l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    สมุทรสงคราม
    เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.๒ แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไปเยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
    เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า “สวนนอก” ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า “เมืองแม่กลอง ” สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น
    จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๖ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๓ อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดราชบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดเพชรบุรี และอ่าวไทย
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเพชรบุรี และราชบุรี
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดสมุทรสาคร

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดสมุทรสงคราม
     
    รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543

    รถไฟ จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย ออกทุกวัน ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม หรือจะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. 0 2465 2017, 0 2890 6260 หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th

    รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.50-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์) โทร. 0 2435 5031 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

    อัตราค่าโดยสาร กรุงเทพ – สมุทรสงคราม บริษัทเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระยะเวลา 2 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 67 บาท

    ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ
    • อำเภออัมพวา ระยะทาง ๖ กิโลเมตร
    • อำเภอบางคนที ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    ก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน มีหลายร้านตลอดสองข้างทางถนนสายธนบุรี-ปากท่อ ประมาณ กม.ที่ ๒
    กรทอง ๑๔๘/๗ ถ.สมุทรสงคราม-บางแพ ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๓๐๙๔
    คุณบล ๑๔๘/๙-๑๐ ต.แม่กลอง
    คุ้นลิ้น ๑๐/๒ หมู่ ๔ ถ.ราชวิถี ต.บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๔๓๔๘, ๐ ๙๘๓๗ ๔๘๒๔ โทรสาร ๐ ๓๔๗๑ ๓๗๗๙ (อาหารทะเล เปิด ๐๗.๐๐-๒๐.๐๐ น.)
    จานแก้ว ๑๕๘/๓ ถ.ธนบุรี-ปากท่อ (เชิงสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๒๙๑(ร้านอาหารประเภทผับเปิด ๒๐.๐๐–๐๒.๐๐น.)
    จินดา ๑๙๓ ซ.แหลมใหญ่ (เชิงสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)
    ชาวเล (ใกล้กับหมู่บ้านหิงห้อย ริมคลองผีหลอก) ๕๐ ถ.สมุทรสงคราม-บางแพ ต.บ้านปรก อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๒๖๘๑ ( เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารแนะนำกุ้งเผา หลน ฉู่ฉี่ ห้ารส ต้มยำ ทอดกระเทียม ปลาทูต้มมะดัน ฉู่ฉี่)
    เทพนิมิตร ๖๗ หมู่ ๔ ต.บางจะเกร็ง
    นิวเป้งล้ง ๑๒๕/๑๕ ถ.ทางเข้าเมือง ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๒๔๑๓, ๐ ๑๓๐๘ ๗๑๘๘ (อาหารจีน, ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น)
    นายแกละ ๑๔๙ หมู่ ๔ ต.บางขันแตก
    มธุรส ๖๘๓/๔๒ ถ.ราชญาติรักษา ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๓๓๙๓ (อาหารประเภทข้าวแกง เปิด ๐๖.๐๐-๑๒.๐๐ น.)
    ริมน้ำ ๒๔ หมู่ ๖ ต.แม่กลอง
    ริมอ่าว ๒๑๓ หมู่ ๑ ถ.วิชาญวิถี ต.บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๒๙๙, ๐ ๑๘๒๐ ๒๑๔๒ (อาหารทะเล ๐๗.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    เรือนวารี ๑๕๓ ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๘๑๖
    สุชาดา ถ.สายอัมพวา-แม่กลอง
    ไสว ๕๐/๒๒ ซ.บางจะเกร็ง ๔ ถ.พระราม ๒ ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๑๙๐, ๐ ๑๙๔๒ ๔๒๓๗ (อาหารทะเล เปิด ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    ครัวโสภา (ตุ๊กเจ้าเก่า) ๑๔/๔ หมู่ ๔ ต.บางจะเกร็ง
    คุณเป๋า ๗๗/๒ หมู่ ๘ ต.บางแก้ว โทร. ๐ ๑๙๔๑ ๐๓๗๖, ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๐๓, ๐ ๑๙๒๓ ๙๕๔๔ (อาหารทะเล เปิด ๐๙.๐๐-๒๓.๐๐ น.)
    เคียงทะเล ๓/๑๗ หมู่ ๔ ต.บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๓๖๘๑-๓, ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๐๒ (เปิด ๐๙.๐๐-๑๙.๐๐ น.)
    ผู้ใหญ่บุญธรรม (ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ) ๔ ต.บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๓๙ (อาหารทะเล)
    เพื่อน ๑๑๕/๑๕ หมู่ ๔ ต.บางจะเกร็ง
    ลุงขันธ์ ๓/๑ หมู่ ๔ ต.บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๔๗๑๘ โทรสาร ๐ ๓๔๗๑ ๖๕๑๙ (อาหารทะลเ เปิดเวลา ๐๘.๐๐–๒๐.๐๐ น.)
     

    อำเภออัมพวา

     
    ครัวชมเดือน ๓๙/๔ ถ.สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ ๓๘ ต.บ้านปรก โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๒๒๐๐-๑ (เปิดบริการทุกวัน เวลา ๑๐.๐๐-๒๑.๓๐ น. อาหารแนะนำ ส้มโอตำยำหอย แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง ปลาช่อนโบราณ ไก่บ้านทอดเกลือ (พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านชมเดือน เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.)
    ช้างเผือก (เลยอุทยาน ร.๒ ประมาณ ๑ กม.) ๒ หมู่ ๕ ถ.อัมพวา-บางนกแขวก ต.บางช้าง โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๕๔๑๔, ๐ ๓๒๗๒ ๕๕๔๑, ๐ ๑๔๙๔ ๓๒๖๔ (อาหารทะเล, ไก่ต้มน้ำปลา เปิดเวลา ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐)
    ง้อโภชนา ๑๔-๑๖ ถ.ศรีอัมพวา
    น้องอุ้ม (อยู่ตรงข้ามวัดบางแคใหม่) ริมแม่น้ำแม่กลอง ๑๒ ถ.สุคนธมาน ต.อัมพวา โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๙๗๗, ๐ ๓๔๗๕ ๑๒๐๙ (ทุกวัน เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารแนะนำ แกงส้มหลดบัวกับกุ้ง ดอกขจรผัดน้ำมันหอย ผัดโป๊ยเซียน ปลากะพงทอดน้ำปลา ราดหน้าทะเล ส้มตำปูม้า ปูทะเลเผา)
    พรสวรรค์ หน้าที่ว่าการ อ.อัมพวา
    แพอัมพวา (หน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา) แพทานอาหารเอี้ยมจุ๊นไม้สัก ล่องแม่น้ำแม่กลอง เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๒.๓๐ น.
    ร้านกาแฟโอชารส (ร้านกาแฟเก่าแก่อายุกว่า ๕๐ ปี ติดกับสำนักงานเทศบาลตำบลอัมพวา) ๗ ถ.โชติธำรงศ์ ต.อัมพวา โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๕๕๖๘ (เปิดเวลา ๐๖.๐๐-๑๙.๐๐ น. วันศุกร์-วันอาทิตย์เปิดถึง ๒๔.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางคนที

     
    จันทิมา หมู่ ๖ ต.บางนกแขวก (เชิงสะพานคลองตาจ่า)
    ธารทิพย์ ถ.สมุทรสงคราม-บางนกแขวก ต.บางนกแขวก
    บ้านสวน ๕๗ หมู่ ๗ ต.บางนกแขวก
    ริมน้ำ ถ.สมุทรสงคราม-บางนกแขวก เยื้องปั๊มน้ำมัน ปตท.
    สิโนภัทราบ้านเรือ ๒๔ หมู่ ๖ ถ.สมุทรสงคราม-บางนกแขวก ต.บางคนที โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๐๘๑๑ (ล่องเรือแม่น้ำแม่กลอง )
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    อำเภอเมือง

     
    ตลาดกลางบางแก้ว ริมถนนพระราม ๒ (กิโลเมตรที่ ๕๘) เป็นศูนย์กลางแสดงและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและสินค้าเกษตรแปรรูปจากโรงงานอุตสาหกรรม และร้านเศรษฐกิจชุมชนของกลุ่มแม่บ้าน ตลาดแห่งนี้เปิดบริการวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์
    ตลาดของดีแม่กลอง ๖๙ ริมถนนพระราม ๒ (กิโลเมตรที่ ๖๙) ตำบลบางขันแตก จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เช่น ผลไม้จากสวน ส้มโอขาวใหญ่ ลิ้นจี่ ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม อาหารทะเลแห้งเช่น หอยหลอด ปลาเค็ม ปลาหมึก กุ้งแห้งและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กะปิคลองโคน น้ำปลา น้ำตาลสด น้ำตาลมะพร้าว
    ตลาดสินค้าพื้นเมืองบริเวณดอนหอยหลอด ตั้งอยู่ริมถนนบริเวณดอยหอยหลอด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลแห้งเช่น หอยหลอด ปลาเค็ม ปลาหมึก กุ้งแห้ง ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของฝากและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองต่างๆ
    สหชัยซีฟู้ด ถ.วิธานวิถี ต.บางจะเกร็ง จำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเล
     

    อำเภออัมพวา

     
    น้ำตาลมะพร้าว บริเวณสองข้างทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สายสมุทรสงคราม-บางแพ) ตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๓๐-๓๔ จะพบเห็นเตาเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวอยู่เป็นระยะ เช่น เตาหวาน เตาตาลดี และเตาไทยเดิม นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมการสาธิตทำน้ำตาลมะพร้าว การทำน้ำตาลมะพร้าวเป็นอาชีพสำคัญอย่างหนึ่ง ตอนเช้าชาวบ้านจะปีนขึ้นไปเก็บน้ำหวานจั่นมะพร้าวซึ่งได้รองกระบอกไม้ไผ่ไว้ แล้วนำมาเคี่ยวในกะทะใบใหญ่จนแห้ง ช่วงเวลาที่มีการเคี่ยวน้ำตาลตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐-๑๔.๐๐ น.
    บริษัท ดิ ออร์คิด ฟาร์ม จำกัด ๔๐/๑ หมู่ ๗ ตำบลบางช้าง ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๕-๓๖ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสวนกล้วยไม้และสินค้าที่ระลึก เช่น ผ้าไหม เครื่องเงิน สินค้าประดับที่สวยงาม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐–๑๐.๐๐ น. โทร ๐ ๓๔๗๕ ๑๔๙๔, คุณไพรัชโทร. ๐ ๑๗๗๒ ๗๙๔๓
    ปิ่นสุวรรณ เบญจรงค์ (บ้านเบญจรงค์) ๓๒/๑ หมู่ ๗ ตำบลบางช้าง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ (ตรงข้ามกับวัดจุฬามณี) จะมีป้ายบอกทาง เข้าไปประมาณ ๓๐๐ เมตร ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยเบญจรงค์เลียนแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๒ ที่มีลวดลายละเอียดอ่อนช้อย สีสัน งดงาม เหมาะแก่การซื้อหาไปเป็นของฝากหรือของแต่งบ้านที่ทรงคุณค่า ร้านปิ่นสุวรรณ เบญจรงค์เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. หากต้องการชมกรรมวิธีและขั้นตอนการผลิตเครื่องถ้วยเบญจรงค์สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันจันทร์-เสาร์เวลา ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๒๒
     

    อำเภอบางคนที

     
    กล้วยเบรคแตก ทำจากกล้วยหอมอบน้ำผึ้ง รสชาติหวาน กรอบ เค็ม มัน อร่อย โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๐๑๕๔, ๐ ๑๘๕๗ ๘๔๘๗ (เส้นทางสมุทรสาคร-บางนกแขวก หาซื้อได้ที่ปั้ม ปตท. ก่อนถึงสิโนภัทราบ้านเรือ เปิดเวลา ๐๖.๐๐-๑๙.๓๐ น.)
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    ( ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้โปรดสอบจากโรงแรมก่อนเข้าพัก )

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    ไทยสวัสดิ์ ๕๒๔-๕๒๖ ถ.เพชรสมุทร ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๒๐๕, ๐ ๓๔๗๑ ๑๖๑๕ จำนวน ๑๒ ห้อง ราคา ๑๒๐ บาท (พัดลมและห้องน้ำรวม)
    เฟิสท์อินน์ ๕ ถ.ธนบุรี-ปากท่อ (กม.ที่ ๗๑) ต.บางขันแตก โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๒๙๒๑-๒ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๒๑๐-๕๕๐ บาท

    บ้านชมเดือน ๓๙/๔ หมู่ ๙ ถ.สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ ๓๘ (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๕) ต.บ้านปรก โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๒๒๐๐-๑ จำนวน ๒๓ ห้อง ราคา ๖๐๐–๘๐๐ บาท

    บ้านท้ายหาด รีสอร์ท แอนด์ วอร์เตอร์ สปอร์ต ๑ ม.๒ ต.ท้ายหาด โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๗๒๒๐-๔, ๐ ๖๑๗๕ ๑๑๐๕ โทรสาร ๐ ๓๔๗๖ ๗๒๒๑ www.baantaihad.com จำนวน ๒๑ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๑,๖๘๐ บาท (กิจกรรมเจ็ตสกี ขี่จักรยาน พายเรือคายัค สระว่ายน้ำ ล่องเรือชมหิงห้อย ๙๐๐ บาท/ชั่วโมง (๘ ท่าน)

    บ้านริมคลอง ๔๓/๑ หมู่ ๖ ต.บ้านปรก โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๒๗๗๕, ๐ ๑๙๒๒ ๒๙๕๔, ๐ ๑๖๕๙ ๑๑๘๙
    E-mail: aruangkamol@hotmail.com จำนวน ๙ หลัง ราคา ๔๐๐–๗๐๐ บาท
    บ้านสวนรีสอร์ท ๘๑/๓-๗ หมู่ ๒ ซอยชลประทาน (อยู่ตรงข้ามเทคนิคสมุทรสงคราม) เข้าไป ๑.๘ กม. ถ.เอกชัย (ไปทางอนุสรณ์สถานอิน-จัน) ต.ลาดใหญ่ โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๗๗๖๑ จำนวน ๕ หลัง ราคา ๗๐๐-๑,๒๐๐ บาท
    แม่กลองโฮเต็ล (หน้าวัดเพชรสมุทร ติดห้างสรรพสินค้าพาต้า) ๕๒๖/๑๐ -๑๓ ถ.ศรีจำปา ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๑๕๐ จำนวน ๑๘ ห้อง ราคา ๒๐๐-๔๐๐ บาท
    เรนโบว์อินน์ ๕๐/๓ ถ.ธนบุรี-ปากท่อ โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๒๘๖ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๒๐๐–๓๔๐ บาท
    อลงกรณ์ ๑ ๕๔๑/๑๕ ถ.เกษมสุขุม (ใกล้คุ้มซุปเปอร์มาร์เก็ต) ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๐๑๗ จำนวน ๓๗ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๕๐ บาท
    อลงกรณ์ ๒ ๕๔๐ ถ.เกษมสุขุม ต.แม่กลอง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๗๐๙ จำนวน ๓๘ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๕๐ บาท
     

    อำเภออัมพวา

     
    บ้านไม้ชายคลอง รีสอร์ท ๒๐ ม.๕ ต.สวนหลวง โทร. ๐ ๑๘๘๐ ๗๕๑๐, ๐ ๑๘๕๒ ๕๕๗๒ จำนวน ๖ หลัง ราคา ๑,๒๐๐-๑,๕๐๐ บาท
    บ้านเรือริมคลอง ๑๑/๒ กม.๘ ถ.แม่กลอง-ปากท่อ(สายเก่า) ต.ปลายโพงพาง โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๗๒๙๙, ๐ ๑๘๒๓ ๕๕๔๔ โทรสาร ๐ ๓๔๗๖ ๗๒๙๘ เรือ ๒ ลำ (เรือเอี๊ยมจุ๊นลำใหญ่อยู่ได้ ๘ คน) ราคา ๑,๕๐๐ บาท (ท่านต่อไปคนละ ๕๐๐ บาท)
    บ้านเรือนเพ็ญ ๑๓ ม.๕ ต.สวนหลวง จำนวน ๘ ห้อง ราคา ๖๐๐-๒,๕๐๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๔๖๘, ๐ ๑๔๘๗ ๙๙๖๔, ๐ ๑๘๐๑ ๗๗๖๙ หรือ www.thairivertour.com บริการนำเที่ยวชมหิงห้อยยามค่ำคืน ชมสวนลิ้นจี่ ส้มโอ สวนกล้วยไม้
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศํพท์ที่สำคัญ

    • สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง ๐ ๓๔๗๑ ๖๙๖๒
    • สถานีรถไฟสมุทรสงคราม ๐ ๓๔๗๑ ๑๙๐๖
    • ประชาสัมพันธ์ จังหวัด ๐ ๓๔๗๑ ๔๘๘๑
    • สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม ๐ ๓๔๗๑ ๑๙๙๗
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ๐ ๓๔๗๑ ๑๓๓๘, ๐ ๓๔๗๒ ๐๕๓๐-๕
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภออัมพวา ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๐๐, ๐ ๓๔๗๒ ๕๖๒๕-๗
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคนที ๐ ๓๔๗๖ ๑๘๖๖, ๐ ๓๔๗๓ ๐๐๖๒-๔
    • โรงพยาบาลอัมพวา ๐ ๓๔๗๕ ๑๘๔๖-๗, ๐ ๓๔๗๕ ๒๕๖๐
    • โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๐ ๓๔๗๒ ๓๐๔๔-๙
    • หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ๐ ๓๔๗๑ ๓๐๕๓, ๐ ๓๔๗๑ ๘๑๕๔
    • ตำรวจทางหลวง ๑๑๙๓
    • ตำรวจท่องเที่ยว ๑๑๕๕
     
     
     
     
     

    เทศกาลประเพณี

     
    งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ ๒ อำเภออัมพวา ภายในงานมีการแสดง สาธิตการทำขนมไทยโบราณ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงโขนกลางแจ้ง และการจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรม รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ
    งานวันลิ้นจี่ จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ที่อำเภออัมพวา (จัดเป็นบางปี ขึ้นอยู่กับผลผลิตของลิ้นจี่)
    งานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อบ้านแหลม จัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๑๙ เมษายน ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
    งานตะวันรอนที่ดอนหอยและงานแข่งกระดานเลน จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม บริเวณดอนหอยหลอด หมู่บ้านฉู่ฉี่ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
    งานส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี
    งานแข่งเรือยาวประจำปี จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทง ที่วัดราดเป้ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
    เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง จัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ในเดือนธันวาคม
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมือง

     

    ดอนหอยหลอด สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” ดอนหอยหลอดมีอาณาบริเวณกว้างประมาณ ๓ กิโลเมตร ยาว ๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ ๒ แห่ง แห่งแรกได้แก่ ดอนนอก อยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และอีกแห่งคือ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนมีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยหลอด หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง แต่พบว่าหอยหลอดเป็นหอยที่มีจำนวนมากที่สุด จึงเป็นจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้
    หอยหลอดเป็นหอยชนิด ๒ ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟ ฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด จะจับในช่วงน้ำลง โดยใช้ไม้เล็ก ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวดอนหอยหลอด คือ ประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือบริเวณศาลาอาภร (ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ) เพื่อนั่งเรือไปชมดอนหอยหลอด ราคาเช่าลำละ ๖๐ บาท (ไม่เกิน ๖ คน) หรือ นักท่องเที่ยวคนละ ๑๐ บาทต่อ หากต้องการเช่าไปเที่ยวชมปากอ่าว (ไม่เกิน ๕ คน) ราคาลำละ ๒๐๐ บาท ชมทิวทัศน์ป่าชายเลน (ไม่เกิน ๗ คน ) ราคาลำละ ๓๐๐ บาท นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเวลาน้ำขึ้น – น้ำลง ได้ที่ อบต. บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๔๙ , ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๓๖
    บริเวณดอนหอยหลอดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีการแสดงดนตรีไทยทุกวันอาทิตย์ที่ ๑ และ ๓ ของเดือน เวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น. ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านขายสินค้าของที่ระลึกหลายร้านเรียงรายบริเวณดอนหอยหลอดขายสินค้าประเภทอาหารทะเลสด-แห้ง หอยหลอดสด-แห้ง น้ำปลา กะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ

    การเดินทาง รถยนต์

    1. ไปยังหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖๒ มีป้ายซ้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร
    2. ไปยังหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔ ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอดระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร

    การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกตลอดทั้งวันจากตัวตลาดในอำเภอเมืองสมุทรสงครามไปยังบ้านฉู่ฉี่ ดอนหอยหลอด

    การเดินทาง เรือ การเดินทางไปยังดอนนอก มีเรือขนาดต่าง ๆ บริการที่ท่าริมน้ำแม่กลอง ถ้าเป็นหมู่คณะใหญ่ประมาณ ๖๐-๒๕๐ คน ติดต่อสอบถามล่วงหน้า ที่โรงเลื่อยจักรซุ่นฮวดเฮง คุณพรทิพย์ แสงวณิช โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๔๖๖, ๐ ๓๔๗๑ ๒๕๕๘, ๐ ๓๔๗๑ ๒๔๕๑, ๐ ๑๓๗๘ ๕๘๕๘ โทรสาร ๐ ๓๔๗๑ ๔๒๔๐ (มีบริการสั่งอาหารไปทานบนเรือ) หรือ ติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟากริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

    วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔ ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด วัดนี้เป็นวัดที่มีพระอุโบสถเป็นจุดเด่น สร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อพ.ศ.๒๕๓๕ พระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก ลวดลายมีความละเอียดงดงามมาก แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง ในบริเวณวัดมีขนมกาละแม-รามัญจำหน่าย โดยกลุ่มแม่บ้านรามัญพัฒนา เป็นขนมขึ้นชื่อของวัดมีรสชาติเหนียว หวาน มัน ห่อด้วยกาบหมาก สามารถชมการสาธิตกวนกาละแมในกะทะใบใหญ่ได้ในบริเวณวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๓๐๕, ๐ ๓๔๗๑ ๓๖๔๒
    วัดเขายี่สาร ตั้งอยู่ที่บ้านเขายี่สาร ตำบลเขายี่สาร เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยซึ่งเป็นองค์ประธานของวัด พระมณฑปและบานประตูสลักไม้ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายนับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง พระอุโบสถบูรณะใหม่ประดิษฐ์ลวดลายปูนปั้นด้วยฝีมือช่างเมืองเพชร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิม บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน ถ้ำพระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีนิ้วพระบาทเก้านิ้ว นอกจากนี้ด้านล่างยังมีศาลประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี
    พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเขายี่สาร โดยใช้อาคารศาลาการเปรียญของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ เริ่มก่อตั้งเมื่อพ.ศ.๒๕๓๙ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนยี่สารที่มีความสำนึกในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่น ชุมชนยี่สารเป็นชุมชนโบราณร่วมสมัยกับการเกิดกรุงศรีอยุธยา มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่น่าศึกษา หาค้นคว้าได้จากพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร อาคารชั้นล่างจัดแสดงภูมิปัญญาบ้านเขายี่สาร ชีวิตวัฒนธรรมของผู้คน เครื่องมือผลิตยาสมุนไพร เครื่องใช้ไม้สอยของชาวบ้านในชุมชน ชั้นบนจัดแสดงภาชนะ เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวชุมชนเขายี่สาร เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐–๑๕.๐๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับวันธรรมสวนะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ส่วนวันจันทร์-ศุกร์เปิดให้เข้าชมเมื่อมีการติดต่อ ขอเข้าชมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑ สัปดาห์ ถ้ามีการจองเที่ยวชมตลอดวันมีการจัดบริการอาหารเที่ยง ค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน ๕ บาท ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท ถ้าเข้าชมเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน ๒๐ คน) ค่าเข้าชม ๒๐๐ บาทมีมัคคุเทศก์บริการนำเที่ยวชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณสิริอาภา รัชตะหิรัญ โทร. ๐ ๒๔๓๓ ๑๕๔๗, ๐ ๑๘๕๙ ๓๑๙๕ องค์การบริหารส่วนตำบลเขายี่สาร โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๓๑๐๘ ,คุณอำพล โทร.๐ ๕๑๖๔ ๙๒๙๓ โทรสาร ๐ ๓๔๗๖ ๓๑๐๙
    การเดินทาง ไปตามถนนพระราม ๒ ประมาณกิโลเมตรที่ ๗๒ จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.ซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าวัดเขายี่สาร ตรงเข้าไปประมาณ ๗ กิโลเมตร
    วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมือง บริเวณถนนเพชรสมุทร เดิมชื่อวัดศรีจำปา เป็นวัดที่สำคัญของจังหวัด ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา ปีพ.ศ.๒๓๐๗ พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้ ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณตำบลแม่กลองเหนือวัดศรีจำปา จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแหลม” ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชรและช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปา เรียกวัดนี้ใหม่ว่า “วัดบ้านแหลม”
    ชาวบ้านแหลมนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวประมง คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวนในอ่าวแม่กลองพบพระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูปนั่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สำหรับพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรสูงประมาณ ๑๖๗ เซนติเมตร (แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธ์วงศ์วรเดชได้ถวายบาตรไว้ให้บาตรหนึ่งเป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน) นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม เรียกว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม” มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป วัดบ้านแหลมเจริญขึ้นเป็นวัดใหญ่ เนื่องจากมีผู้คนมาทำบุญนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมกันเรื่อยมา ต่อมาวัดนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” ภายในบริเวณวัดเพชรสมุทรยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์ จัดแสดงพระพุทธรูป และพระเครื่องสมัยต่างๆ โบราณวัตถุเครื่องลายคราม และธรรมมาสน์บุษบกสมัยกรุงศรีอยุธยา ปกติไม่เปิดให้เข้าชม ต้องติดต่อเจ้าอาวาสก่อนล่วงหน้า
    อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จันและพิพิธภัณฑ์เรือ ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๔ กม.) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ฝาแฝดสยามอิน-จันที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลก ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จันตั้งอยู่กลางลาน ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน “ แฝดสยามอิน-จัน” เกิดที่จังหวัดสมุทรสงครามเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๕๔ (ค.ศ.๑๘๑๑) ประมาณปีพ.ศ.๒๓๗๑-๒๓๗๒ (ค.ศ.๑๘๒๘-๑๘๒๙) กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง พบฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปอเมริกาและอังกฤษ เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ เรื่องราวชีวิตของแฝดสยามอิน-จัน ฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกันและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ ๖๓ ปี ได้รับการกล่าวขานทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin” ในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง เป็น พิพิธภัณฑ์เรือ รวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง พิพิธภัณฑ์เรือเปิดตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๒.๐๐ น . ค่าเข้าชม ๑๕ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๓๓๓
     

    อำเภออัมพวา

     

    อำเภออัมพวามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยก่อนเรียกกันว่า “แขวงบางช้าง” เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตรและการพาณิชย์ มีหลักฐานเชื่อได้ว่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า “ตลาดบางช้าง” นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นายตลาดผู้นี้อยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้าง ซึ่งต่อมาเป็นราชินิกุล “ณ บางช้าง”

    พ.ศ. ๒๓๐๓ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯ ให้นายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ภายหลังหลวงยกกระบัตรได้แต่งงานกับคุณนาค บุตรีเศรษฐีบางช้าง และย้ายบ้านไปอยู่หลังวัดจุฬามณี ต่อมาเมื่อไฟไหม้บ้านจึงได้ย้ายไปอยู่ที่หลังวัดอัมพวันเจติยาราม ปีพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงยกกระบัตรจึงตัดสินใจอพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าลึก ในระหว่างนี้ ท่านแก้ว (สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พี่สาวของหลวงยกกระบัตร ได้คลอดบุตรหญิงคนหนึ่งตั้งชื่อว่า “บุญรอด” (ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์บรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒)

    ในช่วงสมัยกรุงธนบุรี พระยาวชิรปราการได้รวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไปหมดและสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงยกกระบัตรได้อพยพครอบครัวกลับภูมิลำเนาเดิมในช่วงนี้เองคุณนาคภรรยาก็ได้คลอดบุตรคนที่ ๔ เป็นชายชื่อ ฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) หลังจากนั้นหลวงยกกระบัตรก็ได้กลับเข้ารับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา และได้ดำรงตำแหน่งจนเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นราชวงศ์จักรีเริ่มเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คุณนาคภรรยาจึงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ คุณสั้นมารดาคุณนาค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหานาคนารี
    แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึงมีพระประยูรญาติต่างๆที่สนิทประกอบอาชีพทำสวนอยู่ที่บางช้าง เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์จึงนับเป็นราชินิกุล “บางช้าง” พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ มักทรงเสด็จเยี่ยมพระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำกล่าวเรียกว่า “สวนนอก” หมายถึง สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ก็เรียกว่า “สวนใน” มีคำกล่าวว่า “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” จนถึงใน สมัยรัชกาลที่ ๔ จึงยกเลิกไป อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน

    ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ ๗ ค่ำ ๑๒ ค่ำ (ทุกๆ ๕ วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐–๑๑.๐๐ น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๒๐๘, ลุงจรูญ โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๑๒๓
    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๒ (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก ๕ กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทย สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐–๑๘.๐๐น. รถออกทุก ๒๐ นาที
    วัดจุฬามณี ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร ๓๔–๓๕ ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก(น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๒)

    วัดบางกะพ้อม ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๗–๓๘ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจอยู่ภายในวิหารเก่าของวัด ผนังวิหารด้านบนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังลักษณะแตกต่างจากทั่วไป คือ เป็นปูนปั้นลวดลายนูนแสดงเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ผนังวิหารด้านล่างโดยรอบมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้กลางวิหารยังประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่ซ้อนกันสี่รอยลดหลั่นกันไป สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี เดิมมีแผ่นเงินหุ้มแต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม พระพุทธบาทรอยที่ซ้อนลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับมุกยังคงหลงเหลือลวดลายงดงาม บริเวณลานวัดจะเห็นร้านกาแฟเล็กๆจำหน่ายชา กาแฟรสชาติหอมอร่อยแบบดั้งเดิมตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา ๑๒.๐๐-๒๐.๐๐ น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้
    การเดินทาง รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) ถึง กม.ที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวง ๓๒๕ สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ ๓๖-๓๗ มาทางแยกซ้ายเข้าไปทางที่จะไปอุทยานฯ ร.๒ ตลาดน้ำจะอยู่ใกล้กับอุทยานฯ ร.๒

    การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ราชบุรี-ดำเนินสะดวก มาลงที่ตลาดอัมพวา

    วัดอัมพวันเจติยาราม อยู่ติดกับอุทยาน ร. ๒ เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ คุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ ๒ เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
    วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน
    การเดินทาง รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้าย เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร

    รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม

    อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวาย มีพื้นที่ประมาณ ๑๑ ไร่ พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)

    ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย ๔ หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๒ และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง

    นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้ อุทยาน ร.๒ เป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐–๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐–๑๗.๓๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๕ บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๖๖๖ โทรสาร ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๗๖

    การเดินทาง รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร

    รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าอุทยาน ร.๒

    ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ ซอเป็นเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลาง บ้านพญาซอเป็นบ้านช่างซออู้ ที่นำศิลปะการเล่นดนตรีไทยมาผนวกกับการแกะสลักซอเป็นลวดลายที่งดงาม โดยการนำผลมะพร้าวที่ใช้ทำซอซึ่งมีลักษณะพิเศษมาแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายตัวละคร ลายพุดตาน ลายนามย่อ ลายนามปีนักษัตรเช่น ชวด ฉลู ปัจจุบันหาชมศิลปะการแกะสลักเช่นนี้ได้ยาก นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถชมศิลปะการแกะสลักซอและเรียนรู้การใช้ซอได้ที่ บ้านคุณสมพร เกตุแก้ว เลขที่ ๔๓ หมู่ ๕ ต.บางพรหม อ.บางคนที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๙๔๙, ๐ ๑๗๔๒ ๑๗๘๖
    การเดินทาง บ้านพญาซอ จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้ายไปอุทยาน ร.๒ บ้านพญาซออยู่เลยอุทยาน ร.๒ ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร
    วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้ คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และ เครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า ๓๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามรายละเอียดได้ที่ พระปลัดถาวรปิยธโร โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๔๙๒, ๐ ๓๔๗๕ ๑๐๘๕, ๐ ๑๔๐๙ ๐๕๖๗
    บ้านดนตรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วยสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงครามเล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาวสมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่นเก่าๆที่สมัครใจ ให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูกหลาน เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นมา สอนวันจันทร์ พุธ ศุกร์และวันเสาร์-อาทิตย์ โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๕๐๐
    วัดบางแคใหญ่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗ ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า ๑๕๐ ปี ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัยปั้นด้วยศิลาแลง มีธรรมเจดีย์ ๗ องค์สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕ มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และบนฝาประจัน (ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.๒ โปรดให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาต
    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จะเห็นวัดบางแคใหญ่
    บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ ตั้งอยู่เลขที่ ๒/๑ หมู่ ๗ ตำบลแควอ้อม บ้านแมวไทยโบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง คุณปรีชา พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า “ เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศ ไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา” แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่างๆ บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐ ๓๔๗๓ ๓๒๘๔, ๐ ๔๐๐๓ ๔๑๙๔

    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่ จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย

    วัดบางแคน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลแควอ้อม ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย(น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๑ เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้ นับเป็นอุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะการแกะสลักไม้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๒๒๒
    วัดอินทารามตั้งอยู่ที่ตำบลเหมืองใหม่ เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๐๐ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า ๓๐๐ ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สักแกะสลักสุภาษิตสอนใจ ท่าน้ำของวัดเป็นอุทยานปลาตะเพียน นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนหนึ่งของวัดจัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ใช้สมุนไพรควบคู่กับการปฏิบัติธรรมรักษาผู้ติดยาเสพติด มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์เรือโบราณในอนาคต โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๘๘๘, ๐ ๓๔๗๓ ๕๕๑๕
    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๒ ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๗ หรือใช้รถประจำทางสาย ๘๑๓๑ สมุทรสงคราม-ท่าเรือ วัดแก้วเจริญ
     

    อำเภอบางคนที

     
    อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๔๓๓ (ค.ศ.๑๘๙๐) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯใช้เวลาสร้างถึง ๖ ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๓๙ (ค.ศ.๑๘๙๖) เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๓๔๗
    การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปประมาณ ๑๐๐ เมตร
    วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๕ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตลักษณะเป็นพระปฏิมากรสมัยสุโขทัยสร้างด้วยศิลาแลง ขนาดหน้าพระเพลากว้าง ๑๗๘ เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา ๒๐๘ เซนติเมตร บริเวณท่าน้ำหน้าวัดมีฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะปลาตะเพียนเงินและปลาตะเพียนทอง ประชาชนนิยมมาให้อาหารปลาและรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติอร่อยบริเวณท่าน้ำ
    การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) ประมาณ ๕ กิโลเมตร ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด ข้ามสะพานบางนกแขวก จะเห็นป้ายวัดอยู่ด้านขวามือ เลี้ยวขวาเข้าประมาณ ๕๐๐ เมตร
    ค่ายบางกุ้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบางกุ้ง เมื่อมาถึงบริเวณค่ายจะมองเห็นแนวกำแพงจำลองสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ได้โปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า ค่ายจีนบางกุ้ง พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา” ในปีพ.ศ.๒๓๑๑ พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี(บุญมา) ร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพพม่า สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยกลับคืนมา และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่าหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ ๒๐๐ ปี จนมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราช และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์ โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๑ ภายในบริเวณค่ายยังมีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์หลวงพ่อดำ” มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์ปรกโพธิ์และไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    วัดบางกุ้ง อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับค่ายบางกุ้งแต่อยู่คนละฝั่งกัน มีถนนตัดผ่านกลาง ภายในวัด มีโบสถ์เก่าประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อยและมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมและภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ในซุ้มขนาบข้างด้วยอัครสาวกนั่งพนมมือ สอบถามรายละเอียดวัดบางกุ้งโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๖๓๑,๐ ๙๒๐๑ ๙๖๘๔, ๐ ๙๐๑๔ ๕๖๘๑
    การเดินทาง ใช้เส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) ก่อนถึงอาสนวิหารแม่พระบังเกิด เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงไปประมาณ ๖ กิโลเมตร
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 145 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,900 AUD$ (ประมาณ 84,100 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.