Swiss School of Tourism and Hospitallity

เรียนทางด้านการโรงแรม

และศิลปะการทำอาหาร
ในสถาบันที่ได้ยอมรับจาก

อุตสาหกรรมโรงแรม
ด้วยมาตรฐานการเรียนการสอน

ที่มีคุณภาพสูง และสภาพแวดล้อม

ของโรงเรียนที่สวยงาม

 
Culinary Institute Switzerland

สถาบันสอนทำอาหารที่มี

ชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่ที่สุด

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และหลักสูตรของทางสถาบัน

ได้รับการรับรองจาก

American Culinary Federation

Education Foundation

 
The Institut auf dem Rosenberg's

โรงเรียนประจำสำหรับนักเรียน

ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา

จนถึงชั้นระดับมัธยมปลาย

ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

ที่สวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์

 
Business School Lausanne

ศูนย์กลางทางด้านการเรียนต่อ

ในระดับปริญญาตรีและ

ระดับปริญญาโททางด้าน

การจัดการระดับโลก
และมีมาตรฐานจาก

การรับรองจากสถาบัน

ระดับโลกหลากหลาย

สถาบันทั้ง ACBSP และ EFMD

 
LSI

ตั้งอยู่ในเมือง Zurich และ

มีคอร์สภาษาให้เลือกหลากหลาย

ทั้งภาษาอังกฤษ, เยอรมัน,

ฝรั่งเศส, อิตาเลียน และสเปน

 
Eurocentres

สถาบันสอนภาษาฝรั่งเศส

ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Lausanne

พร้อมด้วยสิ่งอำนวย

ความสะดวกครบครัน

 
HTMi

ตั้งอยู่ในสถานที่ที่สวยงาม

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และมีการเรียนการสอนที่มี

คุณภาพและมาตรฐานสูง
ซึ่งนักเรียนของโรงเรียน

จะได้รับการฝึกฝนและ

การเรียนรู้จากสภาพแวดล้อม

ของโรงแรมจริง ๆ

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่อยู่ใจกลางทวีปยุโรป และเป็นประเทศที่มีภูมิทัศน์สวยงาม  เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการโรงแรมในยุโรป ด้วยสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพติดอันดับต้น ๆ ของโลก จึงทำให้ปคนไทยส่วนใหญ่นิยมไปเรียนต่อประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการโรงแรม หรือหลักสูตรในระดับมหาวิทยาลัยก็ตาม

 
ทิศเหนือ ติดกับประเทศเยอรมนี
ทิศตะวันออก ติดกับประเทศออสเตรเลีย และลิคเตนสไตน์
ทิศใต้ ติดกับประเทศอิตาลี
ทิศตะวันตก ติดกับประเทศฝรั่งเศส
 

สวิตเซอร์แลนด์ใช้ระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา(Confederation) แต่มีลักษณะการรวมตัวของรัฐต่าง ๆ อยู่ภายใต้รัฐบาลกลาง เรียกว่า สมาพันธรัฐ ซึ่งประกอบ ไปด้วย 26 รัฐ ดังนี้

 
รัฐ
เมืองหลวง
ภาษาราชการ
ข้อมูลโดยทั่วไป

Aargau (อาร์เกา)

Aarau

(อาเรา)

เยอรมัน

มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเยอรมัน และเป็นรัฐที่มีภูเขาน้อยที่สุดในประเทศ เศรษฐกิจส่วนใหญ่จะขึ้นกับการทำฟาร์มนม, ธัญพืชและผลไม้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมอีกด้วย ประชากรในรัฐนี้ใช้ภาษาเยอรมันและผู้นับถือนิกายโปรเตสแตนต์เป็นหลัก

Appenzell Innerrhoden (อัพเพนเซลล์อินเนอร์-โรเดิน)

Appenzell
(อัพเพนเซลล์)

เยอรมัน

เป็นรัฐที่เล็กอันดับสองของประเทศซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 173 ตารางกิโลเมตรและมีผู้คนอยู่อาศัยเพียงแค่ 15,400 คน แต่อย่างไรก็ตามรัฐแห่งนี้ก็ยังเป็นส่วนที่สวยที่สุดในประเทศ

Appenzell Ausserrhoden ( อัพเพนเซลล์เอาเซอร์-โรเดิน)

Herisau
(เฮริเซา)

เยอรมัน

ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ Constance และ Säntis รัฐนี้ไม่ไกลจากรัฐ St.Gallen มากนัก และถูกยกย่องให้เป็นรัฐในอุดมคติสำหรับการอยู่อาศัยเนื่องจากเป็นรัฐที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม และด้วยชีวิตแบบชนบทที่ใช้แบบแผนดั้งเดิมทั้งการใช้ชีวิตและการสร้างที่อยู่อาศัยทำให้รัฐนี้มีลักษณะเฉพาะที่ให้ความสงบและความเป็นส่วนตัวต่อนักท่องเที่ยว

Basel-Stadt (บาเซิล-ชตัดท์)

Basel
(บาเซิล)

เยอรมัน

เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย, ความก้าวหน้าทางนวัตกรรม, งานวิจัยและการศึกษา มีประชากรอยู่อาศัยมากถึง 187,000 คนซึ่งผู้ที่อยู่อาศัยล้วนแต่มีคุณภาพชีวิตที่สูง

Basel-Landschaft (บาเซิล-ลันด์ชาฟท์)

Liestal
(ลีสตาล)

เยอรมัน

รัฐแห่งนี้รู้จักกันในประเทศชื่อว่ารัฐ Baselbiet เป็นเมืองที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ, เมนูอาหารที่มีลักษณะเฉพาะตัวและปรเพณีที่เก่าแก่ดั้งเดิม

Bern (เบิร์น)

Bern

(เบริ์น)

เยอรมันและฝรั่งเศส

ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นรัฐที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคที่ใช้ภาษาเยอรมันและภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร จึงทำให้เมืองเบิร์นซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐนี้ กลายเป็นเมืองหลวงของประเทศ

Fribourg (ฟรีบูร์ก)

Fribourg
(ฟรีบูร์ก)
เยอรมันและฝรั่งเศส

หากพูดถึงรัฐ Fribourg คนส่วนใหญ่คงจะนึกถึงวัวและชีส Gruyère นอกจากนี้รัฐแห่งนี้ยังได้ชื่อว่ามีประชากรที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และมีเทศกาลภาพยนต์ที่มีชื่อเสียง

Geneva (เจนีวา)

Geneva
(เจนีวา)
ฝรั่งเศส

ครอบคลุมพื้นที่ถึง 282 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีเขตแดนติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส รัฐแห่งนี้มีชาวต่างชาติอาศัยมากอยู่ถึงร้อยละ 38.9 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมีความหลากหลายมากถึง 184 สัญชาติ นอกจากนี้ยังเป็นรัฐที่ติดอันดับแรก ๆของรัฐที่มีคุณภาพชีวิตที่สูงที่สุดในโลก

Glarus (กลารุส)

Glarus
(กลารุส)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 685 ตารางกิโลเมตร มีประชาชนอาศัยอยู่ 38,000 คน เป็นจุดเชื่อมต่อทางธุรกิจกับรัฐ Zurich, Graubünden และแถบแม่น้ำไรน์ เป็นรัฐที่ห่างจาก Zurich เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้การคมนาคมต่าง ๆ ยังสะดวกสบายและง่ายต่อการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง

Graubünden (เกราบึนเดิน)

Chur
(คูร์)
เยอรมัน, อิตาเลียน และโรมานซ์

เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 187,000 คน นอกจากนี้เมืองหลวงของรํฐยังเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Jura (ชูรา)

Delémont
(เดอเลมง)
ฝรั่งเศส

รัฐแห่งนี้ถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1979 จากความรักอิสระของผู้ที่อยู่อาศัย ซึ่งรัฐแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นสน,ม้า และเมืองเล็ก ๆที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

Lucerne (ลูเซิร์น)

Lucerne
(ลูเซิร์น)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้อยู่ระหว่างภูเขา, ทะเลสาบและแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีความผสมผสานกันประหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัยระหว่างเมืองและชนบทได้อย่างลงตัว

Neuchâtel (เนอชาแตล)

Neuchâtel
(เนอชาแตล)
ฝรั่งเศส รัฐนี้ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาจูรา และเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญทางด้านไมโครและนาโนเทคโนโลยี

Nidwalden (นิดวัลเดิน)

Stans
(ชตันส์)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม, เศรษฐกิจที่ดี, ทางเดินเขาที่มากมาย, การคมนาคมที่ดีและเทศกาลดนตรีต่าง ๆ

Obwalden (ออบวัลเดิน)

Sarnen
(ซาร์เนิน)
เยอรมัน

เป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้คนไปอยู่อาศัย ด้วยสภาพเมืองที่เป็นชนบท และกฎเกณฑ์ทางด้านภาษี, การคมนาคมที่ดี

Schaffhausen (ชาฟฟ์เฮาเซิน)

Schaffhausen
(ชาฟฟ์เฮาเซิน)
เยอรมัน

รัฐ Schaffhausen ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของรัฐ Zurich และ Baden-Württemberg รัฐแห่งนี้มีการสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี, การคมนาคมที่สะดวกสบาย, กฎหมายทางด้านภาษีที่เหมาะสม, ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม

Schwyz (ชวีซ)

Schwyz
(ชวีซ)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบ Zurich, ทะเลสาบ Lucerne, ทะเลสาบ Zug and ทะเลสาบ Wägitaler มีพื้นที่มากถึง 908 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยและทำงานมากกว่า140,000 คน

Solothurn (โซโลทูร์น)

Solothurn
(โซโลทูร์น)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายและความสวยงามทางธรรมชาติ

St. Gallen (ซังท์กาลเลิน)

St. Gallen
(ซังท์กาลเลิน)
เยอรมัน

เป็นรัฐที่สนับสนุนประชากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความได้เปรียบทางด้านสถานที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้รัฐแห่งนี้ยังมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม, การศึกษาที่มีคุณภาพสูง

Thurgau (ทูร์เกา)

Frauenfeld
(เฟราเอนเฟลด์)
เยอรมัน

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลสาบ Constance รัฐแห่งนี้มีลักษณะเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม, สวนผลไม้และไร่องุ่น นอกจากนี้หมู่บ้านแหละเมืองหลาย ๆ แห่งยังมีตึกประวัติศาสตร์ต่าง ๆที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้

Ticino (ทีชีโน)

Bellinzona
(เบลลินโซนา)
อิตาเลียน

เป็นรัฐที่มีกลิ่นอายของความเป็นอิตาเลียนอยู่ ทั้งภาษา, ชีวิตประจำวันและภูมิศาสตร์ของรัฐ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นปาล์มและภูมิอากาศที่อบอุ่น

Uri (อูรี)

Altdorf
(อัลท์ดอร์ฟ)
เยอรมัน

รัฐแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางตอนใต้ของทะเลสาบ Lucerne ซึ่งสามารถเดินทางเข้าไปโดยถนนที่เชื่อมระหว่างทางเหนือ-ใต้

Valais (วาเล)

Sion
(ซียง)
ฝรั่งเศสและเยอรมัน

เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยเฉพาะดอกไม้ซึ่งมีมากกว่า 2,000 สวน มากกว่า 100 พันธุ์ และเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม เห็นได้ชัดจากภาษาราชการ ซึ่งมีถึง 2 ภาษาด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีภาษาสำเนียงต่าง ๆ ทั้งละติน และอิตาเลียนอีกด้วย

Vaud (โว)

Lausanne
(โลซาน)
ฝรั่งเศส

ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ Geneva และทะเลสาบ Neuch?tel รัฐ Vaud เป็นรัฐแห่งแรกที่ให้ผู้หญิงสามารถมีสิทธิในการเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ปัจจุบันรัฐแห่งนี้มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากถึงร้อยละ 28.5 ของประชากร

Zug (ซุก)

Zug (ซุก) เยอรมัน

เป็นรัฐเล็ก ๆในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่มีความหลากหลายทั้งใน ธรรมชาติและวัฒนธรรมซึ่งดึงดูดผู้คนให้เข้าไปดำเนินธุรกิจและอยู่อาศัย

Zurich (ซูริก (ซือริค))

Zurich (ซูริก) เยอรมัน

มีพื้นที่มากถึง 1,729 ตารางกิโลเมตร ประชากรมากกว่า 1.3 ล้านคน รัฐ Zurich เป็นรัฐที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยวและอยู่อาศัยมากที่สุดในประเทศ ซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านการศึกษา, โอกาสในการทำงาน และความหลากหลายทางวัฒนธรรม

 

ชื่อต่อไปนี้เป็นเขตปกครองที่มีดินแดนของสวิตเซอร์แลนด์โอบล้อมอยู่: บือซิงเงิน (Büsingen) เป็นดินแดนของประเทศเยอรมนี และกัมปีโอเนดีตาเลีย (Campione d'Italia) เป็นดินแดนของประเทศอิตาลี

 
รัฐแต่ละแห่งจะมี เทศบาล (municipalities) รวมทั้งหมด 2,889 เขตเทศบาล ซึ่งในจำนวนนี้ 3 รัฐถูกแบ่งออกเป็นกึ่งมณฑล (half-canton) 6 แห่ง ซึ่งมีอำนาจบริหารภายในของแต่ละ มณฑล ส่วนอำนาจบริหารส่วนกลางจะอยู่ที่คณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Council) ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่ามนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Councillor) 7 คน มีวาระในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และใน 7 คน จะผลัดกันเป็น ประธานาธิบดีคนละ 1 ปี
 

รูปแบบรัฐสภา ในการปกครองส่วนกลาง มีรัฐสภาแห่งสมาพันธ์ (Federal Assembly) ประกอบด้วยสภา 2 สภา คือ 1. สภาแห่งชาติ (National Council) 2. สภาแห่งรัฐ (Council of States)

 

สมาชิกสภาแห่งชาติ มี 200 คน ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน

สมาชิกสภาแห่งรัฐมี 46 คน ได้รับเลือกตั้งมณฑลละ 2 คน จาก 20 มณฑล และ 1 คนจากกึ่งมณฑล 6แห่ง

สมาชิกทั้งสองสภา อยู่ในตำแหน่งวาระละ 4 ปี

พรรคการเมืองที่สำคัญ Free Democratic Party (FDP), Christian Democratic People’s Party (CDP), Social Democratic Party (SP), Swiss People’s Party (SVP), Liberal Party (LP)

 

เมืองสำคัญ

 
   

เบิร์น (Bern)

เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองเก่าแก่และมีบรรยากาศที่โรแมนติกสร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว และได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO เพราะเบิร์นเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยศิลปะแห่งยุคกลาง มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Bern Museum of Fine Arts ซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บผลงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีอายุนับพันปี บ้านไอน์สไตน์ (Einstein House) และพอลคลีเซ็นเตอร์ (Paul Klee Center) จะจัดแสดงผลงานของจิตรเลื่องชื่อสองคนของเมืองเบิร์น สัญลักษณ์ของเมืองเบิร์นนก็คือ หมี เพราะ Bern มีความหมายว่า หมี

เมืองเบิร์นเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง, สถาบันแห่งชาติอื่น ๆ และธนาคารต่างชาติ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสหพันธ์การไปรษณีย์สากล (UPU ไปรษณีย์สวิส การรถไฟแห่งชาติ และมีบริการรถไฟไปยังเมืองหลัก ๆของประเทศ และเมืองใหญ่ในประเทศยุโรปทั้ง ปารีส, เบอร์ลิน, บาร์เซโลนา และมิลาน

   

เจนีวา (Geneva)

เป็นเมืองหลวงของรัฐเจนีวา ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศ ติดกับประเทศฝรั่งเศสและทะเลสาบเจนีวา เจนีวาเป็นเมืองสำคัญที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองว่าเป็นเมืองนานาชาติ เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติหลายแห่ง อาทิเช่น สหประชาชาติ (UN), สภากาชาดไทย (ICRC), องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO), ข้าหลวงใหญ่ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN High Commission for Refugees), องค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป (CERN) และยังเป็นสถานที่ในการจัดการประชุม World Economic Forum (WEF) อีกด้วย

คนส่วนใหญ่จะรู้จักว่าเมืองเจนีวาเป็นเมืองแห่งนาฬิกา โดยในแต่ละปีจะมีงานจัดแสดงนาฬิกาที่มีชื่อเสียงระดับโลก (International Salon for Prestige Watchmaking) เมืองเจนีวายังมีสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศ ซึ่งจะเชื่อมโดยตรงกับรถไฟที่สามารถเดินทางไปปารีสและมิลานได้

   

ซูริค (Zurich)

เป็นเมืองหลวงของรัฐซูริค ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นทั้งศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรม เมืองซูริคได้กลายเมืองที่ผู้คนต้องการที่จะไปอยู่อาศัย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์, โรงภาพยนตร์และฮอลล์สำหรับการแสดงดนตรี แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งบาร์, ไนท์คลับและดิสโก้มากกว่า 500 แห่ง นอกจากนี้ Bahnhofstrasse ยังเป็นหนึ่งในถนนช็อบปิ้งที่มีชื่อเสียงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในเมืองซูริคยังมีมหาวิทยาลัยของรัฐ (Zurich University) และ ETHZ ซึ่งเป็นสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติที่มีชื่อเสียง ซึ่งในช่วงเวลาปี 1975 ถึง 2002 มีผู้รับรางวัลโนเบลทางด้านวิทยาศาสตร์จากที่นี่ถึง 7 คนด้วยกัน

ในส่วนของสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะอยู่ในเมือง Kloten ใกล้ ๆ กับเมืองซูริค นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางโดยรถไฟ และซูริคยังได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงที่มีการจัดการทางด้านจราจรดีที่สุดในโลกอีกด้วย

   

บาเซิล (Basel)

เป็นเมืองหลวงซึ่งครอบครองพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของรัฐ Basel City อยู่ติดกับประเทศเยอรมันและประเทศฝรั่งเศส มีแม่น้ำไรน์ (Rhine) ไหลผ่าน ทำให้เมืองนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยทางซ้ายจะเรียกว่า Grossbasel ทางขวาจะเรียกว่า Kleinbasel

เมืองบาเซิลเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางด้านยาและเคมีของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาทิเช่น Novartis และ Roche ซึ่งเป็นบริษัทยาที่มีชื่อเสียงระดับโลก

   

โลซาน (Lausanne)

เมืองโลซานเป็นเมืองหลวงของรัฐโว (Vaud) ตั้งอยู่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนี มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศและเป็นศูนย์กลางทางด้านการบริหารและเศรษฐกิจทางตะวันตกของประเทศนอกจากเมืองเจนีวา

เมืองนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และยังมีองค์กรนานาชาติทางด้านกีฬาตั้งอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภท ปิงปอง, วอลเลย์บอล, เบสบอล, กีฬาฟันดาบ, มวยปล้ำ, ว่ายน้ำ, ยิงธนูกีฬาทางอากาศ และกีฬาประเภทขว้างจักร และยังเป็นที่ตั้งของสถาบันเทคโนโลยี 1 ใน 2 ของประเทศ (EPFL) อีกด้วย

   

Winterthur

เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในรัฐ Zurich ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ำ Eulach เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านวิศวอุตสาหกรรมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล, เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และหัวรถจักร นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมจนได้รับฉายาว่า เมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปถ่าย

เมืองนี้จะห่างจากสนามบิน Kloten ประมาณ 25 กิโลเมตรซึ่งเชื่อมระหว่างเมือง Zurich และ St Gallen

   

ซางกัลเลิน (St Gallen)

ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขา 2 ลูก เมืองซางกัลเลินเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 15 และกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทั้งการทอผ้าลินินและการเย็บผ้า

   

ลูเซิร์น (Lucerne)

เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เศรษฐกิจในมืองนี้ขึ้นอยู่กับการค้าและการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการบริการอาทิเช่น การขนส่ง, บริการด้านสุขภาพและการให้คำปรึกษา

   

ลูกาโน (Lugano)

เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐทิชิโน (Tichino) และเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ใช้ภาษาอิตาเลียนในการสื่อสาร อย่างไรก็ตามเมืองลูกาโนไม่ใช่เมืองหลวงของรัฐ แต่เมืองหลวงของรัฐทิชิโนคือเมืองเบลิโซนา (Bellinzona)

เมืองนี้ตั้งอยู่ในแถบทะเลสาบ Lugano ล้อมรอบด้วยภูเขาทั้ง Monte Br, Monte San Salvatore และ the Sighignola
เนื่องจากเมืองแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบ และยังตั้งอยู่ตอนใต้ของเทือกเขาแอลป์ ทำให้ภูมิอากาศในเมืองมีความอบอุ่นที่สุดในประเทศ และส่งผลให้เมืองแห่งนี้เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยว
เมืองลูกาโนยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ เป็นที่ตั้งของธนาคารสวิสเกือบทุกธนาคาร และยังมีธนาคารต่างชาติจำนวนมาก

 

ประชากร

 

ทั้งหมดประมาณ 7.7 ล้านคน ดังนี้

  • ชาวสวิส เยอรมันร้อยละ 65 สวิส
  • ฝรั่งเศสร้อยละ 18
  • สวิสอิตาเลียน ร้อยละ 10
  • โรมานช์ร้อยละ 1 และอื่น ๆ ร้อยละ 6
 

ภูมิศาสตร์

 

พื้นที่มากกว่า 70% เป็นเขตภูเขา คือ เทือกเขาแอลป์ มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำโรน แม่น้ำทิซิโน และแม่น้ำอิน ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมีเพียง หินแกรนิต หินปูน และหินที่ใช้ในการก่อสร้างเท่านั้น

 

ที่ราบสูง Swiss

ที่ราบสูงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบ Geneva จนถึงฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบ Constance โดยความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 580 เมตร (1902 ฟุต) โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 30 ของประเทศ แต่อย่างไรก็ดี 2 ใน 3 ของพื้นที่นี้ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนที่ราบสูงแห่งนี้

 

แนวหินปูน Jura

แนวหินปูนตั้งแต่ทะเลสาบ Geneva ถึงแม่น้ำ Rhine ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร (2,300 ฟุต) แนวหินปูน Jura เคยถูกค้นพบฟอสซิลและซากไดโนเสาร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งชื่อของแนวหินปูนจึงถูกตั้งเป็นชื่อของระยะเวลาไดโนเสาร์นั่นคือ Jurassic period

 

เทือกเขา Alps

เทือกเขาแอลป์มีความยาวมากถึง 200 กิโลเมตร (125 ไมล์) โดยความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,700 เมตร(5,576 ฟุต) และครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งหมด

 

แม่น้ำและทะเลสาบ

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีแหล่งน้ำจืดคิดเป็นร้อยละ 6 ของทวีปยุโรปทั้งหมด ซึ่งมีทั้งแม่น้ำไรน์ (Rhine), โรน (Rhone) และอินน์ (Inn) และแม่น้ำทั้ง 3 สายจะไหลลงทะเลเหนือ, ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลดำ

นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบมากกว่า 1,500 แห่ง โดย 2 แห่งใหญ่ ๆ ได้แก่ทะเลสาบเจนีวาและทะเลสาบคอนสแตนท์

ทะเลสาบเจนีวาตั้งอยู่ทั้งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกลาง ส่วนทะเลสาบคอนสแตนท์ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศเยอรมนีและออสเตรีย

 

ภูมิอากาศ

 

ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์จนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาว อากาศหนาว มีฝน และหิมะ ฤดูร้อน อบอุ่น เย็นชื้น มีฝนบางครั้ง ทางตอนใต้จะมีฝนชุก

ภูมิอากาศของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้รับผลกระทบมาจากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยลมฝั่งตะวันตกจะเป็นปัจจัยหนึ่งต่อปริมาณฝนตกในประเทศ นอกจากนี้ลมหนาวทางฝั่งเหนือจะทำให้อุณหภูมิภายในประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว ภูมิประเทศของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งต่อภูมิอากาศในประเทศ โดยเฉพาะเทือกเขาแอลป์ซึ่งทำให้ทางตอนใต้ของประเทศมีอุณหภูมิที่อบอุ่นมากกว่าและได้รับอิทธิพลจากทะเลเมดิเตอเรเนียน

 

ภูมิอากาศในแต่ละภูมิภาคของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

ทางตอนเหนือและตะวันออกของประเทศ (Basel, Luzern, St. Gall, Zurich) ช่วงฤดูหนาวจะค่อนข้างหนาวในขณะที่ช่วงฤดูร้อนอากาศจะอบอุ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นภูเขาทางแถบตะวันออกอุณหภูมิจะลดต่ำลงมากและหลาย ๆภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ

ทางตะวันตกของประเทศ (Bern, Fribourg, Geneva, Lausanne, Neuch?tel) ที่ราบสูงฝั่งตะวันตกจะมีอากาศอบอุ่น โดยอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนจะไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และในช่วงฤดูหนาก็จะไม่ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

 

ทางตอนใต้ของประเทศ (Lugano) รัฐทิชิโน (Ticino) ซึ่งเป็นรัฐทางตอนใต้ของเทือกเขาแอลป์ จะมีวันที่แดดจัดถึง 298 วันใน 1 ปี และอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมจะมากกว่า 26 องศาเซลเซียส

 

เศรษฐกิจ

 

เศรษฐกิจของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นอยู่กับคุณภาพและทักษะในการทำงานของคนทำงานในประเทศเอง โดยอุตสาหกรรมหลัก ๆของประเทศได้แก่ Microtechnology, Hitech, Biotechnology และ Pharmaceuticals รวมถึงธนาคารและการประกันภัย

ประชาชนส่วนใหญ่ที่ทำงานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะถูกจ้างโดยบริษัททั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งบริษัทเหล่านี้เองที่มีผลอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

ธงชาติ

 

ธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นสีแดง กลางธงมีรูปกากบาทสีขาว โดยความยาวของกากบาทแต่ละด้านนั้นเท่ากัน นับได้ว่าเป็นธงชาติของ 1 ใน 2 ประเทศที่ใช้ธงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (อีกธงหนึ่งคือธงชาตินครรัฐวาติกัน) ธงนี้เป็นธงที่ใช้ทั่วไปบนบก ส่วนธงเรือของสวิตเซอร์แลนด์นั้น ใช้ธงลักษณะอย่างเดียวกัน แต่เปลี่ยนสัดส่วนธงเป็นกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน

อนึ่ง ธงชาติสวิตเซอร์แลนด์นี้ยังเป็นต้นแบบของธงองค์การกาชาดสากล ซึ่งกำหนดขึ้นตามข้อตกลงเจนีวาในปี พ.ศ. 2407 ลักษณะของธงนี้จะกลับกันกับธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ คือ พื้นเป็นสีขาว กากบาทกลางธงเป็นสีแดง เหตุที่กำหนดลักษณะธงอย่างนี้ขึ้น ก็เพื่อเป็นเกียรติแก่นายอังรี ดูนังต์ ผู้ให้กำเนิดกิจการกาชาดสากล ซึ่งเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์

 

สกุลเงิน

สวิสฟรังก์ (Swiss Francs) “CHF” 1 ฟรังก์สวิส ประมาณ 31.01 บาท มีทั้งธนบัตร ใบละ 10, 20, 50, 100, 200, 500 และ 1,000 เหรียญ หน่วยเป็นซองตีมส์ (Centimes) 5, 10, 20

 

ความแตกต่างทางเวลา

 

เวลาที่สวิตเซอร์แลนด์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | บริการ | ติดต่อเรา

เลขที่ 1575 อาคารชัยสงวน2 ชั้น3 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี แขวงมักกะสัน กทม 10400

ติดต่อพี่บอม 08 7696 1705 (DTAC) , 08 4713 5907 (AIS) , 08 5820 0977 (TRUE)