|
 |
| |
| มูลนิธิ - Foundation |
| |
| |
| |
| แนวทางการจดมูลนิธิ |
| |
ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลตกลงยกทรัพย์สินของตนเองให้เป็นกองทุนมูลนิธิ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเป็นกองทุน ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น จะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) แต่ถ้าหากมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อบำบัดรักษา ค้นคว้าป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐก็ให้ได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็นกองทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) |
| |
| ขั้นตอนการจดทะเบียนมูลนิธิ |
| |
| กรณี กรุงเทพ |
| |
| ขั้นที่ 1 ผู้ร้องยื่นเรื่องราว ณ สํานักงานเขตของกรุงเทพมหานครที่สํานักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ เอกสารที่ใช้ยื่นอย่างละ 3 ชุด (เอกสารทุกอย่างต้องรับรองสําเนา) คือ |
1. แบบคําร้อง (แบบ ม.น.1)
2. ใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมหรือองค์การ (แบบ ว.ธ.3) กรณีที่มูลนิธิมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับศิลปะ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี
3. รายงานการประชุมจัดตั้งมูลนิธิ
4. ข้อบังคับของมูลนิธิ
5. หนังสือรับรองการเงิน
6. หนังสือคํามั่นสัญญา
7. หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่
8. หนังสืออนุญาตให้ใช้ชื่อตัวหรือชื่อสกุล เป็นชื่อของมูลนิธิ (ถ้ามีกรณีเกี่ยวข้อง)
9. แผนที่แสดงที่ตั้งสํานักงานมูลนิธิ
10. บันทึกคําให้การของผู้จะเป็นกรรมการของมูลนิธิ
11. หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดิน (กรณีมีทรัพย์สินเป็นที่ดินอยู่ในกองทุนจัดตั้งมูลนิธิ)
12. บัญชีรายชื่อกรรมการมูลนิธิ
13. สําเนาทะเบียนของอาคารสถานที่ตั้งสํานักงานมูลนิธิ
14. สําเนาทะเบียนบ้านของผู้จะเป็นกรรมการมูลนิธิทุกคน
15. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้จะเป็นกรรมการมูลนิธิทุกคน
16. อื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น สําเนาพินัยกรรมสําเนาโฉนดที่ดิน ฯลฯ |
| |
| ขั้นที่ 2 ส่วนของเจ้าหน้าที่ |
1. รับเรื่องราวตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน
2. ดําเนินการสอบสวนคุณสมบัติของกรรมการทุกคน (หากมีกรรมการเป็นชาวต่างชาติ ให้ดําเนินการตามแนวทางหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0307.4/ว 4107 ลว. 3 มี.ค.2549)
3. ส่งเอกสารเรื่องราวการขออนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งไปกรุงเทพมหานคร |
| |
| ขั้นที่ 3 การปฏิบัติของกรุงเทพมหานคร |
1. รับเอกสารเรื่องราวขออนุญาตจัดตั้ง
2. ส่งเอกสารเรื่องราวขออนุญาตจัดตั้งไปกระทรวงมหาดไทยเพื่อขออนุญาต |
| |
| ขั้นที่ 4 การปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย |
1. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง
2. กรณีมูลนิธิมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ
2.1 หากมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดแจ้งเรื่องให้หน่วยงานนั้น เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนด้วย
2.2 หากมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับงานวัฒนธรรมให้ส่งเรื่องไปที่สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
3. เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต
3.1 กรณีอนุญาตออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่มูลนิธิ (ม.น.3)เก็บใจความสําคัญส่งสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
3.2 แจ้งกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งผู้รองรับเอกสาร
3.3 กรณีไม่อนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคําสั่งให้กรุงเทพมหานครทราบ และคืนเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ไปด้วย |
| |
| ขั้นที่ 5 |
1. ทําหนังสือแจ้งผู้ขอจัดตั้งมารับหนังสือใบสําคัญการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (แบบ ม.น.3) และหลักฐานที่ได้ยื่นไว้อย่างละ 1 ชุด พร้อมชําระค่าธรรมเนียม 200 บาท
2. กรณีไม่อนุญาตเสนอปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งผู้ยื่นคําขอทราบพร้อมส่งเรื่องคืน |
| |
| กรณีจังหวัดอื่น ที่ไม่ใช่กรุงเทพ |
| |
| ขั้นที่ 1 ผู้ร้องยื่นเรื่องราว ณ ที่ทําการปกครองอําเภอ ที่สํานักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่เอกสารที่ใช้ยื่น อย่างละ 3 ชุด (เอกสารทุกอย่างต้องรับรองสําเนา) คือ |
1. หนังสือคํามั่นในการดําเนินกิจการมูลนิธิ
2. แบบคําร้อง (แบบ ม.น.1)
3. รายงานการประชุมจัดตั้งมูลนิธิ
4. ข้อบังคับของมูลนิธิ
5. หนังสือรับรองการเงิน
6. หนังสือคํามั่นสัญญา
7. หนังสืออนุญาตให้ใช้ชื่อตัวหรือชื่อสกุลเป็นชื่อของมูลนิธิ (ถ้ามีกรณีเกี่ยวข้อง)
8. แผนที่แสดงที่ตั้งสํานักงานมูลนิธิ
9. หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่
10. บันทึกคําให้การของผู้จะเป็นกรรมการของมูลนิธิ
11. บัญชีรายชื่อกรรมการมูลนิธิ
12. หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดิน (กรณีมีทรัพย์สินเป็นที่ดินอยู่ในกองทุนจัดตั้งมูลนิธิ)
13. สํานักทะเบียนบ้านของอาคารสถานที่ตั้งสํานักงานมูลนิธิ
14. สําเนาทะเบียนบ้านของผู้จะเป็นกรรมการมูลนิธิทุกคน
15. อื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น สําเนาพินัยกรรมสําเนาโฉนดที่ดิน ฯลฯ |
| |
| ขั้นที่ 2 การปฏิบัติงานของอําเภอ |
1. รับเรื่องราวตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน
2. ดําเนินการสอบสวนคุณสมบัติของกรรมการทุกคน (หากมีกรรมการเป็นชาวต่างชาติให้ดําเนินการตามแนวทางหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0307.4/ว 4102 ลว. 3 มีนาคม 2549
3. ส่งเรื่องราวให้จังหวัดเพื่อเสนอนายทะเบียนพิจารณาอนุญาต |
| |
| ขั้นที่ 3 การปฏิบัติงานของจังหวัด |
1. ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารที่ได้รับจากอําเภอ
2. กรณีมูลนิธิมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ
2.1 หากมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดแจ้งเรื่องให้หน่วยงานนั้น เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนด้วย
2.2 หากมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับงานวัฒนธรรมให้ส่งเรื่องไปที่สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
3. เมื่อนายทะเบียนอนุญาตและลงนามใน ม.น.3 ให้เก็บใจความสําคัญส่งสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
4. ส่งเรื่องราวคืนอําเภอเพื่อแจ้งผู้ขอจัดตั้งชําระค่าธรรมเนียม 20 บาท และรับแบบ ม.น.3
5. ส่งเรื่องราวการขออนุญาตจัดตั้งมูลนิธิที่ได้รับการอนุญาตจากนายทะเบียนแล้วรายงานกระทรวงมหาดไทย จํานวน 1ชุด
6. กรณีไม่อนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคําสั่งให้อําเภอทราบ และคืนเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ไปด้วย |
| |
| การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการมูลนิธิ |
| |
| ขั้นที่ 1 ประธานมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิ ผู้ได้รับมอบหมายยื่นเรื่องราว (แบบ ม.น.2) ที่สํานักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ (สํานักงานเขตในกรุงเทพมหานครและที่ทําการปกครองอําเภอ) พร้อมทั้งหลักฐานจํานวน 3 ชุด (เอกสารทุกอย่างต้องรับรองสําเนา) คือ |
| |
1. แบบ ม.น.2
2. บัญชีงบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ลงนามรับรองแล้ว
3. บันทึกการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งมีมติให้เปลี่ยนแปลง
4. ข้อบังคับมูลนิธิ
5. บัญชีรายชื่อกรรมการชุดเก่า-ใหม่
6. บันทึกการสอบสวนคุณสมบัติกรรมการ (เฉพาะบุคคลที่ไม่เคยเป็นกรรมการมูลนิธิใดมาก่อน)
7. กรณีกรรมการเป็นชาวต่างชาติ ให้ดําเนินการตามแนวทางหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0307.4/ว 4107 ลว. 3 มีนาคม 2549 |
| |
| ขั้นที่ 2 |
1. ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
2. สอบสวนคุณสมบัติกรรมการมูลนิธิที่ขอเปลี่ยนแปลงกรรมการ
3. ส่งเอกสารเรื่องราวขออนุญาตการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการในเขตกรุงเทพมหานคร ที่สํานักงานปกครองและทะเบียน ส่วนในต่างจังหวัดที่ทําการปกครองจังหวัด |
| |
| ขั้นที่ 3 |
1. กรณีในจังหวัดอื่น ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานเรื่องราวขออนุญาตจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการเมื่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัด) พิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้อง และอนุญาตให้ออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้แก่มูลนิธิ
2. กรณีในเขตกรุงเทพมหานครตรวจสอบเรื่องราวเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณา
3. กรณีอนุญาตให้ส่งเรื่องคืนที่ทําการปกครองอําเภอหรือสํานักงานปกครองและทะเบียนกรุงเทพมหานคร เพื่อเสียค่าธรรมเนียม 50 บาท
4. กรณีไม่อนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคําสั่งให้ที่ทําการปกครองอําเภอหรือสํานักงานปกครองและทะเบียนกรุงเทพมหานครทราบ เพื่อแจ้งผู้ยื่นเรื่องราวทราบ พร้อมทั้งคืนเอกสารและหลักฐานต่างๆ ไปให้ด้วย |
| |
| การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับมูลนิธิ |
| |
| ขั้นที่ 1 ประธานมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิ ผู้ได้รับมอบหมายยื่นเรื่องราว (แบบ ม.น.2) ที่สํานักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ (เขตในกรุงเทพมหานคร และอําเภอ) พร้อมทั้งหลักฐาน จํานวน 4 ชุด (เอกสารทุกอย่างต้องรับรองสําเนา) คือ |
| |
1. แบบ ม.น.2
2. บัญชีงบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ลงนามรับรองแล้ว
3. บันทึกการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งมีมติให้เปลี่ยนแปลง
4. บัญชีรายชื่อกรรมการชุดล่าสุด
5. ข้อบังคับ
6. หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่ (กรณีแก้ไข)
7. หนังสืออนุญาตให้ใช้ชื่อตัว ชื่อสกุล (กรณีแก้ไข) |
| |
| ขั้นที่ 2 |
1. ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
2. ส่งเอกสารเรื่องราวขออนุญาตเปลี่ยนแปลงข้อบังคับที่เขต สํานักงานกรุงเทพมหานคร ส่วนในต่างจังหวัดที่ทําการปกครองจังหวัด |
| |
| ขั้นที่ 3 |
1. ในกรณีจังหวัดอื่น ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานเรื่องราวขออนุญาตจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ เมื่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัด) พิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้อง และอนุญาตให้ออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับให้แก่มูลนิธิ
2. กรณีแก้ไขวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด แจ้งหน่วยงานนั้นพิจารณาให้ความเห็น
3. เก็บใจความสําคัญส่งสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
4. ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 พิจารณาเสนอกระทรวงมหาดไทย พิจารณาอนุญาตให้ออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ
5. แจ้งสํานักงานปกครองและทะเบียนกรุงเทพมหานคร หรืออําเภอ เพื่อส่งเรื่องคืน เพื่อแจ้งเรื่องราวให้ผู้ร้องทราบ และเสียค่าธรรมเนียม 50 บาท |
| |
| การจดทะเบียนเลิกมูลนิธิ |
| |
| ขั้นที่ 1 ประธานหรือกรรมการมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมาย ยื่นคําขอหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณายื่นเรื่องราวขอเลิกมูลนิธิ 3 ชุด คือ |
1. รายงานการประชุมให้เลิกมูลนิธิ
2. สําเนาคําสั่งศาล (กรณีมูลนิธิเลิกตามคําสั่งศาล)
3. บัญชีงบดุล ซึ่งผู้สอบบัญชีอนุญาตได้ลงนามรับรองแล้ว
4. หลักฐานการมอบทรัพย์สินที่เหลือให้นิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ |
| |
| ขั้นที่ 2 ที่ทําการปกครองอําเภอหรือสํานักงานเขตในกรุงเทพมหานคร รับเรื่องราวแล้วตรวจสอบเอกสารเรื่องราวว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ แล้วส่งไปที่ทําการปกครองจังหวัด หรือสํานักงานปกครองและทะเบียนกรุงเทพมหานคร |
| |
| ขั้นที่ 3 รับเรื่องราวและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ถ้าไม่ถูกต้อง ครบถ้วน คืนให้อําเภอหรือกองปกครองและทะเบียนดําเนินการแก้ไข และเมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง เสนอนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดและหรือกระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุมัติให้จดทะเบียนเลิก และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เสร็จแล้วมีหนังสือแจ้งจังหวัดหรือกองปกครองและทะเบียน เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นเรื่องราวทราบ |
| |
| การดําเนินงานของมูลนิธิ |
| |
1. ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับและข้อกําหนดของกระทรวงมหาดไทย
2. มูลนิธิต้องรายงานผลการดําเนินงานให้เขตหรืออําเภอท้องที่ที่มูลนิธิตั้งอยู่ คือ
2.1 ส่งสําเนาบันทึกรายงานการประชุมให้เขตหรืออําเภอทราบทุกเดือน ถ้าเดือนใดไม่มีการประชุมให้รายงานด้วยว่าไม่มีการประชุม
2.2 รายงานผลการดําเนินงานให้เขต หรืออําเภอทราบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
2.3 รายงานงบดุล รายรับรายจ?ายให้เขต หรืออําเภอทราบปีละ 1 ครั้ง
2.4 อํานวยความสะดวกโดยการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่เขตหรืออําเภอตรวจสอบ ขณะออกตรวจผลการดําเนินงานประจําปีของมูลนิธิ |
| |
| การปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ (ระดับอําเภอหรือเขต) |
1. ให้คําปรึกษาในการดําเนินงานของมูลนิธิ
2. ควบคุม กํากับดูแล การดําเนินงานของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
3. ออกตรวจตราการดําเนินกิจการของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
4. รายงานผลการตรวจตราการดําเนินกิจการของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้จังหวัดทราบ ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี (แบบหมายเลข 3 ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0402/ว 1595 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2529)
5. จัดทําตารางควบคุมการส่งรายงานการประชุมของมูลนิธิ (แบบหมายเลข 2ตามหนังสือกระทรวงหมาดไทย ที่ มท 0402/ว 1595 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2529)หากเดือนใดมูลนิธิขาดส่งรายงานการประชุม ให้เตือนมูลนิธิดําเนินการให้ถูกต้อง |
| |
| การปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ (ระดับจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร) |
1. เป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
2. ควบคุม กํากับดูแลการดําเนินงานของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
3. เร่งรัดให้อําเภอหรือเขตออกตรวจตราการดําเนินกิจการของมูลนิธิในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
4. รายงานผลการตรวจตราการดําเนินกิจการของมูลนิธิ ให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี (แบบหมายเลข 3 ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0402/ว 1595 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2529) |
| |
| หน่วยงานที่รับผิดชอบ |
| |
- สํานักงานเขตในกรุงเทพมหานครที่มูลนิธิมีสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่
- ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สํานักการสอบสวนและนิติการ
- สํานักงานปกครองและทะเบียนกรุงเทพฯ
- ศาลากลางจังหวัด
- สํานักงานเขตที่ทําการปกครองอําเภอ
- สํานักงานเขตที่ทําการปกครองจังหวัด |
| |
| เอกสาร และ แบบฟอร์ม การจดมูลนิธิ |
| |
| |
1. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 1 ) |
ม.น. 1 |
|
| |
2. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือ |
ม.น. 2 |
|
การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ ( แบบ ม.น.2 ) หรือ |
คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ ( แบบ ม.น.2 ) |
| |
3. แบบพิมพ์ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 3 ) |
ม.น. 3 |
|
| |
4. แบบใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุด / |
ม.น. 4 |
|
การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 4 ) |
|
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 4 ) |
|
| |
5. แบบทะเบียนมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 5 ) |
ม.น. 5 |
|
| |
6. แบบแจ้งการเลิกมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 6 ) |
ม.น. 6 |
|
| |
7. แบบรายงานการชำระบัญชีของมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 7 ) |
ม.น. 7 |
|
| |
8. แบบบัตรประจำตัวนายทะเบียนของมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 8 ) |
ม.น. 8 |
|
| |
9. แบบบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ( แบบ ม.น. 9 ) |
ม.น. 9 |
|
|
| |
| ตัวอย่าง มูลนิธิ |
| |
| |
ชื่อมูลนิธิ |
เว็บไซด์ |
|
| |
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
http://www.rajaprajanugroh.org/ |
|
| |
มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
http://kanchanapisek.or.th/kp4/index.html |
|
| |
มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
http://www.thairice.org/ |
|
| |
มูลนิธิ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร |
http://www.sirindhornpark.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิคุณพุ่ม |
http://www.khunpoom.org/ |
|
| |
มูลนิธิกระจกเงา |
http://www.mirror.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิชัยพัฒนา |
http://www.chaipat.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิโครงการหลวง |
http://kanchanapisek.or.th/kp12/ |
|
| |
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ |
http://www.ashthailand.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ |
http://www.home4animals.org/ |
|
| |
มูลนิธิจันทร์เสี้ยว |
http://www.hilal.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค |
http://www.consumerthai.org/ |
|
| |
มูลนิธิเพื่อนพึ่งพา (ภาฯ) ยามยาก |
- |
|
| |
มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ |
http://www.hoytakpoolom.org/ |
|
| |
มูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย |
http://www.tei.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย |
http://www.asian-elephant.org/ |
|
| |
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี |
http://www.prosthesesfoundation.or.th/ |
|
| |
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม |
http://www.thaivolunteer.org/ |
|
| |
|
|
|
|
| credit : http://www.dopa.go.th |