 |
::
|
 |
สัพเพเหระ
|
|
|
 |
 นครปฐม |
|
ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน
สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า |
|
| |
|
| |
 |
|
 |
| |
ร้านอาหาร |
|
| |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
กุ้งอบภูเขาไฟ ๘๘๕ ต.สนามจันทร์ ถ.เพชรเกษม โทร.๐ ๓๔๒๔ ๑๑๐๙,๐ ๓๔๒๕ ๕๐๔๑(เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย, กุ้งอบภูเขาไฟ, ต้มยำมะพร้าวอ่อน, ปลาช่อนบ้านไร่, ปูหลน) |
ขนมจีนน้ำยาแกงไก่ ๑๑๑ ถ.หน้าวัง ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๘๓๒๑ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๑๓.๐๐ น.ขนมจีนแกงไก่) |
ข้าวหอม ๒๑๗-๑๙ ถ.เพชรเกษม ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๗๕๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น.อาหารจีน, อาหารตามสั่ง) |
ครัวคุณไข่ ๑๓๕ ถ.ทรงพล ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๓๐๖ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารประเภทไข่ อาหารตามสั่ง) |
ครัวบ้านเอก ๑๔ ซ.สระแก้ว ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๓๗๕๒ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๓.๐๐ น.อาหารตามสั่ง, อาหารไทย-จีน) |
ครัวสยาม ๒/๑-๕ ถ.ราชดำเนิน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๒๒๓๐ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐ น. อาหารจีน, หูฉลาม, ปลิงน้ำแดง, ปลาช่อนโฮกฮือ) |
ครัวหญ้าคา ๑๒๐ ถ.พิพิฐประสาท ริมคลองเจดีย์บูชาซอย ๒ เยื้องสาธารณสุขประปานาสร้าง โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๕๐๐๘, ๐ ๙๗๗๒ ๑๐๔๗ ( เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๑๓.๐๐ น.อาหารไทยโบราณ, ผัดป่า, แกงป่า) |
 ครัวเฮียตง ๔/๓ ม.๒ ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๕๔๕๓, ๐ ๙๗๗๓ ๑๖๒๑ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐- ๒๒.๐๐ น.คากิอบหมี่, ปลาม้าผัดพริกไทยดำ, ปลาหมอฉู่ฉี่, หมูแดดเดียว) |
ต.ณรงค์ษา ๙๘๔ ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยจรเข้ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๑๓๕ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๐.๓๐ น. อาหารไทย-จีน, อาหารตามสั่ง) |
ตลาดโต้รุ่งองค์พระ ในช่วงเวลาเย็นของทุกวันระหว่างเวลา ๑๘.๐๐-๒๔.๐๐ น. บริเวณลานวัดพระปฐมเจดีย์จะมีร้านขายอาหารประเภทรถเข็นมาจำหน่ายอาหารต่างๆหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้าและมีขนมประเภทต่างๆ เช่น ขนมไทย น้ำแข็งใส โรตี ไอศกรีมลอยฟ้า อาหารแต่ละร้านมีรสชาติอร่อยถูกปาก เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนจังหวัดนครปฐมไม่ควรพลาดในช่วงเวลาเย็น |
ทองดี ๒๗ ถ.พญากง (ใกล้ท่ารถปรับอากาศ นครปฐม-กรุงเทพฯ) โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๙๓๙,๐ ๑๘๘๐ ๐๒๓๑ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.อาหารตามสั่ง, ข้าวแกง , ขนมเค้กไข่ไก่) |
นครอินทร์ ๕๕ ในโรงแรมนครอินทร์ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๑๕๒-๔ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๐๑.๐๐ อาหารตามสั่ง, อาหารไทย , อาหารจีน , อาหารฝรั่ง, อาหารญี่ปุ่น) |
นิวสุกี้บาร์บีคิว คาราโอเกะ ๓๔๘ ถ.เทศา ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๑๖๓ , ๐ ๙๐๒๐ ๙๘๒๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น. สุกี้, บาร์บีคิว, หมูกระทะ) |
บ้านคุณปู่ ๙๖ ถ.นวเขต ต.พระประโทนโทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๙๙๗ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๓.๐๐ น. อาหารไทย-จีน, อาหารตามสั่ง, อาหารแนะนำ: ออส่วนกระทะร้อน, สาหร่ายทะเลยัดไส้) |
บ้านพงษ์แก้ว ๓๓/๑ ม.๑ ต.ถนนขาด โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๙๐๖๖ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทยพื้นบ้าน, แกงต่างๆ) |
บ้านสวนครัวไทย ๒๔/๒ ม.๕ ต.ทุ่งน้อย โทร. ๐ ๓๔๒๐ ๕๕๒๙ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทย) |
ใบเมี่ยง ๖๑/๑๕-๑๖ ถ.ทรงพล ต.พระปฐมเจดีย์ โทร.๐ ๓๔๒๔ ๔๓๕๕ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๑.๐๐ น.อาหารเวียดนาม, อาหารแนะนำ: แหนมเนือง, เมี่ยงกุ้งสด) |
ปฐมโภชนา ๑ ๔๓/๙-๑๐ ถ.ราชดำเนิน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๐๖๔ (เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวขาหมู, ข้าวหน้าเป็ด, ข้าวมันไก่, ก๋วยเตี๋ยว) |
ปฐมโภชนา ๒ ๓๖๓/๑ ถ.มาลัยแมน ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๗๔ (เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๑๗.๐๐ น.ข้าวขาหมู, ข้าวหน้าเป็ด, ข้าวมันไก่, ก๋วยเตี๋ยว) |
พนิดาคาราโอเกะ ถ.ราชวิถี โทร.๐ ๓๔๒๕ ๑๗๐๕, ๐ ๓๔๒๔ ๑๒๕๘ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย-จีน,ขาหมูทอดกรอบ, ปูเป็น, ปลาเป็น) |
ริมคลอง ๗ ม.๙ ต.บางแขม โทร. ๐ ๓๔๒๗ ๐๓๓๐ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทยพื้นเมือง) |
ลมโชย ๕๙/๒ ถ.หน้าจวน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๙๙๖ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.อาหารอีสาน) |
เล็กโภชนา ๑๓ ซ.โรงพยาบาลเก่า ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๗๓๙๑ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวมันไก่,ข้าวหน้าเป็ด,ข้าวหมูแดง) |
สวนกล้วย ๑๙๑ ถ.๒๕ มกรา ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๓๔๒๐, ๐ ๓๔๕๒ ๕๑๒๐ (เปิดบริการ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน) |
| |
อำเภอพุทธมณฑล
|
| |
พุทธรักษา ๒ ๑๓๕/๑๕๖ ม.๖ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๐๓๔๐ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๒๓.๐๐ น. ก๋วยเตี๋ยวเป็ด) |
ศรีสุวรรณ ๑๑/๑ ม.๖ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๙๒๔๓ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทยพื้นเมือง, อาหารจีน , อาหารอีสาน) |
หูฉลามฮั่วเซ่งฮง ๒๐๐/๕๒-๕๖ ม.๙ ถ.พุทธมณฑลสาย๔ ต.ศาลายา (ตรงข้าม ม.มหิดล) โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๐๖๙๕-๗ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารจีน, อาหารตามสั่ง, หูฉลามกระเพาะปลา) |
| |
อำเภอสามพราน
|
| |
ชวัล ๕๒/๒ ม.๕ ต.หอมเกร็ด โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๓๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย) |
พิณทองเรือนแพกุ้งเผา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หลังที่ว่าการ อ.สามพราน โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๔๖๗๙ (เปิดบริการ ๐๙.๓๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, ขาหมูทอด, ลาบปลาช่อน) |
แพโพธิ์แก้ว ๙/๑ ม.๓ ต.ท่าตลาด โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๗๐๕, ๐ ๓๔๓๑ ๑๐๔๖ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๒.๓๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารตามสั่ง, กุ้งเป็น, ปลาเป็น) |
แพสามพราน (ในสวนสามพราน) กม.๓๒ ถ.เพชรเกษม ต.ยายชา โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘๙๓ (ห้องอาหารไทยเปิดบริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ๑๗.๐๐-๒๒.๐๐ น.) |
โรสการ์เด้น กม.๓๒ ถ.เพชรเกษม ต.ยายชา โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘๙๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๒ ๒๗๗๕ (ห้องอาหารไทย/ญี่ปุ่น เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๑๔.๓๐ น., ห้องอาหารนานาชาติ เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.) |
ส้มแก้ว ๑๘/๖ ม.๒ ริม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี โทร. ๐ ๒๘๘๙ ๔๑๕๒ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๓๐ น.อาหารไทย ,อาหารแนะนำ: กุ้งกระทะ, ปลาทับทิมนึ่งซีอิ้ว, นกกระจอกเทศผัดพริกไทยดำ) |
| |
อำเภอนครชัยศรี
|
| |
ก๋วยเตี๋ยวไก่ (หลังสถานีรถไฟงิ้วราย) ถ.เลียบทางรถไฟ ต.งิ้วราย โทร. ๐ ๑๔๕๗ ๘๐๒๐, ๐ ๖๐๖๗ ๒๒๘๖ (เปิดบริการทุกวัน เว้นวันพุธ เวลา ๐๗.๐๐-๑๒.๐๐ น. ก๋วยเตี๋ยวไก่) |
คุณแมว เปิดบริการทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๔.๐๐ น. (ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยจั๊บไก่น้ำใส เลือด ปีก ขาไก่) |
ครัวเรือนน้ำ ๑๑/๒ ม.๓ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๕๘,๐ ๓๔๒๓ ๒๘๘๓ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐ ๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารจีน, อาหารแนะนำ: ลาบปลาช่อน) |
คุณป้อม ๑๕๒ ม.๑ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๒ ๘๓๗๙ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๗.๓๐ น. อาหารตามสั่ง),ร้านน้ำเปิดบริการ ๐๕.๓๐ - ๐๖.๓๐ น.) |
ติ๊กโภชนา ๙๓/๑๑ ม.๑ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๗๕๓ (เปิดบริการ ๐๙.๓๐-๒๐.๐๐ น. อาหารแนะนำ : ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด, ต้มยำกุ้ง) |
แพพิณทอง หลังที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ถ.ริมเขื่อน ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๐๒๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๓๐ น. อาหารตามสั่งไทย,อาหารจีน,อาหารอีสาน) |
แพแม่น้ำ ๑๙/๒ ม.๓ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๘๖๗๑-๒ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารทะเล , อาหารตามสั่ง) |
แพศรีวิชัย ๒๙/๑ ม.๓ พุทธมณฑลสาย ๗ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๙๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารตามสั่ง) |
แพห้วยพลู ๑๐ ม. ๔ ต.ห้วยพลู โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๙๗๓๕, ๐ ๑๗๒๖ ๘๒๙๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย-จีน) |
สวนอาหารบ้านเรา ๒๙/๓ ม.๑ ต.ไทยาวาส โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๙๕๕๗ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๒๓.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารตามสั่ง, อาหารแนะนำ: ปลาช่อนต้มแห้ง, ปลาตะเพียนไร้ก้าง) |
สีฟ้า ๑๒๖ ม.๑ ตลาดท่านา ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๒๓๓, ๐ ๑๔๔๘ ๘๘๑๑ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๐.๐๐ น.อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารแนะนำ: กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม, ไข่เจียวเห็ดเข็มทอง) |
| |
อำเภอบางเลน
|
| |
ครัวช่อแก้ว ๓๐๐/๓๕ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๘๔๗ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารฝรั่ง) |
แซบอีหลี ๑๙๒/๕๖-๕๗ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๓๘๘ (รับจัดโต๊ะจีน) |
นิ่มอนงค์ ๒๙๒/๙๒-๙๓ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๕๙๘๙ (เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๓.๐๐ น. ย่างเกาหลี) |
สมชัย (โกเท้) ๑๘/๑๓ ม.๑ ต.บางภาษี โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๕๓๕, ๐ ๓๔๒๓ ๔๒๕๖ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทยกึ่งจีน) |
| |
อำเภอกำแพงแสน
|
| |
กาญจนา ๑๒๘ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๑๗ (เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารตามสั่ง) |
ครัวสมถวิล ๑๕๘ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๖๓๕ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย) |
ครัวแสนไท ๒๐๐ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๘๗๗, ๐ ๙๕๑๙ ๔๑๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย-จีน) |
บ้านริมน้ำ ๕๗/๑ ม.๒ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๐๗๗ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๑๗.๐๐ น. อาหารตามสั่ง) |
พยุงโภชนา ๑๒๘ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๑๗ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๐๘.๐๐ น.ข้าวแกง) |
| |
อำเภอดอนตูม
|
| |
ครัวผ่องศรี ๑๘๒/๑ ม.๔ ต.ห้วยพระ โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๑๙๕๗ (เปิดบริการ ๑๓.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารตามสั่ง, อาหารไทย, อาหารอีสาน) |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก |
|
| |
กลุ่มสตรีสีเขียวบ้านเกาะแรต ๑๔๐ ม.๑๒ ต.บางปลา อ.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๐ ๑๓๕๙, ๐ ๓๔๓๙ ๑๓๖๗ |
ขนมเปี๊ยะบางเลน ๑๕๓ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๓๐๓ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. ขนมเปี๊ยะอย่างเดียว) |
ขนมบ้านขุนแก้ว ๖๐/๑ ม.๓ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๒๒๖๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๒๖๖๓ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๘๕ ๐๖๙๕ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.) |
ข้าวเหนียวย่างอารีย์ ๓๔ ถ.ทรงพล ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๖๑๙ (เปิดบริการ ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวเหนียวย่าง, วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน) |
น้องเนยเบเกอรี่ ๗๘/๒๙ ถ.ราชวิถี อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๒๑๕๒, ๐ ๑๘๑๕ ๗๗๗๒ |
วุ้นคุณอุ๊ ๗๑/๙ ถ.เทศา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๗๓๔๘ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๒๐.๓๐ น. วุ้นอย่างดียว) |
กุนเชียงหมู ๖๔/๔๐ ม.๓ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๙๑ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๒๐.๓๐ น. กุนเชียงหมูอย่างเดียว) |
ตั้งฮะเฮง ๓๘๓/๑ ถ.พระงาม ๔ ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๖๔๕๒, ๐ ๓๔๒๕ ๙๐๖๔ (เปิดบริการ ทุกวัน ๐๖.๐๐-๒๐.๐๐ น. โรงงานผลิตหมูแผ่น หมูหย็อง หมูสวรรค์) |
น้ำพริกแม่ศรี/เบเกอรี่ ๓๗ ถ.ซ้ายพระ ต.พระปฐม อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๘๖๑, ๐ ๓๔๒๕ ๗๔๗๘ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.) |
ลิ้มย่งสุน ๖๓๒/๒๔ ถ.ทหารบก ซ.ปรีชา ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๓๕๕, ๐ ๓๔๒๕ ๖๑๖๒ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. หมูหย็อง, หมูแผ่น, กุนเชียง) |
ฉวี แม้นท่าไม้ ๕๑/๑ ม.๑ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๒๒ (เปิด ๒๔.ชม.) |
ศิริพร รัตนศรี อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๒๒ |
ทิพวัน แสงอำไพ อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๐๕, ๐ ๑๔๘๖ ๓๘๘๖ |
คุณลุงเริงชัย-คุณป้าพยอม แจ่มนิยม บ้านลานแหลม ๙/๑ ม.๔ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๖๐๘๖, ๐ ๑๙๙๑ ๖๐๘๔ (หัตถกรรมในครัวเรือนทำ-ขายในบ้าน) เปิดบริการ ๒๔ ชม. |
อาจารย์ละออรัตน์ ๑๕ ม.๑๑ ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๑๕๕ (หัตถกรรมในครัวเรือนทำ-ขายในบ้าน) |
คุณทิพวัน แสงอำไพ ๘๓ ม.๒ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๐๕, ๐ ๙๗๗๗ ๓๔๖๘ |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
สถานที่พัก |
|
| |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
ก. เอราวัณ ๗๘ ถ.คตกฤช ต.ห้วยจรเข้ โทร. ๐ ๓๔๒๕๓๘๓๘-๙, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๗๑-๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๓๙ จำนวน ๑๑๐ ห้อง ราคา ๒๑๐๓๘๐ บาท |
ชวนดี บังกะโล ๔๕๓ ถ.ทรงพล ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๘๓๕ โทรสาร ๐ ๓๔๒๑ ๙๐๙๕ จำนวน ๖๘ ห้อง ราคา ๑๖๐๔๖๐ บาท |
ซันย่า ๑๑๔ ถ.ทรงพล ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๖๐๑ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๕๐ บาท |
ทานตะวัน ๒ ถ.ยิงเป้า ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๐๓๔๓-๔, ๐ ๓๔๒๕ ๖๕๑๗, ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๕๐ โทรสาร ๐ ๓๔๒๑ ๐๓๔๔จำนวน ๓๓ ห้อง ราคา ๓๕๐๔๐๐ บาท |
นครอินทร์ ๕๕ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๐๔๘๙-๙๓, ๐ ๓๔๒๕ ๑๑๕๒-๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๔๙๙๘จำนวน ๗๐ ห้อง ราคา ๕๒๕-๖๐๐ บาท |
พิมาน ๔๘๓ ถ.เพชรเกษม (สายนอก) โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๓๕๕๕, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๗๕-๖, ๐ ๓๔๒๕ ๗๘๙๒ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๓๖๐ บาท |
พานทอง ๑ ซ.เพชรเกษม ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๒๖, ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๗๕ โทรสาร. ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๗๕ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๓๕๐ บาท |
มิตรไพศาล ๑๒๐/๓๐ ถ.พญาพาน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๔๒๒, ๐ ๓๔๒๕ ๕๔๔๔, ๐ ๓๔๒๔ ๓๑๒๒ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๒๐๐๓๕๐ บาท |
มิตรสัมพันธ์ ๒/๑๑-๑๓ ถ.หลังพระ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๔๒๒, ๐ ๓๔๒๕ ๒๐๑๐ จำนวน ๑๑ ห้อง ราคา ๑๕๐๒๐๐ บาท |
ริเวอร์ ๑๑๕๖ ถ.เพชรเกษม ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๐๔๔๐-๕ โทรสาร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๑๐ จำนวน ๑๕๔ ห้อง ราคา ๓๖๐-๑,๐๐๐ บาท |
โรสอินน์ ๑๕๑-๗๕ ถ.ราชวิถี จำนวน ๕๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท |
เวล ๑๕๑/๗๙ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๐๒๑๓๑๗, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๕๕๖๓ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๖๔ www.whale.co.th, E-mail: info@whale.co.th จำนวน ๒๕๑ ห้อง ราคา ๗๐๐-๑,๘๐๐ บาท |
สุธาทิพย์ ๔๒๔๔ ถ.เทศบาล ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๒๔๒ จำนวน ๓๔ ห้อง ราคา๑๕๐-๓๐๐ บาท |
สยาม ๒/๑-๕ ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๗๕๔, ๐ ๓๔๒๕ ๒๒๓๐ โทรสาร ๐๓๔๒๕ ๗๑๓๗ จำนวน ๔๓ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๐๐ บาท |
| |
อำเภอพุทธมณฑล
|
| |
เดอะ รอยัล เจมส์ ลอด์จ ๒๐๐๐ ๑๗๐/๑๔๘ ม.๓ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๗๗๒๓-๖ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๘๑๕๕ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๑,๙๐๐-๕,๐๐๐ บาท |
ศาลายา พาวิลเลี่ยน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ๙๙๙ ถ.พุทธมณฑลสาย ๔ ต.ศาลายา โทร.
๐ ๒๔๔๑ ๐๕๖๘-๙ โทรสาร ๐ ๒๔๔๑ ๐๕๕๔ E-mail: rsvn@salayapavilion.com หรือ www.salayapavilion.com จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๑๗๐๐-๔,๐๐๐ บาท |
| |
อำเภอสามพราน
|
| |
ดรีม ๑๐/๙๓ ม.๘ ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๒๔๒๐ ๐๐๘๕ โทรสาร ๐ ๒๔๓๑ ๒๐๒๒ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑๗๐-๕๖๐ บาท |
โรส การ์เด้น ริเวอร์ไซด์ ๒๑ ม.๒ ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๔๔-๗, ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘-๙๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๒ ๒๗๗๕ โทรสาร ๐ ๒๒๙๔ ๖๘๔๒ หรือ www.rose-garden.com จำนวน ๑๘๕ ห้อง และบ้านทรงไทย ๖ หลัง ๓-๔ ห้องนอน ราคา ๓,๐๐๐-๒๖,๐๐๐ บาท |
ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล บ้านผู้หว่าน ๒/๔ ม.๖ ต.ท่าข้าม โทร.๐ ๒๔๒๙ ๐๑๒๔๓๓ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๐๑๒๐ จำนวน ๑๕๐ ห้อง (รับจัดประชุมสัมมนา) ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทอาหารที่เลือก |
| |
อำเภอนครชัยศรี
|
| |
กรีน เฮ้าส์ บังกะโล ๖๓/๔๓ ม.๓ ต.บางกระเบา โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๘๙ จำนวน ๑๔ ห้อง ราคา ๑๒๐๒๕๐บาท |
แพศรีวิชัย ๒๙/๑ ม.๓ ถ.พุทธมณฑลสาย ๗ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๙๗๘ แพจำนวน ๓ หลัง ราคา ๔๐๐-๘๐๐ บาท |
สนามสุวรรณกอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๙๓๓๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๙๔๕๑ จำนวน ๓๐ ห้อง |
| |
อำเภอกำแพงแสน
|
| |
สหมิตร บังกะโล ๑๕๕ ม.๑ ถ.สุขาภิบาล ๘ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๑๖๔ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑๘๐๓๖๐ บาท |
แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๐๐, ๐ ๓๔๓๕ ๕๑๖๙, ๐ ๓๔๓๕ ๕๑๗๐ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๔๒ ๘๐๐๔-๑๙ ต่อ ๓๘๒๙, ๓๘๓๕ จำนวน ๑๓๓ ห้อง ราคา ๘๐-๙๖๐ บาท |
| |
อำเภอดอนตูม
|
| |
ศูนย์พักผ่อนนครปฐม ๑๔๕ ม.๕ ต.ห้วยพระ โทร.๐ ๓๔๒๙ ๖๙๖๗-๘ จำนวน ๑๔๐ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท (มีห้องสัมมนา จำนวน ๑๕๐ คน ราคา ๕,๐๐๐ บาท) |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
หมายเลขโทรศํพท์สำคัญ
- สำนักงานจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๐๓-๔
- ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๑๑-๑๒
- เทศบาลเมืองนครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๕๐-๔
- โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๔๑๕๐-๔
- โรงพยาบาลสนามจันทร์ ๐ ๓๔๒๑ ๙๖๐๐
- โรงพยาบาลนครชัยศรี ๐ ๓๔๓๓ ๑๑๕๖, ๐ ๓๔๓๓ ๑๑๕๒
- โรงพยาบาลสามพราน ๐ ๓๔๓๑ ๑๐๒๑, ๐ ๓๔๓๒ ๑๙๙๘
- โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ ๐ ๓๔๓๒ ๑๙๘๔-๕, ๐ ๓๔๓๒ ๕๔๕๖-๖๙
- โรงพยาบาลบางเลน ๐ ๓๔๒๓ ๔๗๙๗-๘
- โรงพยาบาลศาลายา ๐ ๓๔๒๙ ๗๐๖๘-๙
- สถานีตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๒๘๘๖, ๐ ๓๔๕๑ ๑๕๖๐
- ตำรวจภูธรภาค ๗ ๐ ๓๔๒๔ ๓๗๕๑-๒, ๐ ๓๔๒๔ ๑๔๒๖
- ที่ทำการไปรษณีย์นครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๑๙๘๖, ๐ ๓๔๒๔ ๒๓๕๖
- สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง ๐ ๓๔๕๑ ๑๕๕, ๐ ๓๔๕๑ ๔๔๓๘
- สถานีรถไฟจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๒๓๐๕
- สำนักงานขนส่งนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๑๓๗๘
- ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๖๕ ๖๖
- หอการค้าจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๔๒๓๑, ๐ ๓๔๒๕ ๔๖๔๗, ๐ ๓๔๒๑ ๐๒๓๐
- ตำรวจท่องเที่ยว ๑๑๕๕
- ตำรวจทางหลวง ๑๑๙๓
|
|
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
เทศกาลประเพณี |
|
|
งานเทศกาลอาหารและผลไม้นครปฐม จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ผลไม้ที่นิยมปลูกในจังหวัดนครปฐม ได้แก่ ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง กล้วย เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ได้แก่ กุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง ฯลฯ ในงานมีการประกวดโต๊ะจีนและผลไม้ต่าง ๆ |
|
งานประเพณีสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓-๑๗ เมษายน ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีกิจกรรม ได้แก่ การจัดตกแต่งขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนมังกร และสิงโต การทำบุญสรงน้ำพระพุทธรูปพระร่วงโรจนฤทธิ์ ก่อพระเจดีย์ทราย มีมหรสพ และการละเล่นพื้นเมือง |
|
งานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ช้าง และประกวดราชินีช้าง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ ๑ พฤษภาคมของทุกปี ที่ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแก่ช้างภายในฟาร์ม มีการการประกวดราชินีช้างของสาวหุ่นตุ้ยนุ้ย เพื่อหาผู้ที่สามารถถ่ายทอดบุคลิก ความน่ารักอ่อนโยน นุ่มนวล |
|
งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง จัดขึ้นที่วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน ระหว่างวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ถึงวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากหน่วยงานต่าง ๆ และเกษตรกรผู้ผลิต มีการประกวดผลไม้ และมีมหรสพในเวลากลางคืน |
|
งานประเพณีนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึงแรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ และกลางคืนมีมหรสพ |
|
งานประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นในช่วงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เดือนพฤศจิกายนของทุกปี บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ กิจกรรมที่จัด ได้แก่ การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง การประกวดโคมแขวน และมีการละเล่นพื้นบ้าน |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
สถานที่ท่องเที่ยว |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
|
วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อพ.ศ. ๒๓๙๖ โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำและมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๔ เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอคว่ำ มีลักษณะคล้ายกับสาญจีเจดีย์ในอินเดียซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช การก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพ.ศ. ๒๔๑๓ รวมเวลาก่อสร้าง ๑๗ ปี พระเจดีย์องค์ใหม่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ ๓ เส้น ๑ คืบ ๑๐ นิ้ว (หรือประมาณ ๑๒๐.๕ เมตร) ฐานวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น ๑๗ วา ๓ ศอก (หรือประมาณ ๒๓๓ เมตร) ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๖ พระปฐมเจดีย์ เปิดตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๒๐.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวต่างประเทศ ๒๐ บาท ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานจัดประโยชน์และรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๑๔๓ และภายในวัดพระปฐมเจดีย์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆให้ชม เช่น พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ประดิษฐานในซุ้มวิหารทางทิศเหนือหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยได้พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท มาจากเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำรูปปั้นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์เต็มองค์ ทำพิธีหล่อที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๖ แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มวิหารด้านทิศเหนือตรงกับบันไดใหญ่ และพระราชทานนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณชั้นลดด้านทิศตะวันออกตรงข้ามพระอุโบสถ ภายในเก็บวัตถุโบราณที่ขุดพบได้จากสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครปฐมทั้งสมัยบ้านเชียง สมัยทวารวดี เช่น พระพุทธรูป หินบดยา ลูกประคำดินเผา กำไลข้อมือ เงินโบราณ ฯลฯ และยังเป็นที่เก็บหีบศพของย่าเหลและโต๊ะหมู่บูชาซึ่งใช้ในพิธีศพของย่าเหลซึ่งเป็นสุนัขที่รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดปรานมากและถูกคนลอบยิงตาย พระองค์ทรงเสียพระทัยมาก โปรดฯให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้อาลัย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. (ปิดช่วงเวลา ๑๒.๐๐๑๓.๐๐) |
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศใต้เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น โบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรกได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์ กระทั่งพ.ศ. ๒๔๕๔ จึงได้ย้ายไปไว้ในวิหารตรงข้ามพระอุโบสถ ซึ่งต่อมาเรียกว่า พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน ( ปัจจุบันยังคงเป็นพิพิธภัณฑสถานในความดูแลของวัดพระปฐมเจดีย์) พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้ยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแลของกรมศิลปากร และเมื่อจำนวนโบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น อาคารหลังเดิมคับแคบ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๐ กรมศิลปากรได้รับงบประมาณให้สร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานหลังปัจจุบันขึ้น และเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากหลังเดิมมาจัดแสดงไว้ที่นี่ โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่เป็นหลักฐานในวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) การจัดแสดงแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ แนะนำลักษณะทั่วไปของจังหวัดนครปฐม ประวัติความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้ การตั้งถิ่นฐานของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ การติดต่อรับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาผสมผสานกับความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพปูนปั้นรูปชาวต่างประเทศ ศิลาจารึกที่พบบริเวณเมืองโบราณนครปฐม ส่วนที่ ๒ เสนอเรื่องราวด้านศาสนาและความเชื่อของชุมชนทวารวดีที่นครปฐมสะท้อนผ่านงานศิลปกรรมประเภทต่างๆ โบราณวัตถุที่จัดแสดงในส่วนนี้ประกอบด้วย ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมและประติมากรรมประเภทต่างๆ เช่น พระพุทธรูป ภาพสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภาพปูนปั้นเรื่องชาดกประดับฐานเจดีย์และธรรมจักร ส่วนที่ ๓ เรื่องราวของนครปฐมหลังความรุ่งเรืองสมัยทวารวดี จนถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์และเป็นงานสำคัญที่สืบเนื่องต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงที่นครปฐมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมณฑลนครชัยศรี และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เมืองนครปฐมได้รับการพัฒนาเรื่อยมา สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๒๗ ๐๓๐๐, ๐ ๓๔๒๔ ๒๕๐๐ โทรสาร ๐ ๓๔๒๔ ๒๕๐๐ พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท |
|
พระราชวังนครปฐม อยู่ทางทิศตะวันออกไม่ห่างจากวัดพระปฐมเจดีย์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสำนักงานเทศบาลนครนครปฐม สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวถึงเหตุที่สร้างพระราชวังแห่งนี้ไว้ในหนังสือเรื่องตำนานวังเก่าว่า เนื่องมาจากในช่วงที่มีการปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ การไปมาระหว่างกรุงเทพฯและนครปฐมไม่สะดวก ต้องค้างคืนกลางทางหนึ่งคืน จำเป็นต้องสร้างที่ประทับแรมขึ้นในบริเวณนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังขึ้นที่บริเวณพระปฐมเจดีย์ทำนองเดียวกับพระราชวังที่พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาทรงสร้างบริเวณริมพระพุทธบาท และทรงพระราชทานนามว่า พระนครปฐม และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองมหาสวัสดิ์และคลองเจดีย์บูชา ทำให้การคมนาคมระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังนครปฐมสะดวกขึ้น |
| |
เนินวัดพระงาม ตั้งอยู่ที่วัดพระงาม(วัดโสดาพุทธาราม) ตำบลนครปฐม ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนครปฐม เป็นสถานที่ที่ค้นพบพระเจดีย์ขนาดสูงใหญ่สมัยทวาราวดีและยังขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูปศิลาหักพัง พระเสมาธรรมจักร กวางหมอบ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ และพระพิมพ์ดินเผาซึ่งเป็นของเก่าแก่ฝีมืองดงามมากยากจะหาที่อื่นเทียบได้ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า ที่เรียกว่า วัดพระงาม นั้นเพราะพระพุทธรูปดินเผาที่ขุดได้จากบริเวณวัดนี้งามเป็นเลิศนั่นเอง ปัจจุบันบางส่วนเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และหลายชิ้นเก็บไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ โบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ล้วนแต่เป็นวัตถุเก่าสมัยทวาราวดีซึ่งเป็นสมัยเดียวกับวัตถุที่ค้นพบบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ |
|
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชวังสนามจันทร์) ตั้งอยู่ในตัวเมือง ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๘๘๘ ไร่ ๓ งาน ๒๔ ตารางวา พระราชวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ โดยหลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง พระที่นั่งเมื่อแรกสร้างมีเพียง ๒ พระที่นั่ง ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม และพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี และพระราชทานนามตามประกาศลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ และต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกพระมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นรัตนสิงหาสน์ ภายในพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๖
การสร้างพระราชวังแห่งนี้มีมูลเหตุจูงใจมาจากการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งทำให้พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเมืองนครปฐมเป็นอย่างยิ่งทรงเห็นว่าเป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับประทับพักผ่อนเนื่องจากมีภูมิประเทศที่งดงาม ร่มเย็น นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชดำริที่ลึกซึ้ง นั่นก็คือ ทรงเห็นว่านครปฐมเป็นเมืองที่มีชัยภูมิเหมาะสำหรับต้านทานข้าศึกซึ่งจะยกเข้ามาทางน้ำได้อย่างดี ด้วยทรงจดจำเหตุการณ์ เมื่อ ร.ศ.๑๑๒ ที่ฝรั่งเศสนำเรือรบเข้ามาปิดปากอ่าวไทยได้ และไม่ต้องการที่จะให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพดังกล่าว จึงตั้งพระทัยที่จะสร้างพระราชวังสนามจันทร์ไว้สำหรับเป็นเมืองหลวงที่สองหากประเทศชาติประสบปัญหาวิกฤติ
พระราชวังสนามจันทร์ มีอาณาเขตกว้างขวางประกอบด้วยสนามใหญ่อยู่กลาง มีถนนโอบเป็นวงโดยรอบ และมีคูน้ำล้อมอยู่ชั้นนอก ส่วนพระที่นั่งต่าง ๆ นั้นรวมกันอยู่ส่วนกลางของพระราชวังเท่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวังสนามจันทร์ เป็นตึก ๒ ชั้นแบบตะวันตกตัวอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงใช้เป็นที่ประทับโดยเฉพาะก่อนเสด็จฯขึ้นครองราชย์ เป็นที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะและออกให้ราษฎรเข้าเฝ้ามากกว่าพระที่นั่งอื่นๆ ภายในพระที่นั่งมีห้องต่างๆ อาทิ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องเสวย ห้องภูษา ฯลฯ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่งและมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพระยาอนุศาสน์จิตรกร(จันทร์ จิตรกร) งดงามน่าชม และที่พระที่นั่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประทับทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ขององค์พระปฐมเจดีย์บนแท่นไม้สักมีขนาด ๒ เมตร ชื่อว่า พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย์ ขณะนี้ทางการได้รื้อนำไปตั้งไว้หน้าพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนพระที่นั่งพิมานปฐมนั้น ปัจจุบันใช้เป็นส่วนหนึ่งของศาลากลางจังหวัดนครปฐม
พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี เป็นตึก ๒ ชั้น อยู่ด้านใต้ของพระที่นั่งพิมานปฐม ขณะนี้ใช้เป็นที่ทำการของศาลากลางจังหวัดนครปฐม
พระที่นั่งวัชรีรมยา เป็นตึก ๒ ชั้น สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทย หลังคาซ้อน มียอดปราสาทมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีงดงาม มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ครบถ้วน
พระที่นั่งองค์นี้เคยใช้เป็นที่บรรทมเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของศาลากลางจังหวัด
พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ อยู่ถัดจากพระที่นั่งวัชรีรมยาโดยมีโถงใหญ่และหลังคาเชื่อมต่อกัน เป็นศาลาโถง ทรงไทย ยกสูงจากพื้นดินประมาณหนึ่งเมตรและมีอัฒจันทร์ลงสองข้าง หน้าบันอยู่ทางทิศเหนือเป็นรูปจำหลักท้าวอมรินทราธิราชประทานพรประทับอยู่ในพิมานปราสาทสามยอด พระหัตถ์ขวาทรงวชิระ พระหัตถ์ซ้ายประทานพรแวดล้อมด้วยบริวารประกอบด้วยเทวดาและมนุษย์ห้าหมู่ พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ออกงานสโมสรสันนิบาต เป็นท้องพระโรงเวลาเสด็จออกขุนนาง เป็นที่ประชุมข้าราชการและกองเสือป่า และใช้เป็นโรงละครสำหรับแสดงโขนอีกด้วย จึงมีชื่อเรียกติดปากชาวบ้านว่า โรงโขน พระที่นั่งมีลักษณะพิเศษ คือ ตัวแสดงจะออกมาปรากฏกายภายนอกฉากบนเฉลียงถึง ๓ ด้าน มิใช่แสดงอยู่เพียงบนเวที โรงละครที่มีลักษณะดังกล่าวนี้มีอีก ๒ แห่งคือ โรงละครสวนมิสกวันและหอประชุมโรงเรียนวชิราวุธ ปัจจุบันพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ใช้เป็นหอประชุมของจังหวัดนครปฐม หรือใช้ในพิธีต่าง ๆ ของทางราชการ
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามจันทร์ เป็นพระตำหนัก ๒ ชั้นคล้ายปราสาทขนาดย่อมสีไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง สถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ของฝรั่งเศสกับอาคารแบบฮาร์ฟทิมเบอร์ของอังกฤษ สร้างแบบตะวันตกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักนี้ราวปีพ.ศ. ๒๔๕๑ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ ชั้นบนมีห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม และห้องสรง ชั้นล่างทางทิศตะวันตกเป็นห้องรอเฝ้าฯ และเคยใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวในการออกหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์ พระตำหนักหลังนี้ใช้เคยเป็นที่ประทับเมื่อเวลามีการซ้อมรบเสือป่า ณ พระราชวังสนามจันทร์และทรงใช้เป็นที่ประทับตลอดช่วงปลายรัชกาลเมื่อเสด็จพระราชวังสนามจันทร์
พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เป็นเรือนไม้สักทอง ๒ ชั้นแบบตะวันตกทาสีแดง ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เชื่อมติดต่อถึงกันด้วยฉนวนทางเดินทอดยาวลักษณะเป็นสะพาน หลังคามุงกระเบื้อง ติดหน้าต่างกระจกตลอดความยาวสองด้าน จากชั้นบนด้านหลังพระตำหนักชาลีฯ ข้ามคูน้ำมาเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนักมารีฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักนี้ราวปี พ.ศ. ๒๔๕๙ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ พระตำหนักทั้งสองหลังสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยจากบทละครเรื่อง My friend Jarlet ของ Arnold Golsworthy และ E.B. Norman ซึ่งทรงแปลบทละครเรื่องนี้เป็นภาษาไทยชื่อว่า มิตรแท้โดยทรงนำชื่อตัวละครในเรื่องมาเป็นชื่อของพระตำหนัก
พระตำหนักทับแก้ว เป็นตึกหลังเล็กซึ่งเคยเป็นที่ประทับในฤดูหนาว ปัจจุบันได้ปรับปรุง และตกแต่งสวยงาม ใช้เป็นบ้านพักของปลัดจังหวัดนครปฐม ภายในอาคารยังมีเตาผิงสำหรับให้ความอบอุ่น และมีภาพเขียนขาวดำของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ผนังห้อง อนึ่งที่ดินบริเวณเบื้องหลังทับแก้วประมาณ ๔๕๐ ไร่ ได้กลายเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร
พระตำหนักทับขวัญ เป็นเรือนไทยภาคกลางที่สมบูรณ์แบบ สร้างด้วยไม้สักทองใช้วิธีเข้าไม้ตามแบบฉบับบ้านไทยโบราณ ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม หลังคาเดิมมุงจาก หลบหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) พระตำหนักทับขวัญประกอบด้วยกลุ่มเรือน ๘ หลัง ได้แก่ เรือนใหญ่ ๔ หลัง เรือนเล็ก ๔ หลัง สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน ๔ ทิศบนชานรูปสี่เหลี่ยม เรือนหลังใหญ่เป็นหอนอน ๒ หอ (ห้องบรรทมเป็นหอนอนที่อยู่ทางทิศใต้) อีก ๒ หลังเป็นเรือนโถงและเรือนครัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนเรือนเล็กอีก ๔ หลังนั้นตั้งอยู่ตรงมุม ๔ มุมๆ ละ ๑ หลัง ได้แก่ หอนก ๒ หลัง เรือนคนใช้และเรือนเก็บของ เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันทน์แผ่กิ่งก้านไว้ให้ร่มเงา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๔ พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา ๑ คืน และเมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์
เทวาลัยคเณศวร์ หรือเรียกว่า ศาลพระพิฆเนศวร ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าใหญ่ของพระราชวังสนามจันทร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างศาลเทพารักษ์ขึ้นสำหรับพระราชวังสนามจันทร์ ประดิษฐานพระพิฆเนศวร์ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเมื่อมองจากพระที่นั่งพิมานปฐมจะเห็นพระปฐมเจดีย์ เทวาลัยคเณศวร์และพระที่นั่งพิมานปฐมอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ศาลนี้เป็นศูนย์กลางของพระราชวังสนามจันทร์มีผู้ศรัทธานับถือกันมาก จนเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระราชวังสนามจันทร์
อนุสาวรีย์ย่าเหล เป็นรูปหล่อด้วยโลหะขนาดเท่าตัวจริงของสุนัข ซึ่งมีความผูกพันใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง ย่าเหลเป็นสุนัขพันธุ์ทางหางเป็นพวง สีขาวด่างดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม เป็นสุนัขของหลวงชัยอาญา (โพธิ์ เคหะนันท์) ซึ่งเป็นพะทำมะรง (ผู้ควบคุมนักโทษ) พระองค์ทรงพบเข้าเมื่อครั้งเสด็จฯตรวจเรือนจำ จึงนับว่าเป็นโชคของย่าเหลที่ทรงพอพระราชหฤทัยและทรงนำย่าเหลมาเลี้ยงไว้ในราชสำนัก ด้วยความที่ย่าเหลเป็นสุนัขที่เฉลียวฉลาด และจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านจนเป็นที่โปรดปรานมาก เป็นเหตุให้มีผู้อิจฉาริษยาและลอบยิงย่าเหลตายในที่สุด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโศกเศร้าอาลัยย่าเหลมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หล่อรูปย่าเหลด้วยทองแดงตั้งไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และทรงพระราชนิพนธ์กลอนไว้อาลัยย่าเหลติดไว้ที่แท่นใต้รูปหล่อนั้นด้วย
เรือนพระธเนศวร ในสมัยก่อนเคยใช้เป็นบ้านพักอาศัยของเจ้าพระยาบุรุษรัตนราชวัลลภ ภายในจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและพระบรมวงศานุวงศ์ มีห้องแสดงเรือกอและ และสิ่งของซึ่งนำมาจากหลายที่ เช่น จากพระตำหนักสวนจิตรลดาหรือพระราชวังบางปะอิน
นอกจากนี้ ภายในพระราชวังสนามจันทร์ยังมีบ้านพักข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในที่ตามเสด็จ บ้านพักเหล่านี้ บางหลังก็ชำรุดทรุดโทรม แต่หลายหลังยังอยู่ในสภาพดีที่เห็นได้ก็คือ บ้านพักเจ้าพระยารามราฆพ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็กซึ่งครั้งนั้นเรียกว่า ทับเจริญ ปัจจุบันนี้ได้ใช้เป็นสถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก
พระราชวังสนามจันทร์ เป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากการที่เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังแห่งนี้อยู่เนืองๆ โดยเสด็จฯแปรพระราชฐานให้ตรงกับฤดูการซ้อมรบของพวกเสือป่า พระองค์จึงทรงถือโอกาสออกตรวจตรา และบัญชาการซ้อมรบของพวกเสือป่าด้วยพระองค์เองเสมอ ปัจจุบันก็ยังมีอาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นเพื่อกิจการของเสือป่าเหลืออยู่ให้เห็น เช่น อาคารที่พักของเสือป่าม้าหลวง และเสือป่าพรานหลวงกับโรงพยาบาลเสือป่า เป็นต้น
ปัจจุบันพระราชวังสนามจันทร์บางส่วนอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยศิลปากร และจังหวัดนครปฐม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. (ปิดขายบัตร ๑๕.๓๐ น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักศึกษา ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๕๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๔๒๓๗ โทรสาร ๐ ๓๔๒๔ ๔๒๓๕
|
|
สถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำหนักทับเจริญ พระราชวังสนามจันทร์ จัดเป็นสถาบันที่รวบรวมผลงานด้านวัฒนธรรมเชิดชูปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นในภูมิภาค ภายในอาคารมีห้องแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์พิน อินฟ้าแสง ห้องศิลปะวัตถุ ห้องงานหัตถกรรม ห้องหุ่นกระบอกคุณยายสาหร่าย ช่วยสมบูรณ์ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๔๐-๔ ต่อ ๒๒๓๑ |
|
เนินธรรมศาลา อยู่ที่วัดธรรมศาลา ตำบลธรรมศาลา ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางตะวันออกประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ทางด้านใต้ของถนนสายเพชรเกษม มีสภาพเป็นเนิน เข้าไปด้านในเป็นโพรงซึ่งเชื่อว่าเป็นอุโมงค์จากวัดพระเมรุมาถึงวัดธรรมศาลา เล่าลือกันว่าภายในอุโมงค์มีขุมทรัพย์ เช่น ถ้วยโถโอชาม แต่ไม่สามารถ ที่จะนำออกมาได้ เนื่องจากมีปู่โสมเฝ้าทรัพย์ไว้ |
|
วัดพระเมรุ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม บริเวณสวนอนันทอุทยาน ตำบลห้วยจระเข้ ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางทิศใต้ไม่ไกลนัก วัดนี้เป็นวัดร้างปัจจุบันสภาพที่เห็นเหลือแต่ซากเนินใหญ่ปรากฏอยู่เนินหนึ่ง วัตถุที่ค้นพบบริเวณนี้มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระกร พระเพลา พระหัตถ์ของพระพุทธรูปศิลา เทพยักษ์ เทพสิงห์ดอกบัว และลวดลายประดับองค์พระเจดีย์ที่หักพังลง บางส่วนนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์องค์พระปฐมเจดีย์และบางส่วนไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในสมัยรัชกาลที่ ๖ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้นำพระบาทขนาดโต ๒ คู่จากวัดพระเมรุมาไว้ตรงชั้นนอกพระระเบียงองค์พระปฐมเจดีย์ และกรมศิลปากรได้ร่วมมือกับนักโบราณคดีฝรั่งเศสทำการขุดค้นเมื่อพ.ศ.๒๔๘๒ ค้นพบวัตถุซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระเจดีย์องค์มหึมาก่อเป็นชั้นๆ ย่อมุมขึ้นไปสูงมากเพราะซากฐานที่หักพังเหลืออยู่ในขณะที่ทำการขุดสูงถึง ๑๒ เมตร มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปศิลานั่งห้อยพระบาทประจำ ๔ ทิศและได้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาองค์นี้มาประดิษฐานไว้ที่วัดพระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานว่า สร้างตั้งแต่สมัยทวาราวดีมีอายุเท่ากับพระปฐมเจดีย์เดิม ซึ่งไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ปี ขึ้นไป |
|
พระประโทณเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในวัดพระประโทณเจดีย์ ตำบลพระประโทน อยู่ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปตามถนนเพชรเกษมทางทิศตะวันออกเป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร รูปทรงเดิมของพระประโทณเจดีย์ เป็นทรงโอคว่ำ ตามลักษณะของเจดีย์สมัยทวารวดี เนื่องจากวัดพระประโทณตั้งอยู่กลางเมืองโบราณนครชัยศรี ในบริเวณมีการขุดพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูปปูนปั้น พระดินเผา รวมทั้งโลหะสำริดรูปพญาครุฑเหยียบนาค รัชกาลที่ ๖ ทรงใช้เป็นเครื่องหมายราชการของพระองค์ สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๔๔๐, ๐ ๓๔๒๑ ๒๐๑๑, ๐ ๓๔๒๑ ๒๓๑๓ |
|
เนินพระ หรือ เนินยายหอม อยู่ที่วัดดอนยายหอม ตำบลดอนยายหอม จากจังหวัดนครปฐมไปตามถนนเพชรเกษมมุ่งเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ ๕ กิโลเมตร จะเห็นสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนเศรษฐกิจ ๒ (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๗ บ้านแพ้ว-ดอนยายหอม) เข้าไปประมาณ ๘ กิโลเมตร จะถึงเนินพระหรือเนินยายหอมซึ่งอยู่ด้านซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๑๕๐ เมตร อยู่กลางทุ่งนาใกล้กับถนนสายนครปฐม อำเภอบ้านแพ้ว เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่มาก เมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ พระธรรมวาทีคณาจารย์ (หลวงพ่อเงิน) เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม ได้ขุดเอาอิฐที่หักพังแถวชานเนินไปสร้างพระอุโบสถ เมื่อขุดลึกลงไปพบศิลาเหลี่ยมเขียวสองต้น สูงประมาณ ๔ เมตร มีลายจำหลักที่ปลายเสา คล้ายกับเสาประตูสาญจีเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมหาราชกับกวางหมอบ ทำด้วยศิลา ๑ ตัว พระพุทธรูปศิลาสมัยทวาราวดี ๑ องค์ พระเสมาธรรมจักรทำด้วยหินแต่หักพัง เสาศิลานี้ตอนบนมีง่ามสำหรับวางพระเสมาธรรมจักร เป็นแบบเดียวกับที่พบในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์วัดพระงาม วัดพระประโทณ และพระราชวังสนามจันทร์ ปัจจุบันเสาศิลานี้อยู่ที่วัดดอนยายหอม ส่วนกวางหมอบกับพระพุทธรูปส่งไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จากโบราณวัตถุที่พบเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเดิมบริเวณนี้เป็นวัดเก่า และตัวเนินคงจะเป็นฐานเจดีย์ขนาดสูงใหญ่ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ตั้งแต่สมัยทวาราวดีหรือก่อนหน้านั้น และมีอายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี มาแล้ว ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ |
| |
อำเภอพุทธมณฑล
|
| |
|
พุทธมณฑล เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา มีพื้นที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ พุทธมณฑลเป็นสถานที่ซึ่งรัฐบาลและประชาชนชาวไทยร่วมใจกันจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื่องในโอกาสที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาได้ถึง ๒,๕๐๐ ปี บริเวณจุดศูนย์กลางของพุทธมณฑลเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระประธานของพุทธมณฑลมีความสูง ๒,๕๐๐ กระเบียด (ประมาณ ๑๕.๘๗๕ เมตร) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า พระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ รอบองค์พระประธานเป็นสถานที่จำลองของสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล คือ ตำบลอันเป็นที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นอกจากนี้ยังมีศานอกจากนี้ยังมีศาสนสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พระวิหารพุทธมณฑล ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และที่พำนักสงฆ์อาคันตุกะ หอประชุมทางกิจการพระพุทธศาสนา ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน พิพิธภัณฑ์ทางพุทธศาสนา สวนไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ และในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น ผู้ที่จะเข้าชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งความจำนงได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์พุทธมณฑล โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๙๐๑๒, ๐ ๒๔๔๑ ๙๐๐๙, ๐ ๒๔๔๑ ๙๘๐๑-๒, ๐ ๒๔๔๑ ๙๔๔๐
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงได้หลายเส้นทาง คือเดินทางไปตามถนนเพชรเกษมถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๒๒ เลี้ยวขวาเข้าถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ไปประมาณ ๘ กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แล้วแยกเข้าถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ไปเล็กน้อย นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางโดยใช้ถนนพุทธมณฑลสาย ๓ แยกเข้าสู่ถนนอุทยาน(อักษะ) เพื่อมุ่งเข้าสู่พุทธมณฑลได้ ถนนอุทยาน(อักษะ)เป็นถนนที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยแนวเสาไฟประดับรูปกินรี น้ำพุและไม้ประดับต่างๆ มีทัศนียภาพที่สวยงาม
|
|
พระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรณ์เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ กลางสระน้ำ หน้าอาคารบังคับการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา ห่างจากพุทธมณฑลประมาณ ๕ กิโลเมตร พระรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์รมดำสีมันปู ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมจารึกตราประจำพระองค์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือได้จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖ โดยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีเพื่อเป็นที่สักการะบูชาของทหารเรือและประชาชนทั่วไป เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. การเดินทาง จากสี่แยกพุทธมณฑลสาย ๕ ถนนไทยาวาส ระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร หรือ จากที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑลประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง สาย ปอ.๕๑๕, ๕๔๗, ๑๒๔, ๑๒๕ |
|
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ตั้งอยู่ริมถนนศาลายา-บางภาษี ตำบลศาลายา ตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสืบสานงานศิลปะไทยโบราณ ช่างสิบหมู่ ที่สร้างสรรค์มาจากภูมิปัญญาและความชำนาญที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษไทย ช่างสิบหมู่ หมายถึง กลุ่มช่างผู้ทำงานด้วยมือ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยโบราณ เช่น ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างปั้น ช่างปูน ช่างรัก ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างกลึงและช่างหล่อ (ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าสมัคร ค่าฝึกอบรม แต่ต้องเสียค่าวัสดุ อุปกรณ์ฝึกเองและสมัครด้วยตนเอง) ภายในศูนย์ยังได้จัดแสดงผลงานของนักศึกษาไว้ให้ชม และยังมีสินค้าของที่ระลึกที่ทำจากฝีมือของนิสิต-นักศึกษา สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๔๓๑ ๓๖๒๓ โทรสาร ๐ ๒๔๓๑ ๓๖๒๔ หรือ www.nfe.go.th/0415
การเดินทาง รถประจำทางสาย ๘๔ ก, ๑๖๔ ต่อรถสองแถว
|
|
สวนศิลป์ มีเซียม ยิบอินซอย ตั้งอยู่เลขที่ ๓๘/๑-๙ ถนนพุทธมณฑลสาย ๗ ตำบลท่าตลาด ทางเข้าอยู่ตรงข้ามโรงเรียน ภปร. เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นที่รวบรวมประติมากรรมของคุณมีเซียม ยิบอินซอย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและจัดสร้างสวนนิทรรศการชั่วคราวในรูปของหอศิลปะและสวนศิลปะกลางแจ้ง เพื่อให้การสนับสนุนศิลปินซึ่งต้องการเผยแพร่ผลงานของตน สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๑๓ ๒๐๒๗ |
| |
อำเภอสามพราน
|
| |
|
ตลาดดอนหวาย ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกระทึก หลังวัดดอนหวาย เป็นตลาดที่ยังเหลือสภาพตลาดเก่าในอดีตสมัยรัชกาลที่ ๖ ให้เห็น ลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า พายเรือนำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
นอกจากนั้นที่ตลาดดอนหวายมีบริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้น และเรือกระแชง โดยแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดท่าพูด วัดไร่ขิง และวังปลา ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๑๕นาที เส้นทางที่สอง จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดไร่ขิง วังปลา ลอดใต้สะพานโพธิ์แก้ว ร.ร.ภปร.ราชวิทยาลัย วัดสรรเพชร วัดเดชานุสรณ์และสวนสามพราน ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง แบ่งออกเป็นรอบๆ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศรีสวัสดิ์ย้อนยุค อาจารย์สวัสดิ์ โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๓๖๓๗, ๐ ๑๔๔๘ ๘๘๗๖, ๐ ๑๖๕๙ ๕๘๐๕ มิตรสายชล โทร. ๐ ๑๔๔๖ ๘๕๕๖, ๐ ๑๖๒๕ ๐๖๗๒, ๐ ๑๔๘๒ ๑๑๐๗ เรือรุ้งฟ้า โทร.๐ ๑๒๔๑ ๘๐๒๗, ๐ ๑๑๙๖ ๓๓๗๒
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่
- เส้นทางแรก จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม (สายเก่า) ทางเข้าตลาดดอนหวายจะอยู่เยื้องกับทางเข้าของลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพราน ใช้ทางเข้าทางเดียวกับวัดไร่ขิงแล้วตรงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ผ่านวัดไร่ขิง วัดท่าพูด ตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
- เส้นที่สอง จากถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (สายใหม่) เข้าทางพุทธมณฑล สาย ๕ ซ้ายมือมีป้ายบอกทางไปวัดไร่ขิง เข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร ไม่ไกลนักจะมีป้ายวัดไร่ขิง ป้ายที่ ๒ ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางสามแยกไปตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดจะอยู่ทางซ้ายมือ
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ลงปากทางเข้าวัดไร่ขิงแล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าไป ตลาดดอนหวายจะอยู่เลยวัดไร่ขิงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
|
|
ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ ๓๐ ห่างจากสวนสามพราน ๑ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๐ ไร่ เป็นสวนสัตว์นานาชนิด มีการแสดงโชว์ของช้าง นั่งช้างท่องอุทยาน การแสดงช้างประกอบเสียง การจับจระเข้ด้วยมือเปล่า และการแสดงมายากลทุกวัน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ ๘๐ บาท เด็ก ๔๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๔๕๐ บาท เด็ก ๒๕๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๑ ๑๙๗๑, ๐ ๓๔๓๒ ๑๔๗๑, ๐ ๒๔๒๙ ๐๓๖๑-๒ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๐๔๕๕ สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๘๔ ๐๒๗๓, ๐ ๒๒๘๔ ๑๘๗๓, ๐ ๒๒๙๕ ๒๙๓๘-๙, ๐ ๓๔๓๒ ๑๔๗๑ โทรสาร ๐ ๒๒๙๔ ๕๒๑๑ www.elephantshow.com
- การแสดงการจับจระเข้ด้วยมือเปล่า เริ่มเวลา ๑๒.๔๕ น., ๑๔.๒๐ น., ๑๖.๒๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๐.๓๐ น., ๑๒.๐๕ น., ๑๖.๐๕ น., ๑๖.๒๐ น.
- การแสดงมายากล เริ่มเวลา ๑๓.๑๕ น., ๑๕.๐๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๑.๐๐ น.
- การแสดงช้างประกอบเสียง เริ่มเวลา ๑๓.๔๕ น., ๑๕.๓๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๑.๓๐ น.
- ขี่ช้างท่องอุทยาน วันจันทร์-เสาร์ ๐๙.๐๐-๑๓.๐๐ น. วันอาทิตย์ ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น.
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๐ ก็จะพบป้ายของลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพรานอยู่ทางซ้ายมือ
รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางสาย ๑๒๓ (รถธรรมดา) ออกจากท่าช้าง มาลงที่หน้าลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน หรือ ปอพ.๑๒ หรือ นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ เส้นสายเก่า ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม), กรุงเทพฯ-ราชบุรี, กรุงเทพฯ-บางลี่, กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี
|
|
สวนสามพราน เป็นสถานที่พักผ่อนตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๒ กิโลเมตร อยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๗.๕ ไร่ ภายในจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด หมู่บ้านไทย และบางส่วนเป็นโรงแรม ที่พัก และสนามกอล์ฟ นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมในช่วงบ่ายเป็นประจำทุกวัน สวนสามพรานเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าผ่านประตูเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ค่าบัตรผ่านประตูรวมค่าเข้าชมการแสดงต่าง ๆ คนไทย ๒๕๐ บาท และชาวต่างประเทศ ๔๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๙๕ ๓๒๖๑-๔, ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๔๔-๗
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๒ ก็จะพบป้ายของสวนสามพรานอยู่ทางซ้ายมือ
รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางสาย ๑๒๓ (รถธรรมดา) ออกจากท่าช้าง มาลงที่หน้าลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน หรือนั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี
|
|
วัดไร่ขิง ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๒ กิโลเมตร
วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงพระราชทานนามว่า วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่า วัดมงคลจินดารามไร่ขิง จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถานซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาลมีถนนตัดผ่านกลาง วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้างตั้งแต่พ.ศ. ๒๓๙๔ สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์(พุก) รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา เมื่อสร้างวัดเสร็จได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน (ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน) ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ หน้าตักกว้าง ๔ ศอก ๒ นิ้ว สูง ๔ ศอก ๑๖ นิ้วเศษ ลักษณะผึ่งผายคล้ายสมัยเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย พระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระอุโบสถ เป็นทรงโรง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฝาผนังก่ออิฐถือปูนหน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์ เซี้ยวกาง บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมด้วยสิงสาราสัตว์ ด้านในเป็นภาพเขียนสีรูปดอกไม้ ส่วนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปปูนปั้นลายเครือเถา รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่างๆทั้งสี่ทิศ หน้าบันใช้ปูนปั้นเป็นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถเป็นศาลาทรงไทย ๔ มุข หน้าบันทั้งสี่ด้านมีภาพปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานและการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างเป็นรูปปั้นราหูอมจันทร์ ปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่าย ที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๑ ๑๓๘๔, ๐ ๓๔๓๒ ๓๐๕๖
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ผ่านสวนสามพราน ก็จะพบป้ายของวัดไร่ขิงอยู่ทางขวามือ
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ลงปากทางเข้าวัดไร่ขิงแล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าไปยังวัดไร่ขิง
|
| |
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด ตั้งอยู่ในวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปีจากหลักฐานจารึกบนแผ่นอิฐมอญบนผนังพระอุโบสถ สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยกลุ่มคนที่อพยพโยกย้ายมาจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อหลบภัยสงครามหลังเสียกรุงศรีอยุธยาพ.ศ. ๒๓๑๐ และมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หลวงพ่อรดเจ้าอาวาสคนแรกเป็นอดีตพระราชาคณะกรุงศรีอยุธยา แม้ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจะนิมนต์ท่านให้เข้าไปจำพรรษาในเมืองหลวง เนื่องจากทรงฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีสมัยกรุงศรีอยุธยาและทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยสืบหาพระภิกษุสงฆ์ที่มาจากกรุงเก่าเพื่อนิมนต์เข้าไปจำพรรษาในกรุงธนบุรี แต่หลวงพ่อรดก็ประสงค์จะจำพรรษาที่วัดนี้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมิขัดข้องและทรงพระราชทานสิ่งของหลายสิ่ง เช่น พระยานมาศ(คานหาม) กระโถนถมปัทม์ กาน้ำชาและเรือกัญญาจำนวนอีก ๒ ลำ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ วัดท่าพูดเป็นที่รู้จักของเชื้อพระวงศ์ ได้แก่ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องจากในขณะนั้นมีเจ้าอาวาสใหญ่และรองที่มีชื่อเสียงคือหลวงพ่อแก้วและหลวงพ่อชื่น ปีพ.ศ.๒๕๔๐ มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ประจำวัดขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา และใช้พื้นที่การจัดแสดงเป็น ๓ ส่วน คือ ๑. หอพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๓ จัดแสดงโบราณวัตถุ เช่น สิ่งของที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชทานให้แก่พระอาจารย์รด นอกจากนั้นยังมีเครื่องถมปัทม์ ๒. กุฏิอดีตเจ้าอาวาสหลังเก่าพ.ศ. ๒๕๐๒ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าอาวาส เครื่องบริขารต่างๆ สมบัติของวัด เช่น เครื่องแก้ว เครื่องกรองน้ำ เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้จากแม่น้ำหน้าวัด รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นเช่น เถรรอดเพล (เถร-อด-เพล) เป็นเครื่องเล่นลับสมองของคนไทยโบราณทำจากไม้ มีภาพถ่ายทางอากาศของวัด และ ๓. อาคารเรียนพระปริยัติธรรมสมัยรัชกาลที่ ๕-๖ เป็นอาคารไม้สักประดับลายไม้ฉลุ(ขนมปังขิง) หน้าจั่วเป็นรูปเครื่องหมาย มหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ชั้นบนมุมหนึ่งรวบรวมเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ย้อนยุคสมัยต่างๆ และยังมีหนังสือและเอกสารต่างๆที่ทางวัดเก็บไว้ ชั้นล่างใต้ถุนอาคารเก็บเครื่องวิดระหัดน้ำเข้านา พิพิธภัณฑ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแต่สามารถเข้าชมได้ เปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร ๐ ๑๙๔๑ ๖๖๓๗ (คุณวิรัชน์), ๐ ๙๗๘๖ ๔๕๓๓ (คุณมานะ), ๐ ๓๔๒๘ ๘๘๕๒, ๐ ๓๔๓๒ ๑๑๒๒ (เจ้าอาวาส)
การเดินทาง นั่งรถสองแถวจากปากทางเข้าวัดไร่ขิงเข้าไป (อยู่เลยวัดไร่ขิงไปแต่ก่อนถึงวัดดอนหวาย)
|
| |
อำเภอนครชัยศรี
|
| |
ดินแดนแห่ง ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย เอกลักษณ์เหล่านี้แม้จะมีมานานแต่ก็ยังคงความเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะไว้ได้ที่นครชัยศรี นอกจากจะมีส้มโอ และข้าวสารแล้ว ปัจจุบันยังมีไร่องุ่น และโรงงานทำเหล้าองุ่น นอกจากนั้น กิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอนครชัยศรี ได้แก่ การล่องเรือเที่ยวในแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) โดยมีเรือออกจากท่าเรือหน้าอำเภอนครชัยศรี เป็นเรือเช่า เรือรับจ้าง และตามร้านอาหารยังมีเรือเช่า หรือเรือบริการ เช่น ไปชมฟาร์มกุ้ง สวนผลไม้ ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง สอบถามได้ที่ ท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอนครชัยศรีหรือตามร้านอาหารที่มีบริการเรือให้เช่า
|
|
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๓/๒ หมู่ ๑ ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ ๓๑ ตำบลขุนแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ความรู้สึกนุ่มนวล ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทยซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองกว่า ๑๐ ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๕ เปิดเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ภายในอาคารแบ่งออกเป็น ๒ ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน ๗ ห้องประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและชุดมุมหนึ่งของชีวิตเป็นการแสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆหมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครูเพลงไทย ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ชุดการละเล่นของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย ๕๐ บาท นักศึกษาในเครื่องแบบและพระภิกษุ ๒๐ บาท นักเรียนอนุบาล-ม.๖ และ เด็ก(สูงไม่เกิน ๑๓๐ ซม.) ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๒๐๖๑, ๐ ๓๒๓๓ ๒๑๐๙, ๐ ๓๔๓๓ ๒๖๐๗ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๒๐๖๑
การเดินทาง จากกรุงเทพโดยสารรถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม(สายใหม่) รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที จากนครปฐมนั่งรถสายนครปฐม-ศาลายา รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
|
|
|
วัดกลางบางแก้ว เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน แต่เดิมชื่อวัดคงคาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลนครชัยศรี ภายในมีโบสถ์ วิหาร และพระประธานเก่าแก่ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในมี พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอนครชัยศรีและเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วคนปัจจุบัน เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุล้ำค่าต่างๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาส ๒ รูป คือ หลวงปู่บุญ หรือ ท่านเจ้าคุณพุทธวิถีนายก(บุญ ขันธโชติ) ซึ่งปกครองวัดตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๔๒๙๒๔๗๘ และหลวงปู่เพิ่ม พระพุทธวิถีนายก(เพิ่ม ปุญญวสโน) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญและสืบตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต่อมา ภายในแบ่งออกเป็น ๓ ชั้น ชั้นหนึ่ง จัดแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลและพระบูชาของหลวงปู่ อีกส่วนหนึ่งจัดเป็นเรื่องตัวยาไทย สมุนไพร ยารักษาโรค ปฏิทินโหราศาสตร์เขียนด้วยลายมือหลวงปู่ รูปปั้นและรูปถ่ายของหลวงปู่ นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราโหราศาสตร์ ตำรายาไทย สมุดภาพพระมาลัย ชั้นสอง จัดแสดงเครื่องถ้วยชามของใช้ แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง ธรรมาสน์มุกของหลวงปู่บุญ ซึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ สร้างถวาย ชั้นสาม จัดแสดงพระบุเงิน และพระบูชาไม้แกะ ธรรมาสน์บุษบกเก่าสลักไม้ลงรักปิดทอง และกุฏิเก่าของหลวงปู่ที่นำมาประกอบในลักษณะเดิม เพื่อประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่เหมือนกับสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๒๐บาท เด็กนักเรียน นักศึกษา ๑๐ บาท (เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว) สอบถามเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๖๒, ๐ ๓๔๓๓ ๒๑๘๒
การเดินทาง รถยนต์
- เส้นทางแรก ไปตามถนนบรมราชชนนีหรือปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน แล้วกลับรถเลี้ยวเข้าพุทธมณฑลสาย ๗ ไปตามเส้นทางนครชัยศรีสายใน ผ่านหน้าวัด
- เส้นทางที่ ๒ จากถนนเพชรเกษม แยกเข้าตลาดนครชัยศรี เลี้ยวขวาไปอีก ๑ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๓ จากทางแยกพุทธมณฑลสาย ๔ ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ตามถนนราดยางสายใหม่ข้ามสะพานเข้าตลาดนครชัยศรี แล้วเลี้ยวซ้ายต่อไปวัด
รถไฟ ลงที่สถานีนครชัยศรี แล้วต่อรถประจำทาง
เรือ ไปตามลำน้ำท่าจีน ขึ้นท่าน้ำหน้าวัด |
|
ตลาดน้ำวัดกลางคูเวียง |
| ตั้งอยู่ที่ตำบลสัมปทวน มีจำหน่ายอาหาร ผลไม้นานาชนิดและแพปลา ทั้งยังมีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำนครชัยศรี ชมวิถีชีวิตชุมชนและเที่ยวชมวัดต่างๆ ติดต่อเรือศรีสุขสันต์ สามารถล่องไปทางทิศเหนือไปวัดลำพญา หรือ ทางทิศใต้ไปวัดไร่ขิง โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๙๐๓๖, ๐ ๑๘๒๙ ๘๐๓๕ |
|
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง ตั้งอยู่ในวัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง เริ่มดำเนินการโดยพระครูสิริ ปุญญาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสำโรง เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเจ้าอาวาสและชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้พื้นบ้าน ครื่องมือจับสัตว์น้ำ สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในอดีต ห้องพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นล่างของศาลาอเนกประสงค์ ภายในห้องแบ่งการจัดแสดงเป็นหมวดหมู่ ส่วนที่ ๑ ครัวโบราณ จัดแสดงอุปกรณ์ในการหุงต้ม อันประกอบด้วย เตาดินเผา หม้อ ดิน ประเภท ต่างๆ เช่น หม้อหูกระทะ หม้อต้ม กาดินเผาและเครื่องใช้ในครัว เช่น ตะกร้าล้างปลา กระต่ายขูดมะพร้าว กระบวย โอ่งน้ำ ส่วนที่ ๒ หัตถกรรมพื้นบ้าน แสดงเครื่องจักสานอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการ แปรรูปไม้ไผ่และหวายเป็นเครื่องมือ ใช้สอย เช่น สาแหรก ตะกร้ากระบุง กระจาด กระด้ง สนับโรย ปุ้งกี๋ ส่วนที่ ๓ อุปกรณ์ตวงข้าว แสดงอุปกรณ์ชั่ง ตวง วัด การตวงข้าวเปลือกแบบเก่าที่บรรพบุรุษเคยใช้ในอดีตประกอบด้วย กระบุงปากบาน กระบุงโกย กระบุงตวง ถังตวงข้าว(ไม้) (เหล็ก) กระด้งบดข้าว ไม้บดข้าว ส่วนที่ ๔ เครื่องมือการทำนา การทำนาในอดีตใช้แรงงานจากสัตว์ คือ วัว ควาย เป็นแรงงานหลัก เครื่องมือในการทำนาที่จัดแสดงประกอบด้วย โกรกคล้องคอควายสำหรับ ลากไถ แอก คราด ไถ ไม้คานหาบข้าวไม้คานหลาว งอบ เคียวเกี่ยวข้าว ส่วนที่ ๕ เครื่องมือจับสัตว์น้ำ สะท้อนวิถีการกินอยู่อย่างไทยแบบพออยู่พอกิน ประกอบด้วยเครื่องมือดักสัตว์ เช่น ด้วงดักหนู แร้ว กับดักต่างๆและอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ เช่น ข้อง เบ็ด อวน ฉมวก สุ่ม ส่วนที่ ๖ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เป็นตู้แสดง ๓ ชั้น ตู้ที่ ๑ ชั้นบนตั้งแสดงเชี่ยนหมากทองเหลือง ตะเกียงลาน กลอนประตู ชั้นล่างจัดแสดง เครื่องมือช่างไม้ จำพวกกบผิว กบบังใบ เลื่อยอก เลื่อยลันดา อีกด้านหนึ่งจัดแสดง เครื่องทองเหลือง จำพวก ถาดทองเหลือง หม้อทองเหลือง ตู้ที่ ๒ จัดแสดง ตราชั่ง ลูกคิดและของเบ็ตเตล็ดอื่นๆ ส่วนรอบๆห้องตั้งแสดง ไห กระถางเคลือบ ประเภทต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอาคารจัดแสดงอาชีพชาวนา จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องมือในการทำนา อุปกรณ์ในการไถหว่าน อุปกรณ์ในการเกี่ยวข้าว นวดข้าว เช่น เครื่องฝัดข้าว สีข้าว ครกตำข้าว, อุปกรณ์ในการวิดน้ำ เช่น ระหัดชกมวย ระหัดเครื่องยนต์ และเป็นที่จัดแสดงเรือประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือจ้าง เรือแปะ พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๒๓ ๙๔๘๙, ๐ ๑ ๗๐๕ ๘๓๖๖ (เกตุ พุ่มประจำ) หรือ www.watsamrong.com
การเดินทาง ไปตามถนนนครชัยศรี-ดอนตูม เลยทางรถไฟไปประมาณ ๕ กิโลเมตร จะเห็นปากทางเข้าวัด เข้าไปอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร |
|
วัดบางพระ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางแก้วฟ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓๓ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดปากคลองบางพระ สร้างขึ้นสมัยอยุธยา ประมาณพ.ศ.๒๒๒๐ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง พระอุโบสถหลังเก่ายาวประมาณ ๘ วา กว้าง ๔ วา ก่ออิฐถือปูน หลังคาลดสองชั้นหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดา ภายในพระอุโบสถหลังเดิมประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อสิทธิมงคล ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนกลาง สีในภาพใช้เพียงสี ขาว ดำ แดง และเขียวใบแค มีรูปเทพชุมนุม สลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้า มีการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และมี ภาพมารผจญเป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนั่งบนดอกบัวแก้ว แม่ธรณีบีบมวยผม เสมาหินครกสมัยพระเจ้าทรงธรรม กว้าง ๓๗ เซนติเมตร สูง ๖๐ เซนติเมตร หนา ๕ เซนติเมตร นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองทำด้วยโลหะสร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๖ ขนาดกว้าง ๑.๑๐ เมตร ยาว ๔.๒๐ เมตร โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๙๓๓๓ มีเรือไปตลาดน้ำลำพญา ๑๑.๓๐ น., ๑๔.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๙๓๓๓ |
|
สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดละมุด ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓๓ กิโลเมตรที่ ๑๓-๑๔ เป็นสนามแข่งรถระดับนานาชาติ บนพื้นที่ ๒๐๓๐ ไร่ มีเกมส์มอร์เตอร์สปอร์ตให้ชมทุกเดือน ทั้งการแข่งรถวิบากและรถจักรยานยนต์วิบาก เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐๑๗.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐ ๓๔๓๐ ๑๖๔๒-๓ หรือ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๑๓ ๗๘๐๐๔ (คุณพรรณเพชร) หรือ www.thailandcircuit.com |
|
พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๙/๑ หมู่ ๔ บ้านลานแหลม ถนนนครชัยศรี-ดอนตูม กิโลเมตรที่ ๑๔๑๕ ตำบลวัดละมุด ในบริเวณบ้านของอาจารย์เริงชัยและคุณป้าพยอม แจ่มนิยม ซึ่งใช้บ้านของท่านเป็นที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ของชาวนาไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเล่าขานตำนานวิถีชาวนาไทย ตัวอาคารเป็นเรือนไทยเครื่องผูก ๒ ห้อง จัดแสดงวิถีชีวิตชาวนาย้อนไปเมื่อประมาณ ๔๐ ปีก่อน เครื่องมือเครื่องใช้การเกษตร เครื่องมือจับปลา เครื่องมือก่อสร้างบ้านเรือน ผู้สนใจสามารถชมการเกษตรแบบดั้งเดิม การเกษตรแบบพอเพียง สาธิตการผลิตข้าวกล้องข้าวซ้อมมือ การผลิตหัตถกรรมจักสานผักตบชวาของอำเภอนครชัยศรี โดยควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม เปิดทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ๑๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๖๐๘๖, ๐ ๑๙๙๑ ๖๐๘๔, ๐ ๕๑๘๖ ๔๔๐๔ |
|
อุทยานปลา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยพลู จะมีปลามาอยู่รวมกันโดยธรรมชาติในแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) เช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลาหางแดง บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเกือบทุกแห่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี เช่น วัดไร่ขิง วัดห้วยพลู วัดกลางคูเวียง |
|
วัดศีรษะทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยตะโก สร้างจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในขณะที่มีการขุดดินสำหรับสร้างวัด ได้พบเศียรพระทองจมอยู่ในดิน จึงถือเป็นนิมิตที่ดี เลยได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดหัวทอง ตั้งแต่นั้นมา เจ้าอาวาสองค์แรกคือ หลวงพ่อไต เป็นชาวลาวที่มาจากเวียงจันทน์ จากวัดเล็กๆ กลายมาเป็นวัดใหญ่ สืบทอดเจ้าอาวาสมาอีก ๖ รุ่นจนมาถึง สมัยหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ซึ่งได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดและหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ต่อมาทางการได้ขุดคลองเจดีย์บูชา แยกจากแม่น้ำนครชัยศรี ไปยังองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ คลองนี้ผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของวัดหัวทองและหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงอพยพมาอยู่ใกล้คลองเพราะสะดวกในการคมนาคม วัดนี้จึงย้ายจากที่เดิมมาอยู่ใกล้คลองเจดีย์บูชาและเปลี่ยนชื่อเป็น วัดศีรษะทอง ต่อมาทางราชการได้ยกขึ้นเป็นตำบลศีรษะทองสืบมาจนถึงทุกวันนี้ ที่วัดแห่งนี้ประชาชนจำนวนมากนิยมมานมัสการพระราหูเพื่อความเป็นสิริมงคล
การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ มาตามถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เข้าสู่ถนนเพชรเกษม ผ่านหมู่บ้านสวนตาล แล้วกลับรถ จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ ๕๐๐ เมตร รถประจำทาง นั่งรถประจำทางปรับอากาศชั้น ๑ หรือ ชั้น ๒ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม ผ่านแยกถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เลยหมู่บ้านสวนตาลไปเล็กน้อยลงรถแล้วต่อรถจักรยานยนต์เข้าวัดศีรษะทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๒๒ ๗๔๖๒
|
| |
อำเภอบางเลน
|
| |
|
ตลาดน้ำวัดลำพญา ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดลำพญา ริมแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) ลำพระยา เดิมเป็นชื่อของหมู่บ้าน ในสมัยที่ยังเป็นอำเภอบางปลา มณฑลนครชัยศรี มีประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยากรมท่าขุดคลองบริเวณท้ายตลาดในปัจจุบันเพื่อการจับจองที่นา ชุมชนชาวบ้านสองกลุ่ม คือ ชาวมอญอพยพมาจากสามโคกในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำทำอาชีพการเกษตร และชาวจีนซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำทำการค้าขาย บริเวณนี้จึงกลายเป็นตลาดริมน้ำ
วัดนี้ถือกำเนิดราวปีพ.ศ. ๒๔๐๐ อยู่คู่ชุมชนแห่งนี้นานนับ ๑๐๐ ปี ได้รับการบูรณะและพัฒนาให้สวยงาม สงบร่มเย็น เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อมงคลมาลานิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลาแลง พอกปูนและปิดทองทับ มีงานนมัสการในวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ถึงวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ รวม ๓ วัน
ตลาดน้ำวัดลำพญาแห่งนี้ริเริ่มโดย สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา ร่วมกับวัดลำพญา เป็นแหล่งรวมพืชผักผลไม้ ผลิตผลทางการเกษตร เช่น เครื่องจักสาน ผ้าทอ ผ้าย้อม และอาหารราคาถูก มีอาหารไทยจำหน่าย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมหวาน ขนมเปี๊ยะ ห่อหมก ผัก และผลไม้ บริเวณหน้าวัดมีปลานานาชนิด เช่น ปลาสวาย ปลากระแห ปลาแรด ปลาเทโพ นอกจากนี้ทางวัดมีบริการจักรยานน้ำ เรือล่องแม่น้ำท่าจีนโดยมีเรือบริการหลายประเภทดังนี้
- เรือแจวโบราณ ล่องลำน้ำท่าจีน ออกจากหน้าวัดลำพญาไปนมัสการศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ประจำตำบลลำพญา ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
- เรือลาก ล่องแม่น้ำท่าจีนไป-กลับ ออกจากหน้าวัดลำพญาไปวัดสุขวัฒนาราม ที่บริเวณหน้าวัดลำพญามีวังปลาชุกชุมสามารถให้อาหารปลาได้
- เรือกระแชง ออกจากหน้าวัดลำพญาไปวัดบางพระ (วัดหลวงพ่อเปิ่น) ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง
ตลาดน้ำแห่งนี้มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๖.๐๐-๑๕.๐๐ น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำวัดลำพญา โทร. ๐ ๑๗๖๓ ๔๑๗๙, ๐ ๑๖๕๙ ๗๓๗๑, ๐ ๑๗๒๑ ๔๘๗๔ สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๖๒๖ วัดลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๙๘๕ โรงเรียนวัดลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๒๐๒๒
การเดินทาง รถยนต์
- เส้นทางแรก สายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขับตรงไปจนถึงบริเวณสะพานลอยเข้าสู่ศาลายา เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน และขับตรงไปผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล ถึงสถานีตำรวจพุทธมณฑลแล้วให้เลี้ยวขวาขับรถตรงไปอีกประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางซ้ายมือ ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที
- เส้นทางที่สอง ใช้เส้นทางสายบางบัวทอง ขับตรงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ให้สังเกตป้ายเข้าสู่อำเภอบางเลนด้านซ้ายมือ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จะพบทางแยกซ้ายมืออีกครั้ง (ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๙ กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางขวามือ
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ-นครปฐม โดยให้มาลงที่ตัวตลาด แล้วจากนั้นให้นั่งรถสองแถว สายนครปฐม-ลำพญา ให้ลงที่หน้าวัดลำพญา หรือจะขึ้นที่ตลาดตัวเมืองนครปฐม สายลำพญา-ทุ่งน้อย มาลงที่หน้าวัดลำพญาโดยตรง
|
|
แอร์ออร์คิด สวนกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์บนพื้นที่ ๑๒๐ ไร่ ที่นี่มีห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ ที่อนุบาลกล้วยไม้ พันธุ์กล้วยไม้ที่นี่ทั้งส่งออกต่างประเทศและจำหน่ายในประเทศในราคาย่อมเยา ผู้สนใจเยี่ยมชมซื้อกล้วยไม้ สามารถใช้รถเข็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเข็นเลือกซื้อกล้วยไม้ จึงเรียกกันว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ การเดินทาง จากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ไปอีกประมาณ ๑๖ กิโลเมตร โดยเลี้ยวซ้ายแยกแรกและเลี้ยวขวาแยกแรก เปิดทุกวัน ๐๗.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณลัดดา คุ้มวิเชียร ๒๓/๑ หมู่ ๓ ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน นครปฐม ๗๓๑๓๐ โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๘๒๓๘, ๐ ๑๔๓๘ ๒๖๓๓, ๐ ๑๙๑๖ ๒๓๔๒ หรือ www.airorchids.com |
| |
อำเภอกำแพงแสน
|
| |
สวนป่าสมุนไพรวัดปลักไม้ลาย ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งขวาง ห่างจากตัวเมืองนครปฐมไปตามถนนสายมาลัยแมน ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือ เข้าไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นสวนป่าที่มีสมุนไพรไทยประมาณ ๕๐๐ ชนิด ในเนื้อที่ประมาณ ๙๒ ไร่ บรรยากาศภายในร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนกับธรรมชาติในป่าสมุนไพร นอกจากนั้นภายในวัดยังมีการนวดไทยแผนโบราณ การอบสมุนไพร การรับประทานอาหารประเภทสมุนไพร ตลอดจนการ อบรมจิต และการปฏิบัติธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๓๔๒๐ ๔๐๔๔, ๐ ๓๔๒๐ ๔๔๗๐ |
|
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (สวนพฤกษศาสตร์) ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๒๑ กิโลเมตร ภายในมหาวิทยาลัยมีโครงการต่าง ๆ ที่ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้ที่สนใจ ได้แก่
- โครงการจำลองเทคโนโลยีเกษตร ระบบชลประทาน ตามโครงการพระราชดำริ
- สวนแสนปาล์ม อยู่บริเวณใกล้กับที่พักแสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม เป็นสวนปาล์มที่มีพันธุ์ปาล์มน่าสนใจหลายชนิด เช่น ปาล์มหางหมาป่า ปาล์มสามทาง อีกทั้งมีปาล์มที่มีลักษณะแปลก คือ ต้นตาลกิ่งเป็นปาล์มที่แตกกิ่งจากเมล็ดพันธุ์ ซึ่งโดยทั่วไปปาล์มไม่สามารถแตกกิ่งจากเมล็ดได้และยังมีมะพร้าวทะเล เข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๖๕๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๘ ๑๖๕๕
- คาวบอยแลนด์ เป็นศูนย์สาธิตการผลิตโคเนื้อครบวงจร บนพื้นที่ ๑๕๐ ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๔๒ ผู้สนใจจะได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตโคเนื้อทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่โค การคัดเลือกลูกเพื่อเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ การขุนโคจนกระทั่งเป็นเนื้อโค สามารถหาซื้อเนื้อโคขุนที่อร่อยและถูกสุขลักษณะ และร่วมภาคภูมิใจกับโคพันธุ์กำแพงแสนโคเนื้อพันธุ์แรกของไทย นอกจากนี้ยังมีบริการฝึกอบรมการขี่ม้า บริการให้เช่าม้า
- สัมผัสธรรมชาติบนหอคอยชมวิว และร้านอาหารประเภทสเต๊กเนื้อโคขุน เข้าชมเป็นหมู่คณะโปรดติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๓๕ ๒๐๔๖-๗ โทรสาร ๐ ๓๔๓๕ ๒๐๔๖ หรือ www.thaibeef.com/cowboyland.htm/
- อุทยานแมลงฯ อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนากีฏวิทยาอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินงานด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนางานด้านกีฏวิทยา จัดเป็น ๔ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ และ ๒ เป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ จัดอยู่ภายในอาคารชั้นเดียวประกอบด้วยการจัดแสดงแมลงสตัฟฟ์ แมลงหายาก ส่วนที่ ๓ เป็นอาคารรูปโดม มีพื้นที่มากกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร สูง ๑๕ เมตร จัดแสดงระบบนิเวศวิทยาของแมลงวิจัยพฤติกรรมแมลง การเพาะเลี้ยงแมลงเชิงพาณิชย์ รวบรวมพันธุ์ผีเสื้อและแมลงหายากใกล้สูญพันธุ์เช่น จิ้งหรีด จักจั่น ตั๊กแตน ด้วง ส่วนที่ ๔ เป็นงานพัฒนากีฏผลิตภัณฑ์ปรับปรุงผลิตผลที่เกี่ยวข้องกับแมลงในเชิงพาณิชย์ อาทิ แมงกระชอน แมลงทับ แมลงตับเต่า ภายในจะได้พบเห็นผีเสื้อและแมลงในภูมิภาคตะวันตกและได้เรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๐๖๖, ๐ ๒๙๔๒ ๘๐๑๐-๙ ต่อ ๓๙๐๓ โทรสาร ๐ ๓๔๒๘ ๑๐๖๖
|
|
เมืองเก่ากำแพงแสน ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งขวาง เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี มีอายุเท่ากับเมืองนครชัยศรี แต่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ตามถนนมาลัยแมน ปัจจุบันใช้เป็นค่ายลูกเสือของจังหวัด เมืองเก่ากำแพงแสนสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยเมืองนครชัยศรี เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าตามคูคลอง เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าทางทะเลของเมืองนครชัยศรีดังนั้นความเจริญและความเสื่อมของเมืองกำแพงแสนจึงน่าจะเป็นไปพร้อมๆกับเมืองนครชัยศรี การเที่ยวชมโบราณสถานแห่งนี้ จะเน้นไปในลักษณะของคูน้ำและคันดิน ที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างชัดเจนโดยไม่มีซากโบราณสถานใด ๆ สภาพภายในตัวเมืองมีเนินดิน สระน้ำ ต้นไม้ใหญ่ และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์ |
|
โรงเรียนการบินกำแพงแสน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ตั้งอยู่ที่ตำบลกระตีบ ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร เป็นสถาบันผลิตนักบินประจำการกองทัพอากาศ ซึ่งได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนและผจญภัยมีสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐาน ๗๒ หลุม พร้อมสนามฝึกซ้อมและมีโครงการจัดทำที่พักรับรองซึ่งจะเสร็จประมาณสิ้นปี ๒๕๔๘ นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำธรรมชาติสำหรับกีฬาเจ็ตสกีและสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจเล่นเรือถีบริมสระน้ำ สนามบินเล็กซึ่งอยู่ตรงข้ามสวนน้ำ สวนสัตว์ สถานที่ปฏิบัติธรรม สวนสุขภาพ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๓๘ ๓๖๐๑-๓ ต่อ ส่วนกิจการพลเรือน |
 |
|
 |
|
| |
|
 |
|