 |
|
 |
| |
สถานที่ท่องเที่ยว |
|
| |
อําเภอเก้าเลี้ยว |
| |
1.
วัดเขาดินใต้ หรือวัดพระหน่อธรรินทรใกล้วารินคงคาราม เมื่อครั้งรัชกาลที่5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ได้แวะเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2449 ทรงสนทนาธรรมกับ " หลวงพ่อเฮง " อดีตเจ้าอาวาส เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งและทรงแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นพิเศษ นาม " พระครูพิสิษฐสมถคุณ "
" หลวงพ่อเฮง " เป็นพระที่รัชกาลที่5 ทรงนับถือมากจนได้รับนิมนต์เข้าไปในพระราชพิธีต่างๆ ตลอดรัชกาล และได้รับพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่าง ซึ่งทางวัดมหาโพธิ์ได้เก็บรักษาไว้และดังปรากฎในพระราชหัตถเลขาของร.5 ทรงบันทึกไว้ว่า ทรงเลื่อมใสในศีลา- จารวัตรหลวงพ่อเองมาก และทรงบริจาคเงิน 100 บาท ร่วมสร้างศาลวัดเขาดินใต้
" วัดเขาดิน หรือ วัดเขาดินใต้ " ในปัจจุบันเนื่องจากต่อมาภายหลังได้มีการสร้างวัดเขาดินเหนือโดยวัดเขาดินใต้นี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย อายุประมาณ 200 ปีเศษ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตกด้วยเหตุนี้เองจึงมีชื่อเต็มว่า " วัดพระหน่อธรณิรนทรใกล้วารินคงคาราม " ตั้งอยู่ตรงข้ามวักมหาโพธิ์ใต้ ซึ่งเป็นวัดพี่วัดน้องกันเพราะหลวงพ่อเฮงท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลทั้ง 2 วัด
ซึ่งภายในวัดมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ นมัสการ " หลวงพ่อเฮง " แวะชมวิหารเล็ก ตั้งอยู่บนเขาหน้าวัดเขาดินประดิษฐรอยพระพุทธบาทจำลองที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถถวาย "หลวงพ่อเฮง " เมื่อ พ.ศ. 2456 แวะชมพระอุโบสถบนยอดเขามรทางขึ้นเป็นบันไดนาคสวยงามมาก แล ะ ถ้ำลับแล
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์-พิษณุโลก ประมาณ ๒ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายมือไปทางบ้านแก่งอีกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร วัดอยู่ติดถนนทางด้านขวามือ ห่างจากจังหวัดเพียง ๑๕ กิโลเมตร
|
| |
อำเภอโกรกพระ
|
| |
1.
เขาถ้ำพระ ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเนินศาลา ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และพระพุทธรูป ในเทศกาลสงกรานต์ประชาชนในท้องถิ่นจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปนมัสการเป็นจำนวนมาก จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตประมาณ 100 ขั้น ขึ้นสู่ปากถ้ำ เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นภูมิประเทศที่สวยงามของอำเภอโกรกพระ
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางสายโกรกพระ-ทัพทัน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถ้ำพระ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร
|
| |
2. เขื่อนวังรอ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลเนินศาลา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอประมาณ 17 กิโลเมตร ตามถนนสายโกรกพระ - ทัพทัน ทางแยกเข้าเขื่อนวังรอระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังที่สภาพไม่ดีนัก เขื่อนเก็บน้ำวังรอมีทัศนียภาพที่สวยงาม ช่วยให้การเกษตรของเกษตรกรในอำเภอโกรกพระและอำเภอเมืองอุทัยธานี ตัวเขื่อนเป็นคอนกรีต สันเขื่อนเป็นคันดิน |
|
3. ตลาดน้ำวัดบางประมุง อยู่ริมฝั่งคลองบางประมุง บริเวณด้านหลังวัดบางประมุง ชาวบ้านจะพายเรือนำสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่มาจำหน่ายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 07.00-16.00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการอื่น ๆ อีก อาทิ นวดแผนโบราณ การล่องเรือชมคลองบางประมุง ชมสวนกล้วย บริการเรือพาย จักรยานน้ำ ฯลฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายปกครอง ที่ว่าการอำเภอโกรกพระ โทร. 0 5629 1006
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-โกรกพระ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงวัดบางประมุง รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ประมาณ 20 กิโลเมตร
|
|
4. ฟาร์มนกกระจอกเทศ นครสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 4 ตำบลเนินกว้าว มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ในบรรยากาศร่มรื่นแบบชนบท มีซุ้มนั่งเล่นส่วนตัวท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่ม พร้อมรับฟังคำบรรยาย สรุปเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ชมกระบวนการผลิต และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศในราคาเยา ทางฟาร์มยังมีอาหารต่างๆ ไว้จำหน่ายอีกมากมาย อาทิ เนื้อนกกระจอกเทศ เนื้อกวาง เนื้อจระเข้ เนื้อแพะ กบ และปลาไหล ปรุงในเมนูต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในราคาแหล่งผลิต เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ผ้าทอมือ เป็นต้น สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 0 5629 1218
|
|
5.
วัดบางมะฝ่อ เป็นวัดเก่าแก่สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จุดน่าสนใจอยู่ที่โบสถ์ มีประตูหน้าต่างรูปทวารบาล ฝาผนังด้านในเป็นภาพพุทธชาดก ในวิหารมีภาพพุทธประวัติเป็นฝีมือช่างเก่า พระประธานปางมารวิชัยมีความแปลกตรงที่มีตาลปัตรอยู่ด้วย และในวิหารมีรอยพระพุทธบาทที่งดงามมาก มีการจัดงานประจำปีของวัด ในวันแรม 9 ค่ำ และ 10 ค่ำ เดือน 11 เป็นประจำทุกปี
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-โกรกพระ ห่างจากตัวที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร
|
| |
อําเภอชุมแสง
|
| |
1. ชุมชนชาวไทยทรงดำบ้านไผ่สิงห์ ชุมชนชาวไทยทรงดำบ้านไผ่สิงห์ หมู่ ๒ ตำบลไผ่สิงห์ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบริเวณนี้กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ดอน มีป่าไผ่ และสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีนายพรานชื่อ สิงห์ ผู้มีความชำนาญในการดำรงชีพในป่าได้มาพักอาศัยอยู่บริเวณป่าแห่งนี้เป็นคนแรก ต่อมาชาวไทยทรงดำ ชื่อตาพัก ยายช้อย ได้อพยพจากบ้านโคกคม จังหวัดเพชรบุรี และได้สร้างบ้านเรือนอยู่ร่วมกับพรานสิงห์ และชาวไทยทรงดำรุ่นหลังต่อ ๆ มา จึงทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชาวบ้านจึงพร้อมใช้กันเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะประเทศ และผู้คนพบ คือ บ้านไผ่ตาสิงห์ ต่อมาเพี้ยนเป็น บ้านไผ่สิงห์ จนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้ ได้แก่ ภาษา การแต่งกาย อาหารการกิน รูปแบบที่อยู่อาศัย ขนบธรรมเนียมประเพณี และพิธีกรรมต่าง ๆ นับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่น่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่ง สอบถามรายละเอียดได้ที่โรงเรียนวัดไผ่สิงห์ โทร. 08 9568 9399 วัดเกยชัยเหนือ 0 5635 3036 อบต. เกยชัย โทร.0 5628 2748
การเดินทาง ห่างจากตัวเมือง 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง
|
|
2. วัดเกยไชยเหนือ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 บ้านปากคลอง ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีองค์เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุทรงลังกาฐานแปดเหลี่ยม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา มีพระอุโบสถหลังเก่าที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน
นอกจากนี้ บริเวณนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของตำนานของจระเข้ยักษ์ที่ชื่อไอ้ด่างเกยไชยอีกด้วยภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเป็นอาคารทรงไทย 2 หลัง หลังแรกสร้างประมาณปี พ.ศ. 2539 ภายในจัดแสดง เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้บริเวณท่าน้ำวัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องเบญจรงค์ เครื่องจักสาน โทรทัศน์รุ่นเก่า เครื่องแก้ว ตะเกียง เตารีด จระเข้สตัฟฟ์ ฯลฯ ส่วนอาคารหลังที่สอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2541 ตั้งชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ ภายในจัดแสดง เครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว เครื่องเบญจรงค์ ธนบัตร เงินเหรียญโบราณ เครื่องทองเหลือง ปืนยาว เป็นต้นทางโรงเรียนวัดเกยไชยเหนือได้ฝึกเด็กนักเรียนเป็นมัคคุเทศน์น้อยนำชมวัดและพิพิธภัณฑ์ ผู้สนใจต้องแจ้งล่วงหน้ามาก่อนที่โรงเรียนวัดเกยไชยเหนือ โทร 0 5635 3176
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร จากตัวเมือง จะมีป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดเกยไชยเหนือ
|
| |
อําเภอตากฟ้า
|
| |
1. น้ำตกวังน้ำวิ่ง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำพยนต์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตากฟ้า-โคกสำโรง ก่อนถึงวัดถ้ำพรสวรรค์ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากถนนเข้าไปประมาณ 700 เมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำผุดไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ประมาณ 3 ชั้น มีน้ำตลอดทั้งปี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อำเภอตากฟ้า โทร. 0 5624 1322
|
| |
อําเภอตาคลี
|
| |
1. เขาถ้ำบุนนาค ตั้งอยู่ที่ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี ถนนเป็นลูกรังห่างจากอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัด 80 กิโลเมตร ลักษณะที่ตั้งเป็นภูเขา ปากถ้ำสูงจากเชิงเขาประมาณ 25 - 30 เมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูป และรอยพระพุทธบาทจำลอง มีปล่องให้แสงสว่างจากยอดเขาลงมา บรรยากาศในถ้ำไม่อับชื้นแต่เย็นสบายเพราะลมที่ลงมาตามปล่องภูเขาแล้วออกทางปากถ้ำ ที่เชิงเขาด้านปากถ้ำมีวัดถ้ำบุนนาค ที่กว้างขวางร่มเย็น
|
|
2.
เมืองโบราณจันเสน และพิพิธภัณฑ์จันเสน ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลจันเสน สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทวารวดี บริเวณเมืองโบราณมีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบ เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่มุมทั้งสี่เป็นรูปมนจนเกือบเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มน้ำขัง แต่ยังเป็นร่องรอยพอมองเห็นเค้าคูเมืองได้อย่างชัดเจน มีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ เนื่องจากบริเวณภายในคูเมืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นเนินสูงกว่าพื้นที่รอบนอกคูเมือง ชาวบ้านเรียกว่า โคกจันเสน
ในบริเวณเมืองโบราณได้ขุดพบโบราณวัตถุหลายอย่าง ประเภทที่ทำด้วยเศษดินเผา อาทิ พระพิมพ์ต่าง ๆ ตุ๊กตา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะ มีตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ใบหอกที่ทำด้วยสำริด ปัจจุบันโบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์จันเสน ซึ่งตั้งอยู่ในวัดจันเสน เริ่มก่อสร้างโดยพระครูนิสัยจริยคุณ หรือที่ชาวยบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อโอด" ได้มีดำริที่จะสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์กลางชุมชน ภายในจัดให้มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อใช้แสดงเรื่องราวของจันเสนในอดีต พร้อมกันไปด้วยพระครูนิวิฐธรรมขันธ์หรือหลวงพ่อเจริญ เจ้าอาวาสรูปต่อมาเป็นกำลังสำคัญที่สานต่องานพิพิธภัณฑ์จนเสร็จสมบูรณ์โดยงบประมาณในการก่อสร้างนั้นได้มาจากแรงศรัทธาของประชาชน
จันเสนเมืองโบราณ หลวงพ่อโอด อดีตเจ้าอาวาสวัดจันเสน ซึ่งท่านมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ท่านเป็นผู้มุ่งมั่นที่จะสร้างมณฑปเจดีย์ขึ้น โดยมีความมุ่งหมายว่า
-
ส่วนยอดของมณฑปเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
-
องค์เรือนธาตุประดิษฐาน "หลวงพ่อนาค" พระพุทธรูปปางนาคปรกที่นำมาจากเมืองลพบุรี เพื่อให้เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชุมชน
-
อาคารส่วนฐานของพระมหาเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของท่าน และเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองจันเสน
พระมหาธาตุเจดีย์จันเสน อยู่ในห้องชั้นฐานของพระมหาธาตุเจดีย์ การออกแบบได้ใช้ลักษณะของสถูปในสมัยทวารวดีเป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบ ใช้รายละเอียดของลวดลายทางสถาปัตยกรรมในสมัยทวารวดี ซึ่งมีคำจารึกที่ฐานพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันสน ให้ผู้สนใจได้อ่านประวัติความเป็นมาด้วย พิพิธภัณฑ์นี้ เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้ที่ต้องการเข้าชมในวันธรรมดา สามารถติดต่อทางวัดให้เปิดเข้าชมได้ มีเยาวชนอาสาสมัครจากโรงเรียนวัดจันเสน และโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ บริการนำเที่ยวภายในบริเวณเมือง และนำชมภายในพิพิธภัณฑ์ด้วย สอบถามรายละเอียดโทร. 0 5633 9115-6
นอกจากนี้ในวัดยังมีการรวมกลุ่มของสตรีบ้านจันเสนเพื่อทอผ้าด้วยกี่กระตุก และจัดตั้งเป็นศูนย์จำหน่ายภายในวัดด้วย ผ้าทอส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย ผ้าทอมัดหมี่จันเสน และผ้ามัดย้อม
การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายเข้าอินทร์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 11) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 เลี้ยวซ้ายตรงป้ายวัดจันเสนเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวัดจันเสน
จากนครสวรรค์ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งสู่จังหวัดชัยนาท ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอตาคลี ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร เลี้ยวขวาก่อนข้ามทางรถไฟเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร สู่วัดจันเสน |
|
3. วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ตั้งอยู่บนเขาชอนเดื่อ นอกจากมีทิวทัศน์ที่มีจุดสนใจจากผู้มองจากภายนอกที่มีสภาพป่าสลับกับภูเขาหินปูนแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเขา เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ ถ้ำหินปูนใหญ่น้อยกว่า 70 ถ้ำ
|
|
4. สระทะเล ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาลตาคลี ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 94 กิโลเมตร เป็นสวนสาธารณะ มีสระน้ำตามธรรมชาติ ทัศนียภาพสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอำเภอตาคลี
|
| |
อำเภอบรรพตพิสัย
|
| |
|
1. เขาหน่อ-เขาแก้ว อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์ - กำแพงเพชร ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 45 กิโลเมตร และจากตัวที่ว่าการอำเภอบรรพตพิสัยประมาณ 18 กิโลเมตร เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งเป็นจุดชมวิว ระหว่างทางมีถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จภาคเหนือทางชลมารคสายแม่น้ำปิง เคยทรงประทับพักแรมที่นี่ ต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์ บริเวณเชิงเขามีฝูงลิงจำนวนมาก คอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน นอกจากนี้เวลาเย็นจะมองเห็นฝูงค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ในภูเขาบินออกไปหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า
ส่วนเขาแก้ว อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากิน
" พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เคยเสด็จประพาสบริเวณเขาหน่อเมื่อปี 2449 และต่อมาในปี 2452 ได้พระราชทานสิ่งของให้แก่หลวงพ่อแหยม วัดบ้านแดน ภายในวัดเขาหน่อมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ได้แก่ " สระเสด็จ " ที่เคยทรงน้ำ สิ่งพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ถวายแด่ หลวงพ่อเเหยม และพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สำหรับสักการะ
|
| |
อำเภอพยุหะคีรี
|
| |
1. เมืองโบราณโคกไม้เดน อยู่ที่ตำบลท่าน้ำอ้อย พบซากกำแพงเนินดิน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเมืองเก่าสมัยสุโขทัย เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ขุดพบรูปปั้นช้างพญาฉัททันต์ อายุกว่า 1,000 ปี คำว่า "โคกไม้เดน" เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง คนสมัยเก่าเรียกบ้านโคกไม้เดนว่า "เมืองบน" สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-16 (พ.ศ. 1000-1500) ตัวเมืองบนมีลักษณะเป็นรูปรีคล้ายหอยสังข์ ขนาดยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 600 เมตร คล้ายกำแพงเมืองนครปฐม เมืองเสมา จังหวัดนครราชสีมา และเมืองพญาแร่ จังหวัดชลบุรีี
|
|
2. วัดพระปรางค์เหลือง จากการสืบค้นหอจดหมายแห่งชาติพระราชนิพนธ์ใน ร.5 และพระราชนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่า ร. 5 ทรงเสด็จประพาสที่วัดพระปรางค์เหลืองรวม 3 ครั้ง
ในการเสด็จครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ( พ.ศ. 2449 ) ร.ศ. 125 นับเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากมีหลักฐานจากบทพระราชนิพนธ์ของ ร. 5 ทรงบันทึกการเดินทางเป็นรายวันถึงสถานที่ที่เสด็จประพาสต้นโดยละเอียด พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพและในครั้งนี้ " หลวงพ่อเงิน " ได้ถวายการรดน้ำมนต์แด่ ร.5 ได้สมณศักดิ์เป็น " พระครูพยุหานุสาสก์ " ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยุหะคีรีมีชื่อทางด้านรดน้ำมนต์ " จินดามณี "
" วัดพระปรางค์เหลือง " เป็นวัดโบราณที่เก่าแก่มากวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปกรได้คำนวณอายุของวัดว่าเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2305 ซึ่งเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในอดีตที่ผ่านมาวัดมีชื่อเสียงในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทางด้านยาสมุนไพรรดน้ำมนต์และคาถาตามหลักของแผนโบราณ รวมทั้งการรักษาโรคเคล็ด ขัด ยอก และ อัมพาต โดยวิธี " เหยียบฉ่า " อย่างได้ผล
ซึ่งภายในวัด มีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น เช่น องค์พระปรางค์เหลือง วิหารหลวงพ่อโต แพที่จอดเรือสมัย ร.5 การสาธิตเหยียบฉ่า กุฏิหลวงพ่อเงิน เก๋งเรือพระราชทาน นมัสการรูปหล่อหลวงพ่อเงิน
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 สายกรุงเทพมหานคร-นครสวรรค์ แยกเข้าจังหวัดอุทัยธานี ก่อนข้ามสะพานวันรัต ให้เลี้ยวซ้ายตรงทางแยก ระยะทางประมาณ 500 เมตร วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
|
| |
อำเภอไพศาลี
|
| |
|
1. ป่าไพศาลี บริเวณเทือกเขาสอยดาวในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาคอกป่าเขาโลมนาง และป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ประมาณ 38,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชัน มียอดสูงสุด สูง 558 เมตร เป็นพื้นที่เขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์และลพบุรี มีธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ําตกซับสมบูรณ์ใน สวนรุกขชาติ 100 ปี และน้ําตกซับใหญ่พิชิตยอดสอยดาว เขตบ้านเขาเขียว น้ําตกทั้งสองแห่งนี้ปกติจะมีน้ําเฉพาะในเดือน มิถุนายน-ตุลาคม
สภาพป่าที่นี่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าทุ่งหญ้าจึงมีความหลากหลายทางระบบนิเวศเป็นแหล่งที่
อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ มีจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพ
กว้างไกล มีจุดพักแรมบนยอดสอยดาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมากจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ ความท่าทาย
มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จากน้ำตกซับสมบูรณ์ถึงน้ำตกซับใหญ่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้เกิด
การเรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติ โดยมีระยะทางในการเดินป่า 7-15
กิโลเมตรใช้เวลาท่องเที่ยว 1-3 วัน ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของนักท่องเที่ยว ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือ เดือนกรกฎาคม-ธันวาคมของ
ทุกปี สนใจติดต่อสวนรุกขชาติ 100 ปี หมู่ 6 ตําบลวังข?อย อําเภอไพศาลีติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง อําไพศาลี รายละเอียดเกี่ยวกับการท่อง
เที่ยวในอําเภอไพศาลีติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง อําเภอไพสาล โทร.0 5625 9272
|
|
2. พุทธศาสนสถานหลวงพ่อดํา หลวงพ่อดํา ประดิษฐานอยู่ที่วัดสระทะเล ตําบลโคกเดื่อ กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุง สุโขทัยมีอายุประมาณ 700 ปีเศษ แต่เดิมชาวบ้านพบพระพุทธรูปอยู่กลางป่าสามองค์ ปัจจุบันเหลือเพียงองค์เดียว เรียกขานตามกันว่า หลวงพ่อดํา วัดสระทะเล
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอําเภอหนองบัวเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3004 ตรงมาประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดโคกเดื่อประมาณ 2 กิโลเมตร
หมายเหตุ สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในอําเภอไพศาลี ได?ที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ฝ่ายปกครองอําเภอไพศาลี โทร. 0 5625 9272
|
| |
3.เมืองเก่าเวสาลี จากการสํารวจของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2511 พบว่าเป็นเมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมมน มีกําแพงดิน 2 ชั้น มีคู เมืองคั่นกลาง ยาวประมาณ 700 เมตร กว้าง 500 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี บริเวณที่ตั้งชุมชนเป็นที่ราบลุ่มมีทางน้ําไหล
ผ่าน จากการขุดแต่งใน พ.ศ.2539 พบว่า โบราณสถานซึ่งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเมืองเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย อุโบสถ มณฑป วิหาร เจดีย์ และผลจากการศึกษาหลักฐานชั้นดินทางโบราณคดี พบว่า ก่อนการสร้างโบราณสถาน กลุ่มเมืองเก่าเวสาลี
แห่งนี้ ได้มีชุมชนตั้งหลักแหล่งอยู่ก่อนแล้ว เป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่งได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ําคันดิน ในสมัยทวารวดี
เมืองเวสาลีเคยเป็นเมืองหน้าด่านเล็ก ๆ ของกรุงละโว้ในดินแดนสุวรรณภูมิ ปรากฏหลักฐานซากวัตถุโบราณ เช่น พระปรางค์ หอสมุด และพระพุทธรูปฝีมือขอมโบราณ ราว พ.ศ.1100-1400 ขอมได้มีอํานาจเจริญรุ่งเรืองในแคว้นสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งในแคว้นโคตรบูร แคว้นโยนก และแคว้นทวารวดี โดยมีกรุงละโว้เป็นราชธานี เมืองเวสาลีนี้ได้สร้างขึ้นในสมัยนั้น มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับกรุงสุโขทัย นคร
โยนก เมืองโอฆะบุรี และเมืองศรีเทพ โดยที่เมืองเหล่านี้ได้สร้างขึ้นไว้เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงละโว้ทั้งสิ้น ภายหลังเมืองเวสาลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัย และได้ถูกปล่อยร้างมาราว 400 ปี จนถึง พ.ศ.2199 สมัยสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 28 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ เมืองละโว้ขึ้นเป็นราชธานีอีกแห่ง ให้ชื่อเมือง ลพบุรี พระองค์ทรงดําริเห็นว่า หัวเมืองฝ่ายเหนือยังไม่สงบลงได้ง่าย เพราะมีพม่าคอยหนุนหลัง ประกอบเป็นที่ราบลุ่มทํานาข้าวได้ดี เหมาะแก่การที่จะตั้งกองรักษาด่านไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางฝ่ายล้านนา จึงได้บูรณะเมืองเวสาลีขึ้นใหม่
การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 3330 จากอําเภอตากฟ้า เลี้ยวขวาระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 27-28 ถนนบ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ ตรงหัวโค้งแรกจะมีทางตรงขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร เมืองเก่าเวสาลีอยู่ทางขวามือ
|
|
4.รอยพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นแผ่นหินชนวนสีเขียวแกะสลัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระยาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย จากเอกสารที่มีผู้บันทึกไว้ทําให้ทราบว่า รอยพระพุทธบาทนี้ได้อัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมกับผู้คนที่เกณฑ์มาสร้างเมืองเวสาลี
โดยได้นําไปประดิษฐานไว้บนยอดเขา แล้วสร้างวิหารครอบภูเขาลูกนี้ คือที่ตั้งของวัดพระพุทธบาท ตําบลสําโรงชัย ในปัจจุบัน
พระครูนิมุตพัฒนาทร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทบริเวณวัดอีกรอยหนึ่ง มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาท ประทับอยู่บนแผ่นหิน สร้างมณฑปครอบไว้ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ส่วนยอด และมณฑปหลังนี้ยังได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดี
เด่นเมื่อ พ.ศ.2537 จากสมาคมสถาปนิกสยาม และบริเวณทางเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุ สันนิษฐานว่าเป็นฐานเจดีย์เก่า
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับเมืองเก่าตามถนนสายบ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ วัดพระพุทธบาทอยู่เลยจากทางแยกไปเมือง
เก่าประมาณ 5 กิโลเมตร
|
|
5. แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ประสาท ตําบลโพธิ์ประสาท สํารวจขุดค้นโดยกรมศิลปากร ระหว่างพ.ศ.2519-2536 พบภาชนะเครื่องใช้ทั้งแบบโลหะและแบบดินเผาของ
คนโบราณ ซึ่งเป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่ได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยทวารวดี เครื่องใช้โลหะ
ที่ขุดพบมีอายุกว่า 2,000 ปี อาทิ ใบหอกโบราณ จัดเป็นศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ ประเภทเครื่องใช้สอยดินเผา อาทิ หม้อดินเผา ตะคัน
หรือตะเกียง ลูกแวดินเผา และประเภทเครื่องประดับ อาทิ กําไลเปลือกหอย จัดเป็นศิลปสมัยทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-16
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3330 หากมาจากอําเภอไพศาลี เลี้ยวขวาข้างตู้ยามบ้านโพธิ์ประสาท ระหว่างกิโลเมตรที่ 9-
8
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
|
1. ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตําบลปากน้ําโพ บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำทั้งสองสายดังกล่าว จะมองเห็นถึงความแตกต่างของสายน้ำทั้ง สองได้อย่างชัดเจน กล่าวคือแม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ รวมตัว เข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ เป็นสายสําคัญของประเทศไทย ไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานคร และออก อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ มีความยาวประมาณ 370 กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเที่ยวทางเรือเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา และแวะนมัสการหลวงพ่อโตที่วัดปากน้ําโพ (วัด ทองธรรมชาติเหนือ) สามารถเช่าเรือจากท่าน้ําเจ้าพระยา โดยเสียค่าเช่าเรือประมาณ 180 บาท (ไปกลับ) เรือบรรทุกได้ 15 คน
|
|
2. ถ้ำบ่อยา
เป็นถ้ําอยู่บนเขาที่หมู่บ้านหินก้อน ตําบลหนองกรวด อําเภอเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
ตามถนนสายนครสวรรค์ - ลาดยาว ทางแยกเข้าวัดถ้ำบ่อยา (วัดศรีอุทุมพร) ระยะทาง 6 กิโลเมตร จากบริเวณเชิงเขา มีบันไดขึ้น
ไปสู่ตัวถ้ํา ภายในถ้ํามีบริเวณกว้างขวางพอสมควร โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ตอนแรกเป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่ ช่วงที่ 2 อยู่
ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตัน บริเวณนี้จะมีบ่อน้ําทิพย์ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย ช่วงที่ 3 เป็นทางที่จะออก
จากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง ภายในบริเวณถ้ํานอกจากจะมีบ่อน้ำทิพย์อยู่ดังกล่าวแล้ว ยังมีหินย่อยตามธรรมชาติที่งดงาม
ซึ่งจะมองเห็นได้จากแสงไฟฟ้า ซึ่งมีให้ความสว่างอย่างเพียงพอภายในถ้ํา
|
|
3. บ้านมอญ
ตั้งอยู่ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร บ้านมอญตั้งชื่อหมู่บ้านตามความเป็นมาในอดีตมีชาวบ้านมอญ 4 ครอบครัว ได้อพยพมาจากอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มาพบแหล่งดินเหนียวบริเวณตำบลบ้านแก่ง ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมในการปั้นโอ่งมาก ปัจจุบันมีการประยุกต์ผลิตภัณฑ์ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น
|
|
4. บึงบอระเพ็ด
เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมือง อําเภอท่า
ตะโก และอําเภอชุมแสง ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการ
สํารวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือน
มกราคมถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจํานวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นกประจําถิ่น ได้แก่ อีโก่ง อีแจว ปากห่าง ซึ่งจะวางไข่ในเดือนกรกฎาคม-
มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และยังเป็นแหล่ง
เพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย
|
| |
5. วัดเกรียงไกรกลาง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตําบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีพระพุทธรูปสําริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย และวิหารเก่าสร้างใน
สมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่าง พ.ศ. 2400-2430 เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจําลอง ประดิษฐานอยู่ภายใน
มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก
พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอํานาจ
ลง และมีภัยสงครามอยู่เป็นประจําชาวสุโขทัยจึงได้นําพระพุทธรูปล่องแพมาตามลําน้ำ และเมื่อมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพจมลงจึงนําพระ
พุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ.2147 ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่
ประดิษฐานพระพุทธรูป และนําพระพุทธรูปซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเปฝ้น
ร้อยปี เมื่อ พ.ศ.2511 ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดา นานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูป
ทองคํา
บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก และมีฟาร์มจระเข้ด้วย ตามปกติวิหารเก่า จะเปิดให้เข้าชมในช่วงเทศกาลเท่านั้น สําหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมช่วงนอกเทศกาลสามารถแจ้งทางวัดให้เปิดได้
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอก
ทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงตัววัดรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร หรือเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา ล่องมาตาม
ลําน้ำน่านขึ้นที่ท่าน้ำวัดเกรียงไกรกลาง
|
|
6. วัดเกาะหงษ์
ในการเสด็จประพาสต้นทางเหนือของ " พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เสด็จผ่านมาถึง " วัดบ้านเกาะ " หรือวัดเกาะหงษ์ " เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ( ร.ศ 125 ) พระองค์นมัสการพระประธานในโบสถ์ และนมัสการ " หลวงปู่กัน" ซึ่งเป็นสมภารวัดในขณะนั้น โดยภายในพระอุโบสถ พระองค์ทรงเห็น " พระสังกัจจายน์ " ยืนมือกุมท้อง ทรงพอพระทัยเป็นอันมากจึงขอเชิญพระกัจจายน์ไป แล้วพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 1 ชั่ง ( 80 บาท ) เพื่อให้จัดสร้างขึ้นใหม่แทนซึ่งก็คือองค์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ความอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้ก็คือ การรักษาโรคด้วยวิธี " เหยียบฉ่า " โดยหมอจะนำเท้าจุ่มสมุนไพร แล้วนำไปเหยียบแผ่นเหล็กที่กำลังเผาไฟจนร้อนจัด ขณะเหยียบเหล็กจะเกิดเปลวไฟลุกท่วมเท้าเสียงดัง " ฉ่า " จากนั้นก็นำมาเหยียบให้ผู้ป่วยบริเวณที่มีการเจ็บป่วย ซึ่งนับว่าเป็นการรักษาโรคแบบโบราณที่มีความอัศจรรย์มาก ตามตำนานกล่าวว่าสืบทอดกันมากกว่า 100 ปี
ภายในวัด มีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ ชมโบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี กราบพระสังกัจจายน์ยืน ชมการ " เหยียบฉ่า " รักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต และกราบหลวงพ่อกัน หลวงพ่ออินทร์ยอดเกจิอาจารย์ในอดีต การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางมีร้านค้าชุมชนขายผลไม้ตามฤดูกาล ห่างจากตัววัดประมาณ 7 กิโลเมตร
|
|
5. วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนเขาในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ สร้างสมัยปลายกรุงสุโขทัย เดิมเป็นวัดร้างกลางป่าเขา มีพระธุดงค์แสวงบุญมาพบเมื่อปี 2504 ปัจจุบันเป็นสํานักปฏิบัติธรรมประจําจังหวัดนครสวรรค์ มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นประจํา ภายใน
บริเวณวัดประกอบด้วย พระอุโบสถ สมเด็จพระพุทธโคดมจําลอง ศาลาพุทธานุภาพ วิหารหลวงพ่อโต และพระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งสร้างใน
สมัยศตวรรษที่ ๑๙ ปลายกรุงสุโขทัยประมาณ 600 ปีมาแล้ว โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโก) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เป็นผู้ตั้งชื่อ
ให้ และแนะนําให้สร้างพระจุฬามหาเจดีย์ไว้บนยอดเขา ภายในองค์พระเจดีย์ชั้น 4 มีพระพุทธรูปจําลองที่สําคัญของประเทศไทยไว้ให้
สักการะบูชา 4 องค์ คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจําลอง พระพุทธโสธรจําลอง และพระพุทธรูปหล่อ
พ่อวัดไร่ขิง และภายในโดมเจดีย์ ได้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติไว้ให้ชมด้วย โทร. 0 5622 2009, 0 5622 6199
หรือ http://www.kiriwong.net
การเดินทาง จากสะพานเดชาติวงศ์ ใช้ถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา ประมาณ 800 เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ
|
 |
|
 |