ข้อมูลการยื่นวีซ่า ประเทศอื่นๆ
  • วีซ่าออสเตรเลีย
  • วีซ่าอังกฤษ
  • วีซ่าอเมริกา
  • วีซ่านิวซีแลนด์
  • วีซ่าแคนาดา
  • วีซ่าฝรั่งเศส
  • ขั้นตอนการไปศึกษาต่อที่อังกฤษ

    step to england 1 ขั้นตอนการไปเรียนต่อ อังกฤษ

    1.) เลือกสถาบัน หลักสูตร และเมืองที่ต้องการ ในการไปเรียนต่ออังกฤษ โดยวางแผนระยะเวลาเรียน และวันเริ่มเรียนให้เหมาะสม

    2.) เลือกประเภทของวีซ่านักเรียนอังกฤษ โดยมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

    (2.1) วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับนักเรียน (Student Visitor Visa)
    (2.2) วีซ่านักเรียนเทียร์โฟร์ (Student Tier 4 Visa)

    โดยนักเรียนสามารถพิจารณา ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของวีซ่า ดังนี้

    เงื่อนไขและข้อกำหนดในการเลือกวีซ่านักเรียนอังกฤษ

    Student Visitor Visa Student Tier 4 Visa
  • นักเรียนไม่มีผลสอบภาษาอังกฤษ หรือ ไม่ต้องการสอบ หรือ ลองสอบแล้ว ได้ผลสอบต่ำกว่า มาตรฐานภาษาอังกฤษแบบ CEFR – B1
  • นักเรียนมีผลสอบภาษาอังกฤษเทียบเท่า CEFR – B1 หรือ ลองสอบวัดผลภาษาอังกฤษที่สถานทูตอังกฤษยอมรับแล้ว ได้ผลสอบเทียบเท่า หรือสูงกว่า มาตรฐานภาษาอังกฤษแบบ CEFR – B1
  • ข้อแตกต่างของวีซ่าทั้งสองประเภท
  • ไม่สามารถขอต่อวีซ่า ในประเทศอังกฤษได้ ต้องกลับมาขอวีซ่าใหม่ ที่ประเทศไทย
  • สามารถต่อวีซ่า ในประเทศอังกฤษได้
  • ไม่สามารถทำงานได้
  • ทำงานได้เฉพาะนักเรียนที่เรียนในระดับ Higher Education (ปริญญา) กับทางสถาบันที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐในอังกฤษ หรือเรียนในสถาบัน Publicly funded further education college
  • ไม่ต้องใช้ผลภาษาในการขอวีซ่า
  • ต้องมีผลภาษาอังกฤษเทียบเท่าระดับ CEFR – B1 หรือตามที่หลักสูตรกำหนด
  • 3.) สมัครเรียน – หลังจากที่ทราบแล้วว่า ตัวนักเรียนเองจะต้องยื่นขอวีซ่านักเรียน ประเภทใดแล้ว จึงค่อยสมัครเรียน เนื่องจากในใบสมัครจะถามว่า เราจะเลือกขอวีซ่าประเภทใด ประกอบกับหลักฐานการสมัครเรียนก็แตกต่างกันด้วย เช่น ถ้าจะขอวีซ่าแบบ Student Tier 4 จะต้องแนบใบแจ้งผลภาษาให้กับทางโรงเรียนด้วย เป็นต้น ซึ่งหลังจากยื่นใบสมัครกับหลักฐานประกอบใบสมัครให้กับทางโรงเรียนแล้ว ก็รอให้ทางโรงเรียน ตอบรับ และส่งใบ Offer กับ Invoice ที่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายมาให้

    4.) ตรวจเอกสาร – ในขั้นตอนนี้ นักเรียนจะได้รับ ใบรายการเอกสารที่ต้องเตรียม หรือ Checklist เอกสาร เพื่อจัดเตรียมเอกสารขอวีซ่ามาให้ทางบริษัทช่วยดูให้ก่อนว่า ครบถ้วนหรือยัง หรือ ขาดตกบกพร่องตรงไหน ซึ่งทางบริษัท จะเช็คให้โดยละเอียดและแจ้งให้นักเรียนทราบหากมีจุดที่ต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อทำให้วีซ่ามี % ผ่านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในกรณีที่ ทางบริษัทประเมินแล้วว่า โอกาสที่วีซ่าจะผ่านมีน้อย ทางบริษัทก็จะแนะนำทางเลือกอื่น ๆ ให้

    5.) ตรวจสุขภาพ – นักเรียนจะต้องตรวจสุขภาพ หากตั้งใจที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 6 เดือน โดยเป็นการตรวจจากหน่วยงาน IOM เพื่อหาเชื้อวัณโรค ซึ่งหลังจากที่ตรวจสุขภาพ และผลออกมาไม่มีปัญหา นักเรียนจะได้รับ ใบรับรอง IOM (Medical Certificate) เพื่อใช้สำหรับยื่นวีซ่า แต่หากตรวจแล้ว ผลไม่ชัดเจน อาจจำเป็นต้องตรวจซ้ำ หรือเพาะเชื้อเพิ่มเติม หรือกรณีที่ตรวจแล้ว พบว่ามีพาหะของวัณโรคอยู่ ก็ต้องรักษาให้หายซะก่อน จึงจะดำเนินเรื่องต่อไปได้

    6.) ชำระค่าเรียน ค่าวีซ่า ค่าที่พัก – หลังจากที่ผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสาร และทางบริษัทประเมินแล้วว่า มีโอกาสที่วีซ่าจะผ่าน ประกอบกับ นักเรียนผ่านการตรวจสุขภาพและได้รับใบรับรองผล IOM (Medical Certificate) มาเรียบร้อยแล้ว หากทางโรงเรียนตอบรับการเข้าเรียนและส่ง Invoice กลับมาให้แล้ว นักเรียนก็สามารถชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่า จะให้ทางบริษัทเป็นตัวแทนในการชำระให้ หรือนักเรียนจะไปโอนตรงให้กับทางโรงเรียนเองก็ได้ แต่หากเลือกวิธีหลัง หลังจากโอนเงินผ่านธนาคารเรียบร้อยแล้ว นักเรียนต้องส่งสลิปการโอนมาให้ทางบริษัท ทางบริษัทจะได้ดำเนินเรื่องในขั้นตอนต่อไปได้ อาทิเช่น แปลเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม และจัดทำชุดเอกสารยื่นวีซ่า เป็นต้น

    7.) รอรับเอกสารสำคัญจากสถาบัน – หลังจากทางสถาบันที่อังกฤษ ได้รับการยืนยันยอดชำระค่าเรียน ทางสถาบันก็จะดำเนินการออกเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในการยื่นวีซ่าให้ โดยแบ่งเป็น 2 กรณี

    กรณีที่ 1 นักเรียนขอวีซ่านักเรียนอังกฤษประเภท Student Visitor ทางโรงเรียนก็จะจัดส่ง Visa Letter ตัวจริงมาให้
    กรณีที่ 2 นักเรียนขอวีซ่าประเภท Student Tier 4 ทางโรงเรียนก็จะออกเอกสาร CAS Statement ที่มี CAS Number ให้

    8.) ยื่นวีซ่า – หลังจากที่ได้รับเอกสารสำคัญจากทางโรงเรียน ได้แก่ Visa Letter (กรณีขอวีซ่าแบบ Student Visitor) หรือ CAS Number (กรณีขอวีซ่าแบบ Student Tier 4) เรียบร้อยแล้ว ก็จัดเตรียมเอกสารตัวจริงทั้งหมด ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้ระบุรายการเอกสารให้ หลังจากนั้นก็นำเอกสารทั้งหมดพร้อมคำร้องไปยื่นวีซ่า ในวันที่นัดหมายไว้ ที่ ศูนย์รับยื่นวีซ่าอังกฤษ (วีเอฟเอสโกลบอล) โดยต้องเดินทางไปด้วยตนเอง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายภาพใบหน้า (ระบบนี้เป็นระบบเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ที่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประเทศอังกฤษกำหนดไว้ สำหรับผู้ขอวีซ่าทุกคน)

    9.) รอผลวีซ่า – ประมาณ 5-15 วันทำการ เมื่อวีซ่าผ่านแล้ว ทางบริษัทจะส่งสำเนาวีซ่าของนักเรียน ให้ทางโรงเรียนรับทราบ ระหว่างนี้ นักเรียนก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง เช่น จัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็น ชำระค่าตั๋วเครื่องบิน จัดกระเป๋าเดินทาง รวมถึงประเมินน้ำหนักกระเป๋าตามเงื่อนไขของตั๋วเครื่องบินด้วย

    10.) วันเดินทาง เช็คเอกสารที่ต้องติดตัวไป เช่น หนังสือเดินทาง Visa Letter (หรือ CAS Statement) หลักฐานเรื่องที่พัก ตั๋วเครื่องบิน เอกสารอ้างอิงอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้เรียบร้อย และเดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อ Check-in โดยควรไปก่อนเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ก็รอเวลาขึ้นเครื่องจากทางสนามบิน และเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษโดยสวัสดิภาพ

    ทางบริษัท เซนทอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของทางสถาบัน จะดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้กับนักเรียน จนกระทั่ง นักเรียนเดินทางไปถึงที่อังกฤษ เรียบร้อยแล้ว และจะคอยให้ความช่วยเหลือ ในระหว่างที่นักเรียน ทำการศึกษาอยู่ที่นั่น โดยสามารถสรุปบริการกว้าง ๆ ได้ดังนี้

    1. ให้คำปรึกษาเรื่องเรียน และจัดหาสถาบันที่เหมาะสม ตามที่นักเรียนร้องขอ
    2. เป็นตัวแทนของนักเรียนในการชำระเงินให้กับทางสถาบัน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
    3. แนะนำเอกสารที่ใช้ยื่น วีซ่าอังกฤษ และอธิบายการยื่นวีซ่าโดยละเอียด
    4. จัดทำแบบฟอร์มและเอกสารยื่น Visa อังกฤษ ให้ตรงตามเงื่อนไขที่ทางสถานทูตอังกฤษ กำหนด และจองวันยื่นวีซ่าให้

     

    12 Responses to ขั้นตอนการไปเรียนต่อ อังกฤษ

    1. หนูอยากไปเรียนที่ประเทศอังกฤษค่ะ ทำไงถึงจะได้ไปคะ ช่วยโทรกลับด้วย ขอบคุณมากค่ะ

    2. mickiiz พูดว่า:

      อยากทราบข้อมูลคร่าวๆของการเรียนภาษา และเรียน diploma ที่ประเทศอังกฤษค่ะ เช่น ต้องใช้ผล ielts ค่าใช้จ่ายในเริ่มแรก statement และการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง คือ สนใจจะไปเรียนภาษาก่อนค่ะ แล้วเรียน dip ต่อ อีกเรื่องคือ ผลสอบภาษาอังกฤษเทียบเท่า CEFR – B1 คืออะไรคะ คือผลสอบ ielts รึเปล่า ถ้าจะจะสอบต้องได้คะแนนอย่างน้อยเท่าไหร่คะ รบกวนด้วยนะคะ

      • teerawut พูดว่า:

        เรื่องผลสอบภาษาอังกฤษที่เทียบเท่า CEFR – B1 คือผลที่มาจากการสอบที่สถานฑูตกำหนด เช่น IELTS, TOEFL, TOEIC เป็นต้น ซึ่งเทียบระดับคะแนนแล้วอยู่ในระดับที่เรียกว่า B1 ครับ ซึ่งถ้าจะไปเรียนภาษาก่อนแล้วค่อยไปเรียนต่อ Diploma ที่อังกฤษต้องผลสอบ IELTS อย่างน้อย 4.0 ทุกแบนด์ทั้ง ฟัง พูด อ่าน และเขียนครับ
        ไม่ทราบว่าสนใจไปเรียนที่เมืองไหนครับ และจะไปต่อ Diploma ด้านไหนครับ พี่จะข้อมูลส่งไปให้ดูครับ

    3. Kanyarat พูดว่า:

      I’m interested to study master degree in nursing abroad. Is there any suggestion?

    4. อยากทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายเรียนภาษาที่ Berlington school ประเทศอังกฤษ ค่ะระยะเวลาประมาณ11-12 เดือน ไม่มีผลสอบวัดภาษาอังกฤษ มีเพื่อนจัดที่พักที่ลอนดอนให้เเล้วค่ะ การขอวีซ่าต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร และต้องเอาเอกสารอะไรบ้างจากเพื่อนที่ลอนดอนบ้างค่ะ

      • teerawut พูดว่า:

        ผมส่งข้อมูลและรายละเอียดต่างๆไปให้ทางอีเมลล์แล้วนะครับ สงสัยหรือมีคำถามตรงไหนสอบถามได้ครับ

    5. Hung พูดว่า:

      อายุ36แล้วทำงานมา10ปี อยากไปเรียนภาษาสัก3-6เดือน ไม่ทราบว่าขอวีซ่ายากมั้ย ถ้าพอมีโอกาสรบกวนแนะนำสถาบันเรียนเอาแบบที่ใช้เงินน้อยที่สุดทั้งค่าเรียนและค่าอยู่ประมาณเท่าไหร่ รบกวนส่งรายละเอียดค่าใช้จ่าย ให้เลือกหลายสถาบัน และเมืิิองที่น่าไปอยู่นะคะ ไม่ชอบฝน
      จริงแล้วอยากทำงานได้บ้าง ก็ลังเลที่ออสเตรเลียด้วย ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอที่ออสด้วย ออสขอเมืองที่คนไทยน้อยๆ เช่น อะดิเลท แคนเบอรร่า หรืออื่นๆที่แนะนำค่ะ

      ส่งนเรื่ิองสปอนเซอร์ ถ้าเป็นเงินตัวเองต้องมีเท่าไหร่ จำเป็นต้องให้พ่อแม่/ญาติเป็นสปอร์เซอร์ร่วมด้วยมั้ยคะ
      ขอบคุณค่ะ

      • teerawut พูดว่า:

        ผมส่งข้อมูลของอังกฤษไปให้แล้วนะครับ ส่วนของออสเตรเลียคุณอาร์ตจะส่งตามไปให้ครับ สงสัยหรือมีคำถามตรงไหนสอบถามได้ครับ

    6. E พูดว่า:

      ความต้องการเดียวกับคุณHung คุณสมบัติก็เหมือนกันเลยค่ะ รบกวนขอรายละเอียดด้วยนะคะ
      อายุ36แล้วทำงานมา10ปี อยากไปเรียนภาษาสัก3-6เดือน ไม่ทราบว่าขอวีซ่ายากมั้ย ถ้าพอมีโอกาสรบกวนแนะนำสถาบันเรียนเอาแบบที่ใช้เงินน้อยที่สุดทั้งค่าเรียนและค่าอยู่ประมาณเท่าไหร่ รบกวนส่งรายละเอียดค่าใช้จ่าย ให้เลือกหลายสถาบัน และเมืิิองที่น่าไปอยู่นะคะ ไม่ชอบฝน
      จริงแล้วอยากทำงานได้บ้าง ก็ลังเลที่ออสเตรเลียด้วย ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอที่ออสด้วย ออสขอเมืองที่คนไทยน้อยๆ เช่น อะดิเลท แคนเบอรร่า หรืออื่นๆที่แนะนำค่ะ

      ส่งนเรื่ิองสปอนเซอร์ ถ้าเป็นเงินตัวเองต้องมีเท่าไหร่ จำเป็นต้องให้พ่อแม่/ญาติเป็นสปอร์เซอร์ร่วมด้วยมั้ยคะ
      ขอบคุณค่ะ

      • teerawut พูดว่า:

        ส่งข้อมูลไปให้ทางอีเมลล์แล้วนะครับ สงสัยตรงไหนสอบถามได้ครับ ส่วนข้อมูลที่เรียนที่ออสเตรเลียคุณอาร์ตจะส่งตามไปให้ครับ

    ใส่ความเห็น

    อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

    *


    *

    คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

    Set your Twitter account name in your settings to use the TwitterBar Section.