีดอรัญญิก” สิ่งที่ชาวตำบลท่าช้างทุกคนยังคงถือสืบต่อกันมาตามขนบประเพณีเดิมคือการ “ไหว้ครูบูชาเตา” ซึ่งทุกบ้านจะจัดบูชาในวันพฤหัสบดีช่วงเช้าตรู่ของวันขึ้น ๗ ค่ำ ๙ ค่ำ ฯลฯ เดือน ๕ (ประมาณเมษายน-พฤษภาคม) ตามแต่ความสะดวก เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลของตน ทั้งยังเป็นการปัดเป่าอุปัทวเหตุต่าง ๆ ในการตีเหล็กอีกด้วย
    พอได้เวลาผู้ทำพิธีไหว้ครูก็จะกล่าวบทชุมนุมเทวดาไหว้พระรัตนตรัย จากนั้นก็จะกล่าวบทอัญเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหลาย อันได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระวิษณุกรรม พระมาตุลี พระพาย พระคงคา พระฤาษี ๘ องค์ ฯลฯ ตลอดจนบูรพาจารย์ทั้งครูไทย ครูลาว ครูมอญ ครูจีน ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาตีเหล็กให้แก่ตน มารับเครื่องบูชาสังเวย และประสาทพร แก่ผู้เข้าร่วมพิธีให้ประสบแต่ความสุขความเจริญ แล้วปิดทองเครื่องมือทุกชิ้น ทำน้ำมนต์ธรณีสารประพรมเครื่องมือและผู้เข้าร่วมพิธี
    งานลอยกระทงตามประทีปและแข่งเรือยาวประเพณีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จัดเป็นประจำทุกปี ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร มีการประกวดนางนพมาศ ประกวดขบวนแห่ ประกวดกระทง ประกวดโคมแขวน การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน การแข่งเรือยาวประเพณี เรือยาวนานาชาติ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ
    งานแสดงแสงเสียงอยุธยามรดกโลก เนื่องจากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ทางจังหวัดจึงได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองทุกปี ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นระยะเวลา ๗ วัน ในงานจะมีการแสดงชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปหัตถกรรม วัฒนธรรม และประเพณีของไทย รวมทั้งการแสดงแสงเสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา
    อยุธยามหามงคล (ไหว้พระเก้าวัด) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต ๖ ได้จัดงานอยุธยามหามงคล (ไหว้พระเก้าวัด) เป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาหรือตามที่กำหนดในแต่ละปี โดยนักท่องเที่ยวสามารถเจ้าร่วมโครงการได้โดยขอรับหนังสืออยุธยามหามงคลที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษกแล้วได้ที่ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(ศาลากลางหลังเก่า)หรือที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค โรงแรม/ ร้านอาหารในจังหวัดที่มีป้ายโครงการ จากนั้นเดินทางนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์และประทับตราอยุธยามหามงคลในแต่ละสถานที่ตามเอกสารแผนที่ที่ได้จัดทำไว้โดยมีรายชื่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พร้อมแผนที่ในการเดินทาง เมื่อไหว้พระครบ ๙ วัด หรือครบตามกำหนด จะได้รับเหรียญอยุธยามหามงคลและลุ้นรับของรางวัล สอบถามข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร.๐ ๓๕๒๑ ๓๘๒๘-๙ ต่อ ๑๐๑
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอพระนครศรีอยุธยา

    ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ATC) อยู่บริเวณอาคารศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังเก่า จัดตั้งขึ้นตามแผนแม่บทการอนุรักษ์พัฒนาและฟื้นฟูนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (กรมศิลปากร) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ปรับปรุงศาลากลางเก่าของจังหวัดนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นศูนย์บริการข้อมูลวิชาการด้านการท่องเที่ยว โดยภายนอกยังคงรูปแบบเดิมไว้ ซึ่งหน้าอาคารยังเป็นรูปปั้นวีรกษัตริย์และวีรกษัตรี สำคัญสมัยอยุธยา ๖ พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    ชั้นที่ ๑ ด้านหน้าปีกขวา เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว ในส่วนของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร ๐ ๓๕๓๒ ๒๗๓๐-๑
    ชั้นที่ ๒ เป็นห้องนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนำเสนอผ่านระบบเทคโนโลยีอันทันสมัย อาทิ เช่น Computer Touch Screen / Ghost Box โดยแบ่งเป็น ๕ ส่วนคือ ส่วนที่ ๑ เป็นการนำเสนอเรื่องราวซึ่งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม ส่วนที่ ๒ เป็นการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนที่๓ เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตามความเชื่อทางศาสนาเรื่องไตรภูมิและจักรวาลวิทยา ส่วนที่ ๔ เป็นการแนะนำวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอยุธยา ส่วนที่ ๕ สรุปการชมนิทรรศการด้วยการชมวิดีทัศน์ ชุดชีวิตชีวานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ฉายวิดีทัศน์ เปิดทุกวันเว้นวันพุธ เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐ น.
    ชั้นที่ ๓ สถานที่จัดแสดง “หอศิลป์ร่วมสมัยอโยธยา” ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับการแสดงออก การแลกเปลี่ยนทางความคิด วิถีชีวิตระหว่างศิลปิน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ นักท่องเที่ยวประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจต่อการแสดงออกทางด้านความคิดสร้างสรรค์ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปะร่วมสมัย และภูมิปัญญาแห่งท้องถิ่น รวมถึงเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงศิลปะวัฒนธรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และท้องถิ่นเพื่อให้พัฒนาสู่ระดับสากลพื้นที่ภายใน “หอศิลป์ร่วมสมัยอโยธยา” แบ่งออกเป็นห้องนิทรรศการร่วมสมัย ห้องนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นกิจกรรมศิลปะเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ของเยาวชน การเปิดอบรมศิลปะเด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นต้น “หอศิลป์ร่วมสมัยอโยธยา” เปิดให้เข้าชม วันพฤหัสบดี-วันอังคาร (หยุดทำการวันพุธ) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น.สามารถเข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ ๐ ๓๕๒๑ ๐๒๒๕
    ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา จัดตั้งขึ้นตามโครงการที่นักวิชาการไทยและนักวิชาการญี่ปุ่นปรับขยายมาจากข้อเสนอเดิมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่นและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเคยเสนอปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่น มาเป็นการเสนอให้จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑสถานเกี่ยวกับราชอาณาจักรอยุธยาโดยรวม และได้รับงบประมาณช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเงิน ๙๙๙ ล้านเยน (๑๗๐ ล้านบาท) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในพระบรมราชวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๐ พรรษา และเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่มิตรภาพระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับราชอาณาจักรไทยได้สถาพรยืนนานมาครบ ๑๐๐ ปี

    ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแห่งนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนอาคารหลัก ตั้งอยู่ที่ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นอาคาร ๒ ชั้น มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นบน และ อีกส่วนคือส่วนอาคารผนวก ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนในบริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ของศูนย์แห่งนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นคือ การพยายามสร้างภาพชีวิต สังคม วัฒนธรรมในอดีตให้กลับมามีชีวิตขึ้นใหม่ด้วยข้อมูลการวิจัย (Researched based Reconstruction) โดยการนำเทคโนโลยีของการจัดพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่มาใช้จัดแสดงนิทรรศการซึ่งจะทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจชีวิตในอดีตได้ง่าย การจัดแสดงมีทั้งสิ้น ๕ หัวข้อ คือ อยุธยาในฐานะราชธานี อยุธยาในฐานะเมืองท่า อยุธยาในฐานะของศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการปกครอง ความสัมพันธ์ของอยุธยากับนานาชาติและชีวิตชาวบ้านไทยสมัยก่อน ทั้งนี้นิทรรศการทุกอย่างที่นำมาแสดงในศูนย์ได้รับการตรวจสอบข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียดจากคณะอนุกรรมการด้านวิชาการของคณะกรรมการอำนวยการมาแล้ว ศูนย์แห่งนี้เปิดทำการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชมสำหรับเด็ก นักเรียนและนักศึกษา ในเครื่องแบบ ๕ บาท ประชาชนทั่วไป ๒๐ บาท นักเรียนต่างชาติ ๕๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๑๒๓ นอกจากนี้ด้านหลังศูนย์ประดิษฐานพระราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอาคารท้องฟ้าจำลอง เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. มีบรรยายวันละ ๒ รอบ ๑๑.๐๐ น.และ ๑๔.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร ๐ ๓๕๓๒ ๒๐๗๖-๙ ต่อ ๕๐๑๑

    สถาบันอยุธยาศึกษา ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา เป็นอาคารเรือนไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ในด้านอยุธยาศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการจัดแสดงนิทรรศการบนเรือนไทย ๕ หลัง แบ่งออกเป็น ห้องอยุธยาศึกษา ห้องภูมิปัญญาท้องถิ่น ห้องมรดกทางด้านศิลปกรรม ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องพิธีการ และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง สาธิต จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สถาบันอยุธยาศึกษาเปิดทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๓๐-๑๕.๓๐ น. ในช่วงเย็นวันเสาร์เวลา ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น. ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๔๙ มีการจัดการแสดง “อยุธยายามค่ำ” ณ เรือนไทยสถาบันอยุธยาศึกษา (หมายเหตุ เวลาการจัดแสดงอาจเพิ่มเติมได้ กรณีนักท่องเที่ยวประสงค์เข้าชมเป็นหมู่ตณะเป็นกรณีพิเศษ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อาคารเรือนไทย สถาบันอยุธยาศึกษา โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๔๐๗, ๐๘ ๙๑๑๕ ๕๑๘๑
    หมู่บ้านญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน เมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ ชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายใน กรุงศรีอยุธยามีจำนวนมากขึ้น ทางการญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเดินเรือออกไปค้าขายกับชาวต่างชาติในบรรดาพวกที่ไปค้าขายมีพวกหนึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินไทยมีพระบรมราชานุญาตให้ชาวญี่ปุ่น มาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยารอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่น ๆ นับตั้งแต่นั้นมาก็มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยอยู่ในอยุธยามากขึ้น โดยมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตน หัวหน้าชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นคือ นากามาซา ยามาดา เป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นชีวิต ปัจจุบันสมาคมไทย-ญี่ปุ่นได้สร้างหุ่นจำลอง นากามาซา ยามาดา และจารึกประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยามาตั้งไว้ภายในหมู่บ้าน มีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนไทย ๒๐ บาท การเดินทาง จากเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวซ้ายทางไปอำเภอบางปะอินผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล ระยะทางประมาณ ๒.๕ ก.ม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๓๓๖
     
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยเงินที่ประชาชนเช่าพระพิมพ์ที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้าง จึงให้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๔ สิ่งสำคัญที่น่าชมภายในพิพิธภัณฑ์ได้แก่
    บริเวณพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นอาคารจัดแสดง ๓ อาคาร คือ
    อาคาร ๑ ชั้นล่าง จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่ค้นพบจากการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างพ.ศ.๒๔๙๙–๒๕๐๐ ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะสมัยทวาราวดี ลพบุรี อยุธยา พระพุทธรูปสำคัญที่จัดแสดงได้แก่ พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท เป็นพระพุทธรูปศิลาขาวสมัยทวาราวดี ในท่าประทับนั่งห้อยพระบาทซึ่งเคยประดิษฐานในซุ้มพระสถูปโบราณวัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม กรมศิลปากรได้พยายามติดตามชิ้นส่วนต่างๆ ขององค์พระที่กระจัดกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ มาประกอบขึ้นเป็นองค์พระได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีค่ามากองค์หนึ่งซึ่งในโลกพบเพียง ๖ องค์เท่านั้น คือในประเทศไทย ๕ องค์และในประเทศอินโดนีเซีย ๑ องค์ ในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ๒ องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ๑ องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ๑ องค์และวัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑ องค์ เศียรพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ทำด้วยสัมฤทธิ์มีขนาดใหญ่มากได้มาจากวัดธรรมมิกราช แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวัดและฝีมือการหล่อวัตถุขนาดใหญ่ในสมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีเครื่องไม้จำหลักฝีมือช่างสมัยอยุธยา
    ชั้นบน จัดแสดงเครื่องทอง ๒ ห้อง ห้องแรก จัดแสดงเครี่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ เมื่อพ.ศ ๒๕๐๐ โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ องค์พระแสงขรรค์ทำด้วยเหล็กมีคมทั้ง ๒ ด้าน ฝักทำด้วยทองคำจำหลักลายประจำยาม ลายกนกประดับอัญมณี ด้ามทำด้วยหินเขี้ยวหนุมาน ห้องที่สอง จัดแสดงเครื่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่ในผอบทองคำ ส่วนที่รอบเฉลียง จัดแสดงพระพิมพ์ที่ทำด้วยชิน(โลหะเจือชนิดหนึ่งประกอบด้วยตะกั่วและดีบุก; บุทองแดง)และดินเผา สมัยสุโขทัย ลพบุรี และสมัยอยุธยาที่ค้นพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุและวัดพระราม
    อาคาร ๒ จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่พบในประเทศไทยตามลำดับอายุสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๒๔ คือ ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยาและรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระคเณศ
    อาคาร ๓ เป็นเรือนไทยที่สร้างเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางปลูกอยู่กลางคูน้ำ ภายในเรือนไทยจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน เช่น หม้อดินเผา กระต่ายขูดมะพร้าวและเครื่องจักสานต่างๆ
    โบราณวัตถุเหล่านี้แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีตไว้อย่างน่าชมน่าศึกษาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา จากนั้นข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วตรงไปประมาณ ๒ ไฟแดง ไปอีกไม่ไกลนักจะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือ
    คุ้มขุนแผน ตั้งอยู่ที่ถนนป่าโทน เป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทยสมัยโบราณ เดิมเป็นจวนสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ทรงสร้างขึ้นปีพ.ศ.๒๔๓๗ ที่เกาะลอยบริเวณสะพานเกลือซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการมณฑล ต่อมาในราวปีพ.ศ. ๒๔๘๓ ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสได้ย้ายจวนหลังนี้มาสร้างในบริเวณคุกนครบาลเก่าของพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งสร้างเรือนไทยเพิ่มขึ้นอีกในปีพ.ศ.๒๔๙๙ และให้ชื่อเรือนไทยนี้ว่าคุ้มขุนแผน ซึ่งเชื่อกันว่าขุนแผนเคยต้องโทษอยู่ในคุกแห่งนี้ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วให้ข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงศาลากลางจังหวัดหลังเดิม จะเห็นสามแยกแล้วเลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนักจะเห็นคุ้มขุนแผนอยู่ทางซ้ายมือเปิดให้ชมทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.
    วิหารพระมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปคุ้มขุนแผน วิหารพระมงคลบพิตรจะอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง ๙.๕๕ เมตรและสูง ๑๒.๔๕ เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นระหว่างปีพ.ศ.๑๙๙๑–๒๑๔๕ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯให้ย้ายจากทิศตะวันออกนอกพระราชวังมาไว้ทางด้านทิศตะวันตกที่ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันและโปรดเกล้าฯให้ก่อมณฑปสวมไว้
    ในสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ เมื่อปีพ.ศ.๒๒๔๙ อสนีบาตตกลงมาต้องยอดมณฑปพระมงคลบพิตรเกิดไฟไหม้ทำให้ส่วนบนขององค์พระมงคลบพิตรเสียหายจึงโปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมใหม่ แปลงหลังคายอดมณฑปเป็นมหาวิหารและต่อพระเศียรพระมงคลบพิตรในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ (พ.ศ.๒๒๘๕–๒๒๘๖) ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๓๑๐ วิหารพระมงคลบพิตรถูกข้าศึกเผาเครื่องบนโทรมลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพิตรหัก รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯให้การปฏิสังขรณ์ใหม่ สำหรับบริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออกแต่เดิมเป็นสนามหลวง ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านายเช่นเดียวกับท้องสนามหลวงของกรุงเทพฯ
    วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงเทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสร้างพระราชมณเฑียรเป็นที่ประทับที่บริเวณนี้ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงย้ายพระราชวังขึ้นไปทางเหนือและอุทิศที่ดินเดิมให้สร้างวัดขึ้นภายในเขตพระราชวังและโปรดเกล้าฯให้สร้างเขตพุทธาวาสขึ้น เพื่อเป็นที่สำหรับประกอบพิธีสำคัญต่างๆ จึงเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา
    ต่อมาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ โปรดเกล้าฯให้สร้างพระสถูปเจดีย์ใหญ่สององค์เมื่อพ.ศ.๒๐๓๕ องค์แรกทางทิศตะวันออกเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพระราชบิดาและองค์ที่สองคือองค์กลางเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ พระบรมเชษฐา ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๐๔๒ ทรงสร้างพระวิหารขนาดใหญ่และในปีพ.ศ.๒๐๔๓ ทรงหล่อพระพุทธรูปยืนสูง ๘ วา(๑๖ เมตร) หุ้มด้วยทองคำหนัก ๒๘๖ ชั่ง (ประมาณ ๑๗๑ กิโลกรัม) ประดิษฐานไว้ในวิหาร พระนามว่า “พระศรีสรรเพชญดาญาณ” ซึ่งภายหลังเมื่อคราวเสียกรุงพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้เผาลอกทองคำไปหมด ในสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญชิ้นส่วนชำรุดของพระประธานองค์นี้ลงมากรุงเทพฯและบรรจุชิ้นส่วนซึ่งบูรณะไม่ได้เหล่านั้นไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นแล้วพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า “เจดีย์สรรเพชญดาญาณ”
    สำหรับเจดีย์องค์ที่สามถัดมาทางทิศตะวันตก สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔ (พระหน่อพุทธางกูร) พระราชโอรสได้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ เจดีย์สามองค์นี้เป็นเจดีย์แบบลังกา ระหว่างเจดีย์แต่ละองค์มีมณฑปก่อคั่นไว้ซึ่งคงจะมีการสร้างในราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และมีร่องรอยการบูรณะปฏิสังขรณ์หนึ่งครั้งในราวรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามได้มีการบูรณะเจดีย์แห่งนี้จนมีสภาพที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน วัดนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๗.๓๐–๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานศิลปากรที่ ๓ โทร ๐ ๓๕๒๔ ๒๕๐๑, ๐ ๓๕๒๔ ๒๔๔๘ หรือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาโทร ๐ ๓๕๒๔ ๒๒๘๔, ๐ ๓๕๒๔ ๒๒๘๖ หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๓๐-๒๑.๐๐ น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน
     
    พระราชวังหลวงหรือพระราชวังโบราณ ตั้งอยู่ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ทางด้านทิศเหนือ สันนิษฐานว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสร้างพระราชวังตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็ก เมื่อพ.ศ.๑๘๙๐ และเมื่อสร้างพระราชวังเสร็จในปีพ.ศ.๑๘๙๓ จึงย้ายมาประทับที่พระราชวังใหม่ริมหนองโสน ปราสาทในครั้งแรกนี้สร้างด้วยไม้อยู่ในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ ต่อมาเมื่อพ.ศ. ๑๙๙๑ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงถวายที่บริเวณปราสาทให้เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์วัดในเขตพระราชวัง แล้วทรงสร้างปราสาทใหม่เลื่อนไปทางเหนือชิดกับแม่น้ำลพบุรี
    บริเวณพระราชวังหลวงมีพระที่นั่งสำคัญดังนี้
    พระที่นั่งวิหารสมเด็จ ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุด เป็นปราสาทยอดปรางค์มีมุขหน้าหลังยาวแต่มุขข้างสั้น มีกำแพงแก้วล้อม ๒ ด้าน ตามพงศาวดารกล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๖ เพื่อแทนพระที่นั่งมังคลาภิเษกที่ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้ ชาวบ้านเรียกว่า “ปราสาททอง” เนื่องจากเป็นปราสาทปิดทององค์แรกที่สร้างขึ้นสำหรับประกอบพระราชพิธีต่าง ๆพระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ตั้งอยู่ตรงกลางสร้างแบบเดียวกันกับพระที่นั่งวิหารสมเด็จ มีหลังคาซ้อนลดหลั่นกันถึงห้าชั้น มีมุขเด็จยื่นออกมาเป็นที่สำหรับพระมหากษัตริย์เสด็จออกรับแขกเมือง มีโรงช้างเผือกขนาบอยู่ทั้งสองข้าง
    พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ เดิมชื่อ พระที่นั่งสุริยามรินทร์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อนี้เพื่อให้คล้องกับชื่อ พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท เป็นปราสาทจตุรมุขก่อด้วยศิลาแลงมีพื้นสูงกว่าพระที่นั่งองค์อื่น ๆ ตั้งอยู่ติดกำแพงริมแม่น้ำ ใช้เป็นที่สำหรับประทับทอดพระเนตรขบวนแห่ทางน้ำ ตามพงศาวดารกล่าวว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต สมเด็จพระเพทราชาได้อัญเชิญพระบรมศพจากเมืองลพบุรีมาประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งองค์นี้
    พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสร้างเมื่อพ.ศ.๒๑๗๕ พระราชทานนามว่า“พระที่นั่งสิริยโสธรมหาพิมานบรรยงก์''คล้ายปราสาทที่นครธม ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น “พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์” ลักษณะเป็นปราสาทตรีมุข ตั้งอยู่บนกำแพงชั้นในด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นที่สำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่และฝึกหัดทหาร
    พระที่นั่งตรีมุข เป็นพระที่นั่งศาลาไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท ไม่ปรากฏปีที่สร้าง เข้าใจว่าเดิมเป็นพระที่นั่งฝ่ายใน และเป็นที่ประทับในอุทยาน เป็นพระที่นั่งองค์เดียวที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด
    พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ หรือ พระที่นั่งท้ายสระ เป็นปราสาทจตุรมุข ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำ สมเด็จพระเพทราชาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับอยู่ข้างในและเป็นที่สำราญพระราชอิริยาบถเมื่อพ.ศ. ๒๒๓๑ และได้เสด็จประทับตลอดรัชกาล มีพระแท่นสำหรับทอดพระเนตรปลาที่ทรงเลี้ยงไว้ในสระนั้นด้วย
    พระที่นั่งทรงปืน เป็นพระที่นั่งรูปยาวรี อยู่ริมสระด้านตะวันตก ใกล้พระที่นั่งบรรยงคก์รัตนาสน์ เข้าใจว่าเป็นที่สำหรับฝึกซ้อมอาวุธและในสมัยสมเด็จพระเพทราชาทรงใช้เป็นท้องพระโรงที่เสด็จออกขุนนาง
    พระที่นั่งต่างๆที่ปรากฎให้เห็นซากหลงเหลือในปัจจุบันเป็นอาคารที่สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศคนละ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๒๕๐๑, ๐ ๓๕๒๔ ๔๕๗๐
    วัดพระราม อยู่นอกเขตพระราชวังไปทางด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่๑(พระเจ้าอู่ทอง)พระราชบิดา วัดนี้มีบึงขนาดใหญ่อยู่หน้าวัด เมื่อมีการสร้างกรุงศรีอยุธยา คงจะมีการขุดเอาดินในหนองมาถมพื้นที่วังและวัด พื้นที่ที่ขุดเอาดินมาได้กลายเป็นบึงใหญ่ บึงมีชื่อปรากฎในกฎมณเฑียรบาลว่า “บึงชีขัน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บึงพระราม” ปัจจุบันคือ “สวนสาธารณะบึงพระราม” ซึ่งใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๗.๓๐–๑๘.๓๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน
     
    พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง ประดิษฐานอยู่ระหว่างบึงพระรามกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระบรมรูปของพระเจ้าอู่ทองมีขนาดเท่าครึ่งของคนธรรมดา หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และรมด้วยน้ำยาสีเขียว ในพระอิริยาบถประทับยืน พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระเกล้าเกศา ฉลองพระองค์แบบพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๓
    วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อพ.ศ.๑๙๒๗ พระปรางค์วัดมหาธาตุถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลของปรางค์ขอมปนอยู่ ชั้นล่างก่อสร้างด้วยศิลาแลงแต่ที่เสริมใหม่ตอนบนเป็นอิฐถือปูน สมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ทรงปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่โดยเสริมให้สูงกว่าเดิม แต่ขณะนี้ยอดพังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น จึงเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีหลักฐานว่าเป็นปรางค์ที่มีขนาดใหญ่มากและก่อสร้างอย่างวิจิตรสวยงามมาก เมื่อพ.ศ. ๒๔๙๙ กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์แห่งนี้ พบของโบราณหลายชิ้น ที่สำคัญคือ ผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน ๗ ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สิ่งที่น่าสนใจในวัดอีกอย่างคือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุมเข้าใจว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ
    การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงสี่แยกไฟแดงที่ ๒ เลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนัก ผ่านบึงพระราม จะเห็นวัดมหาธาตุอยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๓๐-๒๑.๐๐น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน
    วัดราชบูรณะ อยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๑๙๖๗ ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาซึ่งชนช