เรื่องน่ารู้ที่ควรทราบ |
| |
อาหารการกิน : |
| |
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน ในแต่ละท้องถิ่นจะมีอาหารหลักที่แตกต่างกันออกไป ที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวสวิสซึ่งขึ้นอยู่กับอิทธิพลที่ได้รับจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ทั้งจากฝรั่งเศส, เยอรมัน และอิตาลี
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในอดีตเป็นเมืองเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกมันฝรั่งและการทำชีส ซึ่งชีสสวิสที่มีชื่อเสียงอย่างมาก นั่นคือ Emmental Cheese, Gruyère, Vacherin, และ Appenzeller นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงอย่างมาก นั่นคือช็อคโกแล็ต
อาหารที่จำเป็นต้องลิ้มลองกัน คือ Cheese Fondue และ Raclette (ฟองดูและ ราแคล็ต) เป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวสวิสที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ยังมี Sausages and Roesti (มันฝรั่งซอยละเอียดทอด มีไส้กรอกเป็นเครื่องเคียง)
ในสมัยก่อนชาวสวิสจะนิยมทาน Rösti เป็นอาหารเช้า แต่ปัจจุบันชาวสวิสนิยมทางมูสลีมากกว่าซึ่งในสวิสจะเรียกกันว่า Birchermüesli และ "Papet vaudois" ซึ่งเป็นอาหารจานเด่นในแถบทะเลสาบเจนีวา อาหารจานนี้ประกอบด้วยไส้กรอกกับกะหล่ำปลีดอง ส่วนในแถบเกราบึนเดิน อาหารจานเด่นคือ "capuns" กะหล่ำปลีสอดไส้ หรือจะลองชิมซุปกาสต้าร้อน ๆ ที่เสิร์ฟกันในท้องถิ่นที่เป็นสวิสอิตาเลียนก็ได้
มาดูที่ของหวานที่อร่อยๆของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งจะมีส่วนผสมของชีสเป็นสำคัญ คงหนีไม่พ้น ช็อกโกแลต, เพสตี้ และเค้ก
เครื่องดื่ม สวิตเซอร์แลนด์มีพื้นที่ปลูกองุ่นทำไวน์ชื่อดังๆ อยู่หลายชนิดทั้งไวน์ขาว, ไวน์แดงและแชมเปญ นอกจากนี้ยังมี Liquors เหล้าหวานทำจากผลไม้รสอร่อยแต่ดีกรีแรง ไว้สำหรับดื่มหลังอาหาร ที่นิยมกันมากก็มี Kirsch (ทำจากเชอรี่), Williamine (ทำจากแพร์), Marc และ Pflumli
|
| |
เมนูอาหารที่ขึ้นชื่อ |
| |
|
Fondue ชีสถูกหลอมละลายในหม้อ และนำขนมปังชิ้นเล็ก ๆจิ้ม ลักษณะการกินคือหม้อที่มีชีสจะอยู่กลางโต๊ะ และจะใช้ส้อมขนาดยาวจิ้มขนมปังลงไปในชีสร้อน ๆ เพื่อรับประทาน อาจดูเหมือนง่ายแต่จริง ๆแล้วความลับของความอร่อยนั้นอยู่ที่การผสมชีสในหม้อซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชาวสวิส นอกจากชีสฟองดูแล้ว ยังมี ฟองดูที่นำเนื้อมาจิ้ม เรียกว่า Beef Fondue และของหวานที่นำมาดัดแปลงและเรารู้จักกันดีนั่นคือ Chocolate Fondue
|
| |
|
| |
Raclette เมนูที่ทำมาจากชีสอีกเมนูหนึ่งที่มีชื่อเสียง เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวสวิสแถบภูเขา โดยจะใช้ชีสก้อนใหญ่ ๆมาละลายแล้วขูดชีสที่ละลายมาทากับขนมปัง ปัจจุบันยังมีการพัฒนาสูตรโดยนำไปชีสแผ่นหนาไปย่างแล้วกินกับมันฝรั่ง พร้อมเครื่องเคียงเป็นแตงเหลืองและหัวหอมดอง
|
| |
Zürich Geschnetzeltes สำหรับผู้ที่ชอบกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ อาหารจานนี้ทำมาจากเนื้อลูกวัวนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำไปปรุงกับครีม, เห็ดและไวน์ขาว เสริฟท์คู่กันกับ rösti ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวสวิสอีกจานหนึ่ง
|
| |
|
| |
Rösti ทำมาจากมันฝรั่งบดนำไปทอดกับเนยหรือน้ำมัน และทำให้เป็นแผ่นแบน ๆ ลักษณะเช่นเดียวกับแพนเค้ก สามารถนำมารับประทานร่วมกันกับชีสหรือเบคอน
|
| |
|
| |
Chocolate ช็อคโกแล็ตสวิสมีหลากหลายขนาด, รูปร่าง และกลิ่น และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในช็อคโกแล็ตที่ดีที่สุดในโลก ด้วยการควบคุมคุณภาพในโรงงานผลิตและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทางสมาคมผู้ผลิตช็อคโกแล็ตสวิส (Chocosuisse) เคยกล่าวไว้ว่าชาวสวิสนี่แหละที่เป็นผู้ที่กินช็อคโกแล็ตมากที่สุดในโลก
|
| |
การกินอาหารนอกบ้านของชาวสวิส |
| |
ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มีร้านอาหารหลากหลายแบบตั้งแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น เบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอด ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ต้องบริการตนเอง จนถึงภัตราคารระดับหรู ตามภัตตาคารจะมีอาหารชุดพิเศษประจำวัน เรียกว่า "Tagesteller" หรือ "Plat du jour" ราคาประมาณ 15 - 25 สวิสฟรังก์ ส่วนอาหารเป็นชุดแบบ 3 - course meal ราคาประมาณ 30 สวิสฟรังก์
อาหารในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีราคาแพงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆในทวีปยุโรปด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อนำราคามาเปรียบเทียบกับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว อาทิเช่น เบอร์เกอร์, น้ำอัดลมและกาแฟราคาเริ่มต้นที่ CHF 10 หากเป็นภัตราคารหรือร้านอาหารราคาจะอยู่ที่ CHF 15 - 50 ต่อเมนู แต่ถ้าเป็นภัตตาคารที่ให้ลูกค้าบริการตนเองราคาก็จะถูกลงมาหน่อย ส่วนใหญ่เมนูทั่วๆ ไปตามร้านอาหารก็จะเป็นพาสต้า และมันฝรั่งซึ่งนำมาทำได้หลากหลายเมนู ปัจจุบันอาหารมังสวิรัติจะได้รับความนิยมมากในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะสลัด
|
| |
ช็อปปิ้ง |
| |
ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 6 โมงครึ่งในวันธรรมดา และ 9 โมงเช้า - บ่าย 4 โมงเย็น ในวันเสาร์ ร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดในวันอาทิตย์ ยกเว้นร้านค้าในสนามบิน และตามสถานีรถไฟ และจุดพักทางด่วน
สินค้าชั้นดีมีคุณภาพที่ผลิตในประเทศทำให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นสวรรค์ของนักช๊อปปิ้งทั่วโลก ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารเพราะตามร้านค้าต่าง ๆ มีพนักงานขายที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี
สินค้าที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ นาฬิกาสวิสมีชื่อเสียงมากและมีหลายแบบหลายราคาให้เลือกซื้อหากันได้ตามความพอใจ ขอแนะนำร้านขายนาฬิกาสวิส ชื่อ Bucherer ซึ่งเป็นร้านขายนาฬิกา ที่ใหญ่ที่สุดและมีสาขามากที่สุด มีตั้งแต่ราคา 50 - 100,000 สวิสฟรังก์
นอกจากนาฬิกาแล้ว ช๊อคโกแล็ตก็เป็น สินค้ามีชื่อเสียงของสวิสเช่นกัน มีช๊อคโกแลคให้เลือกมากมายหลายชนิดทั้งรูปแบบและกลิ่นรสชาติต่าง ๆ อีกทั้งสินค้าจำพวกผ้าลูกไม้ของสวิสก็เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย สินค้าประเภทงานเย็บปักถักร้อยก็เป็นของที่ระลึกที่มีค่า มีดพับของสวิสเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเหมือนกัน
นอกจากนี้กล่องดนตรีสวย ๆ กับ ของใช้และของตกแต่งบ้านเรือนทำด้วยไม้แกะสลักและเครื่องกระเบื้องเคลือบของสวิส เป็นงานฝีมือที่สวยงามมาก และยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานศิลปะและของสะสมที่เป็นของกึ่งโบราณ ให้เลือกซื้อหาเป็นของที่ระลึกกันอีกด้วย
|
| |
ของที่ระลึกและสินค้าของฝากจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| |
นอกจากนี้กล่องดนตรีสวย ๆ กับ ของใช้และของตกแต่งบ้านเรือนทำด้วยไม้แกะสลักและเครื่องกระเบื้องเคลือบของสวิส เป็นงานฝีมือที่สวยงามมาก และยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานศิลปะและของสะสมที่เป็นของกึ่งโบราณ ให้เลือกซื้อหาเป็นของที่ระลึกกันอีกด้วย
|
| |
นาฬิกา: สวิตเซอร์แลนด์คือเมืองหลวงนาฬิกาของโลก ซึ่ง "Swiss Made" ที่ระบุบนนาฬิกาจะบ่งบอกคุณภาพของนาฬิกาเป็นอย่างดี ผู้ผลิตนาฬิกาส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร อาทิเช่น Rolex, Omega และ Patek Philippe บางบริษัทผลิตในแถบที่ใช้ภาษาเยอรมันในการสื่อสาร เช่น IWC ในรัฐ Schaffhausen
|
| |
ช็อคโกแล็ต: สวิตเซอร์แลนด์และเบลเยียมเป็นประเทศ 2 ประเทศที่มีการแข่งขันกันในด้านคุณภาพและรสชาติของช็อคโกแล็ต เพื่อแย่งอันดับ 1 ของประเทศที่ผลิตช็อคโกแล็ตที่ดีที่สุดในโลก แต่แน่นอนว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้สวิสยังเป็นที่ตั้งของบริษัท เนสเล่ท์ ซึ่งเป็นบริษัทอาหารขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย |
| |
ชีส: ลักษณะและรสชาติของชีสจะขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตในแต่ละภูมิภาคของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และชีสที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในฐานะ Swiss Cheese นั่นคือ Gruyère และ Emmentaler นอกจากนี้อาหารพื้นเมืองของชาวสวิสที่ประกอบด้วยชีส คือ ฟองดู ซึ่งนำเอาชีสมาละลายและใช้ขนมปังหรืออาหารอื่น ๆ มาจุ่มแล้วรับประทาน
|
| |
มีดพกสวิส: มี 2 ยี่ห้อที่ดังในสวิส นั่นคือ Victorinox และ Wenger เหมาะสำหรับผู้สะสมมีดพก ซึ่งจะมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน
|
| |
ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| |
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าและบริการส่วนใหญ่จะเท่ากับร้อยละ 8 แต่ในบางสินค้า อาทิเช่น อาหาร, ยา, หนังสือ และหนังสือพิมพ์ จะถูกลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 2.4% และในส่วนของการแพทย์, การศึกษาและบริการท้องถิ่นจะได้รับการยกเว้นภาษี
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อของในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สามารถขอคืนภาษีได้โดยมีขั้นตอนและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
-
ยอดซื้อสินค้าแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ำกว่า 300 สวิสฟรังก์ (รวม VAT) และสินค้าจะต้องนำออกไปนอกประเทศสวิตเซอร์แลนด์ภายใน 30 วัน
-
เมื่อเดินทางออกนอกประเทศจะต้องนำสินค้าที่ซื้อกับฟอร์มคืนเงินภาษีไปให้ ศุลกากรตรวจเอกสารและสินค้า และประทับตราในแบบขอคืนภาษีด้วย
-
รับเงินค่าภาษีคืน
|
ผู้ซื้อจะขอรับเงินคืนได้หลายวิธี คือ รับเงินสดได้ที่ Cash Refund Office หรือสั่งให้นำเงินภาษีที่ได้คืนเข้าบัญชีเครดิตการ์ด หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือรับเป็นเช็คธนาคารก็ได้ ทั้งนี้ผู้ซื้อสินค้าสามารถเลือกวิธีรับเงินคืนได้ตามความพอใจ
|
| |
เวลาทำการทั่วไป |
| |
ธนาคาร จันทร์-ศุกร์ 08.30 - 18.30 อาจมีการขยายเวลาทำการซึ่งต้องตรวจสอบกับทางรัฐนั้น ๆ อีกครั้งหนึ่ง และวันเสาร์ 08.30 17.00 ส่วนอาทิตย์และวันหยุดราชการ ธนาคารจะปิดทำการ อย่างไรก็ตามการแลกเงินสามารถทำได้ที่สถานีรถไฟหลัก ๆ หรือสามารถถอนเงินผ่านทาง ATMs ที่ยอมรับบัตรจากธนาคารต่างประเทศได้
|
| |
ไปรษณีย์ จันทร์-ศุกร์ 07.30 - 12.00 , 13.45 - 18.00 แต่อย่างไรก็ตามหากไปรษณีย์ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าอาจเปิดทำการในเวลาเดียวกันกับห้างสรรพสินค้า และ สำหรับวันเสาร์ ไปรษณีย์ในเมืองใหญ่จะเปิดทำการในช่วงเช้า 8.30 น. - 11.00 น. ซึ่งจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบตามพื้นที่นั้น ๆอีกครั้งหนึ่ง และสำหรับวันอาทิตย์ไปรษณีย์จะปิดทำการ
|
| |
ร้านค้า จันทร์-ศุกร์ 08.00 - 12.00 , 13.30 - 18.30 แต่ ร้านค้าบางแห่งอาจเปิดเลยเวลาดังกล่าวในบางวันของสัปดาห์ วันเสาร์จะเปิดถึง 16.00 น. วันอาทิตย์ร้านเหล่านี้จะปิด ยกเว้นร้านขายของที่ระลึก, ร้านขายยา ร้านอาหาร, และร้านค้าเฉพาะอย่าง
|
| |
ปั๊มน้ำมัน บนทางด่วน ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ เวลา 06.00 23.00 และมีตู้เอทีเอ็มในเวลากลางคืน
|
| |
อื่น ๆ ทุกวัน 07.00 18.00
|
| |
วันหยุดราชการประจำปี 2011 |
| |
| วันขึ้นปีใหม่ |
1 มกราคม หรือ 2 มกราคม (ขึ้นอยู่กับรัฐนั้น ๆ) |
| วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) |
22 เมษายน |
| วันอีสเตอร์ (Easter) |
23 เมษายน |
| วันระลึกพระเยซูเสด็จเข้าสู่สวรรค์ (Ascension Day) |
2 มิถุนายน |
| วันอาทิตย์ที่ 7 หลังวันอีสเตอร์ (Whit Sunday) |
12 มิถุนายน |
| วันจันทร์ที่ 7 หลังวันอีสเตอร์ (Whit Monday) |
13 มิถุนายน |
| วันกรรมกร |
1 พฤษภาคม |
| วันชาติ National Day |
1สิงหาคม |
| วันคริสต์มาส |
25 ธันวาคม |
| วัน Boxing Day |
26 ธันวาคม |
| วันหยุดประจำรัฐ อาทิเช่น 2 มกราคม, 1 พฤษภาคม (วันแรงงาน), 7 มิถุนายน (Corpus Christi) |
|
| |
กระแสไฟฟ้า
220 โวลท์, 50 ไซเคิ้ล ปลั๊กไฟเป็นปลั๊กกลมแบบ 3 ขา ชนิดที่เป็นแบบมาตรฐานใช้กันทั่วไป จึงไม่เป็นปัญหามากนัก สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องโกนหนวด หรือไดร์เป่าผม ใช้ปลั๊กแบบสองขาก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าแบบพกพาสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด |
| |
ระบบโทรศัพท์
นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์ที่ใดก็ได้ทั่วประเทศ และยังสามารถโทรไปที่ต่างๆ ทั่วโลกได้เช่นกัน โดยการหมุนหมายเลขรหัสประเทศนั้น ตามด้วยหมายเลขเมือง และเบอร์โทรของประเทศไทยคือ 0066 + จังหวัด + หมายเลขโทรศัพท์ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีบริการโทรศัพท์ทางไกล ทั้งชนิดหยอดเหรียญและใช้การ์ดโฟน หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ การเปิด Roaming แต่ก่อนเปิดใช้งานจะต้องไปแจ้งทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือก่อน
|
| |
การเดินทางในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| |
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการคมนาคมที่สะดวกสบายและเอื้ออำนวย แก่นักท่องเที่ยวและประชากรสวิสเองเป็นอย่างมาก เพราะบริการด้วยระบบที่เป็นสากลและมีตารางการเดินทางที่เที่ยงตรงตลอดเวลา
เมื่อเดินทางถึงสนามบิน Zurich Airport นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้โดยสะดวก
|
| |
การเดินทางโดยเครื่องบิน มีสายการบินหลายสาย อาทิเช่น สายการบินสวิส (Swiss International Air Lines) ให้บริการบินระหว่างจุดหมายปลายทาง 126 แห่ง ใน 59 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในยุโรป แต่ขณะเดียวกันก็ให้บริการบินไปยังทวีปอื่น ๆ ด้วย (www.swiss.com) ที่บินเข้าท่าอากาศยานระหว่างประเทศของเมืองซูริค (www.unique.ch) เมืองเจนีวา (www.gva.ch) และเมืองบาเซิล (www.euairport.com) และสามารถเดินทางต่อโดยผ่านทาง
|
| |
1.รถไฟ ซึ่งเชื่อมสนามบินซูริคกับสนามบินเจนิวา มีสถานีรถไฟภายในบริเวณสนามบินและเส้นทางรถไฟ ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าไปในเมือง มีบริการทุก 10 - 20 นาที ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองเพียง 10 นาทีเท่านั้น และที่สถานีรถไฟของสนามบินทั้งสองแห่งมีรถไฟวิ่งระหว่างประเทศ ไปยังเมืองใหญ่ของทุกประเทศในยุโรปทุกชั่วโมง
|
| |
2.รถประจำทาง มีบริการจากสนามบินไปยัง Unterland, Glattal, Zurich-Oerlikon, Winterthur และที่เมืองบาเซิล มีรถประจำทางให้บริการจากสนามบินไปยังในเมือง ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองเพียง 15 - 20 นาที ชุมทางรถประจำทางในเมืองอยู่ติดกับสถานีรถไฟ
|
| |
3.แท็กซี่ ค่าแท็กซี่ในสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างแพง เริ่มต้นตั้งแต่ 8 ฟรังซ์ขึ้นไป ทางที่ดีควรใช้แท๊กซี่เท่าที่จำเป็นและเพื่อเป็นการประหยัดควรใช้สวิสพาสส์กับบริการขนส่งสาธารณะ |
| |
การเดินทางโดยรถไฟ เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล จึงเปรียบได้กับเป็นประเทศศูนย์กลางของทวีป ดังนั้นจึงมีรถไฟที่วิ่งมายังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางและดีเยี่ยม ทั้งจากประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย ประเทศสเปน และประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและผ่อนคลาย และยังสามารถเพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพที่งดงามสองข้างทางรถไฟ รถไฟจะออกจากสถานีทุก ๆ ชั่วโมง เริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงเที่ยงคืน การต่อรถไฟก็ง่ายและสะดวกมาก ตามปกติแล้วจะใช้เวลาในการเปลี่ยนขบวนรถเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง
ตั๋วรถไฟเที่ยวเดียวและตั๋วไป - กลับ มีขายที่สถานีรถไฟทุกแห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับการเดินทางหลายเที่ยว ภายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น แนะนำว่าควรใช้ตั๋ว สวิสพาส (Swiss pass) ที่ทั้งสะดวกและประหยัด โดยราคาจะขึ้นอยู่ระยะเวลาการใช้ของตั๋ว
การสำรองที่นั่งนั้นจำเป็นมากสำหรับรถไฟที่วิ่งบนเส้นทางสายท่องเที่ยว ที่เน้นเรื่องการชมวิวทิวทัศน์ เช่น สายกลาเชียร์ เอ็กซ์เพรส (Glacier Express) และ สายเบอร์นีน่า เอ็กซ์เพรส (Bernina Express) เป็นต้น การสำรองที่นั่งทำได้ ที่ สถานีรถไฟใหญ่ ๆ ทุกแห่ง และเวบไซต์ www.sbb.ch/en
|
| |
การเดินทางโดยรถโดยสาร คุณจะได้สัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ในชนบท ทิวทัศน์ที่แปลกตา และการเดินทางวกวนไปตามไหล่เขาสูง (Mountain pan) มีธารน้ำแข็งให้เห็นอยู่ทั่วไปตามยอดเขาแม้ในฤดูร้อนก็ตาม เส้นทางเช่นนี้ส่วนใหญ่จะปิดในฤดูหนาวเนื่องจากมีหิมะปกคลุมจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง
เมืองใหญ่และตามเมืองเล็ก ๆ ทั่วไปมีเครือข่ายของระบบขนส่งที่ยอดเยี่ยม สามารซื้อตั๋วโดยสารได้จากเครื่องขายตั๋วซึ่งมีอยู่ตามป้ายรถรางหรือป้ายรถประจำทาง เครื่องขายตั๋วรับชำระเงินด้วยเหรียญหรือบัตรเจาะรู (Kiosk) บนรถประจำทางหรือ รถรางไม่มีตั๋วขาย ในกรณีที่มีการตรวจตั๋วโดยสารบนรถ ถ้าผู้ใดไม่มีตั๋วโดยสารที่ถูกต้องจะถูกปรับในอัตราที่สูงมากพร้อมทั้งต้องชำระค่าโดยสารด้วย
-
Swiss Pass: บัตรเดินทางที่สามารถเดินทางโดยไม่จำกัดเที่ยวในระบบการขนส่งของรัฐมีให้เลือกทั้งแบบ 4, 8, 15, 22 วัน หรือ 1 เดือน และให้ส่วนลด 50% เมื่อเดินทางโดยรถไฟที่ขึ้นภูเขาและเคเบิลคาร์ และยังใช้เป็นส่วนลดสำหรับค่าเข้าพิพิธภัณฑ์
-
Swiss Saver Pass สำหรับผู้ที่เดินทางกับเพื่อน หรือเดินทางเป็นกรุ๊ปจะได้รับส่วนลด 15% จาก Swiss Saver Pass
-
Swiss Youth Pass สำหรับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 26 ปีจะได้รับส่วนลด 25% จาก Swiss Youth Pass
|
| |
ราคาบัตร Swiss Pass / Swiss Saver Pass / Swiss Youth Pass |
ชั้น 2 |
Swiss Pass (CHF) |
Swiss Saver Pass (CHF) |
Swiss Youth Pass (CHF) |
| 4 วัน |
266.00 |
226.00 |
200.00 |
| 8 วัน |
384.00 |
326.00 |
288.00 |
| 15 วัน |
465.00 |
395.00 |
349.00 |
| 22 วัน |
536.00 |
456.00 |
402.00 |
| 1 เดือน |
590.00 |
502.00 |
443.00 |
| |
|
|
|
ชั้น 1
|
Swiss Pass (CHF)
|
Swiss Saver Pass (CHF)
|
Swiss Youth Pass (CHF)
|
| 4 วัน |
399.00 |
339.00 |
300.00 |
| 8 วัน |
576.00 |
490.00 |
432.00 |
| 15 วัน |
698.00 |
593.00 |
524.00 |
| 22 วัน |
805.00 |
684.00 |
604.00 |
| 1 เดือน |
885.00 |
752.00 |
664.00 |
|
| |
การเดินทางโดยรถยนต์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีถนนที่เชื่อมต่อกันในทวีปยุโรปอยู่แล้ว
การเดินทางโดยรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นสะดวกมาก ใบอนุญาตขับขี่สากลนั้นใช้ได้ในสวิส แต่อายุขั้นต่ำของผู้ขับขี่คือ 18 ปี การขับรถในสวิสจะขับชิดด้านขวา ป้ายจราจรทั่วไป ในสวิตเซอร์แลนด์เหมือนกับป้ายจราจรในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก บางป้ายจะมีคำอธิบายอยู่ด้วย ป้ายจราจรตามเส้นทางที่เข้าใจง่าย แต่ควรจะใช้ความระมัดระวังในการขับรถตามถนนที่ค่อนข้างแคบและคดเคี้ยวไปมา สามารถที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางบนเขาได้โดยเลี่ยงไปใช้อุโมงค์สำหรับรถยนต์หรือรถไฟแทน
|
| |
กฎทั่ว ๆไปในการขับรถในประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะมีดังนี้ |
| |
1.ความเร็วจำกัดในการขับรถยนต์
บนทางด่วนไม่เกิน 120 กิโลเมตร / ชั่วโมง
บนทางหลวงไม่เกิน 50 กิโลเมตร / ชั่วโมง
ถนนนอกเมืองไม่เกิน 80 กิโลเมตร / ชั่วโมง |
| |
| 2.ตามทางด่วนจะใช้ป้ายบอกเส้นทางเป็นสีเขียวนอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น |
| 3.รถทางขวาจะเป็นผู้มีสิทธิได้ใช้ทางก่อน |
| 4.กฎจราจรเป็นแบบไปขวามาซ้าย ขับชิดขวา ส่วนผู้ขับจะนั่งข้างซ้าย และแซงทางซ้าย ห้ามแซงทางขวา และต้องให้รถตำรวจ, รถฉุกเฉิน, รถดับเพลิง, รถราง และรถประจำทางไปก่อนเสมอ |
| 5.ผู้โดยสารทุกคนต้องขาดเข็มขัดนิรภัย เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ จะต้องนั่งรัด เข็มขัดอยู่ในที่นั่งสำหรับเด็ก (Child Seat) |
| 6.รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ทางด่วนจะต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นรายปี (Swiss Motorway Vignette) จำนวน 40 สวิสฟรังก์ ซึ่งเรียกกันว่า วิกแน็ต (Vignettte) |
| 7.ผู้ขับรถจะต้องเปิดไฟหรี่ทั้งในเวลากลางวันและในอุโมงค์ |
| 8.ผู้ขับรถทุกคนจะต้องไม่มีแอลกฮอล์ในเลือดเกิน 0.5 กรัมต่อลิตร |
| |
ตามปกติ การเช่ารถจะอนุมัติให้กับผู้ที่ถือใบอนุญาติขับขี่มาอย่างน้อย 1 ปีและรถเช่าในประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะรวมค่าเช่ารถด้วย สำหรับยานพาหนะที่เช่ามาจากนอกประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะไม่รวมค่าผ่านทาง การจ่ายค่าผ่านทางด่วนนี้สามารถทำได้ที่ด่านชายแดนหรือที่สำนักงานไปรษณีย์ของสวิตเซอร์แลนด์ หรือที่ปั๊มน้ำมัน
|
| |
คำศัพท์ที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในการขับรถในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| |
| ทางโค้ง |
umweg |
| น้ำมันดีเซล |
diesel |
| ทางเข้า |
eingang |
| ทางออก |
ausgang |
| น้ำมันเบนซิน (แก๊สโซลีน) |
benzin |
| ห้ามจอด |
parken verboten |
| ขับรถได้แบบ One-way |
einbahn |
| ตำรวจ |
polizei |
|
| |
การเปิดบัญชี |
| |
เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีธนาคารเปิดให้บริการมากมาย ทั้งของภาครัฐบาลและเอกชน ดังนั้นการบริการลูกค้าและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการใช้บริการก็จะแตกต่างกันไป นักศึกษาควรตรวจสอบว่าเมืองที่ตนจะไปศึกษาต่อมีธนาคารใดบ้าง จากนั้นจึงเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการใช้บริการต่างๆ อัตราดอกเบี้ย การโอนเงิน (บางแห่งสามารถโอนเงินทางอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งค่าบริการจะถูกกว่าทำธุรกรรมที่ธนาคารโดยตรง) ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเอง
การเปิดบัญชีธนาคาร หลังจากตัดสินใจเลือกธนาคารที่ต้องการได้แล้วนั้น ให้นำหลักฐานและเอกสารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ดังต่อไปนี้
|
| |
-
หนังสือเดินทาง (Passport)
-
จดหมายรับรองจากสถาบัน อาทิเช่น บัตรนักศึกษา, จดหมายรับรองการลงทะเบียน (Confirmation of Enrolment), จดหมายจากสถาบันที่ยืนยันว่าเป็นนักศึกษาของสถาบันนั้นๆ
|
| |
ธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จะมีบัญชีธนาคารประเภท For Young People และ For Student ซึ่งบัญชีทั้งสองประเภทจะได้เปรียบบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา เนื่องจากจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการใช้บริการหลายชนิด และให้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่ธนาคารจะมีการกำหนดอายุ และระยะเวลาการลงทะเบียนของนักศึกษาแตกต่างกันไป ทั้งนี้นักศึกษาควรตรวจสอบคุณสมบัติก่อนการเปิดบัญชี
|
| |
ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัย |
| |
ค่าใช้จ่ายรายเดือนของนักเรียนจะอยู่ประมาณ 1,800 CHF โดยจะประกอบด้วยค่าอาหาร 800-850 CHF ค่าที่อยู่อาศัย 400-600 CHF, ค่าเดินทางประมาณ 250 CHF และค่าอุปกรณ์การเรียน
|
| |
การรักษาพยาบาล |
| |
การเข้าพบแพทย์ (Sprechstunden) ต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้าเพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบถึงอาการเจ็บป่วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแพทย์ (Praxishilfe) จะจดบันทึกไว้ (เช่น เริ่มมีอาการเจ็บป่วยเมื่อใด, มีการอย่างไร) และหากต้องการนำล่ามเข้าไปด้วยจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานแพทย์ทราบล่วงหน้าก่อน เมื่อถึงเวลาที่นัดต้องตรงเวลา และเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่าจะต้องรอที่ไหน ถ้าไปพบแพทย์ตามเวลาที่นัดหมายไว้ไม่ได้ จะต้องบอกยกเลิกอย่างช้า 24 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมาย
ในกรณีที่แพทย์รู้จักผู้ป่วยและทราบประวัติเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยจะทำให้ง่ายต่อการวินิจฉัยโรค ควรรักษาด้วยวิธีไหน จำเป็นต้องส่งคนไข้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคหรือคนไข้ควรเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือไม่ ดังนั้นเป็นการดี เมื่อเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์ประจำบ้านเสมอ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไข้และแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เกิดความไว้วางใจและความสบายใจอันนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีในการรักษา
คนไข้มีสิทธิ์ในการเลือกแพทย์ (freie Arztwahl) ตามความพอใจ เช่น หากเป็นผู้หญิง ก็สามารถเลือกแพทย์หญิงได้ถ้าไม่ต้องการให้แพทย์ชายตรวจรักษา หรือในทางกลับกันผู้ชายก็สามารถเลือกแพทย์ชายได้ เช่นเดียวกันเมื่อคนไข้มีสิทธิ์ในการเลือกแพทย์ได้ ดังนั้นแพทย์ก็มีสิทธิ์ที่เลือกและรับคนไข้ใหม่ได้เช่นกัน
|
| |
โพลิคลินิก (Poliklinik) นอกจากคลินิกแพทย์ทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยสามารถไปโพลิคลินิก (Ambulatorium) ได้เช่นกัน โพลิคลินิกคือแผนกคนไข้ผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยทั่วไป (ambulant) ประเภทหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วโพลิคลินิกเป็นแผนกหนึ่งในโรงพยาบาล มีหน้าที่ให้คำปรึกษา ตรวจ รักษาเบื้องต้น เช่นเดียวกับสำนักงานแพทย์ธรรมดาทั่ว ๆไป ถ้าต้องการไปที่โพลิคลินิกต้องนัดหมายก่อน นอกจากนี้แล้วยังมีโพลิคลินิกพิเศษที่ให้การรักษาเฉพาะโรค (Spezialbehandlungen) อีกด้วย โพลิคลินิกบางแห่งจะรับแต่คนไข้ที่แพทย์เป็นผู้ส่งมาเท่านั้น
|
| |
ร้านขายยา (Apotheke) เป็นสถานที่แห่งแรกที่คนไข้จะไปเช่นเดียวกับสำนักแพทย์ ที่ร้านขายยามีเภสัชกรที่สำเร็จการศึกษาเกี่ยวกับยารักษาโรคมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถให้คำแนะนำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของคุณ เภสัชกรอาจจัดยาให้หรือแนะนำให้ไปพบแพทย์
ยารักษาโรคที่ซื้อจากร้านขายยา เป็นยาที่ได้รับการตรวจสอบและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนค่ายานั้นทางร้านขายยามีรายชื่อยาที่ระบุไว้ว่ายาชนิดใดที่บริษัทประกันสุขภาพจ่ายทดแทนให้ (Spezialit[a]tenliste) นอกจากนี้มียาอีกหลายชนิดที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์กำกับ ถ้าต้องการซื้อยาเหล่านี้จะต้องนำใบสั่งจากแพทย์มาแสดงด้วย
ยาแก้ปวดและยารักษาโรคต่าง ๆในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่เป็นยาชนิดเม็ด ไม่บ่อยนักที่แพทย์สั่งยาแบบฉีดให้ผู้ป่วย
|
| |
โรงพยาบาล (Im Spital) การส่งคนไข้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นหน้าที่ของแพทย์ประจำบ้านหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค การที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีสาเหตุต่างกันออกไปเช่น รับการตรวจโดยละเอียดเพื่อการวินิจฉัยโรคเพื่อสังเกตอาการของโรค การผ่าตัด การทำกายภาพบำบัด หรือจิตบำบัด
|
| |
กฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ (Gesetze und Regelungen) ตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กำหนดให้ผู้ที่พำนักอาศัยในประเทศนี้ทุกคน ต้องมีประกันดังต่อไปนี้ การประกันสุขภาพ การประกันอุบัติเหตุ หรือการประกันสำหรับสตรีมีครรภ์และการคลอด (Mutterschaft)
|
| |
บุคคลดังต่อไปนี้ อยู่ภายใต้กฎข้อบังคับที่จะต้องทำประกันสุขภาพ
-
ผู้ที่มีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและสัญชาติ ต้องแจ้งทำประกันภายใน 3 เดือน (หลังคลอดหรือย้ายเข้ามาอยู๋ในประเทศ)
-
ชาวต่างชาติที่ยังไม่ทำประกัน หรือการประกันอื่น ๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นานกว่า 3 เดือน
-
ผู้อพยพลี้ภัย ทั้งที่ได้รับอนุญาตให้พำนักชั่วคราวหรือเป็นการถาวร
-
ผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์พำนักอย่างเป็นทางการ (Sans-Papiers)
|
| |
บริษัทประกันสุขภาพ (Krankenkassen) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีบริษัทประกันสุขภาพมากกว่า 90 บริษัท ตามกฎหมายของกำหนดให้บริษัทประกันสุขภาพเหล่านี้ ต้องรับผู้ที่ยื่นขอทำประกันสุขภาพเข้าเป็นสมาชิก โดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆสำหรับการทำประกันประเภทพื้นฐาน (Grundversicherung) แต่บริษัทประกันขนาดเล็กมีข้อยกเว้นในการรับสมาชิก โดยเลือกรับแต่สมาชิกที่อาศัยอยู่ในเขตที่บริษัทประกันตั้งอยู่เท่านั้น
|
| |
ที่มา: คู่มือแนะนำการรักษาสุขภาพในสวิตเซอร์แลนด์ โดยสำนักงานเพื่อสุขภาพและอนามัยแห่งชาติ สภากาชาดสวิส และหน่วยงานคาริทัส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| |
สถานทูตไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ณ กรุงเบิร์น |
ที่อยู่ : Kirchstrasse 56, 3097 Bern-iebefeld, Switzerland
โทร : (041-31) 970 3030-4, 970 3038-9
แฟกซ์ : (041-31) 970 3035
เวลาทำงาน : 09.00 - 12.00 น. (จันทร์ - ศุกร์) |
| |
เบอร์โทรฉุกเฉิน |
| |
| 117 |
เบอร์แจ้งเหตุด่วน |
| 118 |
แจ้งเหตุดับเพลิง |
| 144 |
รถฉุกเฉิน |
| 1414 |
หน่วยกู้ภัย (Swiss Rescue) |
|
| |
สอบถามข้อมูลทั่วไป |
| |
| 1811 |
ข้อมูลทั่วไป อาทิเช่น พบแพทย์, โรงภาพยนต์ อื่น ๆ |
| 140 |
Breakdown service |
| 162 |
รายงานอากาศ |
| 163 |
รายงานสภาพการจราจร |
| 187 |
รายงานหิมะถล่ม (Avalanche Report) |
|
| |