ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา สิงคโปร์ นิวซีแลนค์ เรียนต่อ ศึกษาต่อ ภาษาอังกฤษ - educatepark.com
North Sydney English College

| เรียนต่อออสเตรเลีย | เรียนต่อสิงคโปร์ | เรียนต่ออังกฤษ | เรียนต่ออเมริกา | เรียนต่อนิวซีแลนด์ | เรียนต่อมาเลเซีย | เรียนต่อฝรั่งเศส | เรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ | เรียนต่อญี่ปุ่น | เรียนต่อเกาหลี | เรียนต่อเยอรมัน| เรียนต่ออิตาลี | เรียนต่อสเปน | เรียนต่อเนเธอร์แลนด์ | เรียนภาษา | วีซ่า | เกร็ดความรู้ | ข่าวสาร | หางาน สมัครงาน | กิจกรรมต่างๆของ Educatepark.com

University of Canberra
JCU Singapore
 

เกร็ดความรู้ สาระน่ารู้ สัพเพเหระ

 
   
 

โปรโมชั่น เรียนต่อประเทศออสเตรเลีย

 
     
   
 

เรียนต่อฝรั่งเศส

โรงเรียนใน ประเทศฝรั่งเศส

 
     
 

France

 
     
     
 

เรียนต่อออสเตรเลีย

โรงเรียนในประเทศออสเตรเลีย

 
     
   
   
   
   
   
     
     
 

เรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์

โรงเรียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 
     
 

Switzerland

 
     
 

ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วนักเรียน

 
 

* ราคาตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว โดยสายการบินไทย

 
 

โปรโมชั่น เรียนต่อประเทศอเมริกา

 
     
   
 

เรียนต่ออเมริกา

ศึกษาต่อประเทศอเมริกา

 
     
   
   
   
     
 
บุรีรัมย์
เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม
 
 
 

ประวัติความเป็นมา


บุรีรัมย์เมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมือง เป็นเมืองแห่งปราสาทหิน ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ ๔๑๐ กิโลเมตร จังหวัดบุรีรัมย์มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๐,๓๒๑ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๒๑ อำเภอ และ ๒ กิ่งอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี และที่สำคัญที่สุด คือ ปราสาทขอมน้อยใหญ่กว่า ๖๐ แห่ง ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไป อันแสดงถึงความรุ่งเรืองของบุรีรัมย์มาแต่ครั้งอดีตกาล รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ คือ เตาเผาภาชนะดินเผาสมัยขอม กำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘
ทืหลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณแล้ว หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็นเมืองขึ้นของนครราชสีมา และปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่ จึงได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคาม
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสระแก้วและเทือกเขาพนมมาลัย ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา

 
 
 
 
 

การเดินทาง

 
 
แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์
 
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดบุรีรัมย์สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่
  • รถยนต์ จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๔ (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอหนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๘ รวมระยะทาง ๔๑๐ กิโลเมตร หรือจากนครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลายมาศ รวมระยะทาง ๓๘๔ กิโลเมตร ี
  • รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด เดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ทุกวัน มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ๒ (จตุจักร) ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๑๘๘๐ , ๐ ๒๙๓๖ ๐๖๕๗, ๐ ๒๙๓๖ ๐๖๖๗, ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒ สถานีขนส่งบุรีรัมย์ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๒๕๓๔ หรือ www.transport.co.th
  • รถไฟ มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-สุรินทร์ และนครราชสีมา-อุบลราชธานี ทั้งที่เป็นขบวนรถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา และรถดีเซลราง ผ่านสถานีบุรีรัมย์ทุกขบวน รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๑๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๒๐ หรือ www.railway.co.th
  • เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีเที่ยวบินไปจังหวัดบุรีรัมย์โดยตรง ต้องไปลงที่ขอนแก่นจากนั้นต่อรถเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์เป็นระยะทางอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐ หรือ www.thaiairways.com นอกจากนี้ยังมีสายการบินภูเก็ตแอร์ไลน์ ไปลงที่บุรีรัมย์ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๖๗๙ ๙๓๙๕ (ภูเก็ตแอร์ไลน์ www.phuketairline.com) และ โทร. ๐ ๒๒๒๙ ๙๕๐๐, ๐ ๒๒๒๙ ๙๕๕๕ (แอร์อันดามัน www.airandaman.com)
ระยะทางจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ไปอำเภอต่าง ๆ
  • ห้วยราช ๑๐ กิโลเมตร
  • กระสัง ๓๐ กิโลเมตร
  • ลำปลายมาศ ๓๑ กิโลเมตร
  • คูเมือง ๓๔ กิโลเมตร
  • สตึก ๔๐ กิโลเมตร
  • พลับพลาชัย ๔๐ กิโลเมตร
  • โนนสุวรรณ ๔๐ กิโลเมตร
  • ประโคนชัย ๔๔ กิโลเมตร
  • นางรอง ๕๔ กิโลเมตร
  • หนองหงส์ ๖๐ กิโลเมตร
  • พุทไธสง ๖๔ กิโลเมตร
  • บ้านกรวด ๖๖ กิโลเมตร
  • ชำนิ ๗๐ กิโลเมตร
  • บ้านกรวด ๖๖ กิโลเมตร
  • ปะคำ ๗๘ กิโลเมตร
  • หนองกี่ ๘๓ กิโลเมตร
  • บ้านใหม่ไชยพจน์ ๘๕ กิโลเมตร
  • โนนดินแดง ๙๒ กิโลเมตร
  • ละหานทราย ๑๐๐ กิโลเมตร
  • กิ่งอำเภอบ้านด่าน ๑๕ กิโลเมตร
  • กิ่งอำเภอแคนดง ๕๖ กิโลเมตร
 
 
 
 

ร้านอาหาร

 
 

อำเภอเมือง

 
แป๊ะเฮ้าส์
ทืที่อยู่ : 30/6 ถ. รมย์บุรี (อาหารไทย-อาหารทะเล) เปิด 16.00-24.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4462 0250
 
โชคลิขิต
ทืที่อยู่ : 246/14 ถ. นิวาส (อาหารพื้นเมืองอีสาน) เปิด 9.00-23.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 2665
 
วังหรรษา
ทืที่อยู่ : 194 หมู่ 1 ถ. บุรีรัมย์-สตึก (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.00-23.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 4394
 
สวนอาหารตุ๊หมู่เฮา
ทืที่อยู่ : ถ. บุรีรัมย์-นางรอง (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.00-23.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 2877
 
สายเพชรปาร์ค ในสวนนก
ทืที่อยู่ : 123 หมู่ 4 ถ. บุรีรัมย์-ประโคนชัย บ้านท้ายอ่าง ต.สะแกซำ (อาหารไทย-พื้นเมือง) เปิด 11.00-20.30 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : (01) 222-3015
 
พลอย
ทืที่อยู่ : 37/1-5 ถ. รมย์บุรี (อาหารไทย-จีน-ยุโรป) เปิด 6.30-22.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 3747
 
รุ่งเรืองภัตตาคาร
ทืที่อยู่ : ถ. นิวาศ (อาหารไทย-จีน) เปิด 12.00-22.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 1778
 
ไมตรี
ทืที่อยู่ : 169/2-4 ถ. สุนทรเทพ (อาหารไทย-เบเกอรี่-อาหารเช้า) เปิด 6.00-18.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 1538
 
พรเพ็ญ
ทืที่อยู่ : 30/3 ถ. รมย์บุรี (อาหารไทย-จีน-พื้นเมือง) เปิด 9.00-23.00 น. อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4461 1553
 

อำเภอนางรอง

 
สวนอาหารบ้านเสาะ
ทืที่อยู่ : 34 ถ. นางรอง-บุรีรัมย์ (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.00–23.00 น. อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4463 1631
 
พบสุข
ทืที่อยู่ : 232 ถ. โชคชัย-เดชอุดม (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.00-22.00 น. อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4463 1619
 
เพชรเกษม
ทืที่อยู่ : 147/1 ถ. โชคชัย-เดชอุดม ข้างปั๊มน้ำมันตราดาว (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.00-22.00 น. อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4463 1992
 
บ้านกับต้นไม้
ทืที่อยู่ : 222/15 ถ. โชคชัยเดชอุดม (อาหารไทย-จีน) เปิด 10.30-22.30 น. อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4463 1635
 
ลักษณาขาหมู
ทืที่อยู่ : 226 ถ. โชคชัย-เดชอุดม (อาหารไทย-จีน) เปิด 9.00-23.00 น. อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4463 1158
 

อำเภอลำปลายมาศ

 
เพิ่มพูนขาหมู
ทืที่อยู่ : 963-964 ถนนสหนพมาศ อำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
ทืโทรศัพท์ : 0 4466 0202
 
 
 
 

ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

 
 

จังหวัดบุรีรัมย์มีสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกมากมายซึ่งนักท่องเที่ยวสาม ารถนำมาเป็นของฝากได้หลายอย่าง มีวางขายอยู่ตามตลาด และร้านค้าทั่วไปได้แก่

 
  1. ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ได้แก่ ผ้าตีนจก ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ของชาวอำเภอ นาโพธ์
  2. แม่พนอ ๒๒/๓ ถ.อำนวยกิจ โทร. ๐ ๔๔๖๗ ๑๔๖๔ (จำหน่ายกุ้งจ่อมทิพรส/กระยาสารท)
  3. ร้านเลี่ยงฮวด ๒/๑๐ ถ.ศรีเพชร โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๕๕๒ (จำหน่ายกุนเชียง หัวไช้โป๊ว หมูหยอง หมูแผ่น)
 
 
 
 

สถานที่พัก

(ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

 
 
 

อำเภอเมือง

 
พนมพิมาน
ทืที่อยู่ : ในสถาบันราชภัฎบุรีรัมย์ ถ. จิระ โทรสาร 0 4461 2858 อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4462 1205-7 , 0 4461 1221   
ทืจำนวนที่พัก 40 ห้อง, ราคา 400 - 400 บาท
 
นิวาศ
ทืที่อยู่ : 89/10-12 ถ. นิวาศ(พัดลม) อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4461 1640   
ทืจำนวนที่พัก 20 ห้อง, ราคา 70 - 90 บาท
 
ชัยเจริญ
ทืที่อยู่ : 114-116 ถ. นิวาศ (พัดลม) อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4461 1559   
ทืจำนวนที่พัก 40 ห้อง, ราคา 120 - 180 บาท
 
ไทยโฮเต็ล
ทืที่อยู่ : 38/1 ถ. รมย์บุรี โทรสาร 0 4461 1112 , 0 4461 1132 (พัดลม,ปรับอากาศ) อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4461 1112 , 0 4461 1132   
ทืจำนวนที่พัก 96 ห้อง, ราคา 180 - 460 บาท
 
สยาม
ทืที่อยู่ : 29/12 ถ. อินทร์จันทร์ณรงค์ (ปรับอากาศ) อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4462 5519   
ทืจำนวนที่พัก 35 ห้อง, ราคา 495 - 495 บาท
 
แกรนด์โฮเต็ล
ทืที่อยู่ : 137 ถ. นิวาศ อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4461 1089 , 0 4461 1179 , 0 4461 1938   
ทืจำนวนที่พัก 90 ห้อง, ราคา 200 - 340 บาท
 

อำเภอนางรอง

 
สกุลแก้ว รีสอร์ท
ทืที่อยู่ : 40 หมู่ 11 ต.ถนนหัก อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 08 9190 2987, 08 9583 3564   
ทืจำนวนที่พัก 15 ห้อง, ราคา 350 - 550 บาท
 
พี แคลิฟอร์เนีย (บ้านพักนานาชาติ พี แคลิฟอร์เนีย )
ทืจำนวนที่พัก 12 ห้อง ห้อง, ราคา 250 - 1,500 บาท
 
บ้านเสาะ รีสอร์ท
ทืจำนวนที่พัก 12 หลัง ห้อง, ราคา 500 - 1,500 บาท
 
ศูนย์ซีเบิร์ด (ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง)
ทืที่อยู่ : 140 หมู่ 6 ถ. โชคชัย-เดชอุดม ต. หนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4465 7145-7   
ทืEmail : cbirdn999r@yahoo.com  website : http://www.pda.or.th/nangrong
ทืจำนวนที่พัก 32 ห้อง, ราคา 240 - 1,500 บาท
 
นางรอง
ทืที่อยู่ : 70/25 ถ. ประดิษฐ์ปานะ (พัดลม, ปรับอากาศ) อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์
ทืโทร : 0 4463 1014, 0 4463 1465, 08 1955 3477   
ทืEmail : j_jew11@hotmail.com  website : http://www.nangronghotel.com
ทืจำนวนที่พัก 29 ห้อง, ราคา 220 - 600 บาท
 
บ้านพัก พี แคลิฟอร์เนีย
ทืจำนวนที่พัก 12 ห้อง, ราคา 250 - 1,500 บาท
 
ฮันนี่อินน์
ทืจำนวนที่พัก 5 ห้อง, ราคา 50 - 50 บาท
 

อำเภอโนนดินแดง

 

บ้านพักเขื่อนลำนางรอง

ติดต่อสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง โทร. ๐ ๔๔๖๐ ๖๓๓๖ ในเวลาราชการ

จำนวน ๗ หลัง ราคา ๑๐๐ บาทต่อคน

 
อำเภอประโคนชัย
 
ประโคนชัย รีสอร์ท
ที่อยู่ : 150 หมู่ 6 ถ.โชคชัย-เดชอุดม อำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
โทร : 0 4467 1288, 0 1955 9089   
จำนวนที่พัก 31 ห้อง, ราคา 250 - 400 บาท
 
 
 
 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

  1. ท่าอากาศยานจังหวัดบุรีรัมย์ โทร.0 4461 4123
  2. บมจ.การบินไทย โทร. 0 4462 5066-7
  3. ประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ โทร.0 4461 1957
  4. ไปรษณีย์บุรีรัมย์ โทร.0 4461 1142
  5. โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โทร. 0 4461 1262
  6. ตำรวจทางหลวง โทร.0 4461 1992, 1193
  7. สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4461 1449
  8. สถานีตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4461 1234
  9. สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4461 2534
 
 
 
 
 

เทศกาลงานประเพณี

 
 
1. งานมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ วันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือย่างเข้าสู่ฤดูหนาว มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรง คนชนบทก็พากันทำว่าวแอก ซึ่งมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเล่นกันทุกหมู่บ้าน เป็นประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นอีสานแต่นานมา บุรีรัมย์จัดมหกรรมว่าวอีสานขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2529 เพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์ของอีสานใต้ให้คงอยู่และเผยแพร่ให้เป็นทรู้จักกว้างขวาง เปิดโอกาสให้คนทุกตำบล ทุกหมู่บ้านทำว่าวแอกมาแข่งขันชิงรางวัลกัน ว่าวที่นำมาเข้าแข่งขันต้องมีขนาดปีกกว้าง 2 เมตรครึ่งขึ้นไป ตัดสินกันที่ความสวยงาม เสียงแอก และลีลาของว่าวบนท้องฟ้า นอกจากนี้มีการประกวดขบวนแห่ว่าวที่ยิ่งใหญ่สวยงาม ตอนค่ำมีมหรสพ การละเล่น และการแสดงสินค้าพื้นบ้าน งานมหกรรมว่าวอีสานจัดขึ้นที่สนามกีฬาจังหวัดอำเภอห้วยราชในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี
2. งานนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง วันเพ็ญเดือน 3ที่เขากระโดง อำเภอเมือง จัดงานในวันเพ็ญเดือน 3 เช่นกัน ประชาชนจะไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองและพระสุภัทรบพิตร ตลอดจนเที่ยวงานกันอย่างคับคั่ง
3.งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง วันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นศาสนสถานในลัทธิพราหมณ์และได้รับการแปลงเป็นพุทธสถานในสมัยหลัง ช่วงที่ถูกทิ้งร้างอยู่มีผู้นำพระพุทธบาทจำลองไปประดิษฐานไว้ที่ปรางค์น้อยบนเขา กลายเป็นประเพณีของชาวบ้านรอบๆ บริเวณนั้นพากันขึ้นไปนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทนี้รวมทั้งไหว้พระทำบุญในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เนื่องจากปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่ยี่งใหญ่สวยงามและเป็นประเพณีแต่เดิมอยู่แล้ว จังหวัดจึงได้ส่งเสริมให้มีงานประเพณีในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน โดยจัดกิจกรรมต่างๆ อันเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณ ได้แก่ ขบวนแห่ราชประเพณีขอมโบราณ การแสดงแสง-เสียงย้อนรอยอดีตพนมรุ้ง และการแสดงระเบิดภูเขาไฟจำลอง
 
4. งานนมัสการพระเจ้าใหญ่ที่วัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด)วันขึ้น 14 ค่ำถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ทุกปี เป็นเทศกาลนมัสการปิดทองพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของบุรีรัมย์ มีการทำบุญไหว้พระและมีมหรสพต่างๆ มากมาย รวม 3 วัน
5. ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์ วันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประเพณีประจำปี กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากในลำน้ำมูล ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่างๆ มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก เพื่อแข่งขันความเป็นเจ้ายุทธจักรแห่งลำน้ำมูล ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 40-50 ลำ และยังมีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงามด้วยประเพณีแข่งเรือยาวที่สนามแห่งนี้ เดิมเป็นประเพณีท้องถิ่นสังสรรค์กันในหมู่ญาติมิตรและสักการะเจ้าพ่อวังกรุด ซึ่งเป็นชื่อวังน้ำวนช่วงหนึ่งของแม่น้ำมูล ต่อมาได้จัดเป็นงานประเพณีของจังหวัดตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา
 
 
 
 

สถานที่ท่องเที่ยว

 
 

อำเภอเมือง

 

1. ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ ตั้งอยู่ภายในสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ ถนนจิระ เป็นสถานที่รวบรวมจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอันมีค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจและเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัย นิทรรศการที่จัดแสดงมีหลากหลายหัวข้อ อาทิ นิทรรศการเกี่ยวกับช้าง ชาวส่วย ผ้าพื้นเมือง จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องถ้วยและเตาเผาโบราณ วิถีชีวิตชาวอีสาน สภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนโบราณของบุรีรัมย์ เปิดทุกวันยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๘.๓๐–๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์เปิดถึงเวลา ๑๖.๐๐ น. สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๒๒๑, ๐ ๔๔๖๑ ๗๕๘๘ ต่อ ๑๕๙

2. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตั้งอยู่ในตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก พระบรมราชานุสาวรีย์มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับบนช้างศึก จากจดหมายเหตุประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗ กล่าวว่า ใน พ.ศ. ๒๓๒๑ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบพระยานางรองซึ่งคบคิดกับเจ้าโอ เจ้าอินแห่งจำปาศักดิ์ ขณะเดินทัพพบเมืองร้างอยู่ที่ลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก มีชัยภูมิดีแต่ไข้ป่าชุกชุม ชาวเขมรป่าดงไม่กล้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่ตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบ จึงรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ และให้บุตรเจ้าเมืองพุทไธสมันซึ่งติดตามมาด้วยเป็นเจ้าเมือง ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองบุรีรัมย์”
3. วนอุทยานเขากระโดง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโบราณซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน ปากปล่องภูเขาไฟมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำลึก มีน้ำขังตลอดปี ยอดสูงสุดประมาณ ๒๖๕ เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่ประดิษฐาน “พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์และมีปรางค์กู่โบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง วนอุทยานนี้มีพันธุ์ไม้พื้นเมืองน่าศึกษาหลายชนิด การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันได หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ
kjการเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ บนเส้นทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย ประมาณ ๖ กิโลเมตร
อ่างเก็บน้ำกระโดง ตั้งอยู่ด้านหน้าของเขากระโดง จากทางเข้าเขากระโดงมีทางแยกซ้ายมือไปทางเดียวกับค่ายลูกเสือ “บุญญานุศาสตร์” และสวนสัตว์ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีแห่งหนึ่ง จากจุดนี้สามารถมองเห็นองค์พระสุภัทรบพิตรบนยอดเขากระโดงได้
4.อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและสวนนกบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ตำบลสะแกซำ กำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี ๒๕๓๕ จากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีมีนกชนิดต่าง ๆ มาอาศัยอยู่โดยรอบจำนวนกว่า ๑๐๐ ชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายนจะมีฝูงนกมาอาศัยอยู่มากเป็นพิเศษ บางชนิดใกล้สูญพันธุ์และหาดูได้ยาก เช่น นกเป็ดหงส์ นกเป็ดก่า และนกกาบบัว ในบริเวณบ้านของคุณสวัสดิ์ คชเสนีย์ ได้จัดทำเป็นสวนนก และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะสำหรับเที่ยวชมฝูงนกในยามเย็น ทุกวันเวลาประมาณ ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. จะมีฝูงนกยางสีขาวนับหมื่นตัวบินกลับรังเป็นภาพที่น่าชมมาก มีบริการรถชมรอบบริเวณ
cfการเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไป ๑๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ (เส้นทางบุรีรัมย์-ประโคนชัย)
 

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

1. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตั้งอยู่บ้านตาเป็ก ตำบลตาเป็ก ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ ๒๐๐ เมตร (คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “ภูเขาใหญ่”)
ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น
ปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอดอันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะ ๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง ๑ หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม ๕ ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน
ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤาษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก ๑ องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖
bvนอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ร่วมสมัยกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า “โรงช้างเผือก”
กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม โดยใช้วิธีการสมัยใหม่ช่วย และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปีพุทธศักราชที่ ๒๕๓๑ ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน
cvอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๔๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๗๔๖


การเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

bnรถส่วนบุคคล จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถเดินทางไป พนมรุ้งได้ ๒ เส้นทาง คือ

  1. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง (ทางหลวง ๒๑๘) ระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย ๒๔ ไป ๑๔ กิโลเมตร ถึงบ้านตะโก เลี้ยวเข้าบ้านตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติไปพนมรุ้งเป็นระยะทางอีก ๑๒ กิโลเมตร
  2. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ เป็นระยะทาง ๔๔ กิโลเมตร จากตัวอำเภอประโคนชัย มีทางแยกไปพนมรุ้ง ระยะทางอีก ๒๑ กิโลเมตร (เส้นทางนี้ผ่านทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำด้วย)

bnรถโดยสาร จากสถานีขนส่งบุรีรัมย์ ขึ้นรถสายบุรีรัมย์-จันทบุรี ลงรถที่บ้านตะโกแล้วต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปพนมรุ้ง ควรตกลงราคาค่าโดยสารก่อนเดินทาง

2. วัดเขาอังคาร ตั้งอยู่บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว อยู่ห่างจากปราสาทหินพนมรุ้งไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จากบุรีรัมย์ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง-บ้านตะโก-บ้านตาเป็ก (ทางเดียวกับไปปราสาทหินพนมรุ้ง) เมื่อเดินทางถึงบ้านตาเป็ก เลี้ยวขวาตามทางไปอำเภอละหานทรายประมาณ ๑๓ กิโลเมตร จะพบทางแยกขวาไปวัดเขาอังคาร อีก ๗ กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดเคยมีการค้นพบโบราณสถานเก่าแก่และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีการก่อสร้างโบสถ์ ศาลาและอาคารต่าง ๆ เลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่าง ๆ หลายรูปแบบ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย
 

อำเภอนางรอง

 
1. อ่างเก็บน้ำทุ่งแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๒๔ ห่างจากอำเภอนางรอง ๔ กิโลเมตร ระหว่างทางไปปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นจุดแวะพักริมทาง มีศาลาริมน้ำรับลมเย็นสบาย และในฤดูแล้งมีฝูงนกเป็ดน้ำจำนวนมากมายอาศัยอยู่ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ด้วย
 

อำเภอประโคนชัย

 
1.ปราสาทหินเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลจระเข้มาก เป็นปราสาทขอมที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นน่าชมอีกแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ ประวัติความเป็นมาของปราสาทหินเมืองต่ำยังไม่ทราบชัดเพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุอยู่ในราว พ.ศ. ๑๕๕๐-๑๖๒๕ โดยมีลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังซึ่งมีอายุราว พ.ศ. ๑๕๐๘-๑๕๕๕ ปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู จึงอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๗ เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู
ตัวปราสาท ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลัก คือ ปรางค์อิฐ ๕ องค์ สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยศิลาแลง องค์ปรางค์ทั้ง ๕ ตั้งเรียงกันเป็น ๒ แถว แถวหน้า ๓ องค์ แถวหลัง ๒ องค์ ปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ตรงกลางแถวหน้า ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงส่วนฐาน ส่วนองค์อื่น ๆ ที่เหลืออยู่ก็มีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ปรางค์ทุกองค์มีประตูเข้าสู่ภายในปรางค์ได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ด้านอื่นทำเป็นประตูหลอก แต่ปรางค์ประธานมีมุขหน้าอีกชั้นหนึ่ง การขุดแต่งบริเวณปรางค์ประธานได้พบทับหลังประตูมุขปรางค์ สลักเป็นภาพเทพถือดอกบัวขาบประทับนั่งเหนือหน้ากาล แวดล้อมด้วยสตรีเป็นบริวาร หน้าบันสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ส่วนทับหลังประตูปรางค์สลักเป็นเทพนั่งชันเข่าเหนือหน้ากาล และยังได้พบชิ้นส่วนลวดลายปูนปั้นประดับฐานอีกด้วย แสดงว่าปรางค์เหล่านี้ได้เคยมีปูนฉาบและปั้นปูนเป็นลวดลายประดับตกแต่งอย่างงดงาม สำหรับปรางค์บริวารอีก ๔ องค์นั้นยังคงมีทับหลังติดอยู่เหนือประตูทางเข้า ๒ องค์ คือ องค์ที่อยู่ทางทิศเหนือของแถวหน้า และองค์ทิศใต้ของแถวหลัง สลักภาพพระศิวะอุ้มนางอุมาบนพระเพลา ประทับนั่งอยู่บนหลัง
โคนนทิ และภาพพระวรุณทรงหงส์ ตามลำดับ จากการขุดแต่งได้พบยอดปรางค์ทำด้วยหินทรายสลักเป็นรูปดอกบัว ตกอยู่ในบริเวณฐานปรางค์ หน้ากลุ่มปรางค์ยังมีวิหารเป็นอาคารก่ออิฐ ๒ หลัง ตั้งหันหน้าตรงกับปรางค์ที่อยู่ด้านข้างทั้งสององค์
สิ่งก่อสร้างดังกล่าว ล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้น กำแพงชั้นในก่อด้วยหินทรายเป็นห้องแคบ ๆ ยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม ที่เรียกว่า ระเบียงคด กำแพงชั้นนอกเป็นกำแพงศิลาแลง กำแพงทั้งสองชั้นมีซุ้มประตูอยู่ในแนวตั้งตรงกันทั้ง ๔ ด้าน ซุ้มประตูทั้งหมดยกเว้นซุ้มประตูของประตูชั้นในด้านทิศตะวันตกก่อด้วยหินทราย สลักลวดลายในส่วนต่าง ๆ อย่างงดงาม ตั้งแต่หน้าบัน ทับหลัง เสาติดผนัง ฯลฯ เป็นภาพเล่าเรื่องในศาสนาฮินดูและลวดลายที่ผูกขึ้นจากใบไม้ ดอกไม้ที่มักเรียกรวม ๆ ว่า ลายพันธุ์พฤกษา
ระหว่างกำแพงชั้นในและกำแพงชั้นนอก เป็นลานกว้างปูด้วยศิลาแลง มีสระน้ำขุดเป็นรูปหักมุมตามแนวกำแพงอยู่ทั้ง ๔ มุม กรุขอบสระด้วยแท่งหินแลงก่อเรียงเป็นขั้นบันไดลงไปยังก้นสระ ขอบบนสุดทำด้วยหินทรายเป็นลำตัวนาคซึ่งชูคอแผ่พังพานอยู่ที่มุมสระ เป็นนาค ๕ เศียรเกลี้ยง ๆ ไม่มีเครื่องประดับศีรษะ ปราสาทหินเมืองต่ำ เปิดให้เข้าชม ทุกวันระหว่างเวลา ๐๗.๓๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม คนไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท
 
2. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ตามทางไปประโคนชัย ๔๑ กิโลเมตร มีสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ อยู่ด้านซ้ายมือริมถนน เป็นจุดที่เหมาะแก่การดูนกน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน - เมษายน
 

อำเภอบ้านกรวด

 
1. แหล่งหินตัด ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสายตรี ๓ และสายตรี ๔ ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวด ๗ กิโลเมตร บนเส้นทางบ้านกรวด-ตาพระยา และแยกจากถนนใหญ่ไปอีก ๓ กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย เป็นแหล่งหินทรายที่คนสมัยขอม ตัดหินเอาไปสร้างปราสาทต่าง ๆ ในเขตอีสานใต้ อยู่บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว มีเนื้อที่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ที่น่าสนใจคือ หินบางก้อนปรากฏรอยตอกเนื้อหินให้เป็นรูเรียงกันเป็นแนวยาว หินบางก้อนถูกเซาะสกัดเป็นร่องขาดจากกัน และยังมีหินที่ถูกตัดและงัดขึ้นมาเป็นแท่งสี่เหลี่ยมอยู่ทั่วไป

2. แหล่งเตาโบราณ นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผาโบราณจำนวนมาก เตาโบราณเหล่านี้มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๙ เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยขอม เพื่อเป็นสินค้าป้อนให้กับเมืองต่างๆ โดยมีการทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และขยายขอบเขตการผลิตไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งเตาโบราณ ๒ แห่ง คือ เตาสวายและเตานายเจียน ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอบ้านกรวดเป็นระยะทาง ๕ และ ๑๐ กิโลเมตร ตามลำดับ ส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดพบสามารถชมได้ที่ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ หรือที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
การเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๗๕ ประมาณ ๖๖ กิโลเมตร

 

อำเภอปะคำ

 
1. ปราสาทวัดโคกงิ้ว อยู่บนทางสายนางรอง-ปะคำ (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘) ก่อนถึงอำเภอปะคำ ๓ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม ด้านหลังวัดโคกงิ้ว เป็นอโรคยาศาลหรือโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ตามคติในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
 

อำเภอโนนดินแดง

 
1. อนุสาวรีย์เราสู้ ตั้งอยู่ริมทางสายละหานทราย-ตาพระยา (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ ทหาร ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้ผู้ก่อการร้ายที่ขัดขวางการสร้างเส้นทางยุทธศาสตร์สายนี้
2. เขื่อนลำนางรอง อยู่ห่างจากอนุสาวรีย์เราสู้ไป ๒๐๐ เมตร เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพ และมีร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ นอกจากเขื่อนนี้จะเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการเกษตรแล้ว ยังได้รับการปรับ

3. ปราสาทหนองหงส์ อยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อนลำนางรอง ห่างจากตัวเขื่อนประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ ๓ องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับจำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึดท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก ๒ องค์ที่เหลือ คือ องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มีลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก ๑ หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ การกำหนดอายุ สมัยของปราสาทนั้น กำหนดจากลักษณะการก่อสร้าง และศิลปกรรมที่พบซึ่งตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖

 

อำเภอสตึก

 
1.พระพุทธรูปใหญ่ (พระพุทธรูปปฎิมาสันตยาภิรมย์สตึกอุดมราษฎรนิมิตมนิน) เป็นพระยืนขนาดใหญ่ริมแม่น้ำมูล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสตึก เป็นที่เคารพสักการะของชาวสตึกและจังหวัดใกล้เคียง ในช่วงงานงานประเพณีแข่งเรือยาวซึ่งจัดที่อำเภอสตึกมีทั้งชาวเรือและผู้มาเที่ยวงานแวะมานมัสการพระพุทธรูปใหญ่กันเป็นจำนวนมาก
 

อำเภอพุทไธสง

 
1. พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิขนาดหน้าตัก ๑.๖ เมตร สูง ๒ เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะของศิลปะพื้นเมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดหงษ์ หรือวัดศีรษะแรด เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนจำนวนมากที่เรียกว่า “พระเจ้าใหญ่” ในภาษาไทยอีสาน มิใช่เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ แต่หมายถึงความยิ่งใหญ่ ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการสาบานและอธิษฐาน เล่ากันว่า ผู้ที่ผิดคำสาบานมักได้รับภัยพิบัติต่าง ๆ จึงมีผู้ไปสาบานงดเว้นอบายมุขเลิกดื่มสุราและสักการะกราบไว้ขอให้คุ้มครองรักษาอยู่มิได้ขาด นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์รูปใบขนุน “รวมปาง” สำริด และพระพุทธรูปแกะสลักจากนอแรดที่ใต้ฐานพระเจ้าใหญ่ด้วย ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นโดยมีชาวอำเภอพุทไธสง และจังหวัดต่าง ๆ ไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมาก
 

อำเภอนาโพธิ์

 
1. หมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ เป็นแหล่งทอผ้าไหมโดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ ได้รับความสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการพัฒนาฝีมือให้ได้มาตรฐานทั้งรูปแบบ วิธีการผลิต ลวดลาย การให้สี จากศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
 
 
 
 

โปรโมชั่น เรียนต่อประเทศอังกฤษ

 
     
   
 

เรียนต่ออังกฤษ

โรงเรียนในประเทศอังกฤษ

 
     
 

 
 
A2Z School of English

เป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองจากบริติชเคาซิลและสมาชิกของสมาคมอังกฤษเหนือ อาจารย์ผู้สอนของโรงเรียนล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติที่ผ่านการคัดเลอกจากบริติชเคาซิล

 
 

London School of Commerce

London School of Commerce เป็นส่วนหนึ่งของ University of Wales Institute, Cardiff ตั้งอยู่ใจกลางลอนดอน เปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วโลกได้เรียนในหลักสูตรปริญญาตรี และปริญญาโท ด้วยค่าเรียนเพียง GBP 6,450 ต่อปี

 
 
Kaplan International

การเรียนการสอนเข้มข้นพัฒนาความก้าวหน้าด้านภาษา ได้อย่างรวดเร็วห้องเรียนสุดหรูตั้งอยู่ในเมืองสำคัญของ อังกฤษ

 
 

จองโรงแรมทั่วโลก

 
   
 

โปรโมชั่น เรียนต่อประเทศสิงคโปร์

 
     
   
 

เรียนต่อสิงคโปร์

โรงเรียนในประเทศสิงคโปร์