 |
::
|
 |
สัพเพเหระ
|
|
|
 |
 สุพรรณบุรี |
|
เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง |
| |
|
| |
|
| |
 |
|
 |
| |
การเดินทาง |
|
| |
 |
| |
|
รถยนต์ สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้หลายเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๑ ชั่วโมง ดังนี้
- จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบางบัวทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี หรือ จากกรุงเทพฯ ผ่านนนทบุรี อำเภอบางบัวทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดปทุมธานี อำเภอลาดหลุมแก้ว ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๑๕ กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๓๒ กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเดิมบางนางบวช ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๒๒๘ กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดอ่างทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดนครปฐม อำเภอกำแพงแสน ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๖๔ กิโลเมตร
รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปสถานีรถไฟจังหวัดสุพรรณบุรีทุกวัน วันละ ๑ เที่ยว จากกรุงเทพฯ ๑๖.๔๐ น. ถึงสุพรรณบุรี ๑๙.๔๐ น. และ จากสุพรรณบุรี ๐๕.๐๐ น. ถึงกรุงเทพฯ ๐๙.๓๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๑๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๒๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ สถานีรถไฟสุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๕๐, ๐ ๓๕๕๒ ๑๗๙๙ หรือ www.railway.co.th/
อัตราค่าโดยสาร
ประเภทรถ พิเศษชานเมือง
สถานีต้นทาง ปลายทาง กรุงเทพ - สุพรรณบุรี
ระยะทาง : กม. 158
อัตราค่าโดยสาร (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) : บาท
ชั้นที่ 1 144 บาท
ชั้นที่ 2 74 บาท
ชั้นที่ 3 32 บาท
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ไปจังหวัดสุพรรณบุรีทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2537 8055 และมีรถออกจาก สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที สอบถามเพิ่มเติมสำหรับ รถธรรมดา โทร. 0 2434 5557-8 และ รถปรับอากาศ บริษัท สพรรณทัวร์ โทร. 0 2884 9522 (สุพรรณบุรี) โทร. 0 3550 0817 รถออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวแรก 06.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.00 น. ออกจากสุพรรณบุรี เที่ยวแรก 04.30 น. เที่ยวสุดท้าย 18.00 น. หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th
อัตราค่าโดยสาร
เส้นทาง กรุงเทพ - สุพรรณบุรี
ระยะเวลา 2 (ชม.)
ค่าโดยสาร 42 บาท
ระยะทางจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรีไปยังอำเภอต่างๆ
-
อำเภอบางปลาม้า ๑๐ กิโลเมตร
-
อำเภอศรีประจันต์ ๒๐ กิโลเมตร
-
อำเภอดอนเจดีย์ ๓๑ กิโลเมตร
-
อำเภออู่ทอง ๓๒ กิโลเมตร
-
อำเภอสามชุก ๓๙ กิโลเมตร
-
อำเภอเดิมบางนางบวช ๕๔ กิโลเมตร
-
อำเภอหนองหญ้าไซ ๕๘ กิโลเมตร
-
อำเภอสองพี่น้อง ๗๐ กิโลเมตร
-
อำเภอด่านช้าง ๗๗ กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดสุพรรณบุรีไปยังจังหวัดใกล้เคียง
|
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
ร้านอาหาร |
|
| |
|
อำเภอเมือง
|
| |
กุ๊กโอชา (เชิงสะพานไผ่ขวาง) ๓๐/๑ ม.๒ ถ.ไผ่ขวาง-ลาดตาล ต.ไผ่ขวาง โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๓๘๗, ๐ ๑๘๕๖ ๖๐๔๘ (อาหารไทย-จีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๓๐ น.) |
ข้าวต้มน้องปู ๒๘ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๙๗๑, ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๓ (ข้าวต้มกุ๊ยกับข้าว เปิดบริการ ๑๗.๐๐๐๒.๐๐ น.) |
ครัวนฤมล (อยู่อาคารเดียวกับเอกชัย สาลี่สุพรรณ) ๒๒๒/๒ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๒๖ (อาหารไทย-จีน อาหารตามสั่ง วันธรรมดา เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๓.๐๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ปิด ๒๒.๐๐ น.) |
ครัวเอส. เอ็ม (ติดกับร้านขุนแผนศูนย์ของดีเมืองสุพรรณ) ๑๖๘ ม.๔ ถ.สุพรรณบุรี-ท่าระหัด ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๙๓๒ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐๑๘.๐๐ น.) |
นพรัตน์ภัตตาคาร (ตรงข้ามวัดป่าเลไลยก์) ๓๓๘/๒ ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๗๐๘, ๐ ๑๗๕๙ ๕๑๖๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๑ ๑๗๐๘ (อาหารจีนและอาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
แม่ขวัญจิต ๓๕๙/๒ ถ.ไผ่ขวาง-ลาดตาล ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๘๑๖ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๓๐๒๓.๐๐ น.) |
ใบเงิน (บริเวณลานจอดรถนาซ่ามอลล์) ๗๔/๓๙๔๐ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๐๕๙๙๖๐๐ (บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง หยุดทุกวันที่ ๒๐ ของเดือน) |
พชร ( ในโรงแรมพชร) ถ.นางสร้อยฟ้า ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๐๐๗ (อาหารไทย-จีน เปิดบริการ ๐๗.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
เรือนไทย ๒๑ ถ.นางเทพทอง ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๕๘๒, ๐ ๓๕๕๔ ๖๖๔๔ (อาหารไทย, จีน เปิดบริการ ๑๑.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
เรือนแพครัวสุพรรณ ๙๙ ม.๓ ถ.โพธิ์พระยาสุพรรณ ต.สนามชัย โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๔๒๐๙, ๐ ๑๙๔๑ ๙๗๑๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๓๐๕๗ (อาหารตามสั่งเมืองสุพรรณบุรีและตามสั่ง เปิดบริการ ๑๘.๐๐๒๓.๐๐ น.) |
สวนอาหารไผ่ขวาง ๑๖๗ ม.๒ ถ.ไผ่ขวาง-ป่าโมก ต.ไผ่ขวาง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๐๑๔๕ (อาหารไทย ตามสั่ง จำพวกปลาแม่น้ำ เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
ท่าจีน ๓๒ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๕๕๓๘, ๐ ๑๖๓๙ ๕๑๓๗ (อาหารไทยตามสั่ง เปิดบริการ ๑๙.๓๐๐๑.๐๐ น.) |
เรือนมนิลา ใกล้วัดแค โทร.๐ ๑๖๘๖ ๑๗๘๒, ๐ ๑๘๕๗ ๔๔๓๔ |
เอมโอช ๓๕ ถ.อาชาสีหมอก ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๓๕๒ (อาหารไทย, อาหารพื้นเมือง เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๔.๐๐ น.) |
ขุนไกรไนท์ฟู้ด ตลาดโต้รุ่งมีอาหารต่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ราดหน้า ไอศกรีม เปิดบริการ ๑๖.๐๐๒๔.๐๐ น. |
สวนอาหารเรือนตาป๋อ ๘๘ ม.๒ ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๓๘๑ |
สวนอาหารบ้านตอไม้ ๘๘/๒ ม.๒ ถ.คูเมือง ต.รั้วใหญ่ โทร.๐ ๓๕๔๘ ๗๑๘๔-๕ |
| |
อำเภอดอนเจดีย์
|
| |
เพ็ญจันทร์ ๑๒๗๗ ม.๕ ถ.ดอนเจดีย์-ศรีประจันต์ ก.ม.ที่ ๒ ต.ดอนเจดีย์ โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๑๓๘๖ (อาหารไทย, อาหารป่า และอาหารประเภทปลาน้ำจืด เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
| |
อำเภอบางปลาม้า
|
| |
ก๋วยเตี๋ยวนายเท้า ๘๘/๑ ถ.บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ต.ตะค่า กิโลเมตรที่ ๘๒๘๓ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๖๐๙๑ (ก๋วยเตี๋ยวไก่ หมู เปิดบริการ ๐๗.๓๐๑๖.๓๐ น.) |
กุ่ยหมง (ข้างที่ว่าการ อ.บางปลาม้า) ๓๒๘ ม.๕ ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๒๕๖, ๐ ๙๕๑๕ ๑๓๐๒(อาหารไทย, อาหารจีน เปิดบริการ ๐๙.๐๐๑๗.๐๐ น.) |
ใบเงิน ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ก.ม.ที่ ๘๑ (บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง) |
แม่บ๊วย (ตรงข้ามธนาคารออมสิน) ๒๗๙ ม. ๕ ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (อาหารตามสั่ง เน้นกุ้งแม่น้ำ ปลาม้า เปิดบริการ ๑๑.๐๐๑๘.๐๐ น.) |
ริมคลองเฮาส์ ๒๙/๔ ม.๒ ถ.มะขามล้มเก้าห้อง ต.บางปลาม้า โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๑๔๑, ๐ ๖๘๑๒ ๖๐๘๖, ๐ ๑๗๖๓ ๔๑๓๓ (อาหารตามสั่งประเภทปลา เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
ลิ้มไฮ้จั้วะ ๑๔๘/๒ ตลาดเก้าห้อง ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๑๑๙, ๐ ๑๙๔๑ ๖๖๗๙ |
สาลีวิว ๘๓/๑ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง กม.ที่ ๗๔ ต.สาลี โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๑๐๓ (อาหารไทยจำพวกปลา กุ้ง เปิดบริการ ๐๙.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
| |
อำเภอศรีประจันต์
|
| |
ทองประศรี (ในโรงแรมวังยาง ริเวอร์ พาร์ค รีสอร์ท) ๒๘/๑ ม.๖ ต.วังยาง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๖๙-๗๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๗๒ (อาหารไทย, อาหารพื้นบ้านจำพวกปลา เปิดบริการ ๐๗.๐๐๒๑.๐๐ น.) |
เรือนแพป้าสร้อย (ริมแม่น้ำหน้าที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์) ๑๗๙ ม.๓ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๑๑๓ (อาหารไทย, อาหารพื้นบ้าน เปิดบริการ ๑๐.๐๐๑๙.๐๐ น.) |
| |
อำเภอสามชุก
|
| |
เจ๊เน้ย (อยู่ตรงข้ามโรงพักสามชุก)๓๙ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๔๒๗๓ โทรสาร ๐ ๓๕๕๐ ๔๓๘๔ อาหารไทย พวกปลาน้ำจืด เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.) |
ดำ (สี่แยกตลาดสามชุก) ๙๔๑ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร.๐ ๓๕๕๗ ๑๗๖๘, ๐ ๓๕๕๐ ๔๕๘๐ (ข้าวต้มกุ๊ย อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.) |
| |
อำเภอเดิมบางนางบวช
|
| |
ครัวตายม (บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ) ๑๖/๒ ม.๓ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๑๙๔ (ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารตามสั่ง) |
จินดา ๒ ๒๗๑ ม.๒ ริม ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.เขาพระ โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๖๐๐๕ -๖ (อาหารไทย จีน ตามสั่ง อาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๐๙.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
บลูเลมอน ตรงข้ามสวนสัตว์บึงฉวาก |
ร้านค้าชุมชน อบต. เดิมบาง บริเวณหน้าสวนสัตว์บึงฉวาก โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๔๓๑ |
ลายไม้ ๑๐ ม. ๙ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๑๗๙๕ ๒๒๘๒ (ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารตามสั่ง) |
เรือนรักษ์ ๓/๕ ม.๖ ต.นางบวช โทร.๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖, ๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓-๔ |
| |
อำเภออู่ทอง
|
| |
ก๋วยเตี๋ยวโกเด้ง ๑๓๐๘ ถ.อู่ทอง-ด่านช้าง ต.อู่ทอง |
ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารแผงลอย อู่ทอง ๒๒ ม.๖ ถ.ท้าวอู่ทอง ตลาดอู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๖๐๑ (อาหารตามสั่ง กาแฟ เปิดบริการ ๐๗.๐๐๑๗.๐๐ น.) |
บ้านก๋วยเตี๋ยวหมูผู้ใหญ่ลี ๘๘ ม.๑๐ ถ.กาญจนบุรีอู่ทอง ต.จรเข้สามพัน โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๕๓๘๘ (เปิดบริการ ๐๗.๓๐๑๕.๐๐ น.) |
บ้านริมน้ำอู่ทอง-สุพรรณ ๑๒๙๗ ม.๖ ถ.วัดเขาพระ ต.อู่ทอง โทร.๐ ๓๕๕๖ ๕๕๓๓, ๐ ๔๐๑๕ ๖๔๖๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทยโบราณ อาหารไทยอีสาน อาหารแนะนำ ปลาภูมิปัญญาไทย พล่ามะเดื่อ ว่านหางจระเข้กรอบทรงเครื่องได้รางวัลโครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ประเภทสำรับไทยและร้านอาหาร) |
สวนอาหาร ก ไทยเดิมพัฒนา ๒๕๔ ม.๑ ถ.อู่ทอง-สระกระโจม ต.ดอนคา โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๑๔๖๗, ๐ ๑๗๕๗ ๗๗๘๖ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๑.๐๐ น. อาหารไทย-อีสาน) |
| |
อำเภอสองพี่น้อง
|
| |
นรินทรา ๙๒ ถ.บางลี่-หนองวันเปลียง ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๐๖๗, ๐ ๑๖๒๒ ๔๔๑๒ (อาหารไทย จีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๑.๐๐ น.) |
บ้านดอน ๕๔ ถ.โพธิ์อ้น-หวายสอ ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๘๘๘, ๐ ๑๘๘๐ ๐๖๖๔ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๑.๐๐ น.) |
แพกระแต ๕๗ ถ.ราษฎร์อุทิศ บ้านไผ่หมู่ ต.บางลี่ โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๓๑๗ (อาหารประเภทปลาพื้นบ้าน เปิดบริการ ๑๐.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
| |
อำเภอด่านช้าง
|
| |
ด่านช้างแค้มปิ้งเฮาส์ (ตรงข้ามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี) ๒๙๖/๑ ม.๑ ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๖๔๗, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๑๑, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๒๒ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๐๘.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
ปลาบู่โภชนา ๗๒๔/๑ ซ.๔ ถ.หน้าโรงเรียนบรรหาร ๓ ต.หนองมะค่าโมง (ผ่านหน้าธ.ไทยพาณิชย์) โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๒๓๑ (อาหารตามสั่งประเภทปลา เปิดบริการ ๐๗.๐๐๒๒.๐๐น.) |
ปลาบู่โภชนา ๒ ๙๑๓/๓-๔ ม.๑๘ ถ.อู่ทอง-บ้านไร่ ต.หนองมะค่าโมง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๔๕๑ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๒.๐๐ น.) |
แพกระเสียว ริมอ่างเก็บน้ำกระเสียว ต.ด่านช้าง |
แพชาวเขื่อน ๑๕๒/๓ ถ.ริมเขื่อนกระเสียว ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๗๑๑๒ ๔๖๗๕, ๐ ๑๒๙๘ ๗๗๘๓ (จำหน่ายอาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๐๘.๐๐๒๒.๐๐ น.) |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
ร้านสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
กลุ่มแม่บ้านทิพย์ญาดา ๕๒/๒๑ ม.๓ หมู่บ้านญาดา ๒ ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๙๘๐๐ ๔๕๘๔, ๐ ๓๕๕๒ ๒๖๗๐ (ทองม้วนพริกเผา ทองม้วนปลาช่อน และขนมขบเคี้ยว) |
กลุ่มศิลปหัตถกรรมบ้านธรรมกุล งานจักสาน งานแจกันดินเผาแนวจิตรกรรมไทย ๖๐ ม.๕ ต.พิหารแดง เลยวัดพระนอนไปเล็กน้อย โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๘๔๐๐, ๐ ๙๘๑๗ ๗๘๕๖ |
เจริญชัย ๑ (สี่แยกแขวงกรมทางหลวง) ๑๐ ถ.มาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๔๕๔ (สาลี่สุพรรณ ปั้นขลิบ ขนมลูกเต๋า เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๒๐.๐๐ น.) |
พัชนี บ้านสาลี่สุพรรณ แหล่งรวมของกินและของฝาก ๑๘๘ ม.๒ ถ.บางบัวทอง-สุพรรณบุรี กม.ที่ ๙๑ ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๖๑๐๑ (สาลี่สุพรรณ ปั้นขลิบ ขนมลูกเต๋า เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๙.๓๐ น.) |
แม่บ๊วย ๒๗๙ ม.๕ ตลาดบางปลาม้า ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๐๗๗, ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (สาลี่สุพรรณ หม้อแกง สาลี่ทิพย์ ขนมชั้น วุ้นกระทิ) |
ร้านขุนแผน (ศูนย์ของดีเมืองสุพรรณ) ตั้งอยู่ริมถ.สายสุพรรณ-บางบัวทอง หน้าวัดโพธิ์คอย ต.ท่าระหัด อ.เมือง จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี เช่น ขนมสาลี่สุพรรณ ปลาสลิดแดดเดียว เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา ศูนย์แห่งนี้เปิดวันธรรมดา ๐๘.๓๐๑๙.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ๐๘.๓๐๒๐.๓๐ น. โทร.๐ ๓๕๕๒ ๓๕๙๙ |
เอกชัย สาลี่สุพรรณ (สำนักใหญ่) ๒๒๒/๒ ม.๕ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๒๔, ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๗๖ โทรสาร ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๗๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๖๔ ๐๐๐๓ (สาลี่สุพรรณ ขนมสาลี่ทิพย์ เปี๊ยะนมข้น ลูกเต๋าไส้งาดำ ครองแครงกรอบ ๓ รส) |
เอกชัย สาขาปราสาททอง (ติดประตูทางเข้าวัดปราสาททอง) ๑๕๑ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๒, ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๕ |
| |
อำเภอบางปลาม้า
|
| |
กลุ่มหัตถกรรมจักสานบ้านโพธิ์ศรี (วัดโพธิ์ศรี) ๒/๓ ม.๓ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า โทร. ๐ ๑๒๗๔ ๖๐๙๒, ๐ ๓๕๕๘ ๗๖๘๔ (จำหน่ายเครื่องจักสานประเภทตะกร้า กระบุง) |
กลุ่มศิลปไม้ไผ่ ๘๕ ม.๑๐ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.โคกคราม โทร. ๐ ๖๘๘๗ ๘๓๒๙, ๐ ๙๙๘๓ ๕๙๕๒, ๐ ๓๕๔๐ ๐๒๒๖, ๐ ๗๙๗๒ ๔๗๒๑ (จำหน่ายเครื่องประดับ เครื่องเรือน เครื่องตกแต่งบ้านจากไม้ไผ่) |
ไข่เค็มไอโอดีน ๗๐ ม.๑๐ บ้านวัดโบสถ์ ต.มะขามล้ม โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๖๒๗๔, ๐ ๓๕๔๑ ๖๓๕๑, ๐ ๖๐๑๑ ๔๓๐๙ |
กลุ่มแม่บ้านบ้านไผ่เง ๓๓๖ ม.๑ ถ.สุพรรณ-สวนแตง(ไปทางวัดตะลุ่ม) ต.วังน้ำเย็น โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๖๔๙๗ (จำหน่ายชาตะไคร้ กล้วยตาก กล้วยม้วน มะขามแช่อิ่ม) |
เบญจรงค์ ๑๐๔ ม.๑ ถ.บางแม่ม่าย ต.บ้านแหลม โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๐๑๗๖, ๐ ๗๑๕๕ ๑๔๑๖ (จำหน่ายเครื่องเบญจรงค์ เครื่องปั้นดินเผา) |
ผลิตภัณฑ์ไม้กวาดพันปี ๑ ม.๔ ถ.สุพรรณบุรี-บางสาม ต.วังใหญ่ (ทำจากใยมะพร้าวและดอกหญ้า) ไม้กวาดใยมะพร้าว ทำที่บ้านบางแม่หม้าย อำเภอบางปลาม้า ทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๗๑๘ เข้าทางเดียวกับทางเข้าวัดอาน ชาวบ้านจะทำไม้กวาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน ๑๐-๑๒ นอกฤดูทำนา ไม้กวาดมีลักษณะพิเศษคือ มีความทนทาน ด้ามสวยงาม สอบถามรายละเอียดติดต่อ คุณประจวบ อ่อนละมูล โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๔๒๔๙ |
แม่บ๊วย ๒๗๙ ม.๕ ตลาดบางปลาม้า ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๐๗๗, ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (สาลี่สุพรรณ หม้อแกง สาลี่ทิพย์ ขนมชั้น วุ้นกระทิ) |
สาโท บางม้า บริษัทบัณฑิตพัฒน์เทค จำกัด ๘๔ ม.๘ ถ.คอวัง-บางแม่ม่าย ต.บางปลาม้า โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๓๘๗,๐ ๑๘๗๔ ๑๗๔๔,๐ ๑๕๗๑ ๑๙๘๔ โทรสาร ๐ ๓๕๔๐ ๐๑๑๖ |
| |
อำเภอศรีประจันต์
|
| |
กล้วยอบเนย ๒๑๖ ม.๒ หมู่บ้านยางขาคีม ต.บ้านกร่าง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๓๔๔, ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๔๒ |
ผลไม้กระป๋องสโนว์เฮาส์ ๓๐๐/๓ ม.๓ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๐๙๙, ๐ ๓๕๕๘ ๑๖๔๘-๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๘ ๒๒๑๗ |
ศูนย์สินค้าโรงงาน (สุพรรณบุรี) ๒๒๒/๑ ม.๑ ม.บ้านอนุรักษ์ควายไทย ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท อ.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๖๖๘, ๐ ๓๕๕๘ ๒๕๙๑-๒ (จำหน่ายวิทยุ เสื้อผ้า รองเท้ากีฬา ) |
หจก. อโลเวล่า สุพรรณบุรี ๖๑๒ ม.๓ ถ.ศรีประจันต์-ดอนเจดีย์ ต.ศรีประจันต์ (เครื่องดื่มว่านหางจระเข้ ผลไม้กระป๋อง แห้ว กระจับ ลูกตาล เงาะ) โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๓๗๑, ๐ ๑๘๕๗ ๔๓๗๔, ๐ ๓๕๕๘ ๔๔๔๖ |
| |
อำเภอสามชุก
|
| |
กลุ่มจักสานบ้านทุ่งแฝก (จากวัดทุ่งแฝกไป ๑๑กิโลเมตร) ๔๗/๑ ม.๒ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.วังลึก โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๑๐๑ (ผลิตภัณฑ์จักสาน ตะกร้า) |
การุณโต๊ะมุก (ครัวลูกแม่หยา) ๙๓๒ ม.๒ ถ.เลียบแม่น้ำท่าจีน ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๑๗๓๑, ๐ ๑๙๐๙ ๐๕๑๙ (รับสั่งทำโต๊ะม.บูชา ผลิตภัณฑ์จากไม้) |
| |
อำเภอเดิมบางนางบวช
|
| |
จักสานผักตบชวา ๒๗ ม.๒ บ้านห้วยทราย ต.โคกช้าง โทร. ๐ ๑๘๕๘ ๓๕๔๘ (จำหน่ายตะกร้า เฟอร์นิเจอร์ ของชำร่วยทำจากผักตบชวา) |
ผลิตภัณฑ์เรือนรักษ์สมุนไพร บ. เรือนรักษ์สมุนไพร จำกัด ๓/๕ ม.๖ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.นางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖,๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓,๐ ๒๖๗๖ ๑๓๔๘ |
ทานตะวันช็อป ๑๐๖/๒ ม.๗ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๙๐, ๐ ๓๕๕๗ ๘๒๓๙, ๐ ๓๕๕๐ ๘๔๖๕-๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๗ ๘๒๓๙ (จำหน่ายแห้ว กระจับ เงาะ วุ้นในน้ำเชื่อมและน้ำเชื่อม) |
ผ้าทอพื้นเมืองโบราณ ลาวซีลาวครั่ง ๒๕/๑ ม.๕ (บ้านทุ่งก้านเหลือง) ต.ป่าสะแก โทร. ๐ ๙๙๒๖ ๒๘๖๔ |
หน่อไม้ไผ่ตงแกะสลัก ๔๕/๑ ม.๗ ต.เขาพระ |
| |
อำเภอหนองหญ้าไซ
|
| |
ผ้าไหม ๖๒๘ ม.๙ บ้านทุ่งแสม ถ.ด่านช้าง-หนองเตย ต.หนองขาม โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๔๐๐, ๐ ๑๓๓๘ ๐๗๗๗, ๐ ๗๐๖๗ ๒๒๙๗ (จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าตีนจก ผ้าม่อฮ่อม) |
ข้าวกล้องหอมมะลิ ๓๐/๒ ม.๑ บ้านบัลลังก์ ต.หนองหญ้าไซ โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๗๑๓๑, ๐ ๙๘๐๐ ๒๒๙๔, ๐ ๑๙๔๓ ๘๕๐๗ |
| |
อำเภออู่ทอง
|
| |
กลุ่มผ้าปักด้นมือ ๑๔๒ ม.๓ ถ.มาลัยแมน ต.กระจัน อ.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๓๐๐ (จำหน่ายผ้าปักด้นมือ ลวดลายสวยงาม) |
ซองเดอร์ เครื่องดื่มธัญญาพืชสำเร็จรูป ๑๒๙ ม.๑ ถ.ด่านช้าง-มาลัยแมน ต.หนองโอ่ง โทร. ๐ ๙๙๒๒ ๗๘๑๓, ๐ ๒๙๖๗ ๑๒๐๐ |
ผ้าทอวังทอง ๒๔ ม.๑๓ บ้านวังทอง ต.จระเข้สามพัน โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๔๐๘๐, ๐ ๑๙๒๔ ๔๕๐๙ |
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแผนไทย รพ. อู่ทอง ๒๐๒๔ ม.๖ ถ.มาลัยแมน ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๕๕๕๔, ๐ ๓๕๕๖ ๕๕๕๕, ๐ ๑๙๘๑ ๐๕๖๘, ๐ ๙๙๔๙ ๓๑๖๗ |
ผัก ผลไม้ประดิษฐ์ ๒๙๘ ม.๖ ถ.ท่าพระยาจักร ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๒๙๙๑,๐ ๑๙๔๑ ๑๐๓๐ |
สหกรณ์สวนป่าภาคเอกชนสุพรรณบุรี จำกัด ๔๖๘-๔๗๐ ม.๑๗ ถ.อู่ทอง-ด่านช้าง ต.ดอนคา โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๑๗๔๔ |
| |
อำเภอสองพี่น้อง
|
| |
กล้วยเลย์ กล้วยม้วน ๔๔๑ ม.๔ ถ.ทุ่งคอก-พระแท่นดงรัง ต.บ่อสุพรรณ โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๒๐๔๑, ๐ ๗๑๖๑ ๓๔๐๔, ๐ ๑๗๒๖ ๔๓๔๙ |
ปลาหม่ำ ๙ ม.๔ ถ.บางสนุ่น ต.ต้นตาล โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๒๒๑๓, ๐ ๓๕๕๔ ๒๒๗๐ |
| |
อำเภอด่านช้าง
|
| |
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแก้วเจ้าจอม ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองม้วนซึ่งสมาชิกร่วมกันพัฒนาจากรสกะทิ โดยการนำสมุนไพรมาใส่สำหรับคนที่เอาใจใส่สุขภาพ เช่น รสขิง รสชาเขียว รสน้ำพริกเผาใบมะกรูด รสใบหม่อน รสกาแฟ รสกระเทียม รสสาหร่าย รสต้นหอมและรสถั่วดำ รสชาติอร่อย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๙๐๐๔, ๐ ๑๔๐๓ ๐๙๙๘ |
กลุ่มอาชีพหัตถกรรมรากไม้ ๓๒ ม.๖ บ้านหนองผือ ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๙๒๐๐ |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
สถานที่พัก
(ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก) |
|
| |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
กิ่งโพธิ์ไทร ๗๒ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๒๑๖, ๐ ๓๕๕๒ ๑๒๕๙ จำนวน ๘๐ ห้อง ราคา ๑๔๐๓๐๐ บาท |
กีฬาและสุขภาพ (ใกล้วัดป่าเลไลยก์ ตรงข้ามคลองส่งน้ำ) ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๕๑๑๒-๓ จำนวน ๘๘ ห้อง ราคา ๔๐๐๘๐๐ บาท |
คันทรี่ โฮเต็ล (ตรงข้ามสำนักงานขนส่งสุพรรณบุรี) ๒๐๗ ม.๓ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๒๙๗-๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๐ ๒๒๙๘ จำนวน ๔๖ ห้อง ราคา ๔๙๐ บาท |
คุ้มสุพรรณ ๒๘/๒ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๒๗๓-๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๓๕๕๓ จำนวน ๒๒๖ ห้อง ราคา ๗๐๐-๗,๕๐๐ บาท |
เค.เอ.ที ๒๗ ถ.พระพันวษา ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๓๙, ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๑๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๑๙๒๗ จำนวน ๕๗ ห้อง ราคา ๒๐๐๓๒๐ บาท |
ดีรักษ์ ๒ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๕๑๓ จำนวน ๔๗ ห้อง ราคา ๒๐๐๔๘๐ บาท |
บิ๊กอินน์ โฮเต็ล ๑๒๕/๖ ม.๘ ถ.ชัยนาท-สุพรรณบุรี ต.โพธิ์พระยา โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๘๔๖ จำนวน ๖๕ ห้อง ราคา ๒๕๐-๖๐๐ บาท |
พชร ๑ ถ.นางสร้อยฟ้า ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๐๐๗, ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๓๗ โทรสาร ๐ ๓๕๕๑ ๑๘๖๐ จำนวน ๔๖ ห้อง ราคา ๑๕๐-๔๕๐ บาท |
ไพฑูรย์ ๓๒๗-๘ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๐๙๔ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๑๕๐-๔๕๐ บาท |
วาเลนไทน์ ๑๙๕ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๘๓๖, ๐ ๓๕๕๒ ๑๘๔๑ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๔๐๐ บาท |
ศรีสุพรรณ ๓๑-๓๓ ถ.ขุนไกร ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๑๒๒ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๓๕๐ บาท |
ศรีอู่ทอง โฮเต็ล แอนด์ แมนชั่น ๑๑๓ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๖๘, ๐ ๓๕๕๐ ๑๑๙๑-๔, ๐ ๓๕๕๒ ๒๔๗๐, ๐ ๓๕๕๒ ๓๔๗๗ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๑๗๔๘ จำนวน ๖๐ ห้อง ราคา ๒๒๐-๔๕๐ บาท |
สองพันบุรี ๑๓๕/๑ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๕๕๕-๗, ๐ ๓๕๕๔ ๖๖๖๗-๗๑ จำนวน ๒๐๐ ห้อง ราคา ๖๕๐-๒,๒๐๐ บาท (พร้อมอาหารเช้า) |
สุลักษณ์ ๕๗๗-๘ ถ.พลายเพชร ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๕๗๖ จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๐๐ บาท |
โรงแรม ๙๙ ๑๘๙ ซ.๒ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๐๙๔ จำนวน ๓๒ ห้อง ราคา ๒๕๐๔๐๐ บาท |
ศรีอู่ทอง แกรนด์ ๑๙ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๑๒๙๐-๓ จำนวน ๙๖ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐-๒,๒๐๐ บาท บังกะโล ๖ ห้อง ราคา ๖๕๐ บาท |
| |
อำเภอศรีประจันต์
|
| |
บ้านเรือนไทย รีสอร์ท ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๒๘๙๑-๓, ๐ ๑๓๐๐ ๙๑๕๑ บ้านเดี่ยว ๑๖ หลัง บ้านแฝด ๑๖ หลัง บ้านบาหลี ๔ ห้อง ราคา ๑,๑๕๐๑,๗๕๐ บาท |
วังยาง ริเวอร์ พาร์ค รีสอร์ท ๒๘/๑ ม.๖ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.วังยาง กิโลเมตรที่ ๑๐๕๑๐๖ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๖๙-๗๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๗๒ จำนวน ๒๒ ห้อง ราคา ๘๐๐๑,๒๐๐ บาท บังกะโล ๒ ห้องนอน จำนวน ๒ หลัง ราคา ๑,๖๐๐ บาท บังกะโล ๔ ห้องนอน จำนวน ๒ หลัง ราคา ๓,๒๐๐ บาท บ้านเรือ ๑ หลัง ราคา ๒,๕๐๐ บาท และมีเต็นท์ให้เช่า ราคาเต็นท์ละ ๓๐๐ บาท |
ไม้งาม รีสอร์ท ๘๘ ม.๒ ต.วังยาง โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๕๒๒, ๐ ๓๕๕๘ ๑๗๗๗ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๕๕๐ บาท บังกะโล ๖ ห้อง ราคา ๖๕๐ บาท |
| |
อำเภอสามชุก
|
| |
สามชุกอินน์ ๑๓๑ ม.๑ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๔๒๓๕, ๐ ๓๕๕๐ ๔๗๕๒, ๐ ๓๕๕๐ ๔๒๑๐ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-๔๕๐ บาท |
| |
อำเภออู่ทอง
|
| |
ทุ่งดินดำ รีสอร์ท ๑๙๙/๒ ม.๔ ถ.อู่ทองเลาขวัญ ต.บ้านโข้ง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๗๙๒, ๐ ๑๓๐๙ ๑๗๕๒ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท บ้าน ๒ ห้องนอน ๑ หลัง ราคา ๑,๕๐๐ บาท บ้าน ๓ ห้องนอน ๓ หลัง ราคา ๑,๗๐๐ บาท |
สยาม ๑๖๐๓ ม.๖ ซ.สุขศาลา ถ.อู่ทอง ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๕๗๐ จำนวน ๕๒ ห้อง ราคา ๒๐๐๓๐๐ บาท |
สระปลายสวนรีสอร์ท ๑๙๙ ม.๔ ถ.มาลัยแมน ซ.๗/๑ ต.สระยายโสม โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๙๘๓๘-๙, ๐ ๙๒๕๗ ๓๕๘๖ จำนวน ๗ หลัง ราคา ๑,๙๐๐๒,๙๐๐ บาท |
อู่ทองธานี ๑๙/๒ ม.๖ ถ.ท้าวอู่ทอง ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๘๔๐ จำนวน ๓๒ ห้อง ราคา ๒๐๐๓๐๐ บาท |
| |
อำเภอเดิมบางนางบวช
|
| |
เรือนรักษ์ สมุนไพร ๓/๕ ม.๖ ต.นางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖, ๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓-๔ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐ |
| |
อำเภอสองพี่น้อง
|
| |
แอลพี โฮเต็ล ๒๒๙ ถ.มาลัยแมน ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๒๗๓๐ จำนวน ๔๘ ห้อง ราคา ๒๐๐๕๐๐ บาท |
| |
อำเภอด่านช้าง
|
| |
ด่านช้างแค้มปิ้งเฮาส์ (ตรงข้ามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี) ๒๙๖/๑ ม.๑ ม.บ้านด่านช้าง ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๖๔๗, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๑๑, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๒๒, ๐ ๓๕๕๙ ๕๑๙๘ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท ห้องพักรวม ๘๑๐ คน ราคา ๑,๐๐๐ บาท บ้านพัก ๒ หลัง ราคา ๖๐๐-๘๐๐ บาท |
แพชาวเขื่อน ๑๕๒/๓ ถ.ริมเขื่อนกระเสียว ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๗๑๑๒ ๔๖๗๕, ๐ ๑๒๙๘ ๗๗๘๓ ราคา ๓๐๐๕๐๐ บาท |
ฉัตรแก้ว ๙๙๔/๑ ม.๑๙ ถ.ด่านช้าง-เดิมบางนางบวช ต.หนองมะค่าโมง โทร.๐ ๓๕๕๐ ๙๔๙๐ จำนวน ๙๐ ห้อง ราคา ๔๐๐ ๘๐๐ บาท |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
- สำนักงานจังหวัด ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๗๖, ๐ ๓๕๔๐ ๘๒๐๐, ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๗๘
- เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๘๗, ๐ ๓๕๕๑ ๑๐๒๑
- ประชาสัมพันธ์จังหวัด ๐ ๓๕๔๐ ๘๒๒๐, ๐ ๓๕๕๓ ๕๔๒๓
- สถานีตำรวจภูธร ๐ ๓๕๕๒ ๕๕๘๓-๔
- บขส.สุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๒ ๒๓๗๓
- สถานีรถไฟสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๕๐
- โรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๐ ๐๒๘๓-๘, ๐ ๓๕๕๐ ๑๖๐๑-๕
- โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ๐ ๓๕๕๐ ๒๗๘๔-๘, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๖๘๙๘
- โรงพยาบาลดอนเจดีย์ ๐ ๓๕๕๙ ๑๐๓๒, ๐ ๓๕๕๐ ๗๕๑๐, ๐ ๓๕๕๙ ๒๓๔๖
- โรงพยาบาลเดิมบางนางบวช ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๓๒-๓, ๐ ๓๕๕๐ ๘๕๗๗, ๐ ๓๕๕๐ ๘๔๙๒
- โรงพยาบาลบางปลาม้า ๐ ๓๕๔๐ ๐๕๗๘๘๑
- โรงพยาบาลศรีประจันต์ ๐ ๓๕๕๘ ๑๒๐๔, ๐ ๓๕๕๘ ๑๒๐๓, ๐ ๓๕๕๘ ๑๗๔๙๕๑
- โรงพยาบาลอู่ทอง ๐ ๓๕๕๕ ๑๔๒๒, ๐ ๓๕๕๕ ๑๔๓๒
- โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ อ.สองพี่น้อง ๐ ๓๕๕๓ ๑๐๗๗
- โรงพยาบาลสามชุก ๐ ๓๕๕๗ ๑๔๙๒
- โรงพยาบาลด่านช้าง ๐ ๓๕๕๙ ๕๐๓๒, ๐ ๓๕๕๐ ๙๖๙๓-๖
|
|
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
เทศกาลงานประเพณี |
|
| |
|
งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ จัด ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ มีการแสดงยุทธหัตถีชนช้างเทิดพระเกียรติ การออกร้านจำหน่ายสินค้าของอำเภอและหน่วยราชการต่าง ๆ รวมทั้งการแสดงมหรสพ งานนี้จะจัดในช่วงปลายเดือนมกราคม ระยะเวลาประมาณ ๙ วัน โดยจะกำหนดให้ตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี |
|
ประเพณีกำฟ้า เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวไทยพวน จัดประมาณวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ วันกำฟ้าชาวไทยพวนจะหยุดทำงาน แต่งตัวด้วยชุดแบบดั้งเดิม เตรียมอาหาร ขนมหวาน คือ ข้าวหลาม นำไปถวายพระ เมื่อถึงกลางคืนจะมีงานเลี้ยงฉลอง ประเพณีนี้ยังคงมีอยู่ในหมู่บ้านไทยพวน อำเภออู่ทองและตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า |
|
ประเพณีบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในหมู่ชาวไทยพวน ไทยเวียง ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เพื่อเป็นการบูชาเทวดาให้ฝนตกตามฤดูกาล มีการจัดเตรียมบั้งไฟแห่แหนไปวัดเพื่อยิงบั้งไฟ ปัจจุบันยังคงหาดูได้ในตำบลต่างๆ เช่น ตำบลบ้านโข่ง บ้านขาม ดอนคาในอำเภออู่ทอง และ ตำบลวัดโบสถ์ ตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า |
| |
งานเทศกาลทิ้งกระจาด กำหนดจัดงานหลังสารทจีนไป ๓ วัน เริ่มวันที่ ๑๘ เดือน ๗ ของจีน ซึ่งตรงกับเดือน ๙ ของไทย ราวเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี สถานที่จัดงานอยู่ในเขตเทศบาล ตั้งแต่สมาคมตงฮั้วฮ่วยก้วง จนถึงด้านหลังเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี |
|
ประเพณีตักบาตรเทโว จัดขึ้นในเดือนตุลาคมหลังจากวันออกพรรษา จะมีการนำอาหาร ขนมโดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมต้มลูกโยนใส่บาตรถวายแด่พระสงฆ์ |
| |
ประเพณีแต่งงานของไทยโซ่ง พิธีแต่งงานดั้งเดิมของไทยโซ่ง หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายเจ้าสาวแล้ว เจ้าบ่าวจะจัดงานในวันขึ้น ๑ ค่ำ จนถึง ๑๓ ค่ำ ของเดือน ๔ เดือน ๖ และเดือน ๑๒ ยังมีจัดในหมู่ชาวไทยพวนที่ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง ตำบลบ้านดอน ตำบลดอนมะเกลือ ตำบลหนองแดง อำเภออู่ทอง |
 |
|
 |
|
| |
 |
|
 |
| |
สถานที่ท่องเที่ยว |
|
| |
อำเภอเมือง
|
| |
|
สวนเฉลิมภัทรราชินี และ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่ถนนนางพิม เป็นสวนสาธารณะมีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ในสวนมีสถานที่ต่างๆให้แวะชมไม่ว่าจะเป็นหอคอยบรรหาร-แจ่มใส อาคารแสดงผลงานของฯพณฯบรรหาร สวนน้ำพร้อมสไลเดอร์ สวนลายไทย สวนนกพิราบ สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น น้ำพุดนตรี สนามออกกำลังกาย ประชาชนนิยมมาเดินเล่นและออกกำลังกายในสวนตอนเย็นๆ เวลากลางคืนจะมองเห็นหอคอยเปิดไฟเป็นจุดเด่นของเมืองสุพรรณบุรี
สวนเฉลิมภัทรราชินี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๓๐ น.
อัตราค่าเข้า ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕ บาท
อาคารแสดงผลงานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๓.๐๐๑๘.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐๑๘.๐๐ น.
สไลเดอร์และสวนน้ำ เปิดให้บริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๕.๐๐๑๘.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐๑๘.๐๐ น.
น้ำพุดนตรี และผาน้ำตก เปิดทุกวันตามวัน และเวลาดังนี้
วันศุกร์ เวลา ๑๗.๐๐๑๙.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
รอบเที่ยง เวลา ๑๒.๐๐๑๔.๐๐ น.
รอบเย็น เวลา ๑๗.๐๐๑๙.๐๐ น.
หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่ในสวนเฉลิมภัทรราชินี เป็นหอคอยชมวิวแห่งแรก และสูงที่สุดในประเทศไทยมองเห็นโดดเด่นอยู่กลางเมือง มีความสูงถึง ๑๒๓.๒๕ เมตร ฐานกว้าง ๓๐ เมตร การขึ้นเที่ยวชมหอคอย จะมีจุดแวะพักชมวิว ๔ ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นที่จำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ชั้นที่ ๒ เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอาหารว่างและจุดนั่งชมสวน ชั้นที่ ๓ เป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกและจุดชมตัวเมือง ชั้นที่ ๔ อยู่ในระดับสูงสุด ๗๘.๗๕ เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยรอบ มีกล้องส่องทางไกลบริการ ผนังห้องแสดงภาพวาดสีน้ำมันเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๓๐ น.
อัตราค่าขึ้นชม (ก่อน ๑๘.๐๐ น.) ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท
อัตราค่าขึ้นชม (หลัง ๑๘.๐๐ น.) ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๗๒๑, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๖๐-๔ และสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๘๗, ๐ ๓๕๕๑ ๑๐๒๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๒๙๗๓
|
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง ในบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นอาคารคอนกรีต ออกแบบผสมผสานระหว่างเรือนไทยและยุ้งฉางของชาวนา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำนาโดยไม่ได้จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ ชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีวิถีชีวิตของชาวนา เรื่องราวของข้าวในอดีต และที่น่าสนใจ คือ การพบเศษภาชนะดินเผาที่บ้านบางปูน ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งอาจเป็นหลักฐานพระราชพิธีแรกนาขวัญในสมัยอยุธยา ชั้นบน จัดแสดงพระราชจริยวัตรพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทยทรงพัฒนาการทำนาและการเกษตรของชาติ มีการจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙ ณ แปลงนาสาธิต บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่านและเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง และยังคงเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงใช้ นอกจากนี้ชั้นล่างยังมี ห้องค้นคว้าข้อมูล สำหรับค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุที่จัดแสดง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ ( ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๑๙๑ |
|
วัดสุวรรณภูมิ (วัดกลางหรือวัดใหม่) เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนต้น ถนนพระพันวษา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ อาคารมี ๒ ชั้นเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูป นาฬิกา อาวุธ เชี่ยนหมาก ถ้วยชาม แจกัน แก้ว โดยเฉพาะบาตรสังคโลกสมัยสุโขทัยพุทธศตวรรษที่ ๑๘๑๙ ซึ่งมีชิ้นเดียวในประเทศไทย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. (ควรติดต่อขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้า) โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๖๐๓, ๐ ๓๕๕๒ ๒๓๓๑ |
|
บ้านยะมะรัชโช ตั้งอยู่ที่ถนนหมื่นหาญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง ใกล้สะพานอาชาสีหมอก ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และเป็นอดีตเสนาบดี ๓ กระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงนครบาลและกระทรวงโยธาธิการ ลักษณะบ้านเป็นเรือนหมู่ สภาพปัจจุบันเหลือตัวเรือนเดิม เรือนนอน ๒ หลัง หอกลาง ๑ หลัง หอนั่งสร้างใหม่แทนของเดิม ๑ หลัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จบ้านหลังนี้ ๒ ครั้ง และได้พระราชทานชื่อบ้านไว้ ต่อมาจังหวัดฯ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์บ้านยะมะรัชโช โดยส่งเข้าประกวดโครงการดีเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง ได้รับรางวัลพร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ปัจจุบันนี้บ้านยะมะรัชโชเป็นของกองทุนมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) สนใจชมบ้านยะมะรัชโช ติดต่อโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๗๘๔-๘, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๘๘ ติดต่อ แผนกธุรการ |
|
วัดพระรูป ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน ยาว ๑๓ เมตร สูง ๓ เมตร ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๘๙๓ และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชม ได้แก่ พระพุทธบาทไม้ เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้ ศิลปะการแกะสลักงดงามมาก มีขนาดยาว ๒๒๑.๕ เซนติเมตร กว้าง ๗๔ เซนติเมตร หนา ๑๐ เซนติเมตร ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง ๒ ด้าน มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลาย จึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูป นอกจากนี้ยังมี เจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี ระฆังสัมฤทธิ์ และธรรมาสน์สังเค็ด (วัตถุที่ถวายแก่สงฆ์ผู้เทศน์หรือผู้ชักบังสุกุลเมื่อเวลาปลงศพ) ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย และที่นี่ยังเป็นกรุของ พระขุนแผน อันมีชื่อเสียงอีกด้วย |
 |
วัดประตูสาร อยู่ที่ถนนขุนช้าง ตำบลรั้วใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ไม่มีหลักฐานเก่าระบุว่าสร้างเมื่อใด แต่คงจะสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. ๒๓๗๙ ซึ่งเป็นปีที่สุนทรภู่มาสุพรรณบุรี ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฝีมือช่างหลวง เชื่อกันว่า เป็นคนเดียวกับที่เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหน่อพุทธางกูร เขียนราว พ.ศ. ๒๓๙๑ นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมที่เขียนบนพื้นไม้เป็นแผ่นๆ เรื่องพุทธประวัติและมหาชาติ ลักษณะของภาพเหมือนจะลอกแบบจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ เก็บรักษาอยู่ในวิหาร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๕๙๘ |
|
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมเป็นศาลไม้ทรงไทยมีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊ก(หมวกทรงกระบอก)สลักด้วยหินสีเขียว ปัจจุบันได้สร้างศาลเป็นรูปวิหารและเก๋งจีน เจ้าพ่อหลักเมืองนี้เป็นพุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน แบบศิลปเขมรอายุราวพ.ศ.๑๑๘๕๑๒๕๐ หรือประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว มีพระนามว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่เรียกกันว่า พระนารายณ์สี่กร เป็นที่สักการะบูชาทั้งชาวไทยและชาวจีน ตามประวัติกล่าวว่า ประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้วมีผู้พบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จมดินจมโคลนอยู่ริมคลองศาลเจ้าพ่อ จึงได้ช่วยกันอัญเชิญขึ้นข้างบนพร้อมกับสร้างศาลเป็นที่ประทับ ในคราวเสด็จประพาสต้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จทรงกระทำพลีกรรมเจ้าพ่อหลักเมืองและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อเขื่อนรอบเนินศาล ทำชานสำหรับคนบูชา สร้างกำแพงแก้ว ต่อตัวศาลออกมาเป็นเก๋งแบบจีน สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์กับเจ้าพระยายมราช ทรงสนพระทัยในการปรับปรุงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเมื่อในราว พ.ศ.๒๔๘๐ ทุกปีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ของจีน จะมีพิธีงานประเพณี ทิ้งกระจาด (หรือ พิธีทิ้งทาน) จัดที่สมาคมจีน ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ถือเป็นการจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยนำสิ่งของต่าง ๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ มาแจกแก่ผู้ยากจน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๙๐ |
| 
|
กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง เมืองสุพรรณบุรีเก่าอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ (บ้านขุนช้าง) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี โดยยังหลงเหลือแนวกำแพงดินและคูเมืองให้เห็นระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กำแพงทางด้านทิศตะวันตกของเมืองทำแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น มีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก มีเนินดิน และกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง ๓,๕๐๐ เมตร ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว ๑,๐๐๐ เมตร จดแม่น้ำ ด้านตะวันออกไม่พบตัวกำแพง เพราะถูกรื้อในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขา เรื่อง เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า บรรยายภาพกำแพงเมืองสุพรรณบุรีว่า เมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว ๒๕ เส้น ดูกว้างประมาณ ๖ วา นอกเชิงเทิน ส่วนประตูเมืองตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนบนแนวกำแพงเมืองเก่า ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรตรงสถานที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม |
|
วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลังพ.ศ.๑๗๒๔ ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ หลวงพ่อโต ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง ๒๓.๔๖ เมตร รอบองค์ ๑๑.๒๐ เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน ๓๖ องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ ๒ ครั้ง คือ ในวันขึ้น ๗-๙ ค่ำ เดือน ๕ และเดือน ๑๒
ตรงข้ามวิหารวัดมีร้านขายสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองหลายร้านให้แวะเลือกซื้อ ด้านหลังวัดมี คุ้มขุนช้าง ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่กว้างขวาง ตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นไปบนเรือนจะเห็นฉากภาพวาดตัวละครขุนช้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บนเรือนแต่ละห้องมีภาพบรรยายเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน มีตู้จัดแสดงภาชนะเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆไม่ว่าจะเป็นฉากกั้นหรือถ้วยโถโอชามเก่าแก่แบบต่างๆ |
|
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๘ ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนกำยาน ริมถนนมาลัยแมน เลยวัดป่าเลไลยก์ไปทางอำเภออู่ทองประมาณ ๑ กิโลเมตร ตรงข้ามสวนน้ำสุพรรณบุรี ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมในครอบครัว และหัตถกรรมในเขตพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคตะวันตก มีอาคารแสดงนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมฝีมือดีเด่นสวยงามประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องหนัง เสื้อผ้า เครื่องหวาย จากในเขตพื้นที่ดูแล รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาย่อมเยา เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๕๕๑๘-๙ |
 |
สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ไปตามทางสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๒) กิโลเมตรที่ ๖-๗ เข้าถนนคันคลองไปประมาณ ๒ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๒๐๐ เมตร สวนนกแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ดินของป้านก พันธุ์เผือก และลุงจอมกับป้าถนอม มาลัย เดิมเป็นสวนผลไม้ในระยะแรกยังมีนกไม่มาก ต่อมานกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของที่ดินเป็นคนใจดีจึงปล่อยให้นกมาอาศัยทำรังจนนกเพิ่มเป็นจำนวนนับหมื่นตัว นับเป็นเวลากว่า ๔๐ ปีแล้วมีนกหลายชนิด เช่น นกปากห่าง นกกระสา นกยาง และนกช้อนหอย เป็นต้น ต่อมาทางราชการเข้ามาดำเนินการพัฒนาสวนนกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ มีหอดูนกไว้ขึ้นชมนกจากมุมสูง เวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง ส่วนตอนเย็นจะเห็นนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน ช่วงที่มีนกมาก คือ ช่วงเดือนตุลาคม |
|
สระศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๒) กิโลเมตรที่ ๗-๘ ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๓ กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านท่าเสด็จ สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง ๔ สระ คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ต่อมาพบอีก ๒ สระ คือ สระอมฤต ๑ และสระอมฤต ๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า
แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ
น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด
น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษกตามลัทธิพราหมณ์ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้ แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง |
|
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยู่ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ ๓๐๐ เมตร เขตตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า ๖๐๐ ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก กรุในองค์พระปรางค์นี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน เบญจภาคี ๕ พระเครื่องยอดนิยม อันได้แก่ พระสมเด็จนางพญาของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณ พระสมเด็จนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พระทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชรและพระรอด จังหวัดลำพูน นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะจากหลักฐานการก่อสร้างองค์ปรางค์เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา |
|
วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุไปทางเหนือประมาณ ๒ กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ ๙.๕๐ เมตร อายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากต้นมะขามต้นนี้กับท่านอาจารย์คงเพื่อใช้เวลาโจมตีข้าศึก ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า คุ้มขุนแผน เพื่อเป็นอุทยานวรรณคดีและเป็นการอนุรักษ์ศิลปด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง ๑.๔๐ เมตร ยาว ๒.๘๐ เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นลายดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มี เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้มกรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๑๒ |
| 
|
วัดพระลอย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลรั้วใหญ่ เลยวัดแคไปไม่ไกล สาเหตุที่สร้างวัดนี้น่าจะมาจากที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหินทรายขาวลอยมาตามแม่น้ำท่าจีน(แม่น้ำสุพรรณ) จึงได้ทำพิธีอาราธนาขึ้นมาจากแม่น้ำ สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ที่ปรักหักพังสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ทางวัดได้ปฏิสังขรณ์โดยสร้างโบสถ์ใหม่ครอบ และยังมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่ สูงเด่น สง่างาม ประดิษฐานพระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆ เก่าแก่มาก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดผู้มาเที่ยวชมสามารถให้อาหารปลาได้ ถือเป็น อุทยานมัจฉา อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี |
| 
|
วัดหน่อพุทธางกูร เดิมชื่อ วัดมะขามหน่อ ตั้งอยู่ที่ตำบลพิหารแดง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ เลยวัดพระลอยไปทางเหนือประมาณ ๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๗ กิโลเมตรที่ ๓ เป็นวัดเงียบสงบสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ ค่อนข้างสมบูรณ์ชัดเจน เป็นจิตรกรรมที่มีความงดงาม เขียนราว พ.ศ. ๒๓๙๑ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ |
|
วัดพระนอน ตั้งอยู่ตำบลพิหารแดง เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณวัดจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด และยังมีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ ๒ เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand |
| 
|
วัดพร้าว อยู่ที่ตำบลโพธิ์พระยา ติดกับประตูน้ำโพธิ์พระยา เลยวัดพระนอนไปทางเหนือ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร ภายในวัดมีวิหารลักษณะเด่น คือ เลียนแบบสถาปัตยกรรมพม่า หลังคาซ้อนชั้นทรงสูง มีความงดงามแปลกตา เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ด้านหลังวัดยังมีหอไตรกลางน้ำ ตู้พระธรรม สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ บนต้นหว้าหลังวัดเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวเกาะห้อยหัว ตัวใหญ่เท่าแม่ไก่ สีดำเต็มไปหมด |
|  |
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตั้งอยู่บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) ตำบลสนามชัย ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี ตรงข้ามกับศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วยวิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี หอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี หอสมุดแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรีเฉลิมพระเกียรติ และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในอาคารนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์ ได้จัดแสดงประวัติฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองสุพรรณบุรีในอดีต พัฒนาการของเมืองสุพรรณบุรีตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ ทวารวดี ลพบุรี อยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ จัดแสดงเหตุการณ์สำคัญครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชชนะศึกยุทธหัตถีผ่านสื่อโสตทัศนูปกรณ์ จัดแสดงประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมของกลุ่มชนต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีในอดีต ท่านสามารถชมพระพิมโบราณจากกรุวัดที่มีชื่อเสียงต่างๆในเมืองสุพรรณบุรี พร้อมยังรวบรวมผลงานของศิลปินในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งเพลงพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธวันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐ |
|
โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) ตำบลสนามชัย ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโรงละครภูมิภาคขนาด ๘๕๐ ที่นั่ง ซึ่งกำหนดให้สร้างขึ้นสำหรับภาคตะวันตกของประเทศ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการแสดง ให้บริการทางวิชาการด้านนาฏศิลป์ ดนตรี รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างชาติ ประจำภาคตะวันตก มีการจัดการแสดงละครและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมโดยนักเรียนของวิทยาลัยนาฎศิลปให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ทุกวันเสาร์ที่ ๑, ๒ และ ๓ สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๒, ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๘ อัตราบัตรเข้าชมราคา ๔๐ บาท ๖๐ บาทและ ๘๐ บาท |
|
วัดสนามชัย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลสนามชัย ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๒ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๕๗ ไร่ อยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีฝั่งตะวันออก จากพงศาวดารเหนือเล่าว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้องผู้เป็นญาติสร้างขึ้นพร้อมกับบูรณะวัดป่าเลไลยก์ สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปีพ.ศ. ๑๗๔๖ พบซากเจดีย์ขนาดใหญ่และกำแพงแก้วพร้อมเจดีย์บริวารเล็กๆทั้งสี่ทิศ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๔๒๕๐๕ กรมศิลปากรขุดแต่งองค์เจดีย์ ภายในกลวง พบอัฐิธาตุป่นปนกับเถ้าถ่านจำนวนมากบรรจุไว้ในองค์เจดีย์ นักโบราณคดีให้ข้อสันนิษฐานและคำอธิบายว่า เจดีย์วัดสนามชัย เป็นเจดีย์ ๑๖ เหลี่ยม กว้างด้านละ ๔๘ เมตร ยาวด้านละ ๖๒ เมตร สันนิษฐานจากศิลปะการก่อสร้างว่ามีการสร้างซ้อนกันอย่างน้อย ๒ สมัย ตั้งแต่สมัยทวารวดี-สมัยอู่ทอง (คือช่วงปลายทวารวดีต่อสมัยอยุธยา) และ สมัยอยุธยา |
|
วัดมหาธาตุ หรือ วัดพระธาตุศาลาขาว อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนมาลัยแมน (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ) ทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ ไปประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๔๕ วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดสวนแตง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดพระธาตุนอก เพราะลักษณะพระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่ขนาดย่อมกว่า มีความสูงประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร จากสภาพที่หลงเหลือปัจจุบันเป็นพระปรางค์เดี่ยว มีบันไดและซุ้มประตู ยอดพระปรางค์มนกว่ายอดพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งมียอดแหลม แผ่นอิฐมีขนาดเล็ก และสอด้วยปูนหวาน เนื้อหยาบ จากหลักฐานของโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบได้จากพระปรางค์ สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างในราว พ.ศ. ๑๙๖๗-๒๐๓๑ ในรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) หรือพระบรมไตรโลกนาถ ปัจจุบันพระธาตุอยู่ในสภาพทรุดโทรม |
| |
อำเภอดอนเจดีย์
|
| |
| 
|
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๓๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒ (สุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์) ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปีพ.ศ.๒๑๓๕ และในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง ๖๖ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๓๖ เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๒ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็นวันกองทัพไทย ต่อมาทางราชบัณฑิตได้คำนวณแล้วพบว่าวันทางจันทรคติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี คือวันจันทร์เดือน 2 แรม 2 ค่ำ จุลศักราช 954 ตรงกับวันที่ 18 มกราคม จึงเปลี่ยนเป็นวันดังกล่าว พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ทุกปี เลยจากเจดีย์ไปประมาณ ๑๐๐ เมตร เป็นที่ตั้งของ พระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา มีผู้นิยมไปสักการะบูชาอยู่เสมอ |

|
โบราณสถานบึงหนองสาหร่าย อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เลยพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ ประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรทรงเลือกบริเวณหนองสาหร่ายเป็นที่ตั้งทัพเพราะน้ำบริเวณหนองสาหร่ายมีมากพอที่จะให้ทหารจำนวนแสนคน พร้อมช้าง ม้าได้อาศัยเป็นเวลาแรมเดือน ประกอบกับเป็นชัยภูมิที่ตั้งสูงห่างข้าศึก ปัจจุบันสภาพหนองน้ำตื้นเขินและมีเนื้อที่เหลือที่เป็นหนองน้ำเพียง ๒๙ ไร่ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้เรียงรายร่มรื่น เนื่องจากสภาพทรุดโทรมนักท่องเที่ยวไม่นิยมมาท่องเที่ยว |
| |
อำเภอบางปลาม้า
|
| |
|
อุทยานมัจฉา วัดป่าพฤกษ์ อยู่ที่ตำบลบ้านแหลม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ กิโลเมตรที่ ๘๖ จะเห็นป้ายทางเข้าจากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๐ บริเวณหน้าวัดมีฝูงปลาโดยเฉพาะปลายสวาย ปลาเทโพ ปลานิล เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถยืนชม และให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิดบริเวณริมแม่น้ำซึ่งทางวัดก่อสร้างเป็นเขื่อนทางเท้าริมน้ำยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร |
| 
|
วัดสวนหงษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดบางปลาม้า เป็นสถานที่แข่งเรือยาวประจำทุกปี โดยทางเจ้าอาวาสได้มีการเก็บสะสมเรือชนิดต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาไว้ที่วัดมากกว่า ๗๐ ลำ |
| |
อำเภอศรีประจันต์
|
| |
| 
|
บ้านควาย ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ (สุพรรณบุรี-ศรีประจันต์) กิโลเมตรที่ ๑๑๕-๑๑๖ เป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลาง มีพื้นที่ ๑๐๐ กว่าไร่ แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น หมู่บ้านชาวนาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกควาย โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านเรือนไทยภาคกลาง เรือนแต่ละหลังมีกิจกรรมสำหรับผู้สนใจ เช่น เรือนแพทย์แผนไทย การนวดแผนไทย และการใช้สมุนไพร เรือนโหราศาสตร์ มีลานแสดงควาย วันจันทร์-ศุกร์ มีการแสดงรอบ ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น. และ ๑๕.๐๐๑๕.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ การแสดงรอบ ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น., ๑๔.๓๐๑๕.๐๐ น. และ ๑๖.๐๐๑๖.๓๐ น. ด้านหน้าทางเข้ามีร้านขายสินค้าที่ระลึกของบ้านควายสำหรับนักท่องเที่ยว บ้านควายเปิดให้เข้าชมทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐๑๘.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ๐๙.๓๐-๑๘.๓๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๑๕๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๗๐ ๐๓๙๕-๗ สำนักงานสุพรรณบุรีโทร ๐ ๓๕๕๘ ๒๕๒๑-๓ หรือ www.buffalovillages.com |

|
วัดบ้านกร่าง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วม ๔๐๐ ปี เป็นวัดที่มีกรุพระขุนแผนบ้านกร่าง เป็นเนื้อดินเผาศิลปะอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช เมื่อตอนยกทัพกลับผ่านอำเภอศรีประจันต์ ได้พักทัพริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ทรงรับสั่งให้ทหารสร้างพระเครื่องซึ่งเล่ากันว่า เป็นจำนวนถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ บรรจุในกรุวัดบ้านกร่าง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารที่เสียชีวิต พระพิมพ์บ้านกร่างคู่เป็นพระที่มีความหมายมาก ในการสร้างพระครั้งนี้แม่พิมพ์แกะเป็นสององค์คู่กัน โดยสมมติให้เป็นองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ พระรูปแบบนี้หายากในกรุอื่นๆ ทั่วประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่
พระอุโบสถและวิหาร เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ศิลปะสมัยอู่ทอง ใบเสมาที่เรียงรายรอบพระอุโบสถมีที่มาจากการนำพระวัดกร่างพิมพ์ทรงพลใหญ่มาจำลองให้มีขนาดเท่าใบเสมา ใบเสมาของวัดนี้จึงมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนวัดใด ส่วนวิหารมีอายุราว ๔๕๐ ปี ประดิษฐานหลวงพ่อแก้วและพระประธานภายในวิหาร มณฑป อยู่ถัดจากวิหาร ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๗๖ ด้านหลังวิหาร ประดิษฐาน เจดีย์ ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ จากองค์เดิมที่สร้างในสมัยอยุธยาซึ่งชำรุด ความสูงจากฐานถึงยอดเจดีย์ราว ๕.๗๐ เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเครื่องตระกูลวัดบ้านกร่าง(พระขุนแผน) และภายในพระเจดีย์ เคยพบพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์จำนวน ๒๐๓๐ องค์ และพระเครื่องซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วสีเขียว
บริเวณริมแม่น้ำประดิษฐาน เจดีย์กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีอายุราว ๑๕๐ ปี มีลักษณะย่อมุมไม้สิบสองแต่เดิมองค์พระเจดีย์ตั้งอยู่กลางแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นไว้สำหรับคนทั่วไปสักการะบูชาในวันลอยกระทง แต่เนื่องจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ เป็นเหตุให้พระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จทรงนมัสการเจดีย์กลางน้ำองค์นี้ คราวเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ และตั้งพลับพลาที่ตำบลบ้านกร่าง
บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีปลาอาศัยจำนวนมาก ทางวัดสร้างแพหลังคาทรงไทยขนาดใหญ่ให้ผู้มาเที่ยวชมสามารถทำบุญเลี้ยงปลา นับเป็นอุทยานมัจฉา แห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้จะสังเกตเห็นเรือนแถวหน้าทางเข้าวัดบ้านกร่าง เป็นเรือนแถวไม้สองชั้น แบบโบราณ บรรยากาศเงียบสงบ สะท้อนความเป็นอยู่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมของผู้คนแถวนี้
การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ผ่านอำเภอศรีประจันต์ เข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ กิโลเมตรที่ ๑๔๑๕ ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี(แม่น้ำท่าจีน) คนละฝั่งกับที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๒๐ กิโลเมตร |
| 
|
สวนพืชไร้ดิน (Soilless Culture Center) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลวังน้ำซับ ริมถนนกรุงเทพฯ สุพรรณบุรี ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) สวนพืชไร้ดินมีเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ ปลูกพืชผักตามฤดูและผักเมืองหนาวด้วยวิธีไม่ใช้ดิน โดยปลูกบนแผ่นฟองน้ำ ทราย กรวด ขี้เลื่อยหรือในสารละลายธาตุอาหารแทน ปราศจากศัตรูพืชวัชพืช และสารป้องกันโรคพืช ทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารพิษ นับเป็นนวัตกรรมความคิดริเริ่มใหม่ที่มุ่งพัฒนาด้านเกษตรกรรมของไทยสิ่งที่น่าสนใจภายในสวนพืชไร้ดิน ได้แก่ สวนพืชไร้ดินที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ แปลงพืชไร้ดินที่ยาวที่สุดในโลก ๗๒ เมตร (เฉลิมพระเกียรติในวโรกาส ๗๒ พรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ) บ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาเศรษฐกิจหลากหลายพันธุ์ ผักไร้สารพิษ ๑๐๐ % สดจากฟาร์ม สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่สวนพืชไร้ดิน สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๕ ๐๔๐๐ สุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๒๒๐๐-๑, ๐ ๑๙๓๐ ๐๐๐๐ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. (มีวิทยากรนำชม) |
| |
อำเภอสามชุก
|
| |
|
ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ แยกเข้าอำเภอสามชุก อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก เป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพบ้านเรือน และตลาดแบบดั้งเดิม สิ่งที่น่าสนใจได้แก่อาคารพิพิธภัณฑ์ขุนจำนงค์ เป็นอาคารไม้โบราณขนาด ๓ ชั้น ซึ่งท่านเจ้าสัวเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร และเพลิดเพลินกับขนม อาหารพื้นเมือง และกาแฟโบราณที่ยังใช้เครื่องคั่วกาแฟแบบดั้งเดิมบริเวณริมน้ำ |
|
วัดสามชุก ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ เลขที่ ๓ ตำบลสามชุก มีพื้นที่ ๒๐ ไร่ อยู่เหนือที่ว่าการจังหวัดสุพรรณบุรี ๓๔ กิโลเมตร ห่างจากถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท ๖๐๐ เมตร เป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใดมีสิ่งที่เป็นหลักฐานว่าเป็นวัดเก่า คือ รอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานในมณฑป กรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานในมณฑปเป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยา ปัจจุบันปฏิสังขรณ์และนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานบนศาลาการเปรียญ และยังมีหงส์สัมฤทธิ์ ๑ คู่ อดีตตั้งอยู่หน้ามณฑป ปัจจุบันอยู่ที่หอสวดมนต์ ๑ ตัวและที่กุฏิพิพิธภัณฑ์ ๑ ตัว บริเวณหอสวดมนต์ประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ชาวบ้านนิยมมาสักการะบูชาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กับวัดมาช้านาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๑๗๙๑, ๐ ๓๕๕๗ ๒๗๕๕ |

|
วัดลาดสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสระ ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ที่แยกจากทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ ประมาณ ๗ กิโลเมตร ระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์ เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อ วัดราชสิงห์ มีคำเล่าสืบทอดกันมาว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างวัดนี้ขึ้นมาภายหลังจากที่ประสบชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีและทรงทราบข่าวว่า พระสุพรรณกัลยาที่เป็นตัวประกันอยู่ที่เมืองพม่าถูกประหารชีวิต เป็นการล้างแค้นที่พระมหาอุปราชสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงของ้าว พระองค์จึงทรงสร้างวัดเพื่ออุทิศพระกุศลให้แด่พระสุพรรณกัลยา ปัจจุบันวัดยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์ ที่กล่าวถึงคือ หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศิลาแลง ปางสะดุ้งมาร (มารวิชัย) เกตุบัวตูม อายุประมาณ ๕๐๐ ปี ภายในบริเวณเป็นที่ประดิษฐานของอนุสาวรีย์ ๓ พระองค์ อันได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชาในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ |
| 
|
บึงระหาร อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๓๘ กิโลเมตร เป็นบึงขนาดใหญ่ มีถนนรอบบึงมีร้านอาหารและศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน |
| |
อำเภอเดิมบางนางบวช
|
| |

|
วัดเขาขึ้น หรือ วัดเขานางบวช (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ) ห่างจากจังหวัดประมาณ ๕๑ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ กิโลเมตรที่ ๑๓๘๑๓๙ มีทางลาดยางขึ้นไปจนถึงวัดซึ่งตั้งอยู่บนเขานางบวช หรือจะเดินขึ้นบันได ๒๔๙ ขั้น ไปจนถึงยอดเขาก็ได้ พระอาจารย์ธรรมโชติเป็นพระที่มีความสำคัญในศึกชาวบ้านบางระจัน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรางของขลัง ชาวบ้านบางระจันจึงนิมนต์ไปเป็นขวัญและกำลังใจในการสู้รบกับพม่า ภายในวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ด้านนอกวิหารจะเห็น เจดีย์หินแผ่น เป็นหินแผ่นบางๆ วางซ้อนเป็นรูปเจดีย์ขนาดไม่สูงมากตั้งอยู่ติดกับวิหาร ในโบสถ์หลังใหม่มีรูปปั้นอาจารย์ธรรมโชติ เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอเดิมบางนางบวชได้อย่างทั่วถึง |
|
วัดหัวเขา ตั้งอยู่หมู่ ๒ ตำบลหัวเขา ในตัวอำเภอเดิมบางนางบวช ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ผ่านเข้าตัวอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๐ ประมาณกิโลเมตรที่ ๒-๓ เมื่อถึงวัดหัวเขาจะเห็นบันไดขึ้น-ลงเขาทำด้วยคอนกรีตจำนวนรวม ๒๑๒ ขั้น ทุกปีทางวัดจะจัดงานประเพณีตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นพิธีทำบุญของชาวไทยในเทศกาลออกพรรษา งานเริ่มหลังจากวันออกพรรษา ๑ วัน คือ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ มีผู้คนมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก |
|
วัดเดิมบาง ห่างจากจังหวัดประมาณ ๕๕ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ ธรรมาสน์ที่สร้างโดยช่างชาวจีน เป็นศิลปะไทยผสมจีน สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๕๘ สร้างเสร็จพ.ศ. ๒๔๖๖ ปัจจุบันเก็บไว้บนศาลาการเปรียญ นอกจากนั้นที่หอสวดมนต์ยังเก็บของมีค่าของวัดไว้ ๓ ชิ้น ได้แก่ ฝาบาตรมุก ตาลปัตร และปิ่นโต ซึ่งรัชกาลที่ ๕ พระราชทานแก่วัด ทางวัดเก็บรักษาไว้อยู่ในสภาพดี และยังมีมณฑปและหอระฆังที่ก่อสร้างอย่างประณีตสวยงาม ส่วนภายในพระอุโบสถที่บูรณะใหม่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสภาพสมบูรณ์ |

|
บึงฉวาก เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๒,๗๐๐ ไร่ อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองสุพรรณประมาณ ๖๔ กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ ๑,๗๐๐ ไร่ บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๖ และในปีพ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง ลักษณะที่เรียกว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือ พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม น้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรและชั่วคราว ทั้งแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล แหล่งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลและทะเลในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดต่ำสุด น้ำลึกไม่เกิน ๖ เมตร ซึ่งบึงฉวากเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว คือเป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ ๑๓ เมตร พื้นที่บึงฉวากอยู่ในความดูแลของหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นต้น
ริมบึงฉวากมีบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบายตลอด ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงและชมพู ในช่วงตอนเช้าบัวจะบานสวยงาม นกเป็ดแดงฝูงใหญ่จับกลุ่มอยู่ตามกอบัวในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมและนกจะทยอยกลับในช่วงเดือนเมษายน มีศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน มีบริการขี่จักรยานน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมริมบึง ปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาบึงฉวากให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่ในความดูแลเช่น
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำรวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาสวยงามและพันธุ์ปลาหายากเอาไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา แบ่งเป็น ๒ อาคาร อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ ๑ จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำเค็ม ทั้งพันธุ์ปลาไทย และพันธุ์ปลาต่างประเทศกว่า ๕๐ ชนิดเช่น ปลาบึก ปลากระโห้ ปลาม้า ปลากราย ปลาช่อนงูเห่า ปลาเสือตอ เป็นต้น อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ ๒ ประกอบด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่สวยงามบรรจุน้ำได้กว่า ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตร และมีอุโมงค์ความยาวประมาณ ๘.๕ เมตร ผู้ชมสามารถเดินลอดผ่านใต้ตู้ปลาได้บรรยากาศเหมือนอยู่ใกล้สัตว์น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย มีนักประดาน้ำหญิงสาธิตการให้อาหารปลา นอกจากนั้นโดยรอบยังมีตู้ปลาน้ำจืดอีก ๓๐ ตู้ และตู้ปลาทะเลสวยงามอีก ๗ ตู้ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๑๐.๐๐๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๙.๐๐๑๘.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘-๙, ๐ ๓๕๔๓ ๙๑๙๐ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘
บ่อจระเข้น้ำจืด เป็นบ่อจระเข้ที่ได้จำลองให้มีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาด ๑.๕๔.๐ เมตร ประมาณ ๖๐ ตัว ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอยู่แบบธรรมชาติของจระเข้และสามารถเข้าชมอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก สร้างขึ้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๕๐ ประกอบไปด้วย อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ การดูนก สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก มีตู้จำลองระบบนิเวศ ห้องฉายสไลด์วิดีทัศน์ ด้านนอกอาคารมี กรงเลี้ยงนก ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ ๕ ไร่ สูง ๒๕ เมตร ภายในกรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ประกอบด้วยนกกว่า ๔๕ ชนิด ที่น่าสนใจได้แก่ นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ฟ้าสีทอง ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นไก่ฟ้าที่มีความสวยงามที่สุดในโลก มีการจำลองน้ำตกขนาดเล็กเอาไว้ภายในกรง ผู้เข้าชมจะเดินตามทางเดินที่จัดไว้และได้สัมผัสใกล้ชิดกับนกต่างๆ ที่ปล่อยให้มีชีวิตอยูในสภาพแบบธรรมชาติเดินผ่านหน้าเราไป หากเดินถัดไปจากกรงนก จะเป็นกรงเสือขนาดใหญ่ กรงเสือขนาดเล็ก มีเสือชนิดต่างๆให้ชมและ ที่พิเศษคือ มีลูกเสือดูดนมหมู และสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ๐๘.๐๐๑๖.๓๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ๐๘.๐๐๑๘.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๖, ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๑๒๕๐
กรงเสือและสิงโต ลักษณะภายในตกแต่งเป็นถ้ำและเนินหินให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ซึ่งเป็นกรงเลี้ยงสัตว์
ป่าตระกูลแมว อันได้แก่ สิงโต เสือโคร่ง เสือลายเมฆ เสือดาว แมวดาว เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีกรงสัตว์ป่าหายากอีกหลายประเภทที่จัดแสดงไว้ เช่น นกน้ำ
นกยูงและไก่ฟ้าชนิดต่างๆ ม้าลาย อูฐ และนกกระจอกเทศ เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๖, ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐
อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ เฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน โดยรวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยกว่า ๕๐๐ ชนิด มาปลูกไว้ในบริเวณเกาะกลางบึงฉวาก มีทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และไม้ชื้นแฉะที่น่าสนใจได้แก่ น้ำเต้าสี่เหลี่ยม บวบหอมขนาดใหญ่ อุโมงค์น้ำพุ และการจัดสวนไม้ประดับด้วยผักพื้นบ้าน นอกจากนั้นยังมีโรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ และสาธิตการปลูกพืชไร้ดินจัดแสดงให้ชมด้วย และมีห้องสมุดบริการคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าข้อมูลพันธุ์ผักต่างๆ ห้องนิทรรศการแสดงผลผลิตทางการเกษตร ศูนย์บริการท่องเที่ยวเกษตรอุทยานผักพื้นบ้านฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๑๙๔๘ ๙๒๑๔, ๐ ๙๘๓๖ ๑๓๕๘ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘ หรือ สำนักงานเกษตร อำเภอเดิมบางนางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๖๑
การเดินทาง จากถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวช สามารถเข้าไปได้ ๒ ทาง คือ เมื่อถึงสี่แยกทางเข้าตัวอำเภอเดิมบางนางบวช เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ตรงไปจนพบสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน
อีกเส้นทางหนึ่งไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ หลักกิโลเมตรที่ ๑๔๗ ด้านซ้ายมือจะเห็นโรงเรียนวัดเดิมบางนางบวช ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างโรงเรียน ข้ามแม่น้ำแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนน จนพบสะพานข้ามคลองชลประทานด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นบึงฉวาก |
| |
กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง
กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี่ลาวครั่ง ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าไปท่องเที่ยวชมตำบลป่าสะแก ดูเรือเก่าแก่โบราณอายุ ๑๐๐-๑๒๐ ปี ไหว้รอยพระพุทธธาตุ
เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่วัดดอนมะเกลือ ออกจากวัดดอนมะเกลือไปดูผ้าทอแบบเก่าแก่โบราณอายุประมาณ ๑๐๐๑๕๐ ปี ดูวิธีการทอผ้าแบบดั้งเดิมจากภูมิปัญญา
บรรพบุรุษสืบทอดไว้ให้ซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรีที่กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี่ลาวครั่ง ชมการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการต้อนรับผู้
หลักผู้ใหญ่ตลอดนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ จะทำพิธีสู่ขวัญข้าว คือนำข้าวเปลือกจากท้องนามาเข้ายุ้ง เพื่อนำมาเก็บไว้ก่อนออกนำไปจำหน่าย
ต้องทำพิธีสู่ขวัญข้าวก่อนเรียกขวัญข้าว ไหว้แม่พระโพสพ ที่ทำการบ้านเลขที่ ๒๕/๑ หมู่ ๕ (บ้านทุ่งก้านเหลือง) ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช
จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๒๐ ภายใต้การนำโดย นางสมจิตร ภาเรือง โทร. ๐ ๙๙๒๖ ๒๘๖๔ |
|
วัดขวางเวฬุวัน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่โบราณในสมัยทวารวดี
หรือเมืองนเรศ (ภาษาท้องถิ่น) อายุประมาณ ๔๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ อิฐโบราณ เป็นบ้านเกิดของนักร้องชื่อดัง คือ สายัณห์ สัญญา
แหล่งกำเนิดของสามเสือสุพรรณ คือ เสือดำ นามสกุล สะราคำ เสือใบ เสือฝ้าย |
| |
อำเภออู่ทอง
|
| |
| 
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน
ติดกับที่ว่าการอำเภออู่ทองและโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย เป็นสถานที่รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุในสมัยต่างๆ ที่ขุดค้นพบ แสดงวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคต่างๆ
ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี แบ่งออกเป็น ๒ อาคาร คือ อาคารที่ ๑ จัดแสดงการค้นพบเมืองอู่ทองสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยวัฒนธรรมทวารวดี
พระพุทธรูปสมัยทวารวดี อาคารที่ ๒ จัดแสดงห้องชาติพันธุ์วิทยาและลูกปัดที่ค้นพบในเมืองอู่ทองตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวารวดี
ส่วนลานกลางแจ้งสร้างเป็นเรือนแบบลาวโซ่ง จัดแสดงวัฒนธรรมประเพณี การแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวลาวโซ่ง
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๐๔๐, ๐ ๓๕๕๕ ๑๐๒๑ |

|
วันเขาพระศรีสรรเพชญาราม เดิมชื่อ วัดเขาพระ ห่างจากจังหวัดประมาณ
๓๔ กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ในตัวอำเภออู่ทอง ใกล้หอนาฬิกาบรรหาร-แจ่มใส เข้าซอยไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าตั้งแต่สมัยทวารวดี
เพราะมีโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งสลักจากเนื้อหิน เทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน บนยอดเขาพบซากเจดีย์อยุธยา ๑ องค์
และยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองแกะสลักด้วยหินเขียวธรรมชาติ ประดิษฐานไว้ในมณฑปบนยอดเขาอีกด้วย ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธไสยาสน์ ๒ ครั้ง คือ
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ กับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ |
| 
|
วนอุทยานพุม่วง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลจระเข้สามพัน ห่างจากจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ กิโลเมตรที่ ๑๒๘๑๒๙ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๒ ไป ๕๐๐ เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๗๒๕ ไร่ สภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าไผ่รวก ภายในวนอุทยานมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางเดินจะเห็นไม้เบญจพรรณจำพวกไม้มะค่า ไผ่ จันทน์กะพ้อ จันทน์ผา
คอกช้างดินสมัยทวารวดี อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ อายุราว ๑,๕๐๐ ปี จำนวน ๓ คอก มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่
ฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่สำหรับกษัตริย์ทำพิธีบวงสรวงสังเวยเพื่อคล้องช้างป่า
น้ำตกพุม่วง ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน มีทั้งหมด ๕ ชั้น ตลอดเส้นทางที่น้ำตกไหลผ่าน จะผ่านจุดที่น่าสนใจ คือ คอกช้างดินและฐานศิลาแลง หากขึ้นไปบนเทือกเขาพระจะเห็นพันธุ์ไม้นานาชนิดอาทิ เช่น จันทน์กะพ้อ และปรงเผือก มี ลานหิน ที่มีก้อนหินน้อยใหญ่วางสลับกัน บางแห่งก็รวมกันเป็นเชิงชั้น มีต้นปรงขึ้นสลับ เป็นป่าใกล้เมืองที่หาได้ยากแห่งหนึ่ง
หากต้องการพักค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าและเตรียมอาหารไปเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานพุม่วง ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๑๙๔๓ ๕๑๘๘
|
| 
|
วัดเขาดีสลัก ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลดอนคา ห่างจากอำเภออู่ทอง ๘ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ รอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินทรายสีแดง มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบที่อื่น คือ รอยพระพุทธบาทนูน ขนาดกว้างประมาณ ๖๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๔๑.๕ เซนติเมตร นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ มีทางรถขึ้นไปชมรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ทางวัดปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด |
|
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร ตั้งอยู่ตำบลพลับพลาไชย ห่างจากตัวอำเภออู่ทอง ไปตามเส้นทางอู่ทอง ด่านช้าง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถึงโรงงานน้ำตาล เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานคลองชลประทาน แล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทาน ๑๐ กิโลเมตร ศูนย์ฯอยู่ทางซ้ายมือ ศูนย์จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนางานด้านพันธุ์พืชและฝึกอาชีพการเกษตร ทั้งในด้านการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ การอนุบาล และการขยายเพิ่มปริมาณการกระจายพันธุ์ การปลูก การส่งเสริม และการฝึกอบรมวิทยาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายในศูนย์มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ โรงเรียนอนุบาล และผลิตพืชเพาะเลี้ยง ๗ โรงเรือน ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตึกอำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๓๙๙ ต่อ ๒๑๗, ๒๒๗ |
| |
ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลับพลาไชย ห่างจากตัวอำเภออู่ทอง ไปตามเส้นทางอู่ทอง ด่านช้าง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถึงโรงงานน้ำตาลเลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานคลองชลประทานแล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทาน ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ศูนย์ฯอยู่ซ้ายมือ เป็นสถานที่เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ได้แก่การผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ ตัวเบียน) พืชสมุนไพร เชื้อโรคและชีวจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์สำหรับป้องกันกำจัด ศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนี้ยังถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้แก่เกษตรกร ภายในศูนย์ฯ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
- โรงเรือนเพาะเลี้ยงและขยายแมลงศัตรูธรรมชาติ
- โรงเรือนปลูกพืชไร้ดิน
- แปลงสาธิตการปลูกพืชปลอดสารพิษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๑๑๒๖ |
| |
สวนกล้วยไม้แอฟฟีนิท ตั้งอยู่ที่หมู่ ๙ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง
ห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ ถึงทางแยกแล้วเลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ประมาณ ๕ กิโลเมตร (ระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๖๔๗)
มีป้ายสวนกล้วยไม้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร เป็นสวนกล้วยไม้บนเนื้อที่ ๒๐ ไร่ มีกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ เพื่อการศึกษาและการจำหน่าย เช่น
กล้วยไม้พันธุ์หวาย แคทรียา แวนด้า ม๊อคคาร่า เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า
โทร. ๐ ๑๖๔๙ ๘๕๘๕, ๐ ๒๙๗๔ ๐๘๘๖ และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.affinitorchid.com |
| |
อำเภอสองพี่น้อง
|
| |
| 
|
วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตาเถร
ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ ๔๓ กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสาม
แยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว หรือ หากมาตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๒๒ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๘๑๙ วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชน
และบุคคลทั่วไปนิยมไปเที่ยวชมกันมากเพราะท่านพระครูอุทัยภาคาธร (หลวงพ่อขอม) ได้ดำเนินการก่อสร้าง พระพุทธโคดม เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่
ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่งเช่น สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้
ปฐมเทศนาและปรินิพพาน มีส่วนที่แสดงงานประติมากรรมเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ สวรรค์ภูมิ นอกจากนี้ยังมี พระกะกุสันโธ พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ด้านหน้าพระพุทธรูปมี ฆ้อง และบาตร ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมี พระวิหารร้อยยอด และ พระธรรมจักร หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
อีกมากมาย เป็นวัดที่โดดเด่นวัดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี |
|
วัดทับกระดาน ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๘๗ ประมาณ ๗ กิโลเมตร
แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๐ อำเภอสองพี่น้องเป็นอำเภอบ้านเกิดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังซึ่งมีคนนิยมฟังเพลงของ
เธอมากมายและได้เสียชีวิตไป ทำให้แฟนเพลงเสียใจกันมาก เนื่องจากพุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก จึงมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในการร้องเพลง
รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัดนี้ นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำจะมีรูปวาดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของ
สด แห้งต่างๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ต่างๆ ทุกปีจะมีการจัดงานครบรอบวันเสียชีวิตของนักร้องผู้นี้ มีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก |
| |
อำเภอด่านช้าง
|
| |

|
ถ้ำเวฬุวัน ตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน ห่างจากอำเภอด่านช้างประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติพุเตย ๑ กิโลเมตร มีบันไดคอนกรีตขึ้นถึงบริเวณปากถ้ำ จำนวน ๖๑ ขั้น สภาพภายในถ้ำมีไฟฟ้าสว่างพอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำ
ซึ่งมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม และมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา นอกจากนั้นในบริเวณวัด ทางอำเภอได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติ มีพันธุ์ไผ่ต่าง ๆ ปลูกไว้ประมาณ ๑๐ กว่าชนิด |
| 
|
เขื่อนกระเสียว อยู่ที่ตำบลด่านช้าง ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยกระเสียว ของกรมชลประทาน เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ยาว ๔,๒๕๐ เมตร สูง ๓๒.๕๐ เมตร
ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด ๒๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นับเป็นเขื่อนดินที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปชมทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อนต้องเดินขึ้นบันไดจากลานจอดรถด้านล่าง เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตาถึงเขาพุเตย
มีร้านอาหารส้มตำไก่ย่างบริการใกล้ลานจอดรถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่เขื่อนกระเสียว โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๑๒๐
หาดทรายห้วยกระเสียว เป็นลำธารขนาดใหญ่ที่มีต้นน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว มีความปลอดภัยสูงเพราะระดับน้ำไม่ลึกมาก นอกจากนั้นบริเวณตลอดลำห้วยมีร้านค้าและร้านจำหน่ายอาหารมากมาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่มานั่งพักผ่อน เล่นน้ำ |

|
อุทยานแห่งชาติพุเตย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๔๒๒ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๒ จังหวัด คือ ป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำและป่าเขาห้วยพลู อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรีและวนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารด้านการเกษตรของจังห | | |