l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    นนทบุรี
    พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา
    วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    จังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ในภาคกลางเป็นจังหวัดหนึ่งใน ๕ จังหวัดปริมณฑล คือ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาครและปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ ๖๒๒.๓๐๓ ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็น ๒ ส่วน

    เขตการปกครองแบ่งออกเป็น อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางกรวย อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทองและอำเภอไทรน้อย

    • ทิศเหนือ ติดต่อกับปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา
    • ทิศใต้ ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร
    • ทิศตะวันออก ติดต่อกับกรุงเทพมหานครและปทุมธานี
    • ทิศตะวันตก ติดต่อกับนครปฐม

    เมืองนนทบุรีมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า ๔๐๐ ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีคูคลองน้อยใหญ่มากมาย เป็นเมืองเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตลาดขวัญ ซึ่งเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อในสมัยนั้น ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองนนทบุรีเมื่อพ.ศ. ๒๐๙๒ ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ บ้านตลาดขวัญเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นสวนผลไม้ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ฝรั่งต่างชาติที่ได้เดินทางเข้ามาค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาต่างก็ได้บันทึกเอาไว้ ดังปรากฏในจดหมายเหตุบันทึกการเดินทางของลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า “สวนผลไม้ที่บางกอกนั้น (หมายถึงกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) มีอาณาบริเวณยาวไปตามชายฝั่ง โดยทวนขึ้นสู่เมืองสยามถึง ๔ ลี้ กระทั่งจรดตลาดขวัญ (TALACOUN) ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลาหาร ซึ่งคนพื้นเมืองชอบบริโภคกันนักหนา” (จดหมายเหตุลาลูแบร์)

    ปี พ.ศ. ๒๑๗๙ พระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองลัดตอนใต้วัดท้ายเมืองไปทะลุวัดเขมา เพราะเดิมนั้นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลวกเข้าแม่น้ำอ้อมมาทางบางใหญ่วกเข้าคลองบางกรวยข้างวัดชลอ มาออกหน้าวัดเขมา เมื่อขุดคลองลัดแล้ว แม่น้ำก็เปลี่ยนทางเดินไหลเข้าคลองลัดที่ขุดใหม่ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่ดังปัจจุบันนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๘ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่า แม่น้ำเปลี่ยนทางเดินใหม่นั้น ทำให้ข้าศึกประชิดพระนครได้ง่าย จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมปราการตรงปากแม่น้ำอ้อม และโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองนนทบุรีมาอยู่ปากแม่น้ำอ้อมด้วย ดังมีศาลหลักเมืองปรากฏอยู่ นอกจากป้อมที่ปากแม่น้ำอ้อมแล้วเข้าใจว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคงจะได้มีการสร้างป้อมไม้เอาไว้ที่บริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน เพราะปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุรายวันของบาทหลวง เดอ ชัวซีย์ ผู้ซึ่งเดินทางร่วมมากับคณะราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ที่เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรี ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อ พ.ศ.๒๒๒๘ ว่า “เช้าวันนี้เราผ่านป้อมที่ทำด้วยไม้ ๒ ป้อม ป้อมหนึ่ง ยิงปืนเป็นการคำนับ ๑๐ นัด อีกป้อมหนึ่ง ๘ นัด ที่มีแต่ปืนครกเท่านั้น ดินปืนดีมากทีเดียว ป้อมทางขวามือเรียกป้อมแก้ว และป้อมทางซ้ายมือเรียกป้อมทับทิม ณ ที่นี้เจ้าเมืองบางกอกก็กล่าวคำอำลาและอ้างเหตุว่าได้ควบคุมเรือขบวนมาส่งจนสุดแดนที่อยู่ในความปกครองของเมืองบางกอกแล้ว แล้วก็ลาท่านราชทูตกลับไป

    และในปี พ.ศ.๒๒๓๐ เมื่อลาลูแบร์เป็นราชทูตเข้ามากรุงศรีอยุธยา ก็ได้กล่าวถึงป้อมไม้แห่งนี้ไว้ด้วย โดยที่เขียนเป็นแผนที่เอาไว้อย่างชัดเจนตามหลักฐานดังกล่าว จึงเข้าใจว่าป้อมแก้วคงตั้งอยู่ ณ บริเวณตลาดแก้ว ส่วนป้อมทับทิมเข้าใจว่าคงตั้งอยู่ ณ บริเวณหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน

    ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองนนทบุรีไปตั้งที่ปากคลองบางซื่อบ้านตลาดขวัญ และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลากลางเมืองขึ้นที่ปากคลองบางซื่อ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๑ รัชกาลที่ ๗ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลากลางมาตั้งที่ราชวิทยาลัย บ้านบางขวาง ตำบลบางตะนาวศรี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองฝึกอบรมกระทรวงมหาดไทยตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย ๑ อำเภอเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตามอาคารประดับด้วยไม้ฉลุ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันศาลากลางจังหวัดนนทบุรีได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ถนนรัตนาธิเบศร์

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดนนทบุรี
     

    รถยนต์ มีถนนสายสำคัญ 11 สาย คือ

    • ถนนพิบูลสงคราม ระหว่างเชิงสะพานพระรามหก - สี่แยกโรงภาพยนตร์ศรีพรสวรรค์
    • ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 ระหว่างศาลากลางจังหวัด - สี่แยกโรงภาพยนตร์ศรีพรสวรรค์
    • ถนนติวานนท์ ระหว่างสามแยกวัดลานนาบุญ-ท่าน้ำปทุมธานี
    • ถนนงามวงศ์วาน ระหว่างสี่แยกแคลาย-สี่แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • ถนนนนทบุรี 1 ระหว่างศาลากลางจังหวัด-ถนนติวานนท์
    • ถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างสี่แยกปากเกร็ด-สี่แยกหลักสี่
    • ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ระหว่างสะพานพระรามหก-อำเภอไทรน้อย
    • ถนนบางบัวทอง-ตลิ่งชัน ระหว่างแยกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน
    • ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ระหว่างแยกบางบัวทอง-สุพรรณบุรี
    • ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ระหว่างสามแยกเตาปูน-สามแยกวัดลานนาบุญ
    • ถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างสี่แยกแคลาย-สะพานพระราม 5 -ถนนบางบัวทอง-ตลิ่งชัน

    รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯมีรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) มาจังหวัดนนทบุรี ดังนี้

    • สาย 27 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ประชานิเวศน์ 3) สาย 30 (สายใต้ใหม่-นนทบุรี)
    • สาย 32 (วัดโพธิ์-ปากเกร็ด) สาย 33 (สนามหลวง-ปทุมธานี)
    • สาย 51 (ท่าน้ำบางโพ-ปากเกร็ด) สาย 52 (สถานีรถไฟบางซื่อ-ปากเกร็ด)
    • สาย 63 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-นนทบุรี) สาย 64 (สนามหลวง-ถนนสามเสน-นนทบุรี)
    • สาย 65 (ท่าเตียน-วัดปากน้ำ) สาย 66 (สายใต้ใหม่-ประชานิเวศน์)
    • สาย 69 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามบินน้ำ) สาย 70 (สนามหลวง-ประชานิเวศน์)
    • สาย 90 (ย่านสินค้าพหลโยธิน-ท่าน้ำบางพูน) สาย 97 (โรงพยาบาลสงฆ์-นนทบุรี)
    • สาย 104 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ปากเกร็ด) สาย 114 (แยกลำลูกกา-นนทบุรี)
    • สาย 117 (ห้วยขวาง-วัดเขมาฯ ) สาย 127 (เชิงสะพานกรุงธนฯ-อำเภอบางบัวทอง)
    • สาย 128 (เชิงสะพานกรุงธนฯ-บางใหญ่) สาย 134 (ย่านสินค้าพหลโยธิน-อำเภอบางบัวทอง)
    • สาย 203 (สนามหลวง-นนทบุรี)
    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
    • ปากเกร็ด ๑๐ กิโลเมตร
    • บางกรวย ๑๕ กิโลเมตร
    • บางใหญ่ ๒๐ กิโลเมตร
    • บางบัวทอง ๒๕ กิโลเมตร
    • ไทรน้อย ๓๐ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

     

     

    อำเภอเมือง

     
    ก๋วยเตี๋ยวปลาโบราณ ๓๑/๗ ม.๓ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๑๔๔๐ ๖๐๙๒ (อาหารแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวปลาโบราณ ข้าวขาหมู กระเพาะปลา)
    กุ้งย่างบาหลี ๖๘/๓ ม.๑ ต.บางไผ่ (เชิงสะพานพระราม ๕) โทร.๐ ๑๓๑๔ ๗๘๙๐, ๐ ๑๗๐๒ ๗๗๘๘, ๐ ๖๓๗๖ ๙๐๖๑ (อาหารแนะนำ กุ้งสด ๆ หอยต่าง ๆ อาหารซีฟู้ด)
    ไก่ย่างโคราช ๑๑/๖ ม.๙ ถ.สะพานพระราม ๕ ใกล้บิ๊กซี ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๕๒๖ ๗๐๘๓ โทรสาร๐ ๒๙๖๖ ๗๔๕๓ (อาหารแนะนำ อาหารไทย จีน อีสาน เปิดบริการ ๑๐.๐๐ -๒๔.๐๐ น.)
    ขนมจีนเทวดา ๑๘/๙ ม.๔ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๑๗๓๔ ๙๗๙๐ (อาหารแนะนำขนมจีนน้ำยา สเต็ก สลัด)
    ข้าวหมกไก่สนามบินน้ำ ๑๘๑/๑๑๕ ม.๔ ถ.สนามบินน้ำ ต.ท่าทราย โทร.๐ ๒๙๖๘ ๗๔๔๗ -๘ (อาหารแนะนำ ข้าวหมกไก่ ซุปไก่ ซุปหางวัว เต้าฮวยฟรุตสลัด เต้าฮวยนมสด ลอดช่องน้ำกะทิ)
    ครัวแม่แหวน ๑๙/๔ ม.๒ ถ.สนามบินน้ำ ต.ตลาดขวัญเมือง โทร. ๐ ๒๕๒๗ ๔๕๖๒ (อาหารแนะนำ ปลาช่อนลุยสวน ปลาช่อนน้ำตก แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน แป๊ะซะปลาช่อนนึ่งบ๊วย)
    ครัวลายทอง ๗ ม.๕ ถ.เลี่ยงเมืองนนทบุรี ต.ท่าทราย โทร.๐ ๒๙๖๖ ๙๑๘๐ (อาหารแนะนำ ยำตำลึงลายทอง ปลาช่อนน้ำตก ไข่หลอกลวง ยำคะน้ากรอบ)
    จันทร์เจ้าเอ๋ย ๖๕/๕ ม.๑ ถ.นครอินทร์ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๔๔๖ ๖๑๕๕, ๐ ๖๓๘๙ ๔๘๗๗ (อาหารแนะนำ อาหารทางภาคเหนือ – ภาคกลาง ปลากะพงจันทร์เจ้าเอ๋ย)
    ซัน บุฟเฟ่ต์อินเตอร์ ๒๖/๑๓ ม.๑๐ ถ.พระราม ๕ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๖๙๑๖ – ๗ (อาหารแนะนำ อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อีสาน หมูกะทะ ซีฟู้ด)
    ณนนท์ ๖๙/๓ ม.๑ ต.บางไผ่ โทร. ๐ ๙๙๒๑ ๕๕๘๘, ๐ ๑๙๒๕ ๘๒๙๐ (อาหารแนะนำ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ คอหมูย่างกระทะร้อน ปลากะพงผัดพริกไทยดำ)
    เฌอแตม ๑๔/๔๗ ม.๙ สะพานพระราม ๕ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๘๓๒๔ – ๕
    ดรีม เบเกอรี่ (ตลาด อ.ต.ก. ๓) ๔๔/๘-๙ ถ.เลี่ยงเมือง ต.ตลาดขวัญเมือง โทร.๐ ๒๙๖๙ ๓๓๘๘ (อาหารแนะนำ เค้ก คุกกี้ ขนมปัง สเต็ก (ปลากะพงขาว)
    แดรี่ควีนริมน้ำ ๒๗/๔ ม.๓ ถ.รัตนาธิเบศร์ เชิงสะพานพระนั่งเกล้า โทร. ๐ ๒๙๒๑ ๘๖๗๐–๕อาหารแนะนำ ยำสามกรอบ ห่อหมกขนมครกเรือทานอาหารล่องแม่น้ำออก ๒๐.๐๐ น. ในวันอาทิตย์-พฤหัสบดีท่านละ ๑๒๐ บาท (ล่องเรือจากสะพานพระนั่งเกล้า-สะพานพระราม ๘) ในวันศุกร์-เสาร์ ท่านละ ๑๕๐ บาท (ล่องเรือจากสะพานพระนั่งเกล้า-วัดอรุณฯ)
    ต้นตำรับ ๓๕/๖๒ ม.๘ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๙๖๙ ๙๐๒๘ (อาหารแนะนำ ไก่ย่างกอและ ส้มตำปูไข่ดอง ปลากะพงราดซอสส้ม)
    ท่าเรือ เมืองกาญจน์ ๒๙/๒ ม.๒ ถ. พระราม ๕ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๘ ๓๔๖๗ (อาหารแนะนำ อาหารไทย จีน ปูทะเลผัดผงกะหรี่ ปูดองท่าเรือ ลูกชิ้นหมู หมูตุ๋น หมูเด้ง เนื้อตุ๋น)
    ทูเก็ทเซอร์ อีสซี่ แอนด์ รีแล็ก ไทม์ ๖๙/๑๒ ม.๑ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๔๔ ๗๑๖๖๗, ๐ ๖๓๑๐ ๔๓๑๗ (ขาหมูเยอรมัน ปลาช่อนทอดตะไคร้ ห่อหมกทะเล)
    ธนู หัวปลาหม้อไฟ ๑/๔ ม.๓ ถ.พระราม ๕ วงแหวน(ตะวันตก) ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๘๘๖ ๗๙๗๖-๗, ๐ ๑๘๕๖ ๗๔๖๓, ๐ ๖๓๒๒ ๔๘๒๓ (อาหารแนะนำ อาหารจีน ไทย เปิดบริการเวลา ๑๑.๐๐ – ๐๒.๐๐ น.)
    นิตยาไก่ย่าง (สาขารัตนาธิเบศร์) ๙๖/๑๙ ม.๘ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๕๒๗ ๐๕๕๓ (อาหารแนะนำ ไก่ย่าง ปลาช่อนเผา แกงลาวเห็ดโคน)
    นิตย์ ไก่ย่างเขาสวนกวาง ๗๐/๓๐ ถ.สะพานพระราม ๕ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๘ ๓๘๔๑ -๒ (อาหารแนะนำ ไก่ย่าง ปลาช่อนเขาสวนกวาง ปลาช่อนลุยสวน ตำปูไข่ดอง)
    นัดพบเมืองนนท์ ๒๙ ม.๗ ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๕๒๕ ๒๖๙๙ (อาหารแนะนำ แกงคั่วปลากระทิงเนื้อย่าง ไก่บ้านลวนขิงกรอบ ปลาเนื้ออ่อนผัดนายอำเภอ ปลาตะเพียนต้มเค็ม แกงคั่วกบย่างกระท้อน)
    โนเดาว์ท ๑๑๕/๒ ม.๓ ถ.นครอินทร์ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๑๘๓๘ ๐๙๑๓ (อาหารแนะนำ ปลาเก๋าโนเดาว์ท ปลาแรดสามรส ยำทะเลสามแซ่บ ยำสามสาว เปิดบริการเวลา ๑๖.๐๐–๐๑.๐๐ น.)
    บางกอก ๒๖/๑ถ ม.๑๐ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๖๖๑๑ (อาหารแนะนำ สเต็ก และอาหารไทย)
    บ้านเคียงน้ำ ๗๔/๔๖ ม.๘ ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๕๒๕ ๘๕๐๕ (อาหารแนะนำ ปลาแรดทอดกระเทียม ปลาช่อนเคียงน้ำ ต้มโคล้งไก่บ้านใบมะขามอ่อน ปลากะพงย่างเกลือ)
    ไฝทอง ๒๑๑/๑๕๑ ถ.ติวานนท์ ปากซอย ๒๒ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๕๘๘ ๒๓๔๖, ๐ ๒๙๕๐ ๗๒๑๙ เปิดเวลา ๑๑.๐๐–๒๓.๐๐ น. (จำหน่ายอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารแนะนำ ไก่บ้านย่าง ลาบปลาตะเพียน แกงอ่อมปลาดุกนา)
    ภัตตาคารนมสด และร้านนมสดจิตรลดา ๑๒๐ / ๑๔-๑๗ ม.๒ ต.บางเขน โทร.๐ ๒๕๙๑ ๑๓๒๗-๙ (อาหารแนะนำ อาหารจีน อาหารซีฟู้ด ขนมปังปิ้ง นมสด เครื่องดื่มต่างๆ)
    ภัตตาคารแม่ศรี ๖๒/๔ – ๕ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๕๘๐ ๒๙๑๖ (อาหารแนะนำ เป็ดพะโล้ เนื้อปูผัดผงกระหรี่ ออส่วน)
    ภัตตาคารริมฝั่ง ๒๕๓/๒ ม.๔ ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๕๒๕ ๒๓๔๔ (อาหารแนะนำ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม แกงส้ม)
    มะรุม ๑๙/๙ ม.๓ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๕๒๗ ๗๙๖๑ (อาหารแนะนำ ปลาช่อนมะรุม ปลาคังผัดฉ่า)
    มงคลชัย ๑ ๕๗/๑๗๑๑ ม.๑๑ ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๕๒๗ ๓๙๓๙ (อาหารแนะนำ ข้าวมันไก่ ข้าวหมูอบ ข้าวเนื้ออบ ข้าวไก่ทอด)
    มันดาเล ๕๕/๑-๒ ม.๘ เชิงสะพานพระราม ๕ ถ.นครอินทร์ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๗๓๗๖ – ๙ โทรสาร ๐ ๒๙๖๖ ๗๓๗๙ (อาหารแนะนำ ปลาช่อนมันดาเล กุ้งนึ่งกระเทียมโทน พล่าปลาซามอน ไก่กระทงอบกรอบ)
    แม่ปรุงปลาเผา ซีฟู้ด ๓/๓ ม.๓ ถ.พระราม ๕ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๘๗๙ ๖๖๖๙, ๐ ๑๖๙๖ ๓๘๓๔, ๐ ๖๓๐๓ ๕๑๑๙ (อาหารแนะนำ ปลาช่อนเผาเกลือ ลาบเป็ดกรอบ ต้มแซ่บปลากด)
    แม่ปูปลาเผา ๓/๓ ม.๓ ถ.สะพานพระราม ๕ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๘๗๙ ๖๖๖๙, ๐ ๑๖๙๖๓๘๓๔, ๐ ๑๘๗๕ ๙๔๘๕, ๐ ๖๓๐๖ ๕๑๑๙ (อาหารแนะนำ ปลาทับทิมเผาอบเกลือ กุ้งสะดุ้งไฟ ปลากะพงสมุนไพร)
    แม่ศรี ๖๒/๔-๕ ม.๘ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๕๘๐ ๒๙๑๖ (จำหน่ายอาหารจีน อาหารแนะนำ เป็ดพะโล้ ออส่วน เนื้อปูผัดผงกะหรี่ เต้าหู้ทรงเครื่อง หูฉลาม)
    ระพีพัชร (เจ้าพระยาริเวอร์ควีน) สาขา ๓ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิงสะพานพระนั่งเกล้า โทร.๐ ๙๘๕ ๒๙๑๔ – ๕ (อาหารแนะนำ ไก่ย่างปักธงชัย ปลาช่อนลงสรง)
    รังต่อ ๑/๒๐๐ ม.๑๐ ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๘๑๙๑
    ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเอง ๖๓/๑๑๓/๑๑ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๙๕๐ ๘๑๑๗ (อาหารแนะนำ เส้นปลาแห้ง เล็กต้มยำ บัวลอยเซียงไฮ้น้ำขิง)
    ร้านศูนย์คอสเวย์ ๒๕ / ๗ ม.๔ ถ.สนามบินน้ำ ต.ท่าทราย โทร.๐ ๒๙๖๘ ๑๕๔๙ (อาหารแนะนำ เนื้อแดดเดียว ปลาดุกฟูผัดพริกขิง)
    ร้านอาเฮงหัวปลาหาดใหญ่ ๕๘/๓ ม.๓ ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๖๐๑๓ ๘๘๙๕ (อาหารแนะนำ ทอดปลาผัดนึ่ง)
    ริมฝั่ง (หอนาฬิกาท่าน้ำนนท์) ๒๓๕/๒ ม.๔ ถ.ประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ โทร. ๐ ๒๕๒๕ ๑๗๔๒ (จำหน่ายอาหารไทย จีน อาหารแนะนำ ปลาช่อนนึ่งอีสาน แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน กุ้งเต้น ทอดมันกุ้ง เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    ริเวอร์ฮัท ๑๐๔ ม.๒ ถ.นนทบุรี ๑ ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๙๖๙ ๒๒๑๑ (อาหารแนะนำ ยำกุ้งฟู กุ้งสวรรค์มันปู ปลากะพงทอดน้ำปลา)
    เรืออาหารเย็นพระยา ๗/๒ ม.๒ ถ.นนทบุรี ๑ ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๕๒๕ ๑๓๒๗ (อาหารแนะนำ ปูนิ่มกระเพรากรอบ ห่อหมกปลาช่อน ส้มตำปลากรอบ ปลาทับทิมสามรส)
    เรือนเพ็ญ ริเวอร์ ๑๓/๒ ม.๓ เชิงสะพานพระนั่งเกล้า ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า โทร. ๐ ๒๕๙๔ ๓๙๗๘–๙ โทรสาร๐ ๒๙๒๒ ๒๒๔๘ (อาหารแนะนำ วิหคคืนรัง ปลาสำลียำมะม่วง)
    ลาบเป็ดนิตยา ๑๒๒ /๓๓ ถ.ติวานนท์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๕๘๘ ๒๘๐๓ (อาหารแนะนำ ปากเป็ดเทวดา ต้มยำไก่ ยำต่างๆ)
    ลายไม้ ๖๘/๑๐๑ -๑๐๓ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๙๖๙ ๘๑๐๙ -๑๐ (อาหารแนะนำ เนื้อปลาเก๋าผัดพริกไทยดำ ปลาดุกฟูผัดพริกขิง แกงส้มดอกขจร ออส่วนหอยนางรม)
    วิคตอรี่เฮาส์ (ตรงข้ามเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน) ๒๑/๘/๕-๖ ม.๒ ถ.งามวงศ์วาน ต.บางเขน โทร. ๐ ๒๕๘๘ ๔๙๐๕ (จำหน่ายขนมเบเกอรี่ เปิดเวลา ๐๘.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    ส้มตำนารัญย์ฌา ๒๖/๑๕๔๙ ถ.นครอินทร์ (เชิงสะพานพระราม ๕) ต.ตลาดขวัญ โทร.๐ ๒๖๖ ๖๐๕๘ โทรสาร ๐ ๒๖๖ ๖๐๕๘ (อาหารแนะนำ อาหารไทย จีน อีสาน ซีฟู้ด และส้มตำสูตรโล่ห์พระราชทาน)
    สวนอาหารจวนทอง (ใกล้เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์) ๓๐/๒๗ ม.๘ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอโทร. ๐ ๒๕๘๐ ๔๕๘๙, ๐ ๒๙๕๐ ๒๕๔๐-๔ (จำหน่ายอาหารไทย อาหารแนะนำ ปลากะพงนึ่งพริกมะนาว ยำต้นไม้ใบหญ้า กุ้งผัดพริกเจ็ดสี ห่อหมกขนมครก)
    แหลมทองโภชนา ๑๗๗ ม.๔ ถ.สนามบินน้ำ ต.ท่าทราย โทร.๐ ๒๕๒๖ ๙๐๘๐ (อาหารแนะนำ ปลาไหลผัดฉ่า ตะพาบผัดเผ็ด ยำกบหัวปลี แกงคั่วหอยขม แกงป่านก ไก่บ้านใบมะขามอ่อน)
    อนงค์ แอนด์ เบเกอรี่(สาขา ๑) ๙๙/๑ ซ.ท่าอิฐ ต.ไทรม้า โทร.๐ ๒๙๒๖ ๑๗๙๗ (สาขา ๒) ๔๑ /๘๖ – ๘๗ ม.๘ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร.๐ ๒๕๘๐ ๓๘๖๒ (อาหารแนะนำ ผัดเผ็ดซี่โครงโบราณ ข้าวคลุกกุ้งกรอบหน่อกะลา ปูนิ่มกระเทียม)
     

    อำเภอปากเกร็ด

     
    เก็จแก้ว ๕๐/๘๓๓–๘๓๖ ม.๖ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บ้านใหม่ โทร. ๐ ๒๙๘๔ ๐๑๕๕-๖ (อาหารตามสั่ง เน้นอาหารปักษ์ใต้ อาหารแนะนำ : แกงเหลืองกุ้งชะอมทอด ปลากะพงผัดพริกขิง ซี่โครงหมูจิ้มเต้าเจี้ยว ยำยอดมะพร้าวกุ้ง ปลากุเลาทอดขมิ้น น้ำพริกกุ้งเสียบ ใบเหลียงผัดไข่)
    เกาะเกร็ด (สวนอาหารริมน้ำ) อยู่บนเกาะเกร็ด ใกล้วัดฉิมพลีฝั่งตรงข้ามคือวัดกลางเกร็ด ๑๐๕/๒ ม.๑ ต.เกาะเกร็ด โทร. ๐ ๒๙๖๐ ๘๗๘๘ (อาหารไทย อาหารแนะนำ : แกงเลียงหน่อกะลา ยำสาวมอญ เปิดบริการทุกวันเวลา ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐ น.)
    คาวบอย (บนเกาะเกร็ดใกล้วัดไผ่ล้อม) ๑๕ ม.๖ ต.เกาะเกร็ด โทร. ๐ ๒๙๖๐ ๘๓๐๙ (จำหน่ายเครื่องดื่ม ขนมไทยต่าง ๆ)
    บ้านไทยสวนทิพย์แมกไม้สายธารตำนานไทย ๑๗/๙ ม.๗ ถ.สุขาประชาสรรค์ ๒ ต.บางพูด โทร. ๐ ๒๕๘๓ ๓๗๔๘, ๐ ๒๕๘๓ ๔๕๔๐-๒ โทรสาร ๐ ๒๕๘๓ ๓๗๔๖ บรรยากาศร่มรื่น ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยา(อาหารไทย อาหารแนะนำ : แกงบอน แกงขี้เหล็ก ยำสวนทิพย์ เปิดเวลา ๑๑.๐๐–๒๓.๐๐ น.)
    ส.กุ้งเผา (ใกล้กระทรวงยุติธรรม) ๙๑/๖๒ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ โทร. ๐ ๒๕๘๓ ๓๓๓๒, ๐ ๒๕๘๔ ๒๒๒๐ (อาหารทะเล อาหารอีสาน อาหารแนะนำ : กุ้งเผา ปลาแรดทอดกระเทียม เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐ น.)

    สุนีย์ปลาคัง (ทางเข้าหมู่บ้านลานทอง) ๑๐๐/๙๔๗ ถ.ติวานนท์ ซ.๒๘ ต.บางพูด โทร. ๐ ๒๕๘๓ ๑๕๒๐ (จำหน่ายอาหารไทย อาหารแนะนำ : อาหารประเภทปลา เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)

    ๕๐-๕๐ (ตรงข้ามโรงพยาบาลชลประทาน) ๗๘ ม.๑ ถ.ติวานนท์ ต.บางตลาด โทร. ๐ ๒๙๖๒ ๕๗๘๕(อาหารไทย เวียดนาม อาหารแนะนำ : ปลาตะไคร้ ขาหมูทอด ไส้กรอกเยอรมัน ไส้กรอกปลา ตับหมูผัดพริกไทยดำ เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๒๓.๐๐ น.)

    เหมือนฝัน ๑๕/๘ ม.๔ ถ.แจ้งวัฒนะ (ตรงข้ามเมืองทองธานี) ต.ปากเกร็ด โทร. ๐ ๒๕๗๓ ๗๓๘๑, ๐ ๒๕๗๔ ๒๕๖๐ (อาหารไทยตามสั่ง อาหารแนะนำ : น้ำพริกมะขามสด ต้มโคล้งไก่ใบมะขามอ่อน แกงเขียวหวานโรตี ปลาดุกฟูผัดพริกขิง)
    ยายท้ายครัวไทย (เข้าทาง มสธ.) ๕๙/๔๙ เมืองทองธานี ๓ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด โทร. ๐ ๒๕๗๔ ๕๗๓๕ (อาหารประเภทปลาน้ำจืด อาหารแนะนำ : ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาม้าผัดฉ่า แกงส้มชะอมชุบไข่ เปิดเวลา ๑๐.๓๐–๒๒.๐๐ น.)
    อุทยานอาหารวชิรปราการ ๕๕ ม.๗ ซ.วัดกู้ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางพูด โทร. ๐ ๒๕๘๒ ๒๒๓๓, ๐ ๒๕๘๒ ๒๒๔๔ (อาหารไทย ๔ ภาค อาหารแนะนำ : ปลากะพงสามวัง เต้าหู้ราดมันปู เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางกรวย

     
    ครัวปะทิว ๑๑๗/๖ ต.บางขุนกอง โทร.๐ ๖๕๒๔ ๗๕๓๖ (อาหารแนะนำ : ออส่วนกะทะร้อน (เยาวราช) ทอดมันปลากราย แกงส้มกุ้งชะอมทอด)
    ครัวลุงสง่า ซีฟู้ด ๓๐/๓ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๘๘๑ ๖๗๙๔ (อาหารแนะนำ : ปลาบู่นึ่งซีอิ๊ว ปูเนื้อ–ปูนิ่มผัดผงกะหรี่)
    บลูบางแสน ๙๙/๑๙ ม.๕ ถ.บางกรวย–จงถนอม ต.วัดชลอ โทร.๐ ๒๔๔๖ ๖๕๑๑ – ๑๒ (อาหารแนะนำ :กุ้งเกยหาด หอยตลับอบสมุนไพรไวน์ขาว ปลาดุกผัดโบราณ ยำชะอมกรอบ ปลากะพงทอดน้ำปลา)
    ไสกีโภชนา ๑๑/๑๓–๑๔ ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.วัดชลอ โทร. ๐ ๒๘๘๓ ๘๔๕๑-๒ (เป็ดย่าง อาหารตามสั่ง เปิดเวลา ๐๘.๐๐–๒๐.๐๐ น.
     

    อำเภอบางบัวทอง

     
    เรือนตะวัน ๓๓๓/๘๗ ม.๓ ถ.บางกรวย– ทรน้อย ต.บางรักพัฒนา โทร.๐ ๒๙๒๐ ๙๔๕๗, ๐ ๑๘๔๔ ๒๒๑๒ (อาหารแนะนำ : ติ่มซำ เป็ดย่างหนังกรอบสูตรฮ่องกง โกยซี่หมี่ตำรับฮ่องเต้)
    ลิขิตไก่ย่าง สาขา ๔ (จากเวทีมวยราชดำเนิน) ๘๘ /๑ – ๓ ถ.บางไผ่ – หนองเพรางาม (วัดลาดปลาดุก)
    ต.บางรักพัฒนา โทร. ๐ ๑๕๕๔๖๑๙๙ (อาหารแนะนำ : ไก่ย่างรสดั้งเดิม ปลาช่อนเผาสูตรโบราณ)
    สหรัฐสเต็กเฮาส์ (อยู่ใกล้สมบัติบุรี) ต.บางบัวทอง โทร.๐ ๒๙๗๙ ๙๔๔๘, ๐ ๑๘๔๖ ๗๔๘๑ (อาหารแนะนำ : ปลาแรดทอดตะไคร้ ปลาช่อนบางบัวทอง ต้มยำปลาบึก)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     
    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรคลองพระอุดม ม.๓ ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จำหน่ายกล้วยตากแผ่น กล้วยทอด มะขามแก้ว แชมพูสมุนไพร โทร. ๐ ๒๙๖๐ ๐๐๓๓ (สนับสนุนโดย สำนักงานเกษตรอำเภอปากเกร็ด โทร. ๐ ๒๙๖๐ ๐๐๓๓)
    แหล่งผลิตงานประดิษฐ์จากมะพร้าวทุย ตั้งอยู่ที่ ๑๑๔/๒๘๓ ซ. ๖/๖ บ้านบางบัวทอง ต.บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นการนำเอามะพร้าวทุยซึ่งเป็นมะพร้าวที่ไม่มีเนื้อนำมาแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ โดยใช้เปลือกที่หุ้มกะลาอยู่ แต่ต้องเป็นมะพร้าวที่มีเปลือกแห้งสนิทเพราะเมื่อผลงานที่เสร็จแล้วจะได้ไม่ไม่หดเสียรูป และรูปที่ออกมาจะสวยงาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณรัชช์ เศรษฐบุตร โทร.๐ ๒๙๒๕ ๒๖๙๔ กด ๐
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     

     

     

     

    อำเภอเมือง

     
    โกลเด้น ดราก้อน ๒๐/๒๑ ถ.งามวงศ์วาน ต.บางเขน โทร. ๐ ๒๕๘๙ ๐๑๓๐-๔๑ จำนวน ๑๑๔ ห้อง ราคา ๗๐๐–๒,๕๐๐ บาท
    เดอะเล็คกาซี่ ๙/๓๗ ซ.งามวงศ์วาน ๒๓ ต.บางกะสอ โทร. ๐ ๒๕๙๑ ๗๗๒๐-๙ โทรสาร ๐ ๒๙๕๒ ๘๘๑๙ จำนวน ๑๖๐ ห้อง ราคา ๗๐๐-๑,๔๐๐ บาท
    นนทบุรี พาเลส ๓/๑๙ ม.๑ ถ.นนทบุรี ๑ ต.สวนใหญ่ โทร. ๐ ๒๙๖๙ ๐๑๖๐-๙ โทรสาร ๐ ๒๙๖๙ ๐๑๗๑ จำนวน ๑๖๘ ห้อง ราคา ๙๐๐-๓,๕๐๐ บาท
    นนท์นที รีสอร์ท แอนด์ สปา ๙/๖๙ ม.๕ ต.บางไผ่ โทร.๐ ๒๘๗๙ ๕๗๗๔, ๐ ๒๘๗๙ ๕๗๗๓, ๐ ๖๙๘๒ ๓๓๒๓ โทรสาร ๐ ๒๘๗๙ ๖๘๘๙ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐ – ๑,๘๐๐ บาท
    ปาร์ค อินน์ โฮเต็ล ๓๐/๑๑ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๕๘๙ ๙๒๒๕-๙ จำนวน ๕๔ ห้อง ราคา ๖๐๐ บาท
    พี เอส พี เซอวิส อพาร์ตเมนท์ ๑๔๐ ม.๗ ซ.พิบูลสงคราม ๙ ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ โทร.๐ ๒๙๖๖ ๖๔๓๑-๔ โทรสาร ๐ ๒๙๖๖ ๕๔๑๔ กด ๙ จำนวน ๙๐ ห้อง ราคา ๕๐๐–๗๐๐ บาท
    ริชมอนด์ โฮเต็ล ๖๙/๗๘๓-๗๘๗ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๕๙๑ ๗๘๕๔–๖๓ โทรสาร ๐ ๒๕๘๐ ๙๘๗๙ จำนวน ๑๑๖ ห้อง ราคา ๑,๑๐๐-๒,๐๐๐ บาท
    ริเวอร์ ไรน์เพลส เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ๙/๒๘๐ ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ โทร. ๐ ๒๙๖๖ ๖๑๑๑ โทรสาร ๐ ๒๙๖๖ ๖๒๘๘ หรือ www.narai-proprety.com จำนวน ๑๒๘ ห้อง ราคา ๕๓,๐๐๐ บาท / เดือน
    รีเจ้นท์ งามวงศ์วาน ๒๘๘/๑๖ ถ.งามวงศ์วาน ซ.๙ ต.บางกระสอ โทร. ๐ ๒๙๕๒ ๕๕๐๐ โทรสาร ๐ ๒๙๕๒ ๗๓๔๘ จำนวน ๑๗๐ ห้อง ราคา ๔๙๐-๖๙๐ บาท อพาร์ตเมนท์จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา (ห้องพัดลม)๒,๕๐๐ บาท ราคา (ห้องปรับอากาศ) ๓,๙๐๐ บาท
     

    อำเภอปากเกร็ด

     
    บ้านอิงน้ำ (ข้ามสะพานนวลฉวี เลยแยกบางคูวัดไป ๔ กิโลเมตร) ๑๔ ม.๓ ต.คลองพระอุดม โทร. ๐ ๒๙๖๒ ๗๗๕๐, ๐ ๙๐๒๘ ๑๐๒๘ โทรสาร ๐ ๒๙๖๒ ๗๗๕๓ จำนวน ๑๓ ห้อง ราคา ๗,๔๐๐–๑๓,๐๐๐ บาท เว็บไซต์www.baningnam.com e-mail : info@baningnam.com
    อีสเทิร์น เลคไซด์ ๕๐/๔๙๒ (ในหมู่บ้านเมืองทองธานี ๓) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บ้านใหม่ โทร. ๐ ๒๕๐๓ ๒๐๖๒–๘๑ โทรสาร ๐ ๒๕๐๓ ๒๐๖๑ จำนวน ๑๔๓ ห้อง ราคา ๒,๓๑๑-๗,๘๖๐ บาท
     

    อำเภอบางใหญ่

     
    บ้านไม้หอม ๔๑/๔ ม.๖ ต.บางใหญ่ โทร. ๐ ๒๔๔๙ ๗๘๓๓-๔, ๐ ๒๔๔๙ ๗๘๓๖-๙ ต่อ ๑๐๑ โทรสาร ๐ ๒๔๔๙ ๗๘๓๕ หรือ www.baanmaihom.com, E-mail: room@baanmaihom.com จำนวน ๑๑ หลัง ราคา ๔๐๐ บาท (รายเดือน ๔,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท)
    บ้านสวนศิลป์ไทยสบาย ๕๙/๗ ม.๘ ซ.วัดศรีราษฎร์ ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน โทร. ๐ ๒๙๒๑ ๕๑๗๕, ๐ ๒๙๒๑ ๕๑๘๕ จำนวน ๒ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท (๗๕๐ บาทต่อคืนรวมอาหารเช้า)
    The Thai House ติดคลองบางม่วง ๓๒/๔ ม.๘ ต.บางม่วง โทร. ๐ ๒๙๐๓ ๙๖๑๑, ๐ ๒๙๙๗ ๕๑๖๑ โทรสาร ๐ ๒๙๐๓ ๙๓๕๔ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๑,๔๐๐-๑,๖๐๐ บาท เว็บไซต์ www.thaihouse.co.th e-mail : staythai@thaihouse.co.th, pip_thaihouse@hotmail.com
     

    อำเภอบางกรวย

     
    ที ดี เพลส แอนด์ แมนชั่น ๘๘ ม.๖ ต.วัดชลอ โทร.๐ ๒๘๘๖ ๓๒๓๒–๓๓ โทรสาร ๐ ๒๘๘๖ ๓๒๒๕ จำนวน ๑๒๐ ห้อง ราคา ๗๕๐ – ๙๐๐ บาท / วัน ราคา ๔,๕๐๐ – ๘,๕๐๐ บาท / เดือน
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

    • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี ๐ ๒๕๘๐ ๐๗๕๑, ๐ ๒๕๘๙ ๗๖๑๕
    • เทศบาลปากเกร็ด ๐ ๒๙๖๐ ๙๗๐๔-๑๔
    • อำเภอปากเกร็ด ๐ ๒๕๘๓ ๘๓๒๖, ๐ ๒๕๘๓ ๙๘๗๘
    • องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด ๐ ๒๕๘๓ ๙๕๔๔
    • ที่ว่าการอำเภอไทรน้อย ๐ ๒๕๙๗ ๑๑๗๘
    • โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ๐ ๒๕๒๗ ๐๒๔๖-๕๓
    • โรงพยาบาลนนทเวช ๐ ๒๕๘๙ ๐๑๐๒ – ๗
    • ตำรวจทางหลวง ๑๑๙๓
    • ตำรวจท่องเที่ยว ๑๑๕๕
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
    งานสงกรานต์ของชาวมอญ อำเภอปากเกร็ด ที่เกาะเกร็ด จัดหลังจากวันที่ ๑๓ เมษายน ไป ๑ สัปดาห์ มีขบวนแห่และการละเล่นต่าง ๆ แบบมอญ
    งานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองนนท์ กำหนดจัดงานช่วงกลางเดือนเมษายน - ต้นมิถุนายนของทุกปี บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลากลางเก่า อำเภอเมือง มีการจำหน่ายผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับของนนทบุรีเช่น ทุเรียน มังคุด กระท้อน มะไฟ มะม่วง ฯลฯ
    ประเพณีการทำบุญตักบาตรพระร้อยแปด เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานแล้วในอำเภอบางกรวย โดยจัดขึ้นตามลำน้ำในคลองบางกอกน้อยหลายวัดด้วยกันคือ วัดไทยเจริญ วัดบางไกรนอก วัดอุทยาน และวัดบางไกรใน ในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็นประจำทุกปี
     
    ประเพณีรำมอญ เป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของมอญ และยังคงเหลืออยู่สืบต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ลูกหลานมอญรุ่นหลังๆ ยังคงได้รับการถ่ายทอดศิลปะนี้ไว้ตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปากเกร็ด พระประแดงและปทุมธานียังมีผู้ที่รำมอญได้จำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งวงปี่พาทย์มอญที่บรรเลงประกอบการรำก็ยังคงมีอยู่หลายวงเช่นกัน
     
    งานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา ใต้ฟ้านนท์ เป็นงานวัฒนธรรรมประจำปีที่ยิ่งใหญ่ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ ปีในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน ณ บริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร และอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ในการจัดงานมีการแสดงสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ของทุกอำเภอ มีงานแสดงแสงเสียงของจังหวัด และการแสดงทางวัฒนธรรมไทย
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
    ศาลหลักเมืองเดิม ตั้งอยู่ที่ปากคลองอ้อม ตำบลศรีเมือง ฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๐๘ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้า ฯให้ย้ายที่ตั้งเมืองนนทบุรีจากบ้านตลาดขวัญมาอยู่ที่ปากคลองอ้อม ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ตั้งเมืองนนทบุรีกลับมาตั้งที่บ้านตลาดขวัญดังเดิม ศาลหลักเมืองที่ปากคลองอ้อมจึงยังคงอยู่ที่เดิมถึงปัจจุบัน
    วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลสวนใหญ่ ห่างจากตัวเมืองมาทางด้านใต้ประมาณ ๒ กิโลเมตร ด้านหน้าของวัดติดริมฝั่งแม่น้ำ ส่วนด้านหลังติดถนนพิบูลสงคราม มีพื้นที่ประมาณ ๒๖ ไร่เศษ เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเรียกว่า “วัดเขมา” ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นวัดที่อยู่ในสังกัดบัญชีกฐินหลวงของกรมพระราชวังบวรฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินี ทรงขอวัดนี้มาอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และทรงปฏิสังขรณ์ใหม่เรียกว่า วัดเขมา ยังไม่มีสร้อยต่อท้ายต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอาราม และพระราชทานสร้อยนามต่อท้ายว่า “วัดเขมาภิรตาราม” ปีพ.ศ. ๒๕๒๕ พระราชวงศ์จักรีมีอายุ ๒๐๐ ปี มีพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ คณะกรรมการวัด มีความเห็นว่าวัดนี้มีความสำคัญกับราชวงศ์จักรี พระบรมวงศานุวงศ์ทรงให้ความอุปถัมภ์บำรุงมาตลอด จึงมีมติสร้างศาลาอเนกประสงค์ชื่อศาลา ๒๐๐ ปีกรุงรัตนโกสินทร์
    ภายในวัดมีพระมหาเจดีย์ สูง ๓๐ เมตร ตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อเก่าแก่ ศิลปะสมัยอยุธยาอัญเชิญมาจากพระราชวังจันทร์เกษม ภายในวัดมีพระตำหนักแดงและพระที่นั่งมณเฑียรตั้งอยู่ด้วย การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๑๘๔ หรือรถโดยสารสองแถวสายเรวดี-วัดปากน้ำ หรือเรือด่วนเจ้าพระยา โดยลงที่ท่าน้ำนนทบุรี แล้วต่อรถโดยสารประจำทางสาย ๒๐๓ หรือโดยสารเรือข้ามฟากจากท่าน้ำบางศรีเมือง ไปฝั่งท่าน้ำนนทบุรีแล้วต่อด้วยรถโดยสารประจำทางสาย ๒๐๓
    วัดสังฆทาน ตำบลบางไผ่ สันนิษฐานว่าเดิมชื่อวัดศาริโข สร้างขึ้นในราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยช่างที่มีความชำนาญตามแบบลังกาวงศ์ในสมัยกรุงสุโขทัย วิเคราะห์จากหลักฐานพุทธลักษณะจากองค์หลวงพ่อโตและกระเบื้องเชิงชายหรือกระเบื้องหน้าอุดของหลังคาอุโบสถหลังเก่าและอิฐที่สร้างองค์พระกับฐานพระอุโบสถ องค์พระประธานคือหลวงพ่อโตซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิปูนปั้น มีพุทธลักษณะและพุทธศิลป์เป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง ต่อมาได้กลายเป็นวัดร้างแต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและที่อื่นๆ ยังคงมาสักการะบูชาองค์หลวงพ่อโตมิได้เสื่อมคลาย ชาวบ้านจึงต้องนิมนต์พระจากละแวกใกล้เคียงมาเพื่อถวายสังฆทานจนถูกเรียกขานกันติดปากว่า “วัดสังฆทาน”
    สิ่งที่น่าชมในวัดคือ อุโบสถแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ใช้เวลาสร้าง ๑ ปีครึ่งมีสองชั้น ชั้นบนเป็นที่สำหรับบวชพระภิกษุ ใช้เป็นสถานที่สวดมนต์ นั่งสมาธิ ชั้นล่างเป็นห้องรับบริจาคและห้องสมุด
    วัดนี้มีลักษณะแบบสำนักป่ามีธรรมชาติรอบข้างร่มรื่นเหมาะแก่ผู้ประสงค์จะเจริญภาวนา มีกุฏิแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นรูปเรือ มีโครงการบวชเนกขัมมะ (สตรีผู้ถือศีล ๘) ทุกวัน สอบถามที่วัดสังฆทาน โทร. ๐ ๒๔๔๗ ๐๗๙๙
    การเดินทาง
    รถยนต์ จากฝั่งกรุงเทพฯ วิ่งไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ข้ามสะพานพระราม ๕ ชิดซ้ายจะเห็นป้ายวัดสังฆทาน เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร หรือ นั่งเรือข้ามฟากจากท่าน้ำนนทบุรีไปท่าน้ำบางศรีเมืองและต่อรถสองแถวเข้าไปยังวัดสังฆทาน
    วัดโชติการาม ตั้งอยู่ที่ตำบลบางไผ่ ไปทางที่ว่าการ อบต.บางไผ่ เดิมชื่อวัดสามจีน สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ ซุ้มประตูหน้าต่างที่พระอุโบสถเป็นลวดลายปูนปั้นประดับเครื่องถ้วยลายครามและเบญจรงค์ บานประตูวิหารเป็นไม้จำหลักรูปเซี่ยวกางสวยงามมาก โบราณสถานในวัดได้แก่ วิหารทรงโรงก่ออิฐถือปูน ๓ ห้อง ภายในมีพระประธานปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี มีจิตรกรรมฝาผนังภายใน ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ส่วนใหญ่เป็นภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ เช่น ตอนมารผจญ ตอนสัตตมหาสถาน ตอนเสด็จโปรดพุทธมารดาเสด็จจากดาวดึงส์ การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปวัดสังฆทาน จะมีป้ายชี้บอกตลอดทาง
    วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ซอยเฉลิมพระเกียรติ ๑๕ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๐ เพื่อถวายพระอัยกา พระอัยกีและสมเด็จพระราชชนนี มาสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ ๔ ภายในเขตพระอารามมีความสงบ สะอาด ร่มรื่น ศิลปะสถาปัตยกรรมอนุรักษ์รูปแบบเดิมไว้ แม้สิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็มีความกลมกลืนกับสถาปัตย์เดิม วัดนี้ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปีพ.ศ. ๒๕๓๖ จากสมาคมสถาปนิกสยาม สถาปัตยกรรมในวัดที่น่าสนใจได้แก่ พระอุโบสถ เป็นศิลปะแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓ (คือ ศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากจีนมาผสม) หลังคามุงด้วยกระเบื้องรางดินเผาชนิดกาบกล้วยไม่เคลือบสี ถือปูนทับแนวทำเป็นลอนลูกฟูกแบบเก๋งจีน หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี สลับลวดลายใบดอกพุดตาน กระจังฐานพระ ช่อฟ้าใบระกา ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสลับลายจากประเทศจีน ผนังด้านในเขียนสีลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง มีช่อดอกพุดตานภายใน เพดานลายฉลุปิดทอง ซุ้ม ประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นรูปใบและดอกพุดตาน พื้นประดับกระจก
    ผนังภายในพระอุโบสถเขียนสีลายดอกไม้ร่วง บานประตูหน้าต่างเขียนลายทองรดน้ำ กรอบประตูหน้าต่างประดับปูนปั้นยกดอกพุดตาน พื้นประดับกระจกส่วนด้านในของบานประตูหน้าต่างเขียนรูปกอบัว ดอกบัว นก และสัตว์น้ำ
    พระประธานในพระอุโบสถวัดเฉลิมพระเกียรติเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองแดงทั้งองค์ มีตำนานเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯให้ขุดแร่ทองแดงที่อำเภอจัณทึก จังหวัดนครราชสีมา ได้แร่ถลุงเป็นเนื้อทองแดงมาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะใช้ทองแดงนั้นให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่พระพุทธศาสนาก่อน จึงโปรดเกล้าฯให้หล่อพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอาราม ซึ่งทรงสร้างใหม่ ๒ พระอาราม คือ วัดราชนัดดากับวัดเฉลิมพระเกียรติ และยังได้โปรดเกล้าฯให้หล่อพระพุทธรูปปางอื่นอีก ๓๔ ปางด้วย พระประธานนี้หล่อเสร็จเรียบร้อยเมื่อพ.ศ. ๒๓๘๙ เฉพาะที่อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดราชนัดดานั้น เวลาชักเคลื่อนองค์พระไปวัดเกิดอาเพศ ตะเฆ่ (เครื่องลากเข็นของหนัก รูปเตี้ยๆ มีล้อ) ประดิษฐานพระไปทับเอาเจ้าพระยายมราช (บุญนาค) กับทนายอีก ๒ คน ตาย เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ถวายพระนามพระประธานว่า “พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา”
    ภายในพระวิหารหลวง หรือเรียกกันว่า วิหารพระศิลาขาว อยู่ด้านทิศใต้ของพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานศิลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมาเมื่อพ.ศ. ๒๔๐๑ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้ายขวาเป็นพระศิลานั่งพับเพียบซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงองค์เดียว
    พระเจดีย์ อยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆัง มักเรียกกันว่า ทรงลังกา เนื่องจากได้รับแบบอย่างมาจากลังกา พร้อมกับการเผยแพร่เข้ามาของพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ มีฐานแปดเหลี่ยมสองชั้นสูง ๔๕ เมตร ภายในบรรจุพระบรมธาตุ
    ยังมีถาวรวัตถุอื่นที่สำคัญ เช่น การเปรียญหลวง อาคารแบบผสมระหว่างอาคารทรงไทยกับเครื่องบนหลังคาแบบจีน ลักษณะเป็นตึกทรงโรงมีเสาอยู่ข้างใน ภายในประดิษฐานพระชัยวัฒน์ ซึ่งหาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมี กุฏิทรงไทย อยู่ด้านเหนือเขตพุทธาวาสจำนวน ๒๐ หลัง เป็นเรือนไทยภาคกลางใต้ถุนสูง กำแพงแก้วและป้อมปราการ เป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน มีใบเสมาเหมือนกับกำแพงพระบรมมหาราชวัง มีป้อมปราการทั้งสี่มุม มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และพระศรีมหาโพธิ์ ต้นโพธิ์พันธุ์พุทธคยาที่ได้มาสมัยรัชกาลที่ ๔
    อุทยานกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่ซอยเฉลิมพระเกียรติ ๑๓ ถัดจากวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ กรมธนารักษ์เป็นผู้จัดสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และเพื่อเป็นที่พักผ่อนของประชาชน และเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้น้ำ ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์น้ำชนิดต่างๆ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา ๐๕.๓๐-๑๘.๓๐ น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม
    อาคารที่เป็นจุดเด่น คือ วิมานสราญนวมินทร์ เป็นพลับพลาโถงเครื่องยอดแหลม ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาลดชั้นยอดแหลมทรงมณฑป ประดับฉัตรสามชั้นสัญลักษณ์แสดงเครื่องยศของประเภทอาคารชั้นสูง
    ถัดมาไม่ไกลเป็นเรือนไทยหมู่สำหรับพักผ่อนและบริการ เป็นเรือนไม้สักทั้งหลัง ประเภทเครื่องสับลูกประสัก(ลูกประสักคือไม้หมุดสำหรับตรึงกงเรือนต่างตะปู)ระดับชั้นคหบดีแต่โบราณ
    บริเวณริมน้ำจากท่าเรือรับเสด็จเป็นส่วนของอาคารพลับพลาโถงจตุรมุขรับเสด็จ เป็นศาลาโล่งหลังคาลดชั้นสี่ทิศ และศาลาบริวารทั้งสามหลังเป็นงานไม้เครื่องลำยองรูปแบบอย่างโบราณ ลวดลายประยุกต์ออกแบบตามฉันทลักษณ์ ใช้ไม้สักแกะลงรักปิดทองคำเปลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ประดับกระจกสีให้เหมาะกับลักษณะใช้สอยที่เป็นอาคารประกอบพิธี
    สุดมุมริมน้ำเป็นอาคารบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีแต่เดิม เป็นจุดเริ่มเข้าไปยังบรรยากาศของสวนผลไม้ที่อนุรักษ์ไว้ มีทั้งสวนกระท้อน ทุเรียน มังคุด ขนุน มะพร้าวน้ำหอม เป็นต้น
    การเดินทาง
    รถยนต์ เข้าไปตามถนนบางกรวย-ไทรน้อยแล้วเลี้ยวเข้าท่าน้ำนนทบุรี(ฝั่งธนบุรี) จะมีป้ายบอกทางตลอด หากมาจากฝั่งกรุงเทพฯข้ามสะพานพระราม ๕ แล้วแยกเข้าถนนบางกรวย–ไทรน้อย หรือข้ามจากสะพานพระนั่งเกล้า ถึงแยกบางพลู เลี้ยวซ้ายผ่านวัดสวนแก้ว ขับไปตามทางมีป้ายบอกทางเช่นกัน
    เรือ นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปยังท่าน้ำนนทบุรีแล้วลงเรือหางยาวประจำเส้นทางไปคลองบางใหญ่ ออกจากท่าน้ำนนทบุรีทุก ๒๐ นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๕ นาที
    รถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถโดยสารประจำทางหรือรถสองแถวจากท่าน้ำนนทบุรี (ฝั่งธนบุรี)
    วัดปราสาท สมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หน้าบันพระอุโบสถเป็นไม้สักสลักรูปนารายณ์ทรงครุฑ (ปัจจุบันตัวครุฑถูกขโมยไปแล้ว) เครื่องบนเป็นไม้สักประดับด้วยรวยมอญ (ตัวไม้แกะสลักที่ทอดตัวลงมาบนหัวแปตอนหน้าจั่ว เป็นศิลปะมอญ) ตรงหุ่นนก (สามเหลี่ยม ข้างรวยมอญ) เป็นรูปราชสีห์และคชสีห์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นโบสถ์แบบมหาอุดไม่มีการเจาะฝาผนังเลย ฐานพระอุโบสถเป็นแบบตกท้องช้างหรือท้องสำเภา (การสร้างโบสถ์แบบตกท้องช้างนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางสถาปัตยกรรม คือเมื่ออากาศร้อน ความร้อนจะลอยตัวขึ้นสูงอากาศเย็นจะพัดเข้าแทนที่ได้สะดวก) ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานและพระสาวก มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยฝีมือของสกุลช่างชั้นสูงนนทบุรี เรียกว่าทศชาติชาดก นับว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนนทบุรี ถือว่าวัดนี้เป็นวัดหนึ่ง ที่ดำเนินการอนุรักษ์โบสถ์และศิลปกรรมได้อย่างถูกวิธี จึงทำให้เป็นแหล่งวิทยาการที่น่าสนใจยิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ บนศาลาการเปรียญยังมีธรรมาสน์ที่มีอายุเก่าแก่พอกับโบสถ์ ประดับลวดลายตกแต่งอย่างสวยงาม วัดนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการอนุรักษ์ศิลปกรรมได้อย่างถูกต้อง เป็นที่เชิดหน้าชูตา
    การเดินทาง
    รถยนต์ วัดนี้ตั้งอยู่ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย จากสะพานพระนั่งเกล้า ตรงไปสี่แยกไฟแดงที่ ๒ เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย ผ่านวัดสวนแก้ว ตรงไปทางเส้นบางกรวย-ไทรน้อย จะเห็นป้ายบอกทางไปวัด หรือ จากท่าน้ำนนทบุรีนั่งเรือข้ามฟากมา โดยสารรถสองแถวสายบางใหญ่-ท่าน้ำ คิวรถอยู่ใกล้กับวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร
    เรือ ต้องเดินจากท่าเรือผ่านสวน ของชาวบ้านเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร
    พิพิธภัณฑ์มานุษยชาติวิทยา เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งแรกของไทย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ชั้นล่างจัดแสดงความเป็นมาเกี่ยวกับโลก ชีวิตพืช สัตว์ มนุษย์ ชั้นบนจัดแสดงเกี่ยวกับศิลปะวัตถุโบราณเช่น พระพุทธรูปและเครื่องลายคราม เปิด วันอังคาร-วันเสาร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. (ปิดวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ไม่เสียค่าเข้าชม ปัจจุบันเป็นห้องสมุดประชาชนจังหวัดนนทบุรี การเดินทาง มีรถโดยสารประจำทางผ่านหลายสาย เช่น ๖๓, ๙๗, ๒๐๓, ปอ.๙, ปอ.๑๒๖ หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ ๑๘๔ หรือทางเรือขึ้นเรือที่ท่าน้ำนนทบุรี
    วัดชมภูเวก ตั้งอยู่ริมถนนสายสนามบินน้ำ-นนทบุรี ซอยนนทบุรี ๓๓ ตำบลท่าทราย ชื่อวัดมาจากที่ตั้งที่อยู่บนเนินสูง มีความเงียบสงบ จึงเรียกว่า วัดชมภูวิเวก ต่อมาเหลือเพียงวัดชมภูเวก ชาวมอญในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นผู้สร้างขึ้นประมาณพ.ศ. ๒๓๐๐ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์หลังเก่าเป็นภาพพุทธประวัติและทศชาติ ประดิษฐานพระประธานสมัยสุโขทัยและพระพุทธรูปยืน ๒ องค์ นอกจากนี้บริเวณวัด ยังมีพระเจดีย์รามัญ เรียกว่า “พระมุเตา” สร้างโดยพระสงฆ์จากเมืองมอญเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ สันนิษฐานว่าภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
    การเดินทาง รถโดยสารประจำทางที่ผ่าน ได้แก่ สาย ๖๙ สอบถามเพิ่มเติมโทร. ๑๘๔ หรือโดยสารรถสองแถวเล็กจากท่าสะพานพระนั่งเกล้า
    วัดตำหนักใต้ ตั้งอยู่บนถนนสนามบินน้ำ ม.๔ ตำบลท่าทราย เป็นวัดเก่าแก่ตามประวัติกล่าวว่าก่อนที่จะสร้างวัด พื้นที่นี้เคยเป็นพลับพลาที่ประทับชั่วคราวของพระเจ้ากรุงธนบุรี และสันนิษฐานว่าวิหารและหอระฆังสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.๒๓๖๗ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระประธานเป็นปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยและมีต้นโพธิ์พุทธคยาจากอินเดียปลูกโดยอดีตเจ้าอาวาสวัดตำหนักใต้เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔
    ตำหนักประถม-นนทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ ๔๕/๕ ซอยอัคนี (งามวงศ์วาน ๒) เป็นตำหนักหนึ่งในวังเพชรบูรณ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสองค์ที่ ๗๒ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ผู้ทรงก่อตั้งโรงเรียนเพาะช่าง ตำหนักนี้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๒ เดิมอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ ที่ตั้งของเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าในปัจจุบัน แต่ได้รื้อถอนออกมาเพื่อชะลอมาไว้ที่นนทบุรีเมื่อพ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นตำหนักหลังแรกที่สร้างในวังเพชรบูรณ์หลังจากที่สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชฯเสด็จจากประเทศอังกฤษกลับมาประเทศไทย แล้วทรงตั้งชื่อตำหนักตามเพลงไทยว่า “โหมโรงปฐมดุสิต” ต่อมาพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธิสิริโสภา พระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชฯได้ขอพระราชทานรื้อถอนตำหนักบางส่วนเพื่อชะลอมาไว้ที่ซอยอัคนี บนเนื้อที่ ๒ ไร่ แถวงามวงศ์วาน แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ในการรื้อนั้นต้องใส่หมายเลขลงไปบนไม้ทุกแผ่นเพื่อความแม่นยำในการนำไปประกอบขึ้นใหม่ ไม้ทุกชิ้นจึงเป็นของเดิมทั้งสิ้น
    ตำหนักประถมนี้สร้างด้วยไม้สักทองทาสีเทาอ่อน ประดับด้วยกระจกสีฟ้าหลังคาใช้กระเบื้องว่าว เป็นอาคารใต้ถุนสูง เป็นแบบพักอาศัยในยุคที่กำลังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในยุคแรกๆ แต่ยังมีหน้าตาแบบไทย มีการวางห้องต่างๆให้ติดต่อกันภายใต้หลังคาชัน เพดานสูง มีบานเกล็ดหรือบานกระทุ้งตามหน้าต่างเพื่อระบายความร้อน มีเนื้อที่ใช้สอยอยู่ที่ชั้นสอง ประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับแขกและห้องน้ำ ยังมีห้องใต้หลังคาชั้นสามซึ่งใช้เป็นที่เก็บของ นอกจากนี้ระหว่างตำหนักใหญ่กับเรือนน้ำหลังเล็กมีซุ้มแปดเหลี่ยมคั่นกลางและสระบัวขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ถัดไปเป็นตำหนักใหม่ใต้ถุนสูงที่ไม่ได้สร้างตามแบบเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ จุดเด่นของตำหนักใหม่คือ ห้องโถงปิดลายทอง ตำหนักนี้ยังใช้เป็นที่วางฮาร์ฟ(พิณฝรั่ง)ชิ้นประวัติศาสตร์ที่สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชฯ ทรงนำมาจากอังกฤษอายุกว่าร้อยปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๕๘๙ ๗๑๗๓
     
    พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย สังกัดกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารทรงไทยแบบเครื่องก่อ ๙ หลัง ออกแบบโดยศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภายในตัวอาคารทรงไทยจัดแบ่งเป็น ๓ ชั้นคือ ชั้นใต้ดิน ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง ชั้นที่สองเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาและวิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย ปรัชญาการแพทย์พื้นบ้าน จัดแสดงเครื่องยาไทยประเภทต่าง ๆ และยังแสดงให้เห็นการนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยห้องต่างๆ ๗ ห้อง
    ห้องที่ ๑ หอพระไภษัชคุรุไวทูรยประภา แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง ความเชื่อทางพุทธศาสนากับการแพทย์แผนไทยหรือที่เรียกว่า พุทธศาสน์การแพทย์
    ห้องที่ ๒ หอบรมครูการแพทย์แผนไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงพิธีไหว้ครู ตามหลักความเชื่อของไทย
    ห้องที่ ๓ ห้องวิวัฒนาการการแพทย์แผนไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แสดงวิวัฒนาการทาง
    การแพทย์แผนไทยตั้งแต่ยุคก่อนสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลปัจจุบัน
    ห้องที่ ๔ ห้องภูมิปัญญาไทย ด้านแพทย์พื้นบ้านทั้ง ๔ ภาคของไทย
    ห้องที่ ๕ ห้องการนวดไทย แสดงประวัติความเป็นมาของการนวด อุปกรณ์เครื่องมือการนวดต่างๆ
    ห้องที่ ๖ ห้องอาหารไทย แสดงวัฒนธรรมการกินอยู่ตามฤดูกาลและตามธาตุของคนไทยทั้ง ๔ ภาค ซึ่งเหมาะสมต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ประจำภาค และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
    ห้องที่ ๗ ห้องยา แสดงถึงหลัก ๔ ประการในการปรุงยา เครื่องยา และยาไทยสมุนไพรประเภทต่างๆ
    จากตัวพิพิธภัณฑ์ ลงไปชั้นที่หนึ่งของอาคารพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย ห้องอาหารเพื่อสุขภาพ ขายอาหารเพื่อสุขภาพ และมีห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ยาดม ยาทา ลูกอม สบู่ ยาสระผม ในบริเวณเดียวกันจะเห็น ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย ห้องตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย ห้องอบสมุนไพร ห้องนวด มีบริการนวดรักษาโดยสมัครเป็นสมาชิกก่อน และเปิดบริการ ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ทุกวัน นวดรักษา นวดสุขภาพ ๒๐๐ บาท นวดฝ่าเท้า ๑๕๐ บาท ประคบสมุนไพร ๑๕๐ บาท อบสมุนไพร ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.๐ ๒๕๙๐ ๒๖๐๖
    ชั้นใต้ดิน ประกอบด้วย ห้องประชุม ห้องสมุด ศูนย์จำหน่ายหนังสือของโครงการพัฒนาต่างๆ
    ด้านนอกอาคารมีเขามอซึ่งจำลองมาจากวัดโพธิ์ บนเขามอคัดเลือกท่าฤาษีดัดตนขนาดเท่าคนจริงจัดแสดง ๒๕ ท่าและปลูกสมุนไพรที่เป็นยาต่างๆไว้บนเขาด้วย ภายในเขามอมี “ถ้ำฤาษีเขามอหรือถ้ำครูแผนไทย” ภายในถ้ำติดแอร์และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปฤาษีดัดตนในท่าต่างๆ รอบๆ เขามอแวดล้อมด้วยต้นไม้สมุนไพร บางต้นติดระบบสัญญาณเมื่อกดปุ่ม ต้นไม้สามารถพูดบอกข้อมูลรายละเอียดของต้นไม้
    บริเวณรอบๆ อาคาร ยังแวดล้อมด้วยสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้นับพันชนิด และยังมีซุ้มขายอาหารที่ทำจากพืชผักสมุนไพร ร้านขายพืชผักปลอดสารพิษ ร้านขายยาสมุนไพร ถ้าใครสนใจเรียนการแพทย์แผนโบราณ หรือ การนวดตัว นวดเท้า ก็สามารถสมัครเรียนได้ที่ สถาบันส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย มีหลายหลักสูตรทั้งนวดตัว นวดเท้า ผู้เรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพต่อไปได้ โดยมีใบประกาศนียบัตรรับรองจากระทรวงสาธารณสุข สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๒๕๙๑ ๐๕๙๘-๙ การเดินทาง สามารถโดยสารรถประจำทางสาย ๙๗ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐ น. (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย โทร ๐ ๒๕๙๑ ๔๔๐๙, ๐ ๒๕๙๑ ๗๘๐๔
     

    อำเภอปากเกร็ด

    วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตลาด ริมถนนสายนนทบุรี- ห้าแยกปากเกร็ด ภายในวัดกว้างขวางร่มรื่น เป็นสถานที่เผยแพร่และศึกษาพระธรรม มีลานไผ่เอนกประสงค์ที่ชาวพุทธโดยทั่วไปจะมารวมกันเป็นจำนวนมากเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และฟังธรรมจากพระเทพวิสุทธิเมธี (ปัญญานันทภิกขุ) เจ้าอาวาส ทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
    สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เป็นสวนสาธารณะมีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๒ ไร่ ตั้งอยู่บริเวณหนองปรือ ตำบลบ้านใหม่ จากสี่แยกสวนสมเด็จ ฯ มาประมาณ ๑ กิโลเมตร ในสวนมีบึงน้ำขนาดใหญ่รายล้อมด้วยหมู่แมกไม้ที่ร่มรื่นและเงียบสงบ มีสวนหย่อม นาฬิกาแดด น้ำพุกลางน้ำเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป อยู่ในความดูแลของสุขาภิบาลอำเภอปากเกร็ด เปิดทุกวัน การเดินทาง จากท่าน้ำปากเกร็ด ใช้เส้นทางถนนติวานนท์แล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกแรก ไปประมาณ ๒ กิโลเมตร
    บ้านครูมนตรี ตราโมท ดุริยางคศิลปิน หรือ บ้านโสมส่องแสง ตั้งอยู่ที่ถนนติวานนท์ ๓ ซอยพิชยนันท์ ๒ ตำบลตลาดขวัญ เป็นบ้านของครูมนตรี ตราโมท คีตกวี ๕ แผ่นดิน มีชีวิตอยู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ถึงรัชกาลที่ ๙ เป็นผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาดุริยางคศิลป์ ดนตรีไทย ประจำปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านได้รังสรรค์ผลงานประพันธ์ทำนองเพลงไทยไว้มากกว่า ๒๐๐ เพลง รวมทั้งบทร้องอีกจำนวนมาก เช่น เพลงโสมส่องแสง ทายาทได้อนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาชีวิตของศิลปินไทยที่มีคุณความดีและนำสัจธรรมทางพุทธศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต อยู่อย่างเรียบง่าย สมถะ โดยยึดมั่นในคุณธรรมมากกว่าวัตถุ บ้านหลังนี้ถือเป็นบ้านหลังแรกที่ครูมนตรี เป็นเจ้าของและเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของท่าน บรรยากาศบ้านอบอุ่น ภายในบ้านจัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สมถะ แสดงชีวประวัติของครูมนตรี รวมทั้งผลงานเพลงที่เป็นลายมือต้นฉบับนับตั้งแต่เพลงแรกเมื่อมีอายุ ๒๐ ปี ถึงเพลงสุดท้ายเมื่อมีอายุ ๙๑ ปี รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่ครั้งสมัยยังมีชีวิตอยู่และลูกหลานของท่านก็ยังอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ ปัจจุบันมีการจัดสอนดนตรีไทยให้กับผู้สนใจทั่วไป ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และในช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีจัดพิธีไหว้ครูดนตรีไทย เข้าชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง สาย ๓๒, ๓๓ ผู้สนใจเข้าชมติดต่อล่วงหน้าโทร. ๐ ๒๙๖๘ ๙๔๙๘ กด ๐ หรือ ๐ ๒๕๒๗ ๕๒๕๗
    พิพิธภัณฑ์เขาสัตว์ ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๗/๘ ม.๖ ถนนประชาราษฏร์ ตำบลตลาดขวัญ เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมเขาสัตว์และวัตถุโบราณไว้จำนวนมาก ดำเนินงานโดยคุณประเสริฐ ศรียรรยงค์ ภายในจัดแสดงเขาสัตว์และวัตถุโบราณนับแสนชิ้นมีอายุตั้งแต่ ๑๐๐ ปี ถึง ๑๖ ล้านปี โดยเฉพาะเขาสัตว์และส่วนหัวกระโหลกมีครบทุกชนิดทั้งสัตว์กินพืชและกินเนื้อ เน้นสัตว์ที่มีอยู่ในประเทศไทย ชิ้นที่เด่นคือ งาช้างแมมมอธยาว ๒ เมตร พบในภาคอีสาน เขาเนื้อสมันซึ่งเป็นสัตว์ที่สูญพันธ์ไปแล้ว เขาวัวกูปรีและเขาสัตว์อื่น ๆ ทุกชนิดที่มีในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมทั้งยังมีวัตถุโบราณของไทยมากกว่า ๓๐,๐๐๐ ชิ้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท สนใจเข้าชมติดต่อ โทร. ๐ ๒๕๒๖ ๒๖๘๑, ๐ ๒๙๖๘ ๕๙๕๖ โทรสาร ๐ ๒๕๒๖ ๕๗๔๑
    มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว) ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕/ ๑ ม.๑ ซอยพระมหาการุณย์ ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ ปัจจุบันมีสุนัขอยู่ในความดูแล ๘๐๐ ตัว แมว ๑๕๐ ตัว ผู้สนใจบริจาคเงินหรือสิ่งของเช่น หนังสือพิมพ์ ข้าวสาร น้ำยาทำความสะอาด ฯลฯ สามารถร่วมทำบุญกับทางมูลนิธิฯ และทางมูลนิธิยังมีโครงการต่างๆ เช่น โครงการ “ วันละบาท ต่อชีวิตหมา-แมว”, โครงการ “ หนูอยากมีพ่อ-แม่” อาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายนของทุกปี จะจัดงานประจำปี มีการประมูลของดารา แสดงสุนัขดารา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๕๘๔ ๔๘๙๖, ๐ ๒๙๖๑ ๕๖๒๕, ๐ ๒๙๖๑ ๓๗๙๙ โทรสาร ๐ ๒๙๖๑ ๕๓๐๕

    วัดกู้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางพูด ในซอยปากเกร็ด ๓ บริเวณริมน้ำหน้าวัดเป็นจุดที่เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระมเหสีในรัชกาลที่ ๕ ประสบอุบัติเหตุเรือล่มสิ้นพระชนม์ วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นศิลปะแบบมอญ ภายในโบสถ์หลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบมอญ เป็นภาพเขียนสีน้ำมันเรื่องราวพุทธประวัติ วิหารประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ ด้านข้างวิหารเป็นที่เก็บเรือพระที่นั่งของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ที่อับปางซึ่งชาวบ้านได้กู้ขึ้นมา และมีพระตำหนักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์และเมื่อคราวเรือล่มได้อัญเชิญพระศพมาไว้ที่วัดนี้ชั่วคราว มีศาลพระนางเรือล่ม (พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์) ซึ่งจำลองแบบจากศาลาจตุรมุขของพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ที่พระราชวังบางปะอิน

    การเดินทางโดยรถยนต์ จากท่าน้ำปากเกร็ดเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดกู้มาตามถนนสุขาประชาสรรค์ ผ่านวัดบางพูดนอก สวนทิพย์ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร จะเห็นวัดกู้อยู่ด้านซ้ายมือ

    การเดินทางโดยเรือ เช่าเรือจากท่าน้ำปากเกร็ดแล่นมาทางเหนือประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จะเห็นท่าน้ำวัดกู้อยู่ทางขวามือ

    ตลาดน้ำวัดแสงสิริธรรม ตั้งอยู่ที่ถนนรัตนาธิเบศน์-ตลาดท่าอิฐ ตำบลท่าอิฐ เป็นโครงการส่งเสริมให้ผู้ผลิตสินค้ารอบบริเวณวัดและเกาะเกร็ดได้มีโอกาสนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๒๙๖๒ ๕๓๙๑, ๐ ๒๕๘๔ ๔๗๗๘
    วัดสะพานสูง ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด มีชื่อเดิมว่า “วัดสว่างอารมณ์” สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเพราะในคราวที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหารเสด็จไปตรวจวัดสว่างอารมณ์ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงในวัด ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า “วัดสะพานสูง” จนติดปาก จึงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสะพานสูง” มาจนทุกวันนี้ ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและนักเลงพระเครื่องทั่วประเทศต่างรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะพระเครื่องและตะกรุดของหลวงปู่เอี่ยมซึ่งเป็นที่เลื่องลือในพุทธานุภาพอย่างยิ่ง ท่านสร้างพระปิดตาและตะกรุดมหาโสฬสมงคลไว้หาชมได้ยากในปัจจุบัน
    เกาะเกร็ด เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงส่วนที่เป็นแหลม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยาเมื่อปีพ.ศ. ๒๒๖๕ เรียกว่า “คลองลัดเกร็ดน้อย” (คลองลัดเกร็ดใหญ่อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยาตอนท้ายอำเภอสามโคกมาทางใต้ถึงคลองขวางเชียงราก) ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้นเซาะตลิ่งทำให้คลองขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ชื่อเดิมเรียกว่า เกาะศาลากุน
    เกาะเกร็ดมีความเจริญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สังเกตได้จากวัดวาอารามต่างๆบนเกาะส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะในสมัยอยุธยา แต่คงจะมาร้างคนเมื่อพม่ามายึดกรุงศรีอยุธยา หลังจากกอบกู้เอกราชได้ พระเจ้าตากสินมหาราชจึงโปรดให้ชาวมอญที่เข้ารีตมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ชาวมอญบนเกาะเกร็ดนั้นมีทั้งที่เข้ามาในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัชกาลที่ ๒ ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ดขึ้นแล้วเกาะศาลากุน จึงมีฐานะเป็นตำบลและเรียกว่าตำบลเกาะเกร็ด เกาะนี้จึงมีชื่อว่า เกาะเกร็ด
    การคมนาคมบนเกาะจะใช้รถจักรยานและรถจักรยานยนต์ สถานที่น่าสนใจบนเกาะ ได้แก่
    วัดปรมัยยิกาวาส (วัดปากอ่าว) ในวัดนี้มีสิ่งที่น่าชมอยู่หลายอย่าง ที่ท่าเรือหน้าวัดจะพบปราสาทไม้ห้ายอดซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเหม(โลงศพมอญ) ของอดีตเจ้าอาวาสตั้งตระหง่านอยู่
    ส่วนพระอุโบสถมีการตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากอิตาลี ศิลปะยุโรปแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่กระนั้นพระองค์ยังรักษาธรรมเนียมเดิม โดยรับสั่งให้ที่นี่ริเริ่มการสวดเป็นภาษามอญ และปัจจุบันที่นี่เป็นวัดเดียวที่ยังเก็บรักษาพระไตรปิฏกภาษามอญไว้ พระประธานในพระอุโบสถนั้นเป็นพระปางมารวิชัย ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐานวรการ ผู้ที่สร้างพระสยามเทวาธิราช รัชกาลที่ ๕ ทรงยกย่องว่าพระประธานองค์นี้งามด้วยฝีพระพักตร์ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนจริง เอกลักษณ์ของมอญอีกอย่างหนึ่งในวัดนี้คือ เจดีย์ทรงรามัญที่จำลองแบบมาจากพระธาตุเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี ตั้งอยู่ด้านเหนือของวัดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคนมอญนับถือมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
    พระวิหาร ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์สมัยอยุธยาตอนปลาย ขนาดยาว ๙.๕๐ เมตร ภาพจิตรกรรมที่เพดานนั้นแปลกตากว่าที่อื่น เป็นภาพลายปฐมจุลจอมเกล้า หน้าพระวิหารประดับตราพระเกี้ยว เป็นตราประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี “พระนนทมุนินท์” เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย ปางขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกแบบมอญ(จองพารา) สลักโดยฝีมือช่างที่นี่ ที่มุขเด็จหน้าวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่ง ซาง ซิว ซูน ชาวพม่าถวายให้กับรัชกาลที่ ๕ พระวิหารเปิดทุกวันตั้งแต่ ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.
    นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส จัดแสดงวัตถุต่างๆที่ล้วนน่าชม เช่น พระพิมพ์ เครื่องแก้ว เครื่องถ้วยชาม รวมทั้ง “เหม” ที่ พ.อ. ชาติวัฒน์ งามนิยม บรรจงสร้างขึ้นจนนับว่าเป็นงานศิลป์ ชิ้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว นับตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง การต่อลาย การตอกไข่ปลาเพื่อต่อลายบนกระดาษอลูมิเนียม ทุกชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นเหมนี้ล้วนแต่ต้องทำอย่างละเอียด ประณีต เชื่อว่าชาวมอญคงดัดแปลงลักษณะของเหมมาจากโลงของพระพุทธเจ้าซึ่งก้นสอบปากบานข้างแคบเช่นกัน (ในพิพิธภัณฑ์แสดงภาพไว้) โลงเหมใช้กับศพแห้ง เหมพระจะมีลักษณะพิเศษกว่าตรงที่เจาะหน้าต่างมองเห็นศพด้านในได้ วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๑๒๐
    วัดเสาธงทอง เป็นวัดเก่าเดิมชื่อ “วัดสวนหมาก” นอกจากเป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมแห่งแรกของอำเภอปากเกร็ดแล้ว ด้านหลังโบสถ์ยังประดิษฐานเจดีย์ที่สูงที่สุดของอำเภอปากเกร็ดด้วย พระเจดีย์เป็นศิลปะอยุธยาย่อมุมไม้สิบสอง มีเจดีย์องค์เล็กเป็นบริวารโดยรอบอีก ๒ ชั้น ส่วนด้านข้างโบสถ์มีเจดีย์องค์ใหญ่อีก ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงลังกา อีกองค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงมะเฟือง ภายในโบสถ์มีลายเพดานสวยงามมากเขียนลายทองกรวยเชิงอย่างงดงาม พระประธานเป็นพระปางมารวิชัยปูนปั้นขนาดใหญ่ คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพี๊ยะอาล๊าต”หน้าโบสถ์มีเจดีย์ขนาดย่อมสององค์รูปทรงคล้ายมะเฟืองฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง ประดับลายปูนปั้น
    วัดไผ่ล้อม สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย มีโบสถ์ที่งดงามมาก ลายหน้าบันจำหลักไม้เป็นลายดอกไม้ มีคันทวยและบัวหัวเสาที่งดงามเช่นกัน คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพี๊ยะโต้”
    วัดฉิมพลีสุทธาวาส มีโบสถ์ขนาดเล็กงดงามมากและยังมีสภาพสมบูรณ์แบบดั้งเดิม หน้าบันจำหลักไม้เป็นรูปเทพทรงราชรถล้อมรอบด้วยลายดอกไม้ ซุ้มประตูเป็นทรงมณฑป ซุ้มหน้าต่างแบบหน้านาง ยังคงเห็นความงามอยู่ และฐานโบสถ์โค้งแบบเรือสำเภา
    กวานอาม่าน พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา เป็นศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผามอญลายโบราณ การปั้นเครื่องปั้นดินเผานั้นเป็นอาชีพชาวมอญมาตั้งแต่ครั้งตั้งถิ่นฐานแถบลุ่มแม่น้ำอิรวดี และมีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี นับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ลวดลายประณีตสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และยังเป็นสัญลักษณ์ตราประจำจังหวัดนนทบุรี สองข้างทางเดินบนเกาะมีบางบ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะของใช้ในชีวิตประจำวันเช่น กระถาง ครก โอ่งน้ำ ฯลฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น.สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๐๘๖
    คลองขนมหวาน บริเวณคลองขนมหวานและคลองอื่นๆ รอบเกาะเกร็ด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลองจะทำขนมหวาน จำพวกทองหยิบ ทองหยอด ขายส่งและยังสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ชม พร้อมซื้อกลับไปเป็นของฝาก
    การเดินทาง ลงเรือข้ามฟากได้สองท่า คือ ท่าเรือวัดสนามเหนือ (ไม่ไกลจากท่าน้ำปากเกร็ด) หรือท่าเรือวัดกลางเกร็ด มีเรือบริการระหว่าง ๐๕.๐๐-๒๑.๓๐ น.
    ตัวอย่างรายการท่องเที่ยวบนเกาะเกร็ด
    ๑. ลงเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือ และมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส นมัสการพระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี ชมพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ ๕
    ๒. เดินเท้าจากวัดปรมัยยิกาวาสสู่หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ ชมและซื้อเครื่องปั้นดินเผาสองข้างทาง ชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผากวานอาม่าน
    ๓. ลงเรือที่ท่าน้ำหน้าวัดเสาธงทอง ล่องเรือไปทางท้ายเกาะสู่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ตำบลอ้อมเกร็ด ให้อาหารปลาหน้าวัด ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด รายได้ถวายวัดฯ มีมะพร้าวน้ำหอมจำหน่าย
    ๔. ล่องเรือไปทางใต้เลี้ยวขวาเข้าคลองบางบัวทอง หรือคลองขนมหวาน ชมหมู่บ้านขนมไทยสองฟากฝั่งคลอง และซื้อหาขนมเป็นของฝาก
    ๕. ย้อนกลับออกมาตรงปากคลอง มีปล่องเตาอิฐที่ผลิตอิฐ บ.บ.ท. อิฐทนไฟแห่งแรกของเมืองไทยล่องเรือผ่านบ้านเกร็ดตระการ วิ่งตรงมาขึ้นท่าน้ำหน้าวัดฉิมพลี เลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตร เดินเท้าจากวัดฉิมพลีถึงกลุ่มอาชีพหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา ชมการสาธิตการแกะลายเครื่องปั้นดินเผาและซื้อเป็นของฝากของขวัญ ล่องเรือข้ามฟากไปวัดกลางเกร็ด เดินทางกลับ
    การนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะเกร็ด มีเรือออกทุกหนึ่งชั่วโมงเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. คนละ ๕๐ บาท หรือหากต้องการเช่าเรือ ราคามีตั้งแต่ ๕๐๐-๔,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและขนาดของเรือ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาสโทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๐๑๒
     

    อำเภอบางกรวย

    วัดชลอ ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดชลอ วัดนี้มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ได้ทรงเสด็จทางชลมารคมาตามลำน้ำเจ้าพระยาผ่านจังหวัดนนทบุรีเรื่อยมาทางคลอง “ลัด” ในปัจจุบันเรียกว่า “ คลองบางกรวย” พระองค์ทรงเห็นว่า ที่ตรงนี้น่าจะมีการสร้างวัดขึ้นมาสักวัดหนึ่ง แต่เนื่องจากบริเวณนั้นในอดีตเคยมีเรือสำเภาจากเมืองจีนล่มและจมลง มีลูกเรือล้มตายมาก มีความเชื่อว่าเป็นที่อาถรรพ์ ในระหว่างการก่อสร้างก็มีอุปสรรคนานัปการ จึงทรงเสี่ยงสัตยาธิษฐานกับเทพยดาและมีพระสุบินนิมิตไปว่า ชายจีนชรามากราบทูลว่า ต้องสร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภาเพื่อการแก้เคล็ด จึงทรงสร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ได้ทรงพระราชทานนามวัดดังกล่าวว่า” วัดชลอ” วัดชลอถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาโดยตลอดเพิ่งจะมีพระภิกษุมาจำพรรษาในรัชกาลที่ ๓ หรือ รัชกาลที่ ๔ สิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือ โบสถ์เรือหงส์ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ. ๒๕๒๖ โดยหลวงพ่อวัดชลอหรือท่านพระครูนนทปัญญาวิมล ได้เล่าถึงนิมิตรเห็นเรือหงส์ลอยมาอยู่หน้าโบสถ์หลังเก่า (โบสถ์ที่มีลักษณะเหมือนเรือสำเภา) จึงได้เริ่มลงมือก่อสร้าง ติดต่อวัดชลอ โทร. ๐ ๒๔๔๗ ๕๑๒๑, ๐ ๒๘๘๓ ๙๒๗๗

    วัดโพธิ์บางโอ ตั้งอยู่ในถนนเส้นบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลวัดชลอ หรือ หากไปทางน้ำต้องเดินจากท่าเรือเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร เป็นวัดเก่าในสมัยอยุธยา ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยกรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง
    พระอุโบสถ ทำชายหลังคาของพาไลรอบพระอุโบสถแบบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าบันสลักไม้รูปนารายณ์ ทรงครุฑลายกนกขมวดเกี่ยวพันกัน เบื้องหลังมีเทพพนมและยักษ์พนม ซุ้มประตูทางเข้าวัดทำเป็นหัวเม็ด เป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุม ๑๒ สูงขึ้นและเอนเข้าหากัน เพื่อเป็นการรับน้ำหนักของตัวอาคาร เสาใกล้จะถึงส่วนหลังกำแพงแก้วมีบัวหงายรองรับอีกต่อหนึ่งแปลกตากว่าที่อื่น เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย สังเกตได้จากซุ้มเสมาทรงกลมตลอด ฐานของซุ้มก็ทรงกลมตัวซุ้มแหวะ เป็นช่องหน้าต่างสามช่อง ทรงยอดโค้งคล้ายซุ้มจระนำ (ซุ้มคูหาเล็กๆที่มีหลังคาครอบ ทำยื่นออกมาจากอาคารติดผนังองค์เจดีย์หรือท้ายโบสถ์วิหาร เพื่อตั้งพระพุทธรูป) หันหลังชนกันสามทิศ ข้างบนมียอดเล็กๆ ปั้นปูนลวดลายงดงาม รับกับบัวยอดซุ้มและแข้งสิงห์เบื้องล่าง ศิลปะรูปปั้นงามนี้เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายลักษณะลวดลายบ่งชัดว่าเป็นฝีมือช่างสมัยพระบรมโกศ ใบเสมาเป็นหินทรายทำรูปหัวนาคออกสองข้างเอวเสมาเหมือนกันแต่ทรงด้านบนอวบอ้วน ใบเสมาแบบนี้อายุเก่ากว่าใบเสมาสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ใบเสมาช่วงหลังจะทรงเพรียวกว่า มีเจดีย์ทิศล้อมรอบตัวพระอุโบสถทั้งสี่ด้าน ซุ้มบันแถลงประดับกรอบประตูหน้าต่างทำจากปูนน้ำอ้อย
    บานประตูพระอุโบสถทั้งหน้าและหลังมีด้านละสองบาน ปั้นปูนซุ้มประตูเป็นรูปฤาษีพนมและบางซุ้มก็ทำรูปเทวดารำอยู่กลางซุ้ม เข้าใจว่าเป็นฝีมือปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๓ บานประตูเขียนลายทองรูปกนกใบเทศลายละเอียดมาก บนหน้าต่างก็เขียนลายทอง คือเป็นลายรดน้ำเช่นเดียวกับประตู ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมแป้งสาคูเปียกฝีมือช่างสกุลนนทบุรี ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมไป แต่กรมศิลปากรกำลังบูรณะอยู่ ภาพระหว่างช่องหน้าต่างเขียนรูปปริศนาธรรม ผนังด้านซ้ายพระประธาน เขียนรูปพระปลงกัมมัฏฐานในลักษณะหลายแบบหลายวิธี ผนังด้านหน้าเขียนรูปพุทธประวัติแสดงถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระพุทธองค์ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่หน้าพระอุโบสถยังมีรูปสลักหินทำจากเมืองจีน คล้ายเป็นรูปยักษ์รักษาวัด ตนหนึ่งหน้าดุอีกตนหนึ่งหน้ายิ้ม มือถือกระบองด้วยกันทั้งคู่เป็นศิลปะอันงดงามเป็นของประจำวัด ซึ่งตามวัดในอาณาบริเวณแถบนี้ไม่มีภาพสลักชนิดนี้
    หอระฆังวัดโพธิ์บางโอ หอระฆังที่วัดนี้เป็นสกุลช่างเมืองนนทบุรีทั้งหมด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชชนนีเป็นสกุลฝ่ายเมืองนนทบุรี จึงทรงอุปการะการสร้างวัดในเขตนนทบุรี แบบมณฑปยอดเจดีย์ผสมกันระหว่างหอสูงรูปสี่เหลี่ยมและเจดีย์ย่อมุม ติดต่อวัดโพธิ์บางโอโทร. ๐ ๒๔๔๗ ๕๘๓๑

    การเดินทาง รถยนต์ จากสะพานพระนั่งเกล้าถึงสี่แยกบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย ๑๗ กิโลเมตร ผ่านวัดชลอ แยกขวาเข้าที่ว่าการอำเภอ ตรงไป ๕๐๐ เมตรจะพบวัดโพธิ์บางโอทางขวามือ หรือจากสะพานพระรามเจ็ด ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เข้าเส้นบางกรวยไปจนถึงสี่แยกก่อนเข้าที่ว่าการอำเภอ จะเห็นป้ายวัดชลอเลี้ยวขวา ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร

    การเดินทาง เรือ ลงเรือจากท่าช้าง สายท่าช้าง-บางกอกน้อย-บางใหญ่ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐-๒๓.๐๐ น. เรือออกทุกครึ่งชั่วโมง (หลัง ๑๑.๐๐ น. มีผู้โดยสารเต็มจึงออก) เวลาที่เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยว คือ ๐๘.๓๐-๑๕.๓๐ น. วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายชื่อวัดติดอยู่ที่ศาลาเห็นถนัดชัดเจน

    วัดสักน้อย ตั้งอยู่ในบ้านเลขที่ ๒๐ หมู่ ๙ ตำบลวัดชลอ เดินทางจากวัดโพธิ์บางโอมาประมาณ ๗๐๐ เมตร เป็นวัดร้าง เหลือแต่วิหารเก่าชำรุด วิหารวัดสักน้อยมีอายุประมาณ ๑๐๐ กว่าปีก่ออิฐถือปูน หลังคาวัดพังหมดแล้ว สภาพปัจจุบันทรุดโทรมมากไม่มีรูปแบบศิลปกรรมหลงเหลือ มีต้นไทรเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมไปทั่ว เป็นที่ศาสนสมบัติวัดร้างของกรมศาสนา พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ได้ทรงนิพนธ์ถึงวัดสักน้อยไว้ในนิราศพระประธม พ.ศ. ๒๓๗๗
    ดลวัดสักน้อยน่างง อนาถใจ
    น้อยศักดิ์จึงโศกใน อกอึ้ง
    เจ็บรักจากจักไกล กลอยเสน่ห์มาแน่
    โศกไม่น้อยหนักตรึง ตราตรึง ทรวงเสมอ”
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อเจ้าอาวาสวัดโพธิ์บางโอโทร. ๐ ๒๔๔๗ ๕๘๓๑
    วัดเพลงเป็นวัดร้างตั้งอยู่ตำบลบางขนุน ริมคลองวัดสักใหญ่ สามารถเข้าทางวัดสักใหญ่ สันนิษฐานตามลักษณะสถาปัตยกรรมและลายปูนบนพื้นที่เหลืออยู่ว่า สร้างขึ้นในสมัยพระนารายณ์มหาราชและอาจมีสภาพเป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามระหว่างไทยกับพม่าเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ โดยทัพพม่าจากทางใต้มีมังมหานรธา เป็นแม่ทัพนำทัพผ่านเมืองนนทบุรี ได้ตั้งค่ายรบสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดเขมาภิรตารามและทำการรบกับอังกฤษ ซึ่งขันอาสาไทยรบกับพม่า ผู้คนเกิดกลัว หนีพม่าไปจนทำให้วัดร้าง นางสาย เลี่ยมนุช ปัจจุบันอายุ ๙๐ ปี ผู้เช่าที่ดินของวัดจากกรมศาสนาทำสวนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๔๘๕ เล่าว่าได้ยินผู้คนในแถบนั้น เล่าสืบต่อกันมาว่า เดิมวัดเพลง มีชื่อวัดทองเพลง และมีคำกล่าวถึงวัดอยู่เสมอว่า “ วัดทองเพลงต้มเหล้ากินเอง ปีหนึ่งรับกฐินสองไตร ” หมายความว่าปีหนึ่งที่วัดเพลงแห่งนี้จะได้รับกฐินจากกรุงศรี (ชาวเมืองนนทบุรี เรียกกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้นว่า เมืองบน) และจากชาวบ้านชุมชนรอบวัด นับเป็นวัดที่มีสิทธิพิเศษมาก ซึ่งปกติวัดแต่ละวัดจะได้รับกฐินเพียงครั้งเดียว
    โบราณสถานที่สำคัญมีดังนี้ พระอุโบสถหลังใหญ่ สูงมาก ขนาด ๖ ห้อง ตรงมุมย่อมุมไม้สิบสองเสา ซุ้มประตูประดับลายปูนปั้นงดงาม คานไม้ตรงซุ้มประตูเป็นไม้มีลวดลายลงรักปิดทองกนกเปลวเพลิง ฝาผนังด้านในและพระประธาน ยังมีร่องรอยจิตรกรรม หลงเหลืออยู่รางๆ เป็นลายดอกไม้ร่วงบนพื้นสีแดง สภาพอุโบสถชำรุดมาก เหลือเพียงฝาผนังทั้งสี่ด้านไม่มีหลังคา บานประตูหน้าต่างมีต้นไทรปกคลุมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รากไทรได้ยึดฝาผนังไว้ไม่ให้พังลงมามองดูคล้ายปราสาทของขอม
    พระอุโบสถประดิษฐาน หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปสูง ปางมารวิชัย ทำด้วยหินทรายแดง หุ้มปูนลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓ ใน ๔ ของความกว้างพระอุโบสถ พระพุทธลักษณะของพระพักตร์ พระโอษฐ์ และพระเกศ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยอู่ทอง มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนในชุมชน ในระหว่างพรรษาของทุกปีทางวัดแก้วฟ้า (ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน) ได้จัดพระสงฆ์ สามเณร ไปจุดธูปเทียนพรรษาบูชาอยู่เสมอ
    ใบเสมา ทำจากหินทรายแดง ตั้งอยู่ตามมุมพระอุโบสถ เหลือเพียงแท่นฐานตั้งอยู่บนฐานขาสิงห์โหย่ง ๔ ฐาน ส่วนใบเสมานั้น วัดสักใหญ่ได้มาขุดออกจากฐานนำไปเก็บไว้ที่วัดสักใหญ่ เพื่อใช้เป็นใบเสมา ตั้งรายรอบพระอุโบสถหลังใหม่ แต่ไม่สามารถตั้งขึ้นบนฐานที่สร้างวัดใหม่ จึงกองทิ้งไว้ในบริเวณวัดสักใหญ่ ใบเสมาบางอันยังมีสภาพสมบูรณ์เห็นลวดลายชัดเจนและอีกหลายอันแตกออกเป็นชิ้น
    หอระฆัง เป็นหอระฆังเล็กๆ ตั้งอยู่ทางขวาของพระอุโบสถ เดิมมียอดและบันได ปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากปรักหักพัง
    วัดบางขนุน ตั้งอยู่ที่บ้านบางขุนกอง ตำบลบางขนุน ชม “หินบดยา” (ยาแผนโบราณ) ลักษณะหินบดยา (แพทย์แผนโบราณ) ทำเป็น ๓ ชุด ชุดหนึ่งมีอุปกรณ์ ๓ ชิ้น คือ แท่งหินบด แท่นหินรองบด และไม้สำหรับวางแท่นหินบด แท่งหินบดทำมาจากทรายสีแดงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมยาวประมาณ ๑ ฟุต หนา ๑ คืบ ไม้สำหรับวางแท่นหินบดรูปร่างคล้ายกับตั่งนั่ง เป็นไม้เนื้อแข็ง สันนิษฐานว่าจะเป็นไม้สักเพราะมีน้ำหนักเบาตัวมอดไม่กิน ไม่ผุกร่อน ยังมีสภาพสมบูรณ์ใช้การได้ดีวิธีการบดใช้แรงงานคน เมื่อบดให้ละเอียดแล้วจึงนำไปผสมเป็นตัวยาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บตามที่ต้องการ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๑ เจ้าอาวาสบางขนุน (ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว) มีความรู้เรื่องยาแผนโบราณเพราะที่วัดมี “สมุดไทย”(สมุดข่อย) ที่เป็นตำราแพทย์โบราณ ซึ่งที่วัดมีอยู่หลายฉบับ เช่น ตำราเจ็ดคัมภีร์ และภาพทศชาติ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ ตำราแพทย์โบราณ ตำรากฎหมาย และตำราโหราศาสตร์สร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ ๖–๗ ปัจจุบันยังคงเหลือเป็นบางฉบับเท่านั้น และฉบับที่นับว่าสำคัญคือ ตำราเจ็ดคัมภีร์และภาพทศชาติ นอกจากนี้ที่วัดยังมี “ธรรมาสน์”(ที่นั่งเดี่ยวสำหรับพระสงฆ์นั่งเทศนา) สมัยอยุธยาตอนปลาย สีสันสวยงามแกะสลักลวดลายดอกไม้วิจิตร
    วัดกระโจมทอง อยู่ที่ตำบลวัดชลอ ริมคลองบางกรวย วัดกระโจมทองสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๑๙๑๐ สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) สมัยอยุธยาตอนต้น สิ่งที่น่าสนใจ คือ พระวิหารหลวงพ่ออู่ทอง วัดนี้เป็นวัดที่ร่วมสมัยกับวัดปรางค์หลวงที่อำเภอบางใหญ่ มีตำนานเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าอู่ทองเช่นเดียวกันเดิมเคยเป็นที่ตั้งกระโจมที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ลักษณะพระวิหารหลวงพ่ออู่ทอง คล้ายพระอุโบสถขนาดเล็กบรรจุพระสงฆ์ได้ประมาณ ๒๑ รูป ฝาผนังหนาประมาณ ๘๐ เซนติเมตร สภาพชำรุดเหลือผนังด้านข้างกับด้านหลัง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอู่ทองยุคต้น จำนวน ๓ องค์ พระพุทธรูปองค์กลางมีขนาดใหญ่เรียกว่า หลวงพ่ออู่ทอง คนในชุมชนมีความศรัทธาและมีความผูกพันมาก ได้ร่วมกันสละทรัพย์ที่จะสร้างพระวิหารใหม่ครอบพระวิหารเก่าไว้เป็นมรดกชุมชนสืบไป แต่ยังมีปัญหากับทางวัดที่มีความคิดเห็นในเรื่องการก่อสร้างไม่ตรงกัน และคนในชุมชนต่างมีความคิดเห็นว่าเศียรของพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ ได้ถูกขโมยตัดเศียรไปแล้ว โดยวิธีสับเปลี่ยนนำเศียรใหม่มาต่อไว้แทน (ทำมาจากวัสดุปูนปั้นปลาสเตอร์) เนื่องจากมีพุทธลักษณะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับของเดิมตามที่มีการบันทึกรูปภาพไว้
    วัดแก้วฟ้า ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย ตำบลบางขนุน วัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๐๙๕ สมัยรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ชื่อ“วัดแก้วฟ้า”น่าจะเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้น คือ สมเด็จพระไชยราชาธิราช เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน พระราชโอรสองค์ใหญ่ คือ พระแก้วฟ้าพระชนม์ได้ ๑๓ พรรษา ได้รับการสถาปนาให้ขึ้นครองราชย์แทนได้ ๑ ปี ๒ เดือน ถูกขุนวรวงศาธิราชประหารชีวิตแล้วขึ้นครองราชย์แทน ต่อมาขุนวรวงศาธิราชถูกขุนพิเรนทรเทพจับฆ่าเอาศพเสียบประจาน แล้วสถาปนาพระเฑียรราชาซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของพระไชยราชาขึ้นครองราชย์แทนเป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
    โบราณสถานสำคัญภายในวัดแก้วฟ้า ได้แก่ พระประธาน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย ปางมารวิชัย เรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ มี อุโบสถหลังเก่า สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๑๑๔ เป็นอาคารเครื่องก่อแบบผนังรับน้ำหนักขนาด ๕ ห้อง ฐานแอ่นโค้งทรงเรือสำเภาด้านหน้ามีพาไล ฝาผนังหุ้มกลอง ก่ออิฐจรตอกไก่ มีประตูด้านหน้า ๒ บาน ด้านหลังเป็นผนังทึบ มีช่องเล็ก ๆ หลังพระประธาน ๑ ช่อง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ๑๑ องค์ และพระอัครสาวก ๒ องค์ รอบอุโบสถมีใบเสมาหินทรายแดง ลวดลายจำหลักตั้งอยู่บนฐานขาสิงห์ มีซุ้มทรงกูบช้างทวิมุขกำแพงแก้วลักษณะบัวหลังเจียด บริเวณทางเข้ากำแพงเป็นหัวเสาเม็ดทรงมัณฑ์อยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ด้านละ ๑ ช่อง มุมกำแพงแก้วด้านละ ๔ มุม มีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว ด้านหลังอุโบสถมีเจดีย์ย่อมมุมไม้ยี่สิบ ฐานสิงห์ยอดบัวตั้งอยู่ ๑ องค์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๔๔๗ ๕๔๔๖, ๐ ๒๘๗๙ ๙๙๗๑
    วัดบางอ้อยช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางสิทอง วัดนี้มีรอยพระพุทธบาท ลักษณะหล่อด้วยทองสำริด ขนาด ๕๔ นิ้ว กว้าง ๑๙ นิ้วครึ่ง เป็นโบราณวัตถุทางศาสนาที่มีอายุเก่าแก่กว่า ๒๐๐ ปี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านบางอ้อยช้าง รอยพระพุทธบาทวัดนี้สันนิษฐานว่าพระอธิธรรมทองอยู่ อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกท่านได้ธุดงค์ขึ้นไปทางภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลกเพื่อไปหาไม้มาสร้างวัดบางอ้อยช้าง และได้ไปพบรอยพระพุทธบาทและพระศรีรัตนศาสดาพร้อมกัน ท่านเห็นว่าโบราณวัตถุทั้ง ๒ อย่าง นี้เป็นสิ่งล้ำค่าและสวยงามมาก ทั้งขาดการบำรุงรักษาท่านจึงได้อาราธนาลงแพไม้มาและนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดบางอ้อยช้าง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหาวิบูลย์ฉายา ธมมโชโต เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้จัดสร้างพระมณฑปเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท โดยมีงบประมาณได้มาจากความร่วมมือทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกาย และกำลังความคิดจากประชาชน เป็นพระมณฑปที่สวยงาม ตกแต่งด้วยศิลปวัฒนธรรมแบบไทยเดิมบรรจงสร้างอย่างวิจิตรบรรจง มีคุณค่าเหมาะสมที่จะเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทอย่างภาคภูมิใจและสมเกียรติ
     

    อำเภอบางใหญ่

    วัดสวนแก้ว หมู่ ๑ ตำบลบางเลน เป็นสถานที่เผยแพร่ธรรมโดยพระพิศาลธรรมพาที(พระพยอม กัลยาโณ) เป็นพระนักพัฒนา ท่านได้ริเริ่มโครงการต่างๆของมูลนิธิสวนแก้วเพื่อพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคมจนประสบความสำเร็จ เช่น โครงการร่มโพธิ์แก้ว โครงการที่พักคนชรา โครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้ โครงการสวนแก้วเนอร์สเซอรี่และอีกหลายโครงการ
    โครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้จำหน่ายสินค้าที่มีผู้นำมาบริจาคให้และซ่อมแซม เปิดวันจันทร์-ศุกร์ ๑๐.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์เปิดเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันพุธปิด โทร. ๐ ๒๕๙๕ ๑๙๔๕-๗, ๐ ๒๕๙๕ ๑๔๔๔ โทรสาร ๐ ๒๕๙๕ ๑๒๒๒ รับบริจาค โทร. ๐ ๒๙๒๑ ๕๖๐๒-๔ หรือเว็บไซต์ www.suankaewfoundation.org

    การเดินทาง จากสะพานพระนั่งเกล้า ตรงไปสี่แยกไฟแดงที่ ๒ เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย ประมาณ ๒ กิโลเมตรจะถึงวัด หรือ จากท่าน้ำนนทบุรี ข้ามไปฝั่งท่าน้ำบางศรีเมือง แล้วต่อรถสองแถวไปถึงวัดสวนแก้ว ค่าโดยสารคนละ ๕ บาท

    วัดอัมพวัน สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ วัดบางม่วง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ หอไตรกลางน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง ตัวหอมีขนาด ๒ ห้อง ช่วงล่างเป็นลูกฟักกระดานดุน ตอนบนเป็นซี่ลูกกรงไม้ กลึงเสา กรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด ประตูหูช้าง เครื่องลำยองเป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน ๒ ชั้น มีปีกนก ๑ ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้สลักลายรดน้ำ
    หน้าบานประตูทางเข้าหอไตรเป็นบานไม้ลงรัก ปิดทอง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ อกเลาเป็นไม้จำหลักลายดอกพุดตาน ลูกฟัก เหนือประตูเป็นภาพนกข้างละตัว เหนือขึ้นไปเป็นภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์ ในห้องสะกัดท้ายหอไตรเป็นที่เก็บพาน ตะลุ่มและฐานพระพุทธรูปไม้จำหลักจำนวนมาก

    การเดินทาง เรือ โดยสารเรือหางยาวจากท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที

    การเดินทาง รถยนต์ ใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน เลี้ยวแยกซ้ายมือที่ตำบลบางม่วง

    วัดอินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๘ หมู่ที่ ๒ ตำบลเสาธงหิน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๓ ชุมชนวัดอินทร์ สมัยโบราณเป็นชุมชนขนาดใหญ่ เนื่องจากมีวัดในบริเวณแถบนี้หลายวัดแต่ละวัดอยู่ติด ๆ กันเป็นวัดขนาดใหญ่ มีเสนาสนะงดงามแทบทุกวัด อันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคงของคนโบราณ ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูป พระประธานปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทรายแดงฐานชุกชีอ่อนโค้งท้องสำเภา ตกแต่งด้วยผ้าพิมพ์และลายปูนปั้นที่สูงค่ายิ่ง เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้นี้ยังมีร่องรอยการลงรักปิดทองประดับกระจกมาก่อน แสดงให้เห็นว่าเป็นช่างชั้นสูงที่มีฝีมือเป็นเลิศในแถบนี้ อุโบสถหลังเก่าและวิหารเป็นอาคารเครื่องก่อทั้ง ๒ หลัง เดิมหลังคามุงด้วยกระเบื้องเผากาบกล้วยไม่เคลือบสีด้านหน้าด้านหลัง มีหลังคาซ้อน ๒ ตอน หน้าบันเรียบไม่มีลวดลายเหมือนกันทั้ง ๒ หลัง อุโบสถมีประตูเข้า ๑ ประตู
    วัดส้มเกลี้ยง ตั้งอยู่เลขที่ ๓๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางแม่นาง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๓ สมัยอยุธยา ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ อาทิ อุโบสถ ลักษณะทั่วไปเป็นบ้านทรงไทยมีมุขทั้ง ๒ ด้าน มีช่อฟ้า ใบระกา ประตู หน้าต่าง ปิดทอง ลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
     
    วัดพระนอน ตั้งอยู่เลขที่ ๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางแม่นาง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๘ ชาวบ้านถือเอาเหตุผลที่วัดนี้มีพระนอนที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่เดิมจึงได้ขนานนามว่า “วัดพระนอน” มาจนทุกวันนี้ ในปีที่อำเภอบางใหญ่ประสบอุทกภัยบริเวณอนุสรณ์และสถานที่โดยรอบบริเวณวัดจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่เป็นที่น่าสังเกตและมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่บริเวณอุโบสถของวัดพระนอนแห่งนี้ น้ำไม่ไหลท่วมสู่บริเวณอุโบสถแม้แต่ปีที่น้ำท่วมสูงสุดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕
     
    วัดท่าบันเทิงธรรม ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้สร้างอยู่ในราชสกุล “ปราโมช” ชื่อคอยท่าจึงมีชื่อว่า วัดท่า ในสมัยนั้น ได้รับการทำนุบำรุงบูรณะพัฒนาให้เจริญขึ้นมาตามลำดับเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นต้นมา จึงได้เพิ่มเติมนามวัดเป็น “วัดท่าบันเทิงธรรม” มีปูชนียวัตถุ คือ รอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีการสมโภชน์และพระปิดทองเป็นงานประจำทุกปี
    วัดพระเงิน ตั้งอยู่เลขที่ ๒๓ หมู่ที่ ๘ ตำบลบางแม่นาง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๔ ผู้ริเริ่มสร้าง คือ พระอาจารย์เสือ มีหอไตรอายุประมาณ ๑๐๐ ปี เป็นอาคารไม้ ตัวหอขนาด ๒ ห้อง ตั้งบนคานและเสาคอนกรีตเสริมเล็กซึ่งปักอยู่ในสระน้ำ ตัวหอไตรมีเฉลียงรอบ หลังคาเป็นชั้นซ้อน ๒ ชั้น ประดับเครื่องลำยอง ไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกหน้าบันเป็นไม้กระดานเรียบ สภาพปัจจุบันไม้ผุพังไปมากพอสมควร
    วัดเสาธงหิน ตั้งอยู่เลขที่ ๓๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลเสาธงหิน เดิมชื่อวัดสัก ในสมัยอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงรวบรวมไพร่พลมาตั้งทัพบริเวณวัด และได้ปักธงไว้กับกองหิน เพื่อให้ทหารมองเห็นได้แต่ไกล และโปรดให้สร้างพระพุทธรูปเนื้อชินเงิน ๓ องค์ คือ ประธาน ๑ องค์ พระสาวก ๒ องค์ ต่อมาเมื่อสิ้นสุดสงครามได้กลับมาบูรณะวัดอีกครั้งหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเสาธงหิน มาจนตราบทุกวันนี้
    หลวงพ่อโต พระประธานอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก ชาวบ้านเล่าว่าครั้งหนึ่งน้ำเค็มขึ้นถึงจังหวัดนนทบุรี แต่หน้าวัดเสาธงหินเป็นน้ำจืด ชาวบ้านโจษขานกันไปทั่วและพากันตักไปดื่มกินโดยทั่วไปในขณะนั้น นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว หลวงพ่อโตยังได้รับความเคารพบูชาจากชาวบ้านมาบนบานอยู่เสมอและมักจะประสบความสำเร็จ จึงพากันสักการะเป็นประจำ
     
    วัดยุคันธราวาส ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒ หมู่ที่ ๗ บ้านสวนเจ้า ตำบลบางเลน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสสเทว) และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔ ) ได้โปรดสร้างวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามขึ้นที่กรุงเทพมหานครและเนื่องจากมีวัสดุสัมภาระต่าง ๆ ที่เหลือจากการก่อสร้างจำนวนหนึ่งจึงได้นำมาสร้างวัดยุคันธราวาส เดิมชื่อ “วัดยุคนธร” ภายในวัดมี “พระแท่นที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
     
    วัดต้นเชือก
    ตั้งอยู่เลขที่ ๘ หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๔ แต่เพิ่งจะมาเจริญรุ่งเรืองประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๐ ในตำบลบ้านใหม่มีวัดเพียงหนึ่งวัด แต่มีพุทธศาสนิกชนในตำบลบ้านใหม่และตำบลใกล้เคียงมาทำบุญอยู่เป็นจำนวนมาก มีหลวงพ่อวิหาร พระประธานในวิหาร สร้างในสมัยอยุธยาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ชาวบ้านนับถือสักการะกันเป็นประจำ
    ถนนสายดอกไม้ อำเภอบางใหญ่ มีการส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประดับจนทำให้ถนนกาญจนาภิเษกที่
    อยู่ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ได้ชื่อว่าเป็น “ถนนสายดอกไม้” เนื่องจากทั้งสองข้างทางมีเหล่าพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด สะพรั่งด้วยสีสันเสมือนหนึ่งเชิญชวนผู้พบเห็นได้แวะชื่นชมและเลือกซื้อ ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม – มกราคม ของทุกปี อำเภอบางใหญ่ได้จัดงาน “อเมซิ่งบางใหญ่ ถนนสายดอกไม้” ณ บริเวณห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ ที่ว่าการอำเภอบางใหญ่เพื่อให้เกษตรกรนำไม้ดอกประดับมาจำหน่ายโดยตรงในราคาถูกพิเศษ ให้ผู้ที่สนใจเลือกซื้อเพื่อไปมอบให้ญาติมิตรในเทศกาลปีใหม่หรือในโอกาสสำคัญอื่น ๆ
     

    อำเภอไทรน้อย

     
    วัดเสนีวงศ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองเพรางาม เป็นวัดที่ร่มรื่นไปด้วยหมู่แมกไม้ยืนต้นและสัตว์น้ำ แบบการสร้างวัดผสมผสานระหว่างไทย-มอญ-จีน ซึ่งแปลกหาชมได้ยาก ชมอุทยานมหาชาติ(พระเวสสันดร) ๑๕ กัณฑ์ และขอพรจากเจดีย์ ทรงรามัญมีชื่อว่า “เจดีย์สมปรารถนา” ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

    ตลาดน้ำไทรน้อย ตั้งอยู่ริมคลองพระพิมลราชาเป็นศูนย์รวมของอาหารคาวหวาน ผัก ผลไม้ หลายชนิดที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายริมฝั่งคลอง มีรสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัยและราคาเป็นกันเอง สามารถเลือกซื้อเลือกหาตามต้องการ นอกจากนี้ชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตของชาวนนทบุรี ที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งคลอง ยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติและความเป็นไทยอยู่ เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. บริเวณตลาดน้ำมีเรือล่องคลองพระพิมลราชาออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. นำเที่ยวชมวัดไทรใหญ่และสวนมะพร้าว โดยมีเยาวชนเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำชม

    การเดินทาง รถยนต์ สายบางบัวทอง-ตลิ่งชัน แยกซ้ายมือเข้าสู่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร เข้าตลาดน้ำไทรน้อย ข้างที่ว่าการอำเภอไทรน้อย

    การเดินทาง รถตู้ (สาย ต.๘) สายพาต้าปิ่นเกล้า-ไทรน้อยและสายเดอะมอลล์งามวงศ์วาน-ไทรน้อย

    การเดินทาง เรือ ให้บริการโดยสารและนำเที่ยวจากท่าน้ำนนทบุรี-ไทรน้อย

     
    วัดไทรใหญ่ (ข้างสำนักเทศบาลตำบลไทรน้อย) ไปตามสาย ๓๒๑๕ กิโลเมตรที่ ๓๓-๓๔ ตั้งอยู่เลขที่ ๖๕ บ้านไทรใหญ่ ถนนไทรน้อย-ต้นเชือก วัดไทรใหญ่สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ เดิมชื่อวัดมหานิโครธาราม ซึ่งแปลว่า “ไทร” ต่อมาได้เปลี่ยนนามเป็น “วัดไทรใหญ่” เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยอู่ทอง ปางมารวิชัยหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้าง ๑.๖๙ เมตร ฝีมือช่างหลวง นอกจากนี้ยังมีพระมหากัจจายะนะ แม่โพสพ และรูปหล่อของพระครูนนททิวาการ(ทิพย์) อดีตเจ้าอาวาส ฝาผนังมีจิตรกรรมเรื่องพระเจ้าสิบชาติ
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 145 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,900 AUD$ (ประมาณ 84,100 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.