เรียนต่อญี่ปุ่น เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น ศึกษาต่อญี่ปุ่น

เรียนต่อญี่ปุ่น » หน้านี้ อธิบาย ข้อมูลโดยสรุปของการ เรียนต่อที่ญี่ปุ่น เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น ศึกษาต่อญี่ปุ่นและข้อมูลโดยทั่วไป ของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถกดลิงค์อ่านต่อในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อไปยังหน้ารายละเอียดทั้งหมดได้

 

เรียนต่อญี่ปุ่น เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น ศึกษาต่อญี่ปุ่น 

Last updated: มีนาคม 11, 2015 at 17:42 pm
ศึกษาต่อญี่ปุ่น-1

เรียนต่อญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในเรื่องของ เทคโนโลยี และที่สำคัญ บริษัทของประเทศญี่ปุ่น ได้มาลงทุนในประเทศไทย เป็นอันดับ 1 มากกว่าทุก ๆ ประเทศ จึงทำให้เกิดความนิยมไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น มาอย่างต่อเนื่อง การไปเรียนต่อญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่จะได้ ความรู้ทางด้านวิชาการเท่านั้น การไป เรียนต่อญี่ปุ่น ยังจะได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่น อย่างเต็มที่อีกด้วย

โดยส่วนใหญ่ นักเรียนไทย มากว่า 75% นิยมไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นในหลักสูตร ภาษาญี่ปุ่น เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้ด้านภาษา รวมถึง เป็นการเตรียมตัว เพื่อเข้าเรียนต่อในระดับ ปริญญา ต่อไป

นอกจากในเรื่องวิชาการแล้ว ประเทศญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีสเน่ห์ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน แฟชั่น สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เคยไปเยี่ยมชม ประทับใจ และอยากกลับไปอีกครั้ง

ข้อดีของการเรียนในประเทศญี่ปุ่น 

1. ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นอย่างมากรองจากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีผู้คนที่เป็นมิตรและสั่งสมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

2. มาตรฐานการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นที่สูง โดยดูจากอันดับโลก นักเรียนญี่ปุ่นในระดับมัธยมปลายเป็นที่ 1 ของโลกทางด้านคณิตศาสตร์ และเป็นที่ 2 ของโลกทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นประมาณ 10 แห่งอยู่ในระดับ Top 200 ของโลก

3. ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีความปลอดภัยจากอาชญากรรมของโลก โดยสถิติอาชญากรรมในประเทศญี่ปุ่นอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของโลก

4. นอกจากจะได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาแล้วยังจะได้เรียนรู้ทักษะอื่น ๆ ด้วย อาทิเช่น การเรียนหลักสูตรสั้น ๆ เช่นการประดิษฐ์ดอกไม้ การทำอาหารเป็นต้น

» » อ่านต่อในหัวข้อ เรียนต่อญี่ปุ่น

 

เรียนต่อญี่ปุ่น

 

เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น

ศึกษาต่อญี่ปุ่น-2

โรงเรียนสอนภาษาในญี่ปุ่น

เมืองที่นักเรียนไทยนิยมไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น

1. โตเกียว
2. ชิบะ
3. โอซาก้า

ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นจำนวนมาก และมีหลักสูตรภาษาให้เลือกหลากหลาย แต่จะสามารถแบ่งหลักสูตรเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน

1. เหมาะสำหรับ นักเรียนที่มีเวลา ไปเรียนจำกัด โดยสามารถเรียนได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน
2. สามารถเรียนได้ด้วยการถือวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งจะใช้เวลาในการขอและขั้นตอนไม่ยุ่งยากเท่ากับวีซ่านักเรียน โดยจะใช้ระเวลาในการขอวีซ่าประมาณ 1 สัปดาห์
3. เหมาะสำหรับ นักเรียนที่อยากไปทดลองเรียนดูก่อน ว่าจะสามารถปรับตัวได้ไหม

ตัวอย่างตารางค่าเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะสั้น 3 เดือน

ระยะสั้น จำนวนเงิน (เยน)
 ค่าแรกเข้า  20,000
ค่าเรียน 1 เดือน 76,000
ค่าเรียน 2 เดือน 152,000
ค่าเรียน 3 เดือน 190,000

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไป  ระยะยาว

1. เหมาะสำหรับ นักเรียนที่มีจุดประสงค์ที่จะพัฒนาระดับภาษาญี่ปุ่น เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในการทำงาน
2. มีให้เลือกเรียนได้ตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 1 ปี

ตัวอย่างตารางค่าเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน 6 เดือน

6 เดือน จำนวนเงิน (เยน)
 ค่าสมัครวีซ่า  20,000
  ค่าแรกเข้า  60,000
  ค่าเรียน เทอมแรก (6 เดือนแรก)  330,000
ค่าอุปกรณ์ 30,000
ค่าประกัน 6,000
รวม 446,000

หลักสูตรเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย  ระยะยาว

1. เหมาะสำหรับ นักเรียนที่มีเป้าหมาย จะเรียนต่อในระดับ มหาวิทยาลัย
2. เหมาะสำหรับ นักเรียนที่มีจุดประสงค์ที่จะพัฒนาระดับภาษาญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในการทำงาน
3. ระยะเวลาเรียน โดยจะมีระยะเวลาการเรียนตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จนถึง 2 ปี

ตัวอย่างตารางค่าเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย 6 เดือน

6 เดือน จำนวนเงิน (เยน)
 ค่าสมัครวีซ่า 20,000
 ค่าแรกเข้า 60,000
 ค่าเรียน เทอมแรก (6 เดือนแรก) 345,000
ค่าอุปกรณ์ 40,000
ค่าประกัน 6,000
รวม 471,000

ส่วนเรื่องการขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น ระยะยาว ไม่ได้ยากนัก การขอวีซ่าญี่ปุ่น ถ้าผู้ขอมีความพร้อมทั้งในเรื่อง การเงิน การศึกษาพื้นฐานแล้ว วีซ่าก็มักจะผ่านไปได้ด้วยดี โดยทาง บริษัทฯ จะช่วยตรวจเอกสารให้ก่อน ให้แน่ใจว่า โอกาสที่วีซ่าผ่านสูง ถึงจะอนุญาติให้ นักเรียนชำระค่าใช้จ่าย และค่าเล่าเรียน ให้กับทางโรงเรียน

» » อ่านต่อในหัวข้อ เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น

 

เรียนต่อญี่ปุ่น

ข้อมูลเมืองญี่ปุ่นที่ควรทราบ

 

รู้จักญี่ปุ่น (にっぽん)

เรียนต่อญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น

Japan หรือ Nippon

Japan เป็นชื่อเรียกที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกประเทศญี่ปุ่น แต่จริง ๆแล้วชาวญี่ปุ่นนั้นจะเรียกประเทศของตนเองว่า Nippon หรือ Nihon ซึ่งในญี่ปุ่นเอง โดยNippon(にっぽん) จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการมากกว่า ซึ่งเราจะพบคำนี้ทั้งในเหรียญเยน และตราแสตมป์ นอกจากนี้ความหมายทั้ง 2 คำนี้ยังหมายถึงดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ซึ่งเป็นคำเรียกประเทศญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยนั่นเอง

ภูมิประเทศ

ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย พื้นที่ทั้งหมดคิดเป็น 377,873 ตารางกิโลเมตร (เทียบเท่าประเทศเยอรมนีและประเทศสวิตเซอร์แลนด์รวมกัน แต่ก็ยังน้อยกว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย) ประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วย 4 เกาะหลัก และเกาะย่อยมากกว่า 4,000 เกาะ โดยเกาะหลัก ๆ ในประเทศญี่ปุ่นมีดังนี้

ภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น

ศึกษาต่อญี่ปุ่น

ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น

 

ภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 8 ภูมิภาคด้วยกัน ดังนี้

-ภาคเหนือ (ฮอกไกโด)

ฮอกไกโด (Hokkaido)เป็นเกาะทางด้านเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น และถือได้ว่าเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ในแต่ละฤดูกาลจะมีอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างมาก และทำให้สภาพแวดล้อมนั้นแตกต่างไปด้วย นอกจากนี้ยังถือได้ว่าฮอกไกโดเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล อุตสาหกรรมหลักของภูมิภาคนี้คือ การเกษตรและฟาร์มโคนม นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านอาหารทะเลอีกด้วย

เนื่องจากเป็นภูมิภาคเหนือที่สุดในญี่ปุ่นทำให้ในช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศที่หนาวมาก และอากาศจะดีในช่วงฤดูร้อน

นอกจากนี้ยังมีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โทโฮะกุ)

อยู่ทางด้านเหนือของเกอะฮอนชู และรอบล้อมไปด้วยทะเลทั้ง Sea of Japan, Pacific Ocean,Tsugaru Straitเป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส

เป็นภูมิภาคที่ผลิตข้าวได้ประมาณร้อยละ 28 ของประเทศ มีแอปเปิ้ล, เชอร์รี่ และลูกพีช เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคนี้

– ภาคตะวันออก (คันโต)

เป็นศูนย์กลางทางด้านการเมือง, เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม จึงทำให้มีประชากรมากถึงร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น

เป็นที่ตั้งของเมืองโตเกียว (Tokyo) ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และแสดงออกถึงความตื่นเต้น และความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว พื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน

– ภาคกลาง (จูบุ)

จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น เป็นภูมิภาคที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่  มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้

– ภาคตะวันตก (คันไซ)

เป็นภูมิภาคทางตะวันตกของเกาะฮอนชู  เป็นภูมิภาคใจกลางทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น  และมีความเจริญก้าวหน้าในฐานะที่เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของญี่ปุ่นยาวนานตั้งแต่สมัยอดีต

– เกาะชิโกะกุและหมู่เกาะทะเลใน (เซโตะไนไค)

เกาะชิโกะกุตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะฮอนชู  ประกอบด้วย 4 เมือง นอกจากนี้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกก็เป็นอีกแห่งหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่โดดเด่นของเกาะชิโกะกุ การเดินทางเข้ามายังเกาะทำได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดบริการทางรถบัสระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ในภาคคันไซบนฝั่งฮอนชูกับเกาะชิโกะกุ

-ภาคตะวันตก (จูโงะกุ)

ภูมิภาคจูโงะกุนั้น เต็มไปด้วยหมู่บ้านและเมืองที่เงียบสงบสวยงามหลายแห่งตั้งกระจายกันอยู่เป็นระยะ ลักษณะเป็นหมู่บ้านประมงชายทะเลและหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งหลักแหล่งตามทิวเขา ตั้งอยู่สุดตะวันตกของเกาะหลักฮอนชู แบ่งเป็นสองส่วนคือ ซันโย ชายฝั่งเกาะกลางทะเลใน และ ซันอิน ชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น

– ภาคใต้ (คิวชู และเกาะโอกินะวะ)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเกาะหลักฮอนชู มีอากาศที่อบอุ่น ชนบทที่เขียวชอุ่ม บ่อน้ำแร่และภูเขาไฟที่เร้นลับเนื่องจากอยู่ใกล้จีนและเกาหลี จึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 อีกทั้งเป็นจุดแรกที่ติดต่อกับทางตะวันตกซี่งชาวโปรตุเกสได้เข้ามาเทียบท่าเมื่อศตวรรษที่ 16

» » อ่านต่อในหัวข้อ ข้อมูลประเทศญี่ปุ่น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สถานทูตญี่ปุ่น

ความคิดเห็น หรือ คำถาม-คำตอบ

  1. ฟ้า. says:

    คือ ตอนนี้อยู่ ม. 2 ค่ะ. พอดีอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ อยากรู้ว่ามีเว็บไหนบ้างค่ะ

  2. ฟ้า says:

    อยู่นี้อยู่ ม.2 ค่ะ อยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นค่ะ มีโครงการสอบชิงทุนที่ไหนบ้างค่ะ

  3. จันจิรา says:

    สวัสดีค่ะ หนูเรียนสาขาภาษาญี่ปุ่นอยู่ปี2 ค่ะ มีทุนให้สำหรับนักศึกษาไหมคะ ส่วนใหญ่หนูจะเห็นแต่ของเด็กม.ปลายอ่าค่ะ

  4. apple says:

    อยากเรียนต่อ ป.ตรี ด้านภาษา ญี่ปุ่น อยากเป็นล่ามค่ะ จบ ปวช. สาขาบัญชี ไม่มีความรู้ภาษา ญี่ปุ่นเลยค่ะ เรื่องค่าใช้จ่ายก็ไม่พร้อม พอจะมีทุนการศึกษา หรือระบบผ่อนไหมค่ะ แบบว่า เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยค่ะ ที่ประเทศญี่ปุ่นนะค่ะ

    • P'Noom says:

      เรียนไปทำงานไป มีนะครับ แต่ตอนเริ่มต้น น้องต้องพอมีบ้างครับ เพื่อให้เพียงพอกับค่าเรียน, ค่ากิน ค่าอยู่ ของ 6 เดือนแรก
      ส่วนทุนการศึกษาสำหรับการเรียนภาษา ช่วงนี้ไม่มีครับ

  5. จันทร์จิรา says:

    คือจบ ม.6 ค่ะ อยากไปเรียนภาษาอยู่ญี่ปุ่น 1 ปี
    ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลยค่ะ. พักอยู่กับพี่สาว เรื่องค่าใช้จ่าย คิดว่าไม่มีปัญหาไร
    จะไปเรียนได้ไหมค่ะขอ วี ยากไหม ต้องมีเอกสาร อะไรบ้าง

    • P'Noom says:

      วีซ่าไม่ยากครับ เอกสารหลัก ๆ จะเป็นตามนี้ครับ

      เอกสารของเจ้าตัว
      1. ประวัติการเรียน + หลักฐาน
      2. ประวัติการทำงาน + หลักฐาน
      3. รูปถ่าย

      เอกสาร Sponsor (ผู้ออกค่าใช้จ่าย)
      1. การทำงาน
      2. เงินฝากในบัญชี

  6. เปมิกา says:

    คือญาติต้องการให้ไปเรียนในญี่ปุ่น ระดับชั้นปริญญาตรี ต้องสอบเข้าอะไรบ้าง เสียเงินเท่าไหร่ ต้องการชอบชิงทุนหรือโครงการเเลกเปลี่ยน ช่วยส่งข้อมูลมาทางอีเมลล์หน่อยนะค่ะ

  7. สิริลักษณ์ says:

    อยากต่อโทที่ญี่ปุ่นค่ะ มีคำแนะนำไหมค่ะหลังจากที่ที่เรียนจบคอร์สภาษา 1ปีแล้ว มีมหาลัยแนะนำไหมค่ะ

    • P'Noom says:

      ถามเพิ่มครับ
      1. ไม่ทราบว่า อยากเรียนสาขาอะไรครับ
      2. จบ ป.ตรี ที่ไหน สาขาอะไร ส่งเป็น Transcript มาที่ educatepark_sg@hotmail.com ก็ได้ครับ

      • สิริลักษณ์ says:

        จบตรีที่มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์นค่ะ สาขานิเทศฯ แต่อยากเรียนเกี่ยวกับภาษาหรือวัฒนธรรมของญี่ปุ่นค่ะ จะมีไหมค่ะ

  8. กชมน says:

    ถ้าไม่มีความรู้ญี่ปุ่นสามารถเรียนสายอาชีพที่ญี่ปุ่นได้ไหมคะ แบบพอรู้นิดๆหน่อยๆงูๆปลาๆอ่ะค่ะ

    • P'Noom says:

      สายอาชีพส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นครับ ดังนั้น ควรค้องมีภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 ขี้นไปครับ

  9. prathumwan says:

    จะส่งลูกสาวไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นาโกยา พักกับญาติ จะเรียนที่ไหนดีคะที่ให้ทำงานได้ด้วย ลูกสาวจบม.6

    • P'Noom says:

      ผมเป็นตัวแทนของสถาบัน Nagono Language College (์NLC) ครับ
      ค่าเรียน 6 เดือน 385,000 Yen
      ค่าเรียน 12 เดือน 700,000 Yen

      ผมส่งที่อยู่ไปให้ทาง email นะครับ

  10. Joy says:

    ขอโทษนะคะ ถ้าอยากเรียนที่ญี่ปุ่นแต่ไม่มีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่น จะไปเรียนได้มั้ยคะ?

    • P'Noom says:

      เรื่องไม่มีญาติ ไม่ใช่ปัจจัยในการพิจรณาวีซ่าครับ

      นักเรียนส่วนใหญ่ ที่ไป ไม่มีญาติเลยครับ ส่วนเรื่องวีซ่า ทางบริษัทฯ จะเป็นคนคอยช่วยทำให้ครับ แต่ถ้าประเมินจากเอกสารแล้ว วีซ่าไม่น่าจะผ่าน จะแนะนำวิธีแก้ไขให้ครับ

  11. Autumn says:

    อยากไปเรียนญี่ปุ่นอยากทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่ยังไม่รู้ตัวเองจะทำได้รึเปล่า

  12. Yok says:

    เรียนระยะสั้นนี้ตองจบชั้นใหนอ่ะครับตอนนี้ผมอยู่ ปวช1(ม4) จะไปเรียนไดใหมครับเรื่องภาษาก็ได้นิดหน่อย พอดีเรียนสายอาชีพอ่ะครับพอมีที่เรียนใหนแนะนำบ้างใหมครับ

    • P'Noom says:

      ถ้าระยะสั้น จบ ปวช 1 ไปได้ครับ แต่ต้องขอวีซ่าระยะสั้นด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ติดต่อมาที่ email ผมได้เลยครับ educatepark_sg@hotmail.com

  13. frantino says:

    พอมีสถาบันหลักสูตรอาหารญี่ปุ่นระยะสั้น 1-6เดือน แนะนำมั้ยครับ ค่าใช้จ่ายด้วยครับ ขอบคุณครับ

    • P'Noom says:

      ไม่ทราบว่า สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่น ได้ดีไหมครับ

      • frantino says:

        ไม่มีเลยครับบบบ T-T

        • P'Noom says:

          จะลำบากครับ เพราะไม่รู้จะสื่อสารยังไง ที่จริงแล้ว อยากให้ไปเรียนภาษาก่อนครับ พอเริ่มรู้เรื่องบ้าง ค่อยไปเรียน

          แต่ผมให้ข้อมูลโรงเรียนไว้ครับ
          http://www.homemade.co.jp/ ที่โรงเรียนนี้ มีหลายสาขาครับ มีคนไทยไปเรียนมาหลายคนครับ

  14. Jane says:

    ต้องจบระดับชั้นไหนค่ะ ถึงจะไปเรียนได้

    • admin says:

      ถ้าเป็นหลักสูตรภาษา ต้องเรียนจบ ม.ุ6 หรือ เทียบเท่าครับ

  15. Tps says:

    อยากทราบค่าใช้จ่ายคอร์สเรียนภาษา 1 เดือน รวมที่พัก สำหรับ 2 คนค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • admin says:

      ค่าเรียนภาษา 1 เดือน 96,000 Yen
      ค่าที่พักต่อ 1 คน 1 เดือน ประมาณ 60,000 Yen

      รวมทั้งหมด ประมาณ 156,000 Yen หรือ ประมาณ 45,000 บาทครับ

  16. Futoru says:

    อยากมราบหลักสูตร 6เดือน ราคา 446,000 คือเรียนที่ไหนครับ หรือต้องเลือกโรงเรียนอีกทีหรือเปล่าครับ แล้วมีโรงเรียนในนาโกย่าไหมครับ

    • admin says:

      ที่ Sendagaya Japanese School ครับ

      นาโกย่ามีครับ ขอเวลาสัก 2 อาทิตย์ครับ จะเพิ่มข้อมูลใน เวปให้ครับ

  17. wanida says:

    ตามค่าเงินปัจจุบัน ถ้าไปเรียน 3 เดือน ค่าใช้จ่ายจะประมาณเท่าไหร่คะ พอดีเห็นรายละเอียดที่คุณแอดมินตอบของ 6 เดือนแล้วเลยอยากทราบ 3 เดือนด้วยค่ะ

    ขอบพระคุณค่ะ

    • admin says:

      ค่าเรียนระยะเวลา 3 เดือน 210,000 Yen ประมาณ 60,000 บาทครับ

  18. monchanok chumsombat says:

    มีความต้องการเรียน คอสระยะสั้น ค่ะ
    มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ค่ะ

  19. Stepz says:

    อยากทราบว่าจะมีหลักสูตรของ ม ปลายไหม แล้วค่าใช้จ่ายโดยรวมรอบแรกจะประมาณเท่าไหร่ครับ ?

    • admin says:

      ที่ บ. ไม่ได้ส่งเรียน ม.ปลายครับ

  20. ปิ๋ม says:

    ต้องใช้คนญี่ปุ่นเซนต์ค้ำประกันมัยคะ

    • admin says:

      ถ้าไปเรียน ไม่ต้องครับ

  21. Rutsee says:

    ถ้าต้องการศึกษาต่อโท (ในมหาลัยที่เปนอินเตอร์) ด้าน marketing มีมหาลัยไหนแนะนำบ้างคะ

  22. กุ่ย says:

    ไปเรียนภาษา สัก 6 เดือนต้องมีงบเท่าไหร่คับ

    • admin says:

      เอาค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ก่อนนะครับ

      ค่าเรียน 471,000 Yen
      ค่าที่พักประมาณ 420,000 Yen
      ค่ากินประมาณ 270,000 Yen

      รวมโดยประมาณ 1,161,000 yen เป็นเงินบาท ประมาณ 387,000 บาทครับ

  23. ทิพ says:

    มีงบ 4 แสนจะไปเรียนภาษา 1 ปี พอไหมคะ

    • admin says:

      ไม่พอครับ ค่าเรียน 1 ปี อย่างเดียว จะประมาณ 2.7 แสนครับ ยังต้องมีค่าที่พักด้วย แต่ถ้า 4 แสนไป 6 เดือน พอไหวครับ

  24. oak says:

    พี่คับ ค่ากิน ค่าที่พัก ญี่ปุ่นแพงมากไหมค้บ

    • admin says:

      ค่ากิน แพงกว่าไทยประมาณ 3 เท่าครับ อย่างพวกอาหารจานเดียว เช่นข้าวหน้าเนื้อ ก็จะมีตั้งแต่ 2xx yen ขึ้นไปจนถึง 1,xxx yen ขึ้นอยู่กับร้าน และ ทำเลครับ
      อย่างร้านประจำผม ก็ไม่แพงครับ 270 yen นี่อิ่มมากเลย

      ส่วนที่พัก ต้องทำใจเลยครับ จะมีตั้งแต่ 70,00 yen ขึ้นไปครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>