ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่
วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ยให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
วันไหว้ คือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พอ่แม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปา
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้วตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล
วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี (ชิวอิก) วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ
เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น
สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลนี้ คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว
ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กันได้แก่
- แต้จิ๋ว : ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้
- จีนกลาง : ซินเจิ้นหยูอี้ ซินเหนียนฟาไซ้ แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆอีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน
ตำนานงานตรุษจีนปากน้ำโพ นครสวรรค์ เมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่ออีกชื่อที่คนทั่วไปรู้จักคือ 'ปากน้ำโพ' เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นครสวรรค์นับว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ ส่วนปากน้ำโพจัดเป็นศูนย์ลางทางการค้า เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชาวจีนหลายเชื้อสายที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินจะอาศัยอยู่ตามริมแม้น้ำน่าน เรียกว่า 'แควใหญ่'และบริเวณ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาคือตลาดปากน้ำโพ ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกบรรพบุรุษของชาวจีนนับถือเทพเจ้า เมื่อมาตั้งรกรากที่ใด ได้อัญเชิญเอาเทพเจ้าที่ตนนับถือติดตัวมาด้วย ชาวจีนในตลาดปากน้ำโพก็เช่นกัน พากันนับถือเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าพ่อกวนอู-เจ้าแม่ทับทิม-เจ้าแม่สวรรค์ เมื่อมาอยู่ได้จัดตั้งศาลเพียงตาสำหรับเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อ-เจ้าแม่เพื่อกราบไหว้บูชา โดยตั้งขึ้น ๒ ศาลคือ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออกของตลาดปากน้ำโพ และศาลเจ้าแม่หน้าผา ริมฝั่งแม่น้ำปิงที่บ้านหน้าผา ขึ้นไปทางเหนือของตลาดปากน้ำโพ
เมื่ออดีตประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว ตลาดปากน้ำโพได้เกิดโรคอหิวาตกโรค ระบาดครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บรรดาชาวจีนในปากน้ำโพ ได้นำเอา 'กระดาษฮู้' (กระดาษยันต์) จากศาลเจ้าไปเผาไฟแล้วเอาเถ้ากระดาษมาชงน้ำดื่มทำให้หายจากโรคระบาดเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วตั้งแต่นั้นมาชาวจีนในปากน้ำโพจึงได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ทุกองค์แห่รอบตลาดปากน้ำโพ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีจนกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมากกว่า ๘๐ ปี เพื่อเป็นศิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าด้านการค้า การเคารพกราบไหว้เปรียบเสมือนเทพเจ้าได้มาอวยชัยให้พรยังร้านค้าอันเป็นแหล่งทำกิน ในพิธีจะมีขบวนแห่มากมาย อาทิ เช่น สิงโต จากคณะเชื้อสายจีนต่าง ๆ เอ็งกอ ล่อโก้ว มังกรทอง ขบวนสาวงาม นางฟ้า ขบวนเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม(แควใหญ่) ตั้งอยู่บนถนนสาย นครสวรรค์-ชุมแสง หันหน้าลงสู่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่มีแม่น้ำสองสี สี่สายมารวมกันเรียกว่าปากน้ำโผล่ หรือปากน้ำโพ ศาลเดิมเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง จากจารึกในระฆังโบราณคู่ศาล ระบุปีที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายใน ค.ศ. ๑๘๗๐(พ.ศ. ๒๔๑๓) แสดงให้ทราบว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุนานกว่า ๑๓๐ ปี จึงมีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง จากป้ายไม้กลางศาลเขียนว่า บุ๊นเถ่ากงเบียว ระบุปีที่สร้างศาลใหม่เป็นภาษาจีน หรือ ค.ศ. ๑๙๐๙(พ.ศ.๒๔๑๒) ปัจจุบันลักษณะศาลเจ้าเป็นครั้งตึกครึ่งไม้ แบ่งเป็น ๓ ส่วน หน้าสุดคือส่วนที่สร้างใหม่ประดิษฐานแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดิน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั่งเดิม ตอนในสุดเป็นส่วนที่สร้างใหม่มีแท่นที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบุ๊นเถ่ากง เป็นองค์ประธานอยู่กลางเทพเจ้ากวนอู อยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิม- เจ้าแม่สวรรค์ อยู่ด้านซ้าย หลังคาศาลประดับด้วยมังกรคู่ชูลูกแก้ว ปลายสันหลังทอดยาวลงมาเป็นหัวหงายที่สวยงามตระการตา เด่นตระหง่านคู่เมืองนครสวรรค์
ตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะถิ่นสัมพันธวงศ์ ทำเลมังกรทองนั้น ถือเป็นชุมชนที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักกันดีในบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เนื่องจากเป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่เก่าแก่ มีที่พัก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เป็นศูนย์การค้านานาชนิด โดยเฉพาะชื่อเสียงในด้านสินค้าของที่ระลึกเกี่ยวกับทองคำ และเป็นแหล่งรวมอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีนแต้จิ๋วที่ขึ้นชื่อ อาหารทะเลสดอร่อย สิ่งเหล่านี้คือ ความมีเสน่ห์ของเขตสัมพันธวงศ์ ที่เรียกกันว่าทำเลมังกรทองของกรุงเทพฯ
ตรุษจีนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา งานประเพณีแห่พระสะเดาะเคราะห์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อต้องการสืบสานประเพณีบุญเทศกาลตรุษจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนและอนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ตามความเชื่อ ของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู ด้วยการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และทำบุญไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ภายในงานประเพณีแห่พระสะเดาะห์เคราะห์ มีพิธีทางศาสนา ถวายภัตตาหารแก่พระโพธิสัตว์ พิธีลุยไฟ ตักบาตรแด่พระสงฆ์ 99 รูป
เจริญพุทธมนต์ เวียนเทียน และการแสดงมหรสพ เช่น การแสดงโลโก๊ะ ลิเก และหนังตะลุง มีการจำหน่ายสินค้า OTOP การออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง
เทศกาลตรุษจีน-ภูเก็ต เพอรานากัน คำว่า "พารานากัน" เป็นภาษามลายู หมายถึงผู้ชายชาวจีนโพ้นทะเล ที่มาแต่งงาน กับผู้หญิงพื้นเมืองในคาบสมุทรมลายู เมื่อเกิดลูกออกมาเป็นผู้ชายจะเรียกว่า บาบ๋า ถ้าเป็นผู้หญิงจะเรียกว่ายองย้า วัฒนธรรมของเพอรานากัน จะมีความเป็นเอกลักษณ์ ที่คล้ายคลึงกันในทุกพื้นที่ กิจกรรมภายในงาน มีการประดับโคมจีน บริเวณตึกโบราณสองฝั่งถนนดีบุกแจกอั่งเปาคำอวยพรของกวมอิมปุดจ้อ แสดงแฟชั่นโชว์ วิวัฒนาการเครื่องแต่งกาย ตามแบบวัฒนธรรมภูเก็ตเพอรานากัน ออกร้านสาธิต และขายอาหารพื้นเมือง แบบวัฒนธรรมภูเก็ตเพอรานากัน
เทศกาลฉลองตรุษจีนเมืองพัทยา
เทศกาลตรุษจีนนครราชสีมา วันตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ถือเป็นเทศกาลใหญ่เป็นช่วงเทศกาลมหามงคลชาวจีนทุกคนจะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ จังหวัดนครราชสีมา มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนับแต่พ่อค้า คหบดีจนถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง เทศกาลตรุษจีนจึงเป็นการส่งเสริมสายสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยและชาวจีน
เทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ เมืองเชียงใหม่
ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล ประเพณีตรุษจีน นั้นถือได้ว่าเป็นวันสำคัญกับชาวจีนเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนที่อยู่ในประเทศไทย
ตามลัทธิประเพณีของชาวจีนแต่เก่าก่อนนั้นเชื่อว่า เมื่อวันตรุษจีนมาถึงจะไม่มีการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการหยุดจากการทำงานหนักตลอดทั้งปี แล้วใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ และก่อนจะถึงวันตรุษจีน จริง ๆ นั้นทุกคนจะทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านของตนเอง ตามความเชื่อว่า จะเป็นการส่งเทพเจ้ามาคุ้มครองครอบครัวของตน และให้เงินทองไหลมาเทมาด้วย สิ่งที่สำคัญเห็นกันเป็นธรรมเนียมในปัจจุบัน คือเวลาใครมาเยี่ยมเยือนก็จะมีอังเปา (เงินใส่ซอง) ให้เป็นขวัญถุง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตน รวมทั้งเป็นการบริจาคทาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าขายกับประเทศจีนมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย และมีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
|