 |
|
 |
| |
สถานที่ท่องเที่ยว |
|
| |
อำเภอเมือง |
| |
1. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฏมหาสารคาม แสดงภาพความเป็นมาของศิลปะอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม เช่น การทอผ้า ลายผ้าต่างๆ นอกจากนั้นยังมีวรรณคดีอีสานประเภทใบลานซึ่งหาชมได้ยาก และภาพสไลด์ เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอีสานให้ชมด้วย |
|
2. พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย ตั้งอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของภาคอีสาน เช่น ใบเสมาหิน พระพุทธรูปในสมัยโบราณ บานประตู คันทวยแกะสลักอายุประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ปี และยังเป็นสถานที่เก็บรวบรวมวรรณคดีภาคอีสาน และพระธรรมใบลาน อยู่เป็นจำนวนมาก |
| |
3. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดเป็นนิทรรศการแบบถาวร ผู้เข้าชมจะได้ความรู้เกี่ยวกับ ศิลป และวัฒนธรรมอีสาน ความเป็นมาของการทอผ้า การประยุกต์ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง เครื่องจักสาน งานไม้ งานหล่อโลหะ การพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือจับสัตว์ เครื่องดนตรี วรรณกรรม จารึกภาษาโบราณ รวมทั้งผลงานศิลปะร่วมสมัยของนิสิต นักศึกษา เปิดให้ชมในวันจันทร์-ศุกร์ ในเวลาราชการ และวันเสาร์ครึ่งวัน (หากติดต่อล่วงหน้าสถาบันฯ ก็ยินดีเปิดให้ชมเป็นพิเศษ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.๐ ๔๓๗๒ ๑๖๘๖ |
|
4. แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน อยู่ด้านหลังของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมตร บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม ในวันหยุดประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก |
|
5.หมู่บ้านปั้นหม้อ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวา ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๘ (มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด) ประมาณ ๔ กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพปั้นหม้อดินเผากรรมวิธีแบบโบราณดั้งเดิม ซึ่งชาวอีสานใช้เป็นหม้อน้ำ และหม้อแกง เป็นต้น |
|
6. กู่มหาธาตุ (ปรางค์กู่บ้านเขวา) ตั้งอยู่ที่บ้านเขวา ตำบลเขวา เป็นโบราณสถานที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ทำด้วยศิลาแลงเป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยม สูงจากพื้นดินถึงยอด ๔ วา กว้าง ๒ วา ๒ ศอก ภายในปราสาทมีเทวรูปทำด้วยดินเผา ๒ องค์ นั่งขัดสมาธิ ประนมมือ ถือสังข์ มีกำแพงทำด้วยศิลาแลงล้อมรอบ โคปุระอยู่แนวด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้าออกภายในกำแพงเพียงด้านเดียว บรรณาลัยอยู่ภายในกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีทางเข้าในปรางค์ประธานเพียงด้านเดียว คือ ทิศตะวันออก ส่วนอีก ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก กรอบประตูและทับหลังเป็นหินทราย กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งเรียบร้อยแล้ว
การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามถนนแจ้งสนิท ๑๓ กิโลเมตร (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘ มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด) |
| |
7. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่ถนนหน้าโรงเรียนหลักเมืองมหาสารคาม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๘ เมื่อท้าวมหาชัยเจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก ได้รวบรวมไพร่พลจากร้อยเอ็ดมาตั้งเมืองใหม่ได้สร้างหลักเมือง และอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองมาประทับเพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง นับเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวจังหวัดมหาสารคามให้ความเคารพนับถือกันมา |
|
8.อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๐ กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและต้นไม้ หลายชนิด เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป |
|
9. พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน |
|
10. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติ มีน้ำไหลเฉพาะที่ตลอดเวลาหรือที่เรียกว่าป่าน้ำซับ |
|
11. หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองเขื่อนช้าง หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสองคอน เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย ทำหมอนขิต นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมซื้อสินค้าที่ระลึกแห่งนี้ได้ |
|
12. บ้านแพง ตำบลแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกก เป็นอาชีพเสริมอีกอาชีพหนึ่ง การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 208 (มหาสารคาม-โกสุมพิสัย-ขอนแก่น) |
|
13. วนอุทยานโกสัมพี มีเนื้อที่ 125 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก |
|
14. พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองมหาสารคาม อยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์ |
| |
อำเภอนาดูน
|
| |
|
1.กู่สันตรัตน์ ตั้งอยู่ตำบลกู่สันตรัตน์ เป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เป็นศิลปะขอมสมัยบายน อายุระหว่าง พ.ศ. ๑๗๐๐-๑๗๕๐ ตัวปราสาทสร้างด้วยศิลาแลงเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเหมือนกู่มหาธาตุ มีทับหลัง ประตูมุขหน้าจำหลักลายสวยงาม
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๐ ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข ๒๐๔๕ (เข้าอำเภอนาดูน) ประมาณ ๑ กิโลเมตร จะอยู่ทางขวามือ |
|
2. พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและที่สำคัญคือ การขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ ๙๐๒ ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๐ ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๕ ถึงอำเภอนาดูน ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๕ กิโลเมตร |
| |
อำเภอนาเชือก
|
| |
|
1.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติ มีน้ำไหลเฉพาะที่ตลอดเวลาหรือที่เรียกว่าป่าน้ำซับ นอกจากนั้นยังมีพืชและสัตว์ที่ไม่ค่อยพบในที่อื่น ๆ และหายาก เช่น ต้นลำพัน เห็ดลาบ ปลาคอกั้ง งูขา และปูทูลกระหม่อม หรือปูแป้งเป็นปูน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก ตัวขนาดใหญ่กว่าปูนา ลำตัวมีหลายสี เช่น ม่วง ส้ม เหลือง และขาว ซึ่งจะพบเฉพาะที่ป่าดูนลำพันแห่งนี้เท่านั้น |
| |
อำเภอกันทรวิชัย
|
| |
|
1. พระพุทธรูปยืนมงคล ตั้งอยู่ตำบลคันธารราษฎร์ เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีคู่เมืองมหาสารคาม สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดงเหมือนพระพุทธมิ่งเมือง เชื่อกันว่าขณะที่อำเภอกันทรวิชัยฝนแล้งชาวบ้านที่เป็นผู้ชายได้สร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง และผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคลขึ้นเพื่อขอฝน แล้วเสร็จพร้อมกันจึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นี้เป็นอันมาก การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร |
|
2. พระพุทธมิ่งเมือง หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี ตั้งอยู่ที่วัดสุวรรณาวาส ตำบลโคกพระ สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวาราวดีที่ชาวมหาสารคามนับถือกันมาก การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ (มหาสารคาม-กาฬสินธุ์) ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร(อยู่ทางด้านซ้ายมือ) |
| |
อำเภอโกสุมพิสัย
|
| |
|
1. หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองเขื่อนช้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลท่าสองคอน เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อผ้าฝ้าย กางเกงขาก๊วยแบบอีสาน นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมซื้อสินค้าที่ระลึกแห่งนี้ได้ การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามเส้นทางสายมหาสารคาม-โกสุมพิสัย ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๗-๔๘ ตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๗ สู่บ้านโนนตาล เดินทางต่อไปอีก ๒ กิโลเมตร จึงจะถึงหมู่บ้านหนองเขื่อนช้าง |
|
2. บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม เสื่อกกที่บ้านแพงนี้มีความสวยงามและคุณภาพสูง ส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘ (มหาสารคาม-โกสุมพิสัย) เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางโกสุมพิสัย-ขอนแก่น ระหว่างกิโลเมตรที่ ๒๐-๒๑ ห่างจากอำเภอโกสุมพิสัย ๙ กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๘ กิโลเมตร |
|
3. วนอุทยานโกสัมพี ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง ริมฝั่งแม่น้ำชี จากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข ๒๐๘ ประมาณ ๒๘ กิโลเมตร ถึงสี่แยกโกสุมพิสัย ตรงเข้าทางลาดยาง ๔๕๐ เมตร วนอุทยานโกสัมพี มีเนื้อที่กว้าง ๑๒๕ ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก ต้นกระทุ่ม ฯลฯ แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมติดต่อกัน มีหนองน้ำธรรมชาติทัศนียภาพร่มรื่น วนอุทยานนี้เป็นที่อาศัยของนกต่างๆ และลิงแสมฝูงใหญ่จำนวนหลายร้อยตัว รวมทั้งลิงแสมสีทองซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายาก |
| |
4. บึงบอน ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง ซึ่งถัดจากวนอุทยานโกสัมพีไปประมาณ ๑๐๐ เมตร บึงบอนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่ ๑๒๐ ไร่ ความลึกของบึงประมาณ ๒.๕๐ เมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่งของชาวโกสุมพิสัย และจังหวัดใกล้เคียง |
 |
|
 |