โครงการคุ้มครองสวัสดิการด้านการศึกษานี้ได้ถูกริเริ่มโดยสมาคมป้องกันสิทธิผู้บริโภค เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการศึกษาเอกชน
หลังจากวันที่ 1 กันยายน 2548เป็นต้นไป สถาบันการศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองในโครงการคุ้มครองสวัสดิการด้านการศึกษาเท่านั้นที่สามารถเปิดทำการรับสมัครนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนในสถาบันของตนเอง โครงการนี้ได้จัดตั้งและพัฒนาขึ้นเพื่ออุตสหกรรมด้านการศึกษาในสิงคโปร์โดยสมาคมป้องกันสิทธิผู้บริโคภ (CASE) เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจและน่าเชื่อถือว่าสถาบันการศึกษาเอกชนเหล่านี้ได้รับการรับรองและอนุมัติให้ทำการเปิดรับนักเรียนต่างชาติเข้าทำการเรียนในหลักสูตรและวิชาที่สถาบันเปิดสอน สถาบันการศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองในโครงการคุ้มครองสวัสดิการด้านการศึกษาจะได้รับการรับรองว่าสถาบันมีความพร้อมในเรื่องการดูแลสวัสดิการและผลประโยชน์ของนักเรียนต่างชาติในสิงคโปร์ โดยมีหลักการที่ครอบคลุมในเรื่องดังต่อไปนี้
-
นโยบายที่โปร่งใสในเรื่องค่าเล่าเรียน
-
ระบบและวิธีการชดใช้แก่นักเรียนที่ชัดเจนแน่นอน
-
การเปิดเผยคำรับรองคุณภาพของสถาบันเอกชน
-
บุคลากรมีความสามารถ
และนี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนต่างชาติ และผู้ปกครองมีความมั่นใจว่าสถาบันการศึกษาเอกชนในสิงคโปร์นั้น มีการจัดวางระบบและการปฏิบัติอย่างเหมาะสมในการดูแลสวัสดิการและผลประโยชน์ของนักเรียนต่างชาติในประเทศสิงคโปร์ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมาตรฐานสูงสุดเท่าที่จะทำได้ในด้านวิชาการ การจัดการ และการปกป้องสิทธิและสวัสดิการของนักเรียน กรณีที่จะได้รับการรับรองภายใต้โครงการนี้ สถาบันการศึกษาเอกชนจะต้องดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติ 2 แผน คือ 1.แผนคุ้มครองสิทธิของนักเรียน 2.หนังสือสัญญาที่ชัดเจน
-
แผนคุ้มครองสิทธินักเรียน Student Protection Scheme (SPS)
แผนคุ้มครองสิทธินักเรียน (SPS) จะคุ้มครองสิทธิประโยชน์เรื่องค่าเล่าเรียนของนักเรียนต่างชาติ ซึ่งจะมีอยู่ 2 แผนโดยสามารถเลือกแผนใดแผนหนึ่ง
- การเปิดบัญชีเงินฝากสำหรับค่าเล่าเรียน ที่ธนาคาร DBS และ HSBC (Student Tuition Fee Account (Escrow) สถาบันจะต้องฝากเงินค่าเล่าเรียนของนักเรียนเข้าบัญชีดังกล่าวกับธนาคารที่ได้รับการคัดเลือกจาก CASE ซึ่งปัจจุบันได้แก่ธนาคาร DBS และ HSBC หลังจากนั้นธนาคารจะทำการจ่ายกลับไปยังสถาบันเอกชนเป็นระยะๆตามข้อกำหนดในสัญญา การชำระเงินจากธนาคารให้แก่สถาบันเอกชนจะยุติลง เมื่อสถาบันไม่สามารถดำเนินการเรียนการสอนต่อไปได้ ไม่ว่าจะเนื่องจากการล้มละลายหรือการปิดกิจการตามระเบียบข้อบังคับ และเมื่อสถาบันไม่สามารถชำระค่าปรับหรือจ่ายเงินคืนให้กับนักเรียนตามการตัดสินของศาลในสิงคโปร์
-
การทำประกันเงินค่าเล่าเรียน Student Tuition Fee Insurance กับทาง NTUC Income กรมธรรม์ประกันเงินค่าเล่าเรียน จะชดใช้ค่าเล่าเรียนที่นักเรียนได้จ่ายล่วงหน้าให้กับโรงเรียนตามกรณีต่อไปนี้
- เมื่อโรงเรียนไม่สามารถเปิดดำเนินการเรียนการสอนต่อไปได้ไม่ว่าจะเนื่องจากการล้มละลายหรือการปิดกิจการตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่สามารถชำระค่าปรับหรือคืนเงินให้กับนักเรียนตามการตัดสินของศาลในสิงคโปร์ หรือ
- เมื่อนักเรียนเสียชีวิตหรือกลายเป็นผู้ทุพพลภาพถาวร
-
หนังสือสัญญาที่ชัดเจน Standard Contract
ทุกๆสถาบันการศึกษาสิงคโปร์ (PEOs)จะต้องมีหนังสือสัญญาทีมีความโปร่งใสระบุข้อความที่ชัดเจนในเรื่อง ค่าเล่าเรียนวันที่เริ่มต้นและจบหลักสูตร สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และข้อชี้แจงที่ละเอียดในกรณีที่จะต้องมีการจ่ายเงินคืนนักเรียน
เพื่อให้การทำงานบรรลุความสำเร็จสูงสุดเท่าที่จะทำได้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการศึกษา องค์กรที่มีความเกี่ยวข้องต่างก็ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุถึงการทำงานที่เป็นเลิศทางด้านการศึกษา ซึ่งนอกเหนือจากโครงการคุ้มครองสวัสดิการด้านการศึกษาแล้ว สถาบันการศึกษาเอกชนยังถูกสนับสนุนให้ได้รับการรับรองในเรื่อง การจัดการที่เป็นเลิศ โดยการมอบตราสัญลักษณ์ Singapore Quality Class (SQC) ซึ่ง คณะกรรมการพัฒนามาตรฐานผลิตผลและนวัตกรรม หรือ Spring Singapore เป็นผู้ดำเนินงานและมอบตรานี้
|