l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    ฉะเชิงเทรา
    แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร
    พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤาไนป่าสมบูรณ์
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    ฉะเชิงเทราหรือแปดริ้ว เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางซึ่งมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและตามลำคลองต่างๆ โดยมี “หลวงพ่อพุทธโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาเปลี่ยนมาขึ้นอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เรื่อยมา จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทราจึงมีฐานะเป็นเมืองๆ หนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า “จังหวัดฉะเชิงเทรา” คำว่า “ฉะเชิงเทรา” เป็นภาษาเขมร แปลว่า คลองลึก ส่วนชื่อ “แปดริ้ว” นั้น ได้มาจากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ในเมืองนี้มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม เมื่อนำมาตากทำเป็นปลาแห้งจะต้องแล่เนื้อปลาถึง ๘ ริ้ว
    ฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๘๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๕,๓๕๑ ตารางกิโลเมตร

    แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดชลบุรี จันทบุรีและอ่าวไทย
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานีและกรุงเทพฯ

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
     

    รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ

    1. จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 ( กรุงเทพฯ - มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา ) ระยะทาง 75 กิโลเมตร
    2. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 34 ( ถนนสายบางนา – ตราด ) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 314 ( บางปะกง – ฉะเชิงเทรา ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร
    3. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 3 ( ผ่านสมุทรปราการ - บางปะกง ) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ระยะทาง 100 กิโลเมตร

    รถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง ไปฉะเชิงเทราทุกวัน วันละ 11 ขบวน เที่ยวแรก 05.55 น. – เที่ยวสุดท้าย 18.25 น. ค่าโดยสาร 13 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 หรือ สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 1007 หรือเว็บไซท์ www.railway.co.th
    อัตราค่าโดยสาร 13 บาท

    รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศออกจากจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที (ใช้เส้นทางมอร์เตอร์เวย์) ตั้งแต่เวลา 05.20- 18.00 น. รถออกทุกครึ่งชั่วโมงวันธรรมดามีรถออกตั้งแต่เวลา 06.00-17.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ(ถนนกำแพงเพชร 2)โทร. 0 2936 2852–66 ต่อ 311, 442 นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากสถานีขนส่งสายตะวันออก(เอกมัย) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัท ฉะเชิงเทรา ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2712 1018, 0 9749 1336 มีรถออกตั้งแต่เวลา 05.00-21.30 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งสายตะวันออก(เอกมัย)โทร. 0 2391 2504 หรือ สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 4482

    อัตราค่าโดยสาร กรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา บริษัทเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ประเภทรถ รถมาตรฐาน 2 ( ป.2) ระยะเวลา 1.50 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 50 บาท

    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
    • อำเภอบ้านโพธิ์ ๑๔ กิโลเมตร
    • กิ่งอำเภอคลองเขื่อน ๑๘ กิโลเมตร
    • อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ๑๙ กิโลเมตร
    • อำเภอบางปะกง ๒๔ กิโลเมตร
    • อำเภอบางคล้า ๒๕ กิโลเมตร
    • อำเภอพนมสารคาม ๓๒ กิโลเมตร
    • อำเภอแปลงยาว ๓๕ กิโลเมตร
    • อำเภอสนามชัยเขต ๕๐ กิโลเมตร
    • อำเภอราชสาส์น ๕๓ กิโลเมตร
    • อำเภอท่าตะเกียบ ๘๕ กิโลเมตร

    การเดินทางจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปจังหวัดใกล้เคียง จากจังหวัดฉะเชิงเทราสามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆได้เช่น ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี นอกจากนั้นยังมีรถประจำทางที่จะไปยังจังหวัดต่างๆผ่าน เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย สุรินทร์ และศรีสะเกษ

     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

    อำเภอเมือง

     
    ก๋วยจั๊บตั๊กม๊อ ๓๐/๒๔-๒๕ ม.๕ ถ.สายบาสพาสแยกหลวงพ่อโสธร ต.บางพระ โทร. ๐ ๓๘๘๒ ๑๘๙๓-๔ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐–๑๖.๐๐ น. ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา )
    เก๊าบริการ ๒๐–๒๑ ถ.มหาจักรพรรดิ์ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๒๐๑๐ ( รับจัดโต๊ะจีนข้างนอก ในร้านไม่มีบริการขายอาหาร )
    เกื้อกูลโภชนา ๕๑/๖ ถ.เกื้อกูล ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๔๒๕(อาหารจีน หูฉลาม เป๋าฮื้อ เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    กุ้งนาง (ริมแม่น้ำบางปะกง ใต้สะพานลอยรถไฟ) ๕๑๖ ถ.ศุภกิจ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๓๔๑๔, ๐๘ ๙๗๗๖ ๑๙๒๘ อาหารไทย อาหารทะเล เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    ไก่ย่างน้องปู ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง
    น้อยไก่ย่าง ถ.ศรีโสธร ต.โสธร
    นายก๊วก ๔๙ ม.๑๒ ถ.บางนา-ตราด บางปะกง (ข้าวแกง)
    เนี้ยว (ข้าวมันไก่) ๘๓/๕ ถ.มหาจักรพรรดิ์
    บ้านป้าหนู ๖๔ ตลาดบ้านใหม่ ถ.ศุภกิจ โทร. ๐ ๓๘๘๑ ๗๓๓๖, ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๐๖ (อาหารไทย เปิดบริการ ๑๐.๓๐–๒๒.๐๐ น.)
    ประดิษฐ์โภชนา ๑๓๓ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๒๔๖ (อาหารไทย จีน อาหารทะเล เปิดบริการ ๐๘.๐๐–๒๐.๐๐ น.)
    เพิ่มบุญ ๓/๑๐๘ ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง โทร.๐ ๓๘๕๓ ๕๐๙๙ (ก๋วยเตี๋ยวบก อาหารเพื่อสุขภาพ เปิดบริการทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ ๐๗.๐๐–๑๖.๐๐ น. )
    มธุรสเรือนแพ ๑๗๔/๓๘ แพริมน้ำ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๙๕๘, ๐ ๓๘๕๑ ๕๘๓๓ (อาหารไทย จีน อาหารทะเล เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    รวยเรือนแพ (ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) ๒๙๓/๓ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๕๔๓๑ (อาหารไทย จีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    ศิริโอชา ๔๔๑/๕-๖ ซ.๓ โทร.๐ ๓๘๕๑ ๓๔๑๙
    ศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพ ๒๕๗ (เยื้องสถานีรถไฟ) ถ.มหาจักรพรรดิ์ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๕๖๑๓ (ก๋วยเตี๋ยว อาหารเจ เปิดบริการ ๐๖.๐๐–๑๙.๐๐ น.)
    สวนศูนย์ปฏิบัติการอาหารและเครื่องดื่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ด้านหลังอาคารโรงแรม ๔๒๒ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง โทร.๐ ๓๘๘๑ ๐๕๔๑, ๐ ๓๘๕๑ ๒๕๐๑ (จำหน่ายอาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    สวนอาหารเรือนไทย ๑๙๙ ม.๑๓ ถ.บางนา-ตราด โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๖๒๒
    สุนหมูเด้ง ถ.มหาจักรพรรดิ์ ต.หน้าเมือง
    อาหารบ้านน้อยไก่ย่าง ๗ ม.๕ ต.บางพระ โทร.๐ ๓๘๘๒ ๐๐๘๓, ๐ ๓๘๘๒ ๑๙๒๐ (ไก่ย่าง ส้มตำ อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๑๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางปะกง

     
    ครัวคุณน้อง ๙/๒ ม.๑ ต.หนองจอก โทร. ๐ ๓๘๕๗ ๗๖๓๒, ๐ ๓๘๕๗ ๗๑๓๕ (อาหารไทย อาหารทะเล เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางคล้า

     
    ครัวบางคล้า ๗๘ ถ.บางคล้า-แปลงยาว ต.ท่าทองหลาง โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๕๘๐, ๐ ๓๘๘๒ ๗๓๒๐ (อาหารไทย เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    เถ้าแก่ซื้อ (ซิ้มฮวดเฮง) ๕๕/๑-๓ ติดธนาคารกรุงศรีอยุธยา (สาขาบางคล้า) ถ.บางคล้า-แปลงยาว ต.บางคล้า โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๐๒๐ (อาหารจีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๐.๐๐ น.แฮกึ้นกุ้งนาง หมูแดง ต้มยำกุ้งแม่น้ำ)
    ร่มไม้สายธาร (ใกล้กับพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ๒ ถ.พระสถูปเจดีย์ ต.บางคล้าโทร. ๐ ๓๘๕๔ ๒๗๙๔, ๐๘ ๖๑๕๕ ๗๑๑๑ (อาหารไทย อาหารทะเล เปิดบริการทุกวัน ๑๐.๓๐-๒๓.๐๐ น. มีบริการล่องเรือ)
    ลีลาวนา ๒๕/๒ ถ.เอมอรอุทิศ ๑ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๘๑ ๔๒๗๕, ๐๘ ๑๕๘๘ ๒๒๑๙ (อาหารไทย อาหารฝรั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    สวนอาหารแม่น้ำ (หน้า สภอ.บางคล้า) ถ.เทศบาลพัฒนา ๑ ต.บางคล้า โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๙๐๙, ๐๘ ๑๘๖๑ ๒๗๔๐ (อาหารไทย ชมทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง พร้อมรับประทานอาหาร เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๓.๐๐ น. มีบริการล่องเรือ)
    สเต๊กบางคล้า ๑๑๘ ม.๑ ถ.บางคล้า-แปลงยาว ต.ท่าทองหลาง โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๒๑๓๘-๙ (อาหารไทย จีน ฝรั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๓.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางน้ำเปรี้ยว

     
    คุ้มบุญส่ง ๓๐ ม.๒ ต.บางขนัก โทร. ๐ ๓๘๕๒ ๔๑๓๐, ๐ ๓๘๕๒ ๔๓๑๓ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการทุกวัน ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอพนมสารคาม

     
    ก๋วยเตี๋ยวปลาอาภรณ์ ๖๕๖/๑๕ (สี่แยก อ.พนมสารคาม) ต.ท่าถ่าน
    เมืองตรังติ่มซำ ๖๕๖/๑๘-๒๐ (สี่แยก อ.พนมสารคาม) ต.ท่าถ่าน โทร. ๐ ๓๘๘๓ ๗๑๖๐ (จำหน่ายต้มเลือดหมู ก๋วยจั๊บ ข้าวราดแกง ซุบหางวัว เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๑๖.๐๐ น.)
    ศรแดง ๑๒๑๓ ถ.พนมสารคาม-บ้านสร้าง ต.พนม
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    อำเภอเมือง

     
    ประเภทผลิตผลจากการเกษตร ได้แก่ มะม่วงพันธุ์ต่างๆ ข้าวหอมมะลิ ไข่ไก่ กุ้งสด มะพร้าวน้ำหอม ขนมจาก ขนมหวานต่างๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายทั่วไปในจังหวัดฉะเชิงเทรา
    ประเภทขนมหวาน ได้แก่ กระยาสารท ขนมเปี๊ยะ ขนมจาก
    ร้านต้องใจ ๔๕ ถนนวัดผาณิตาราม (จำหน่ายขนมไทย ขนมหม้อแกง)
    ร้านตั้งเซ่งจั้ว (ตรงข้ามสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา) ๒๗๕/๑ ถนนมหาจักรพรรดิ์ ตำบลหน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๑๓๙, ๐ ๓๘๕๑ ๑๕๔๗, ๐ ๓๘๕๑ ๕๓๙๕
    ร้านริน ๑๕/๒ ถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ตำบลโสธร โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๒๕๓๔, ๐ ๓๘๕๑ ๓๗๗๗ โทรสาร ๐ ๓๘๕๑ ๘๗๕๕ www.rin.co.th (จำหน่ายขนมหวาน ขนมไทย ข้าวตังหน้ากุ้ง กระยาสารท เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.)
    ร้านวรพร ๕ ถนนสุวินทวงศ์ ตำบลหน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๘๑ ๓๔๔๔ (จำหน่ายผลไม้แช่อิ่มมะม่วงดอง มะม่วงกวน มะม่วงปรุงรส ทุเรียนทอด เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.)
    ร้านอึ้งมุ้ยเส็ง (ตรงข้ามสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา) ๒๗๕/๒ ถนนมหาจักรพรรดิ์ ตำบลหน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๕๗๔๘ (จำหน่ายขนมเปี๊ยะแบบต่างๆ เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    ผลิตภัณฑ์ทองเหลืองสาน ๕๖ หมู่ ๑๓ บ้านคลองขุดใหม่ ตำบลท่าไข่ (จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลวดทองเหลืองสาน เช่น แจกัน ตะกร้า กล่องทิชชู ที่ใส่แชมเปญ เชิงเทียน ของชำร่วย เป็นต้น โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๓๘๕๗, ๐๘ ๑๙๓๙ ๙๙๔๒ เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๘.๐๐ น.)
    ผลิตภัณฑ์ประดิษฐ์จากไม้ เศษกระดูกและเขาสัตว์ หมู่บ้านกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากไม้และเขาสัตว์ (เลยวัดอุดมมงคลประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร) หมู่ ๓ ถนนสุวินทวงศ์ ตำบลคลองนครเนื่องเขต (ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับและเครื่องใช้จากวัสดุเหลือใช้ ประกอบด้วยกระดูก เขาสัตว์และไม้นำมาประกอบกันเป็นรูปแบบต่างๆเช่น กิ๊บติดผม ปิ่นประดับผม หวี สร้อยคอ กำไล ต่างหู สอบถามข้อมูลโทร. ๐ ๓๘๕๙ ๒๖๗๘)
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    ( ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก )

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    แกรนด์ รอยัล พลาซ่า ๑๑๑๐ ถ.สุขประยูร ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๘๒ ๓๗๐๑ โทรสาร ๐ ๓๘๘๒ ๓๗๐๑ จำนวน ๑๗๐ ห้อง ราคา ๖๔๕-๑,๕๐๐ บาท
    ใจอินทร์ ๗๑/๒๓ ถ.บางปะกง ต.โสธร โทร.๐ ๓๘๕๑ ๒๒๓๖, ๐ ๓๘๕๑ ๔๘๑๐ จำนวน ๓๓ ห้อง ราคา ๒๕๐-๔๕๐ บาท
    มิตรสัมพันธ์ ๗๖-๙๒ ถ.ริมคลองท่าไข่ ต.หน้าเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๗๙ จำนวน ๓๒ ห้อง ราคา ๑๕๐-๔๐๐ บาท
    เย็นจิตร บังกะโล ๒๔๗/๔๐ ถ.มหาจักรพรรดิ์ โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๒๐๐ จำนวน ๒๙ ห้อง ราคา ๒๕๐–๔๐๐ บาท
    ริเวอร์ อินน์ ๑๒๒/๑ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมืองโทร. ๐ ๓๘๕๑ ๔๕๓๐ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๒๙๐-๓๙๐ บาท
    วังธารา แอนด์ รีสอร์ท ๕/๒ ถ.สุขประยูร ต.คลองนา โทร. ๐ ๓๘๘๒ ๒๒๓๙-๔๐, ๐ ๓๘๙๘ ๑๒๐๐-๔ จำนวน ๑๖๘ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐-๕,๕๐๐ บาท
    สัมมนาคารบางปะกงปาร์ค (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) ๔๒๒ ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง โทร ๐ ๓๘๘๑ ๐๕๔๑, ๐ ๓๘๕๑ ๒๕๐๑ จำนวน ๓๙ ห้อง ราคา ๕๐๐–๗๐๐ บาท
    แฮปปี้ โฮม ๖๗/๑๓ ถ.เลี่ยงเมือง จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๕๐ บาท
     

    อำเภอบางคล้า

     
    บางคล้า รีสอร์ท ๑๑๘ ม.๑ ถ.บางคล้า-แปลงยาว ต.ท่าทองหลาง โทร ๐ ๓๘๕๔ ๒๑๓๘-๙ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๖๐๐ บาท
    บ้านสบาย ๙๐/๕ ถ.ราษฎรอุทิศ ต.บางคล้า โทร.๐ ๓๘๕๔ ๑๒๓๔ จำนวน ๑๙ ห้อง ราคา ๑๘๐-๔๐๐ บาท
     

    อำเภอบางปะกง

     
    โลมา รีสอร์ท ๖ ม.๘ ถ.บางนา-ตราด กม. ๕๓ (ตรงข้ามโรงไฟฟ้าบางปะกง) ต.ท่าข้าม โทร. ๐ ๓๘๕๗ ๔๓๑๘, ๐๘ ๑๓๑๓ ๓๘๗๐, ๐๘ ๑๗๖๒ ๙๖๑๑, ๐๘ ๔๖๘๒ ๒๔๐๒ โทรสาร ๐ ๓๘๕๗ ๓๖๔๔ www.baanlomaresort.com จำนวน ๑๘ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๓,๖๐๐ บาท (รวมอาหารเช้า, มีเรือขนาด ๒๐-๘๐ ที่นั่ง ชมโลมา ดูหิงห้อย ดูนก)
    โรงแรมริมฝั่งบางปะกง ๖๑/๖ ม.๑๓ ถ.บางนา-ตราด ต.บางปะกง โทร. ๐ ๓๘๕๓ ๑๕๑๒ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๕๐ บาท
     

    อำเภอพนมสารคาม

     
    พนม ๑๒๖๙ ถ.พนมสารคาม ต.พนม โทร. ๐ ๓๘๕๕ ๑๑๔๕ จำนวน ๖๒ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๓๐ บาท
    พนม การ์เด้น ๓๓๓ ม.๔ ถ.พนมสารคาม ต.ท่าถ่าน โทร. ๐ ๓๘๕๕ ๑๘๑๗, ๐ ๓๘๕๕ ๒๗๗๕ โทรสาร ๐ ๓๘๕๕ ๒๗๗๕ จำนวน ๔๔ ห้อง ราคา ๔๕๐ บาท
    บังกะโลรุ่งเรือง ๙๙๙ ม.๑ ต.พนม โทร. ๐ ๓๘๕๕ ๑๒๐๐ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๕๐ บาท
    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ๗ ม.๒ ถ.ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี กม.๕๑–๕๒ ต.เขาหินซ้อน โทร ๐ ๓๘๕๙ ๙๑๐๕–๖ ต่อ ๑๕, ๐ ๓๘๕๙ ๙๐๖๗ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๖๐๐ บาท ห้องรวมราคา ๓๐-๑๐๐บาท/คน
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

    • ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๔๗๙๔
    • สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๒๕๒๐
    • ที่ว่าการอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๒๙, ๐ ๓๘๕๑ ๑๑๘๕
    • สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๔๔๘๒
    • สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๐๗
    • โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๓๓
    • คลีนิกคริสเตียนบางคล้า โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๘๓๐, ๐ ๓๘๕๔ ๑๐๓๓
    • โรงพยาบาลพนมสารคาม โทร. ๐ ๓๘๕๕ ๑๔๔๔
    • โรงพยาบาลบางปะกง โทร. ๐ ๓๘๕๓ ๑๒๘๗
    • โรงพยาบาลแปลงยาว โทร. ๐ ๓๘๕๘ ๙๐๐๒
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๑๑๑
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคล้า โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๑๑๑
    • ตำรวจทางหลวง โทร. ๑๑๙๓
    • ตำรวจท่องเที่ยว โทร. ๑๑๕๕
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
    งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร ปีหนึ่งกำหนดจัด ๓ ครั้ง มีกำหนดทางจันทรคติดังนี้
    ๑. งานเทศกาลตรุษจีน จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๕ ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน) รวม ๕ วัน ๕ คืน
    ๒. งานเทศกาลกลางเดือน ๕ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๕ ค่ำ ถึง แรม ๒ ค่ำ รวม ๓ วัน ๓ คืน ถือว่าเป็นงานฉลองสมโภชในวันที่อาราธนาหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากน้ำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้
    ๓.งานเทศกาลกลางเดือนสิบสอง เริ่มงานวันขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึงวันแรม ๑ ค่ำเนื่องมาจากในปี พ.ศ. ๒๔๓๓ เกิดโรคฝีดาษระบาดไปทั่ว ชาวบ้านจึงบนบานต่อหลวงพ่อพุทธโสธรขอให้หาย และได้จัดพิธีสมโภชจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ปัจจุบันทางจังหวัดฉะเชิงเทราและวัดโสธรได้ร่วมกันจัด “งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา” ขึ้นเป็นประจำทุกปี มีการเฉลิมฉลองและการจัดขบวนแห่หลวงพ่อพุทธโสธรจำลองทั้งทางบกและทางน้ำ เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด
    งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว จะจัดขึ้นประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่มะม่วงให้ผลผลิต งานจัดขึ้นบริเวณโรงเรียนพุทธโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ในงานมีการออกร้านจำหน่ายมะม่วงและผลิตผลทางการเกษตร การประกวดผลิตผลทางการเกษตรและนิทรรศการด้านการเกษตร
    งานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา จะจัดขึ้นพร้อมๆ กับงานนมัสการพระพุทธโสธร ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยจัดขึ้น ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา
     
     
     
     

    สถานทีท่องเที่ยว

     
    วัดโสธรวรารามวรวิหาร อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า “วัดหงส์” สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ชาวเมืองเคารพนับถือ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ หายเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๑.๖๕ เมตร สูง ๑.๔๘ เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่า เป็นพระพุทธรูปปาฏิหาริย์ลอยทวนน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ. ๒๓๑๓ สมัยต้นกรุงธนบุรี แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนต่างมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก
    พระอุโบสถ หลังใหม่ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จริง เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.
    วิหารจำลอง ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลอง สืบเนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ และสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยได้อัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการตามปกติ เปิดให้นมัสการวันธรรมดาระหว่างเวลา ๐๗.๐๐- ๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ระหว่างเวลา ๐๗.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.
    ฝั่งตรงข้ามบริเวณวัดโสธรฯ มีร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมวัดโสธรฯ โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๐๔๘, ๐ ๓๘๕๑ ๑๖๖๖ นอกจากนั้นบริเวณท่าน้ำของวัดมีเรือบริการท่องเที่ยวลำน้ำบางปะกงไปขึ้นที่ตลาดบ้านใหม่
    อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ตั้งอยู่ถนนศรีโสธรตัดใหม่ ตรงข้ามสัมมนาคารบางปะกงปาร์ค (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) รูปปั้นทำด้วยโลหะหล่อสูง ๒.๖๕ เมตร ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๒ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นชาวแปดริ้ว เป็นนักปราชญ์ทางด้านภาษาไทย ตลอดชีวิตท่านได้รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมาตั้งแต่สมัยรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ท่านแต่งโคลงสุภาษิต คำประกาศราชพิธี แบบเรียนภาษาไทยหลายเล่มเพื่อใช้ในการสอน เช่น มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังคโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลการันต์ นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับเยาวชนไทยในยุคนั้น
    ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ในปีพ.ศ. ๒๓๓๗ โดยมีกรมหลวงรณเรศเป็นแม่กองก่อสร้าง เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมก์ชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ตามกำแพงเมือง
    ศาลหลักเมือง เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยหลังคาทรงจตุรมุข ส่วนบนเป็นยอดปรางค์ ภายในศาลมีเสาหลักเมือง ๒ เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่าสร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๗๗ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบันสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๘ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ในบริเวณเดียวกัน เปิดให้เข้าชมเวลา ๐๗.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
    สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด บนเนื้อที่ประมาณ ๙๐ ไร่ เป็นสวนสาธารณะที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน มีทางเดินโดยรอบสระและต้นไม้ขึ้นร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
     
    วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์) อยู่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๗๗ พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า “วัดเมือง” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์” แปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง
     
    เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา (หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา) ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง เป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ ๑๑๙ เซนติเมตร น้ำหนัก ๔๐ กิโลกรัม ทำจากซีนีก้า ด้านในหล่อเต็มองค์ เนื้อองค์สีออกเหลือง ในมือของเจ้าแม่กวนอิมถือคัมภีร์ กล่าวได้ว่าเป็นปางถือคัมภีร์ โปรดสั่งสอนมนุษย์ทุกชนชั้นวรรณะ มีผู้พบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๐ ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเดินทางไปสักการะเป็นประจำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. ๐๘ ๕๐๑๓ ๐๙๔๖
    วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “เจ้าพ่อซำปอกง” ในประเทศไทยมีเพียง ๓ องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร(ฝั่งธนบุรี) จังหวัดกรุงเทพฯ วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ
    ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ (ทางไปอำเภอบางน้ำเปรี้ยว) เป็นตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงอายุกว่า ๑๐๐ ปีที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนกับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำมาเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่ ๕ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้และสร้างอาชีพให้ชาวชุมชน จึงเกิด “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ จำหน่ายทั้งอาหาร ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวเป็ด กาแฟโบราณ เครื่องดื่มโบราณ สมุนไพร ขนมทั้งไทย จีน ของเล่นโบราณ ของฝากของที่ระลึกต่างๆ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐–๑๗๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่โทร. ๐ ๓๘๘๑ ๗๓๓๖, ๐๘ ๖๑๔๘ ๔๕๑๓, ๐๘ ๙๘๘๑ ๗๑๖๑, ๐๘ ๙๖๖๖ ๔๒๖๖
    วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้านใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด ๑ กิโลเมตร เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๙ เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี เพื่อเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ได้ทรงพระราชทานนามวัดว่า “วัดจีนประชาสโมสร” ส่วนชื่อภาษาจีนของวัด คำว่า “ฮก แปลว่า วาสนา โชคลาภ ความมั่งมีศรีสุข เล้ง หรือ เล่ง หมายถึง มังกร จึงมีผู้เรียกวัดนี้ ว่า มังกรวาสนา หรือ มังกรแห่งโชค” ตามหลักฮวงจุ้ยจีนกล่าวว่า วัดนี้ถือเป็นตำแหน่งท้องมังกร ส่วนตำแหน่งหัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพฯ และหางมังกรนั้นอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี ทั้งสามตำแหน่งของมังกรพาดผ่านดินแดนของความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ เยาวราชดินแดนแห่งการค้าขาย เมืองแปดริ้วดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารและจังหวัดจันทบุรี เมืองแห่งอัญมณีพลอย ภายในวัดจีนประชาสโมสรมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ ๔ องค์ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า พระประธาน ๓ องค์และองค์ ๑๘ อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ(ไฉ่เซ่งเอี้ย) ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธานและยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ตามคติจีน ระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า ๑ ตัน ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ ใบในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตรถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการสวดมนต์ซึ่งได้บุญกุศล นอกจากนี้ยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม วิหารตี่จั๊งอ๊วงและสระนทีสวรรค์ เป็นต้น
    วัดพยัคฆอินทาราม (วัดเจดีย์) ตั้งอยู่ตำบลบ้านใหม่ จากหลักฐานจารึกแผ่นเงินที่พบบริเวณรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์องค์ใหญ่ภายในวัดทำให้ทราบว่าวัดนี้สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายเสือ หรือ พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรากับภรรยาชื่ออิน แรกเริ่มสร้างเจดีย์ก่อนเมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๖ แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๑๘ ส่วนวัดนั้นสร้างเสร็จภายหลังในราวปีพ.ศ.๒๔๒๔ นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๕ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ เจดีย์องค์ใหญ่ ๑ องค์ เจดีย์องค์เล็ก ๒ องค์ วิหารพระพุทธบาท อุโบสถและหอระฆัง
    วัดสัมปทวนนอก ตั้งอยู่ถนนศุภกิจ เดิมชื่อวัดสวนพริก (นอก) สร้างขึ้นปลายสมัยกรุงธนบุรี โดยพระภิกษุอินและชาวบ้าน มีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อพุทธโสธรที่ลอยทวนน้ำในแม่น้ำบริเวณหน้าวัด มาเป็นชื่อเรียกวัดและสถานที่แห่งนี้ว่า “สามพระทวน” และกลายเป็น “สัมปทวน” ในที่สุด สิ่งที่น่าชมคือ พระอุโบสถที่มีลายปูนปั้นอยู่บนชายคาระเบียงโบสถ์แสดงภาพพระเวสสันดรชาดก อีกด้านหนึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตชาวแปดริ้วในอดีต ที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธิรังษีมุนีวงศ์ (ฮ้อ พรหมโชโต) เป็นเจ้าอาวาส หน้าวัดมีหอพระงดงาม บริเวณท่าน้ำจะมองเห็นเขื่อนทดน้ำบางปะกง
    เขื่อนทดน้ำบางปะกง ตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่เสวก ตำบลบางแก้ว ห่างจากตัวเมืองไปตามลำน้ำบางปะกง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-บางคล้า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง เป็นเขื่อนป้องกันน้ำเค็ม ใช้อุปโภคบริโภค และจัดสรรน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก
     

    อำเภอบ้านโพธิ์

    ตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปี ตั้งอยู่ในเขตตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทราและเทศบาลตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ในอดีตคลองสวนเป็นเส้นทางสำหรับเดินทางไปกรุงเทพมหานคร จากประตูน้ำท่าถั่ว (ฉะเชิงเทรา) แล่นผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิถีชีวิตของชาวคลองสวนทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม ผสมผสานวัฒนธรรม การดำรงชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้าง เช่น โรงเจ วัด สุเหร่า จะตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน และตลาดแห่งนี้จะเป็นแหล่งนัดพบของผู้คนมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติอันได้แก่ ร้านกาแฟ สำหรับผู้ที่สนใจจะชมบรรยากาศของวิถีชีวิตร่วมสมัยย้อนยุคกว่า ๑๐๐ ปี ชิมอาหารอร่อยทั้งอาหารคาวที่มีสูตรเฉพาะ ขนมหวาน กาแฟสูตรโบราณดั้งเดิม ชมของเก่าและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สามารถแวะชมได้ที่ตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปีแห่งนี้แห่งเดียว (วันเสาร์และอาทิตย์จะมีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาขายมากกว่าวันธรรมดา) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลคลองสวน โทร. ๐ ๒๗๓๙ ๓๓๒๙, ๐ ๒๗๓๙ ๓๒๕๓ บริเวณตลาดมีเรือล่องคลองใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ค่าโดยสาร ๕๐ บาท
    การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ทางถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ ๓๕ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางไป Thai Country Club ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร จนเจอถนนหมายเลข ฉช ๓๐๐๑ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ ๙-๑๐ หรือ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑
    หรือ จากแยกร่มเกล้าไปอีกประมาณ ๒๗ กิโลเมตร ไปตามทางหมายเลข ฉช ๓๐๐๑ ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ ๙-๑๐ หรือ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
    หรือ จากฉะเชิงเทราไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๔ (ฉะเชิงเทรา-บางปะกง) กิโลเมตรที่ ๑๔-๑๕ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหมายเลข ฉช ๓๐๐๑ ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ ๙-๑๐ หรือ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑
    รถโดยสารประจำทาง นั่งรถประจำทางสายฉะเชิงเทรา-ลาดกระบัง ลงหน้าทางเข้าตลาด แล้วเดินต่อเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร
     

    อำเภอบางคล้า

    ศาลและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้รับชัยชนะในการสู้รบกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้น สถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์คราวสู้รบกับพม่าในบริเวณนี้ ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๑
    วัดโพธิ์บางคล้า อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ๒๓ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๓๑ ไร่ ชื่อว่า “วัดโพธิ์” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๓๑๐-๒๓๒๕ สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศิลปะอยุธยากับรัตนโกสินทร์ พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องเกล็ดเต่าทำจากดินเผา ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ บริเวณวัดจะเห็นค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ ๓ ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ ๑ ตัว ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อนเช่น ใบโพธิ์ ใบมะม่วง ใบมะขาม เป็นต้น เคยมีผู้เฝ้าสังเกตการหากินของค้างคาวที่นี่พบว่าค้างคาวบินไปหากินตามเขตชายแดนไทยหรือฝั่งประเทศกัมพูชา หากล่องเรือชมทัศนียภาพตามลำน้ำบางปะกงจะผ่านวัดนี้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นชมวัดได้จากท่าน้ำของวัด
    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๒๑ เข้าตัวอำเภอบางคล้าไปประมาณ ๖ กิโลเมตร ผ่านศาลและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ ๕๐๐ เมตร
    วัดแจ้ง ตั้งอยู่บริเวณตลาดบางคล้า มีพระอุโบสถที่งดงาม เป็นศิลปแบบไทยผสมจีน มีรูปปั้นยักษ์ข้างโบสถ์ ไม่ปรากฏว่าสร้างในปีใด ชาวบ้านเล่าต่อๆกันมาว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยกทัพไปตีเขมร พระองค์เดินทัพมาจนสว่างที่บริเวณนี้ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้และขนานนามว่า “ วัดแจ้ง ”

    อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ (คลองท่าลาด) ตำบลปากน้ำ หลังจากที่พระเจ้าตากสินตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาได้เดินทัพผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรีและปะทะกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์รบชนะพม่าซึ่งมีกำลังเหนือกว่าและได้พักทัพบริเวณนี้ พระองค์จึงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการสู้รบกับพม่า แต่บริเวณดังกล่าวถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพระเจดีย์พังทลายเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๙๑ ต่อมามีการสร้างพระสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นใหม่บริเวณเดิม

    นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสักการะอนุสรณ์หรือนั่งพักผ่อนชมภูมิทัศน์ริมแม่น้ำซึ่งจะสามารถมองเห็นเกาะลัดอยู่ฝั่งตรงข้าม

    หมู่บ้านน้ำตาลสด ตั้งอยู่ที่บ้านปากน้ำ หมู่ที่ ๑๑ ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่งเดียวในภาคตะวันออก ชมขั้นตอนการผลิตน้ำตาลสดจากต้นตาลโตนด และสัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ผลิตน้ำตาลสด ชมกระบวนการผลิตน้ำตาลสด เริ่มด้วยการปีนต้นตาลสูงระฟ้าเพื่อรองน้ำตาลยามเช้าและเย็น ต่อด้วยขบวนการต้มน้ำตาลสด ก่อนที่จะส่งไปขายทั่วประเทศ การทำน้ำตาลปึก และชิมน้ำตาลสดหอมหวาน ก่อนเดินทางกลับเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เป็นของฝากกลับบ้าน เช่น น้ำตาลสดพร้อมดื่ม น้ำตาลปึก หมวกกุ้ยเล้ย งวงตาลตัวผู้ที่ชาวบ้านเชื่อว่ารักษาโรคเบาหวานได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. ๐ ๓๘๕๑ ๑๖๓๕ หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หมู่บ้านน้ำตาลสด ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า ตั้งอยู่ริมถนนสายบางคล้า-คลองเขื่อน
    สวนมะม่วง ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะม่วงมากที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ ๘๖,๐๐๐ ไร่ อำเภอที่ปลูกมากที่สุดคือ อำเภอบางคล้าและอำเภอแปลงยาว มะม่วงที่นิยมปลูกได้แก่ แรด เขียวเสวย น้ำดอกไม้ เจ้าคุณทิพย์ และทองดำ เป็นต้น มะม่วงจะเริ่มออกในเดือนมีนาคม ทางจังหวัดได้จัดงานมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้วเป็นประจำทุกปี สำหรับผู้ที่สนใจจะเที่ยวชมสวนมะม่วง ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางคล้า โทร. ๐ ๓๘๕๔ ๑๐๐๓ หรือ คุณมานพ แก้ววงษ์นุกูล ประธานชมรมสวนมะม่วงฉะเชิงเทรา โทร.๐ ๓๘๕๘ ๓๗๓๔, ๐๘ ๙๙๓๘ ๙๐๙๗
     

    อำเภอพนมสารคาม

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน ริมทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กิโลเมตรที่ ๕๑-๕๒ อยู่ห่างจากอำเภอพนมสารคาม ๑๗ กิโลเมตร มีเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ ๑,๘๙๕ ไร่ ศูนย์แห่งนี้ได้รับสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒ เนื่องมาจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพเสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื้อดินเป็นทราย มีการชะล้างพังทลายของดินสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพัฒนาพื้นที่ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์บริเวณศูนย์ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาดิน การวางแผนการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ จนพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยวิธีการเกษตรแผนใหม่ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนมีโอกาสพึ่งพาตนเองได้ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตและเป็นศูนย์รวมการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นต้นแบบแนวทางและตัวอย่างการพัฒนาให้แก่พื้นที่อื่น อีกทั้งอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆและเอกชน ภายในศูนย์มีการแบ่งพื้นที่เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร มีแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิด อาทิ พันธุ์หวายที่มีในประเทศไทย อโวคาโด มะม่วงทุกพันธุ์ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ โดยจัดตั้งเป็น “สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก” เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรต่างๆ ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่าง ๆ มีห้องอบสมุนไพรซึ่งเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. (๓๐ บาทต่อคน) ศูนย์แห่งนี้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำปี ๒๕๔๕ รางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำปี ๒๕๔๗ รางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    ผู้ที่สนใจจะเข้าชมศูนย์เป็นหมู่คณะและต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ใช้เวลาชมประมาณ ๒ ชั่วโมง ทำจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนั้นศูนย์ฯยังมีบริการที่พัก (ห้องพัดลม ๑๐๐ บาทต่อคน ห้องแอร์ ๖๐๐ บาทต่อคืน (นอน ๓ คน) สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ในเวลาราชการ ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๘๕๙ ๙๑๐๕-๖
     
    เขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ ๕๓ อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ๕๓ กิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น “สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ” และเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ พระอนุชาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ด้านหลังของศาลเป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน
     

    อำเภอสนามชัยเขต

    วนเกษตร (ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน) หรือ บ้านศานติธรรม ตั้งอยู่ตำบลลาดกระทิง ภายในอาณาบริเวณเกือบ ๑๐ ไร่ มีพันธุ์ไม้กว่า ๗๐๐–๘๐๐ ชนิด เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ภายในมีเรือนไม้แบบไทย มุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนสูงสำหรับประชุมหรือบรรยาย ชั้นบนใช้เก็บและแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านวัตถุโบราณ ของใช้รุ่นเก่าต่างๆ ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว สีข้าว บริเวณบ้านส่วนหนึ่งจัดไว้เป็นที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน มีลานสันทนาการ และบริเวณทำกิจกรรม เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาวิถีชีวิตการพึ่งพาตนเองแบบธรรมชาติ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม โทร. ๐ ๓๘๕๙ ๗๔๔๑, ๐ ๓๘๕๙ ๗๗๑๕ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๕ (พนมสารคาม-สนามชัยเขต) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕๙ (สนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ)ประมาณ ๓ กิโลเมตร
    วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์) ตั้งอยู่หมู่ ๒ ตำบลลาดกระทิง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๕๙ (สายสนามชัยเขต–ท่าตะเกียบ) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๙ กิโลเมตร ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางประทานพร หน้าตักกว้าง ๑๗ เมตร สูง ๑๙ เมตร ฐานสูง ๕ เมตร พระมหาธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีเหลือง น้ำเงิน ขาว สูง ๕๐ เมตร ฐานรอบเจดีย์กว้าง ๔๕ เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในองค์เจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมากและภาพเขียนสีน้ำมันแสดงเรื่องราวในพุทธประวัติ มีบันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิงซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมี อนุสาวรีย์ท่านพ่อขุน อนุสาวรีย์สมเด็จพ่อแสนคำฟ้าและวิหารพระนอน สภาพโดยรอบวัดคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เปิดระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.
     

    อำเภอท่าตะเกียบ

     
    สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ ตั้งอยู่บนเส้นทางสาย ๓๒๕๙ (พนมสารคาม-ท่าตะเกียบ) กิโลเมตรที่ ๒๙-๒๐ ก่อนถึงอำเภอท่าตะเกียบ ประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นสถานที่วิจัยเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ เปิดเป็นสถานที่ศึกษาวิจัยแก่นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจ ภายในสถานีมีลิง ชะนี ค่าง หมี นกยูง นกเป็ดก่า ฯลฯ หากจะเข้าชมเป็นหมู่คณะควรจะติดต่อล่วงหน้า หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ โทร. ๐๘ ๙๕๘๙ ๙๑๖๗
    อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ตั้งอยู่หมู่ ๒ ตำบลท่าตะเกียบ ห่างจากตัวจังหวัดฉะเชิงเทราไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕๙ กิโลเมตรที่ ๓๖ (เลยจากอำเภอท่าตะเกียบไปประมาณ ๔ กิโลเมตร) ทางเข้าอ่างเก็บน้ำตรงข้ามองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร ภูมิทัศน์ โดยรอบมีความสวยงาม มีร้านอาหารบริการริมอ่างเก็บน้ำ เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนทานอาหารชมธรรมชาติ ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำมีศาลเจ้าพ่อเขากา เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านบริเวณนั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักชลประทานที่ ๙ โทร. ๐ ๓๘๕๐ ๘๒๔๒
    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ ๖๔๓,๗๕๐ ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่รอยต่อ ๕ จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและสระแก้ว เป็นป่าลุ่มต่ำที่ไม่ผลัดใบที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด ป่าดงดิบส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบแล้ง มีเพียงเล็กน้อยที่เป็นป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองตะโหนดจังหวัดจันทบุรีและแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๓๐-๘๐๒ เมตร ยอดเขาสูงสุดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขตรักษาพันธุ์ฯ คือ เขาสิบห้าชั้น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๘๐๒ เมตร
    พื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้างใหญ่ มีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้าง กระทิง กวาง เก้ง วัวแดง ชะนีมงกุฎ เม่น และนกพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกกก นกแต้วแล้วธรรมดา นกเขาใหญ่ เหยี่ยวขาว เป็นต้น และในพื้นที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์ฯยังเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของภาคตะวันออกและเป็นแหล่งที่สองของประเทศไทย รองจากสถานีวิจัยสัตว์ป่านางรำที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี บริเวณหุบเขาร่มรื่นและเย็น ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม สามารถชมผีเสื้อได้ เช่น ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหางกระดิ่งแววมยุรา ผีเสื้อเจ้าป่า เป็นต้น
    นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน หรือ น้ำตกบ่อทอง อยู่ที่หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทอง เกิดจากคลองหมากบนเขาอ่างฤาไน เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ ๔๐ กิโลเมตร มีทางเข้าจากบริเวณบ้านหนองคอก เส้นทางต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทองประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติอย่างแท้จริง และ น้ำตกเขาตะกรุบ ขึ้นอยู่กับหน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ เลยจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ ๓๐ กิโลเมตร
    ค่าเข้าเขตรักษาพันธุ์ฯชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท มีบริการบ้านพักและสามารถกางเต็นท์ได้ (ต้องนำมาเอง) การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควรปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย ๑๕ วัน เรียน ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒ ต่อ ๖๕๘, ๖๕๙ หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โทร. ๐ ๓๘๕๐ ๒๐๐๑
    การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง
    รถยนต์ จากตัวเมืองฉะเชิงเทราใช้เส้นทางสายฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม จากอำเภอพนมสารคามไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๕ (พนมสารคาม-สนามชัยเขต) จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข ๓๒๕๙ ผ่านอำเภอท่าตะเกียบสู่บ้านหนองคอก ระยะทางประมาณ ๕๐ กิโลเมตร แล้วไปตามเส้นทางบ้านหนองคอก-กิ่งอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว อีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จะถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
    รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-พนมสารคาม แล้วต่อรถโดยสารประจำทางสายฉะเชิงเทรา-คลองหาด ลงหน้าสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 145 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,900 AUD$ (ประมาณ 84,100 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.