วีซ่าอเมริกา (Visa สหรัฐ อเมริกา USA)
ประเภทของวีซ่า
1.) วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant visa)
เป็นวีซ่าสำหรับใช้เดินทางเข้าอเมริกา เป็นการชั่วคราว เพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือ การเรียนต่ออเมริกา วีซ่าที่ยื่นขอกันเป็นส่วนมาก ได้แก่
(1.1) วีซ่าท่องเที่ยว (วีซ่าอเมริกา ประเภท B2)
(1.2) วีซ่าธุรกิจ (วีซ่าอเมริกา ประเภท B1)
(1.3) วีซ่านักเรียน (วีซ่าอเมริกา ประเภท F-1)
(1.4) วีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (วีซ่าอเมริกา ประเภท J-1)
2.) วีซ่าถาวร (Immigrant visa)
เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการไปอาศัยอยู่ที่ประเทศอเมริกาเป็นการถาวร ในการขอวีซ่าอเมริกาชนิดนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากประชากรของประเทศศสหรัฐอเมริกา (U.S. Citizen หรือ LPR relative) หรือโดยนายจ้างที่เข้าข่ายในวิชาชีพที่สามารถขอวีซ่าชนิดนี้ ซึ่งการขอวีซ่าชนิดนี้ ไม่สามารถดำเนินการที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย (U.S. Embassy Bangkok) ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของ Department of Homeland Security (DHS) ในอเมริกา โดยสามารถหาข้อมูลอย่างละเอียดได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas.html
ขั้นตอนการขอวีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant visa)
- เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า
1.) หนังสือเดินทาง (Passport)
2.) แบบฟอร์มขอวีซ่า DS160
3.) รูปถ่ายสี ขนาด 5×5 เซนติเมตร เห็นใบหู ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 1 รูป
4.) ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า (สถานทูตไม่รับชำระในวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ไทยล่วงหน้า)
5.) กรณีเป็นนักเรียน ให้แนบเอกสาร I-20 ที่ออกโดยทางสถาบันที่ลงทะเบียนเรียนไว้ และใบเสร็จ SEVIS Fee
6.) กรณีเป็นผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน หรือนักเรียนแลกเปลี่ยน ให้แนบเอกสาร DS-2019 และใบเสร็จ SEVIS Fee
7.) เอกสารอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการยื่นวีซ่าอเมริกา
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า
ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ตามรายละเอียดด้านล่าง
สำหรับวีซ่าอเมริกาชั่วคราวมีค่าธรรมเนียม 140 US Dollar โดยผู้ขอวีซ่าต้องชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าได้ที่ Pay at Post ไปรษณีย์ไทย และชำระเป็นเงินบาทตามเรตค่าเงินที่ทางไปรษณีย์ไทยกำหนด
กรณีเป็นวีซ่านักเรียน หรือ วีซ่าสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน จะต้องชำระค่า SEVIS เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราว ซึ่ง SEVIS เป็นค่าธรรมเนียมของระบบเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ในช่วงที่บุคคลเหล่านี้อยู่ในสหรัฐอเมริกา
ผู้ขอวีซ่าที่ต้องชำระค่า SEVIS เป็นใครบ้าง?
ผู้ที่ต้องการศึกษาต่ออเมริกา ในฐานะนักศึกษาต่างชาติ หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และนักวิชาการที่มีแบบฟอร์ม I-20 / DS-2019 โดยค่าธรรมเนียม SEVIS นี้ไม่สามารถคืนเงินได้ ไม่ว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวก่อนถึงวันที่เข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ซึ่งสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้ที่เว็บไซด์ https://www.fmjfee.com/i901fee/
ค่าใช้จ่ายของ วีซ่าอเมริกา เป็นเงินบาทโดยประมาณ

หมายเหตุ *ข้อมูล ค่าธรรมเนียมวีซ่าอเมริกา อัพเดทล่าสุด เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2553
- จองวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา
ซื้อ พิน (Pin) จองวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา (รหัสขอใช้บริการ) ที่ไปรษณีย์ไทย มีการให้บริการ 2 ช่องทาง ดังนี้
1.1 จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซด์ ค่าพิน (Pin) 12 ดอลล่าห์ สหรัฐ
1.2 จองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ค่าพิน (Pin) 20 ดอลล่าห์ สหรัฐ (สามารถซื้อด้วยการตัดบัตรเครดิตได้ โดยโทรเข้าไปที่เบอร์ 001-800-13-202-2457)
หมายเหตุ
- พิน (Pin) ดังกล่าว สามารถเปลี่ยนแปลงวันนัดหมายได้ 3 ครั้ง (นับการนัดหมายครั้งแรกด้วย)
- พิน (Pin) ดังกล่าว จะใช้งานได้ ในวันทำการถัดไป ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
- พิน (Pin) มีอายุการใช้งาน 90 วัน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้าระบบ (แต่เปลี่ยนแปลงวันนัดไปเพียง 3 ครั้ง นับการจองครั้งแรกเป็นครั้งที่ 1)
- กรณี ซื้อพิน (Pin) จองวันสัมภาษณ์ เพื่อดำเนินการทางเว็บไซด์ ให้รอจนกระทั่ง 13.00 น. ของวันทำการถัดไป แล้วเข้าไปทำรายการผ่านหน้าเว็บไซด์ที่ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/default.aspx
- กรณี ซื้อพิน (Pin) จองวันสัมภาษณ์ เพื่อดำเนินการจองทางโทรศัพท์ ให้รอจนกระทั่ง 13.00 น. ของวันทำการถัดไป แล้วโทรเข้าไปที่เบอร์ 001-800-13-202-2457 (เบอร์โทรศัพท์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ สามารถเช็คเบอร์โทรล่าสุดได้จากสลิปพิน (Pin) ที่ได้จากทางเว็บไซด์ หรือที่ ไปรษณีย์ไทย)
สิ่งที่จำเป็นสำหรับการจองวันสัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกา
รหัสบาร์โค๊ตประจำแบบฟอร์ม DS160 ซึ่งจะได้รับเมื่อกรอกแบบฟอร์ม DS160 ผ่านระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว
ในขั้นตอนการจองวันสัมภาษณ์ สามารถเลือกได้ว่าสะดวกไปสัมภาษณ์ที่ใด แต่โดยส่วนใหญ่ผู้สมัครขอวีซ่าทุกคนจะต้องมาสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกา กรุงเทพ ยกเว้นผู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาในจังหวัดตามรายชื่อด้านล่าง ที่สามารถยื่นขอรับการสัมภาษณ์ได้ที่ สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ (U.S. Consulate in Chiang Mai) [การมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่สามารถใช้เป็นหลักฐาน เพื่อการขอวีซ่า ณ. ศูนย์เชียงใหม่ได้]
จังหวัดที่ได้รับสิทธิ์ในการขอรับการยื่นวีซ่า และ สัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกา ที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่
- สถานที่ยื่นวีซ่า สัมภาษณ์ และพิมพ์ลายนิ้วมือ
แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร
เลขที่ 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330
แผนที่
สถานกงสุลสหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300
แผนที่
ในวันสัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกา นอกเหนือจากแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าที่กำหนดแล้วโปรดนำเอกสารอื่นๆ ที่น่าจะช่วยสนับสนุนการสมัครวีซ่ามาด้วย เจ้าหน้าที่กงสุลได้รับการกำหนดให้พิจารณาเฉพาะเอกสารการสมัครและเอกสารที่กำหนดอื่นๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กงสุลอาจขอดูข้อมูลสนับสนุนอื่น ๆ
เฉพาะผู้สมัครวีซ่าอเมริกาเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในบริเวณสถานทูตฯ ผู้สมัครวีซ่าไม่สามารถนำสมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนมาด้วยได้ แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นพลเมืองอเมริกันก็ตาม ในขณะสัมภาษณ์ผู้สมัครแต่ละคนจะต้องแสดงวัตถุประสงค์ของตนเอง ผู้สมัครควรเตรียมตัวพูดเกี่ยวกับความผูกพันของตน และจุดประสงค์การเดินทางโดยไม่มีสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ หรือตัวแทนทางกฎหมายอยู่ด้วย ยกเว้นผู้สมัครวีซ่า ที่อายุต่ำกว่า 13 ปีหรือผู้สมัครที่ทุพพลภาพที่ต้องมีผู้อื่นเดินทางร่วมมาด้วยภายใต้สถานกาณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง
ในวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา โปรดตรวจสอบว่า
- ได้กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า สมบูรณ์แล้วและลงนามบนแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้ว
- เอกสารการสมัครครบถ้วนตามที่สถานทูตกำหนด และเดินทางมาถึง แผนกกงสุล ที่ทำการนัดไว้ ก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง กรณีที่มาถึงสถานทูตก่อนเวลาเกินครึ่งชั่วโมง อาจถูกขอให้รออยู่ภายนอกสถานทูตเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยและบริเวณที่นั่งรอภายในสถานทูตฯ มีจำกัด กรณีที่ผู้ขอวีซ่า เดินทางมาถึงสถานทูตฯ ช้ากว่าเวลานัดเกินหนึ่งชั่วโมง หรือไม่ได้เตรียมเอกสารการสมัครที่กำหนดมาในวันนัดและไม่สามารถกลับมาที่สถานทูตภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงหลังจากเวลานัดได้ ผู้ขอวีซ่า จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสถานทูตฯ และจำเป็นต้องนัดวัน-เวลา สัมภาษณ์ visa อเมริกา ใหม่
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาวุธ ของมีคม รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ เป้สะพายหลัง กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสาร และรถเข็นเด็ก ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตอเมริกาได้
กรณีที่วีซ่าได้รับการอนุมัติ ผลวีซ่าและเล่มหนังสือเดินทางจะถูกส่งคืนผู้สมัครทางไปรษณีย์ภายใน 3 – 4 วันทำ
การ
กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
ระยะเวลาสูงสุดที่ทางสถานทูตจะอนุมัติวีซ่า ให้
ประเภทวีซ่า เข้า – ออก ระยะเวลาสูงสุด
B-1/ B-2 Multiple 120 เดือน หรือ 10 ปี
F-1/ F-2 Multiple 60 เดือน หรือ 5 ปี
J-1/ J-2 Multiple 60 เดือน หรือ 5 ปี
หมายเหตุ ระยะเวลาวีซ่าที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่า สามารถอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า ผู้ขอวีซ่าอเมริกาจะทราบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตได้จาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง (Passport)
คำถามล่าสุด
admin { วีซ่าท่องเที่ยวครับ } – พ.ค. 21, 10:33 AM
admin { การไปเที่ยวถึง 6 เดือน โอกาสที่จะขอวีซ่าท่องเที่ยว เป็นไปได้ยากมากครับ เพราะวีซ่าชนิดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการไปท่องเที่ยวระยะสั้น การไปเยี่ยมญาติหรือเพื่อน... } – พ.ค. 21, 10:32 AM
นุ่น { ถ้าไปเรียนนิวซีแลนด์แบบหลักสูตรระยะสั้นต้องทำวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าท่องเที่ยวหรอคะ ไป 2 อาทิตย์อ่ะค่ะ } – พ.ค. 20, 9:44 AM
AOY { อยากจะเดินทางไปออสเตรเลีย โดยวีซ่าท่องเทียว ที่มีครอบครัว คนออสเตรเลีย เป็นสปอนเซอร์ ดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ ...หนูไม่เคยไปมาก่อน ..จะสามารถ... } – พ.ค. 19, 11:53 AM
admin { ลองเข้าไปดูรายการเอกสารสำหรับเตรียมยื่นวีซ่าเชงเก้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ที่ http://www.educatepark.com/visa/swiss-visa-doc.html ได้ก่อนครับ หากสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ } – พ.ค. 17, 3:23 PM


