l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
The University of New South Wales
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ | ประเทศนิวซีแลนด์ l ประเทศสิงคโปร์ l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l โรงแรม l ตั๋วเครื่องบิน l ทัวร์ฮ่องกง l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    Domain and Web Hosting - SiamDataNet.com
    สุพรรณบุรี
    เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
    สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง
     
     
     
     

    ประวัติความเป็นมา

     
     

    จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วัดเขาขึ้นของพระอาจารย์ธรรมโชติผู้สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านบางระจัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อุทยานแห่งชาติพุเตย บึงฉวาก และมีขนมขึ้นชื่ออย่างสาลี่สุพรรณ สุพรรณบุรีเป็นเมืองสมัยโบราณ พบหลักฐานทางโบราณคดี มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐-๓,๘๐๐ ปี โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก สืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ เดิมจังหวัดสุพรรณบุรีมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ” หรือ “พันธุมบุรี” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากาแต (เชื้อสายไทยปนพม่า) เสด็จขึ้นครองราชย์ และย้ายเมืองมาอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำท่าจีน ได้ทรงสร้างวัดสนามชัยและบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ทรงชักชวนข้าราชการออกบวช จำนวน ๒,๐๐๐ คน จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สองพันบุรี” ครั้นพระเจ้าอู่ทองทรงย้ายเมืองไปอยู่ทางฝั่งใต้ (ทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน) เมืองนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า “อู่ทอง” จนกระทั่งลุเข้าสมัยขุนหลวงพะงั่ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็นสุพรรณบุรีในที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นเมืองต้นกำเนิดวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน อันเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของของชาติไทย เมื่อไปถึงจังหวัดสุพรรณบุรีเราจะได้สัมผัสบรรยากาศของวรรณกรรมเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อตำบล ชื่อบ้าน ชื่อถนนและชื่อสถานที่สำคัญต่างๆ ในท้องเรื่องยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น บ้านรั้วใหญ่ วัดเขาใหญ่ ท่าสิบเบี้ย ไร่ฝ้าย วัดป่าเลไลยก์ วัดแค ถนนนางพิม ถนนขุนไกร อำเภออู่ทองและอำเภอศรีประจันต์ สุพรรณบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕,๓๕๘ ตารางกิโลเมตร

    แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า อำเภอศรีประจันต์ อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภออู่ทอง อำเภอสามชุก อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอด่านช้าง

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี

     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดสุพรรณบุรี
     

    รถยนต์ สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้หลายเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๑ ชั่วโมง ดังนี้

    1. จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบางบัวทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี หรือ จากกรุงเทพฯ ผ่านนนทบุรี อำเภอบางบัวทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร
    2. จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดปทุมธานี อำเภอลาดหลุมแก้ว ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๑๕ กิโลเมตร
    3. จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๓๒ กิโลเมตร
    4. จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเดิมบางนางบวช ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๒๒๘ กิโลเมตร
    5. จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดอ่างทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร
    6. จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดนครปฐม อำเภอกำแพงแสน ไปจนถึงตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ ๑๖๔ กิโลเมตร

    รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปสถานีรถไฟจังหวัดสุพรรณบุรีทุกวัน วันละ ๑ เที่ยว จากกรุงเทพฯ ๑๖.๔๐ น. ถึงสุพรรณบุรี ๑๙.๔๐ น. และ จากสุพรรณบุรี ๐๕.๐๐ น. ถึงกรุงเทพฯ ๐๙.๓๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๑๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๒๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ สถานีรถไฟสุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๕๐, ๐ ๓๕๕๒ ๑๗๙๙ หรือ www.railway.co.th/

    อัตราค่าโดยสาร

    ประเภทรถ พิเศษชานเมือง
    สถานีต้นทาง – ปลายทาง กรุงเทพ - สุพรรณบุรี
    ระยะทาง : กม. 158
    อัตราค่าโดยสาร (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) : บาท
    ชั้นที่ 1 144 บาท
    ชั้นที่ 2 74 บาท
    ชั้นที่ 3 32 บาท

    รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ไปจังหวัดสุพรรณบุรีทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2537 8055 และมีรถออกจาก สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที สอบถามเพิ่มเติมสำหรับ รถธรรมดา โทร. 0 2434 5557-8 และ รถปรับอากาศ บริษัท สพรรณทัวร์ โทร. 0 2884 9522 (สุพรรณบุรี) โทร. 0 3550 0817 รถออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวแรก 06.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.00 น. ออกจากสุพรรณบุรี เที่ยวแรก 04.30 น. เที่ยวสุดท้าย 18.00 น. หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

    อัตราค่าโดยสาร

    เส้นทาง กรุงเทพ - สุพรรณบุรี
    ระยะเวลา 2 (ชม.)
    ค่าโดยสาร 42 บาท

    ระยะทางจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรีไปยังอำเภอต่างๆ
    • อำเภอบางปลาม้า ๑๐ กิโลเมตร

    • อำเภอศรีประจันต์ ๒๐ กิโลเมตร

    • อำเภอดอนเจดีย์ ๓๑ กิโลเมตร

    • อำเภออู่ทอง ๓๒ กิโลเมตร

    • อำเภอสามชุก ๓๙ กิโลเมตร

    • อำเภอเดิมบางนางบวช ๕๔ กิโลเมตร

    • อำเภอหนองหญ้าไซ ๕๘ กิโลเมตร

    • อำเภอสองพี่น้อง ๗๐ กิโลเมตร

    • อำเภอด่านช้าง ๗๗ กิโลเมตร

    ระยะทางจากจังหวัดสุพรรณบุรีไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    • พระนครศรีอยุธยา ๓๑ กิโลเมตร
    • อ่างทอง ๔๔ กิโลเมตร
    • ปทุมธานี ๘๐ กิโลเมตร
    • นนทบุรี ๘๙ กิโลเมตร
    • กาญจนบุรี ๙๑ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

    อำเภอเมือง

     
    กุ๊กโอชา (เชิงสะพานไผ่ขวาง) ๓๐/๑ ม.๒ ถ.ไผ่ขวาง-ลาดตาล ต.ไผ่ขวาง โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๓๘๗, ๐ ๑๘๕๖ ๖๐๔๘ (อาหารไทย-จีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๓๐ น.)
    ข้าวต้มน้องปู ๒๘ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๙๗๑, ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๓ (ข้าวต้มกุ๊ยกับข้าว เปิดบริการ ๑๗.๐๐–๐๒.๐๐ น.)
    ครัวนฤมล (อยู่อาคารเดียวกับเอกชัย สาลี่สุพรรณ) ๒๒๒/๒ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๒๖ (อาหารไทย-จีน อาหารตามสั่ง วันธรรมดา เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๓.๐๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ปิด ๒๒.๐๐ น.)
    ครัวเอส. เอ็ม (ติดกับร้านขุนแผนศูนย์ของดีเมืองสุพรรณ) ๑๖๘ ม.๔ ถ.สุพรรณบุรี-ท่าระหัด ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๙๓๒ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ น.)
    นพรัตน์ภัตตาคาร (ตรงข้ามวัดป่าเลไลยก์) ๓๓๘/๒ ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๗๐๘, ๐ ๑๗๕๙ ๕๑๖๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๑ ๑๗๐๘ (อาหารจีนและอาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    แม่ขวัญจิต ๓๕๙/๒ ถ.ไผ่ขวาง-ลาดตาล ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๘๑๖ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๓๐–๒๓.๐๐ น.)
    ใบเงิน (บริเวณลานจอดรถนาซ่ามอลล์) ๗๔/๓๙–๔๐ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๐๕๙๙–๖๐๐ (บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง หยุดทุกวันที่ ๒๐ ของเดือน)
    พชร ( ในโรงแรมพชร) ถ.นางสร้อยฟ้า ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๐๐๗ (อาหารไทย-จีน เปิดบริการ ๐๗.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    เรือนไทย ๒๑ ถ.นางเทพทอง ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๕๘๒, ๐ ๓๕๕๔ ๖๖๔๔ (อาหารไทย, จีน เปิดบริการ ๑๑.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    เรือนแพครัวสุพรรณ ๙๙ ม.๓ ถ.โพธิ์พระยา–สุพรรณ ต.สนามชัย โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๔๒๐๙, ๐ ๑๙๔๑ ๙๗๑๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๓๐๕๗ (อาหารตามสั่งเมืองสุพรรณบุรีและตามสั่ง เปิดบริการ ๑๘.๐๐–๒๓.๐๐ น.)
    สวนอาหารไผ่ขวาง ๑๖๗ ม.๒ ถ.ไผ่ขวาง-ป่าโมก ต.ไผ่ขวาง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๐๑๔–๕ (อาหารไทย ตามสั่ง จำพวกปลาแม่น้ำ เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    ท่าจีน ๓๒ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๕๕๓๘, ๐ ๑๖๓๙ ๕๑๓๗ (อาหารไทยตามสั่ง เปิดบริการ ๑๙.๓๐–๐๑.๐๐ น.)
    เรือนมนิลา ใกล้วัดแค โทร.๐ ๑๖๘๖ ๑๗๘๒, ๐ ๑๘๕๗ ๔๔๓๔
    เอมโอช ๓๕ ถ.อาชาสีหมอก ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๓๕๒ (อาหารไทย, อาหารพื้นเมือง เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๔.๐๐ น.)
    ขุนไกรไนท์ฟู้ด ตลาดโต้รุ่งมีอาหารต่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ราดหน้า ไอศกรีม เปิดบริการ ๑๖.๐๐–๒๔.๐๐ น.
    สวนอาหารเรือนตาป๋อ ๘๘ ม.๒ ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๓๘๑
    สวนอาหารบ้านตอไม้ ๘๘/๒ ม.๒ ถ.คูเมือง ต.รั้วใหญ่ โทร.๐ ๓๕๔๘ ๗๑๘๔-๕
     

    อำเภอดอนเจดีย์

     
    เพ็ญจันทร์ ๑๒๗๗ ม.๕ ถ.ดอนเจดีย์-ศรีประจันต์ ก.ม.ที่ ๒ ต.ดอนเจดีย์ โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๑๓๘๖ (อาหารไทย, อาหารป่า และอาหารประเภทปลาน้ำจืด เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอบางปลาม้า

     
    ก๋วยเตี๋ยวนายเท้า ๘๘/๑ ถ.บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ต.ตะค่า กิโลเมตรที่ ๘๒–๘๓ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๖๐๙๑ (ก๋วยเตี๋ยวไก่ หมู เปิดบริการ ๐๗.๓๐–๑๖.๓๐ น.)
    กุ่ยหมง (ข้างที่ว่าการ อ.บางปลาม้า) ๓๒๘ ม.๕ ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๒๕๖, ๐ ๙๕๑๕ ๑๓๐๒(อาหารไทย, อาหารจีน เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๑๗.๐๐ น.)
    ใบเงิน ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ก.ม.ที่ ๘๑ (บริการอาหารไทย จีน ฝรั่ง)
    แม่บ๊วย (ตรงข้ามธนาคารออมสิน) ๒๗๙ ม. ๕ ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (อาหารตามสั่ง เน้นกุ้งแม่น้ำ ปลาม้า เปิดบริการ ๑๑.๐๐–๑๘.๐๐ น.)
    ริมคลองเฮาส์ ๒๙/๔ ม.๒ ถ.มะขามล้มเก้าห้อง ต.บางปลาม้า โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๑๔๑, ๐ ๖๘๑๒ ๖๐๘๖, ๐ ๑๗๖๓ ๔๑๓๓ (อาหารตามสั่งประเภทปลา เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    ลิ้มไฮ้จั้วะ ๑๔๘/๒ ตลาดเก้าห้อง ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๑๑๙, ๐ ๑๙๔๑ ๖๖๗๙
    สาลีวิว ๘๓/๑ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง กม.ที่ ๗๔ ต.สาลี โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๑๐๓ (อาหารไทยจำพวกปลา กุ้ง เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอศรีประจันต์

     
    ทองประศรี (ในโรงแรมวังยาง ริเวอร์ พาร์ค รีสอร์ท) ๒๘/๑ ม.๖ ต.วังยาง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๖๙-๗๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๗๒ (อาหารไทย, อาหารพื้นบ้านจำพวกปลา เปิดบริการ ๐๗.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    เรือนแพป้าสร้อย (ริมแม่น้ำหน้าที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์) ๑๗๙ ม.๓ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๑๑๓ (อาหารไทย, อาหารพื้นบ้าน เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๑๙.๐๐ น.)
     

    อำเภอสามชุก

     
    เจ๊เน้ย (อยู่ตรงข้ามโรงพักสามชุก)๓๙ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๔๒๗๓ โทรสาร ๐ ๓๕๕๐ ๔๓๘๔ อาหารไทย พวกปลาน้ำจืด เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    ดำ (สี่แยกตลาดสามชุก) ๙๔๑ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร.๐ ๓๕๕๗ ๑๗๖๘, ๐ ๓๕๕๐ ๔๕๘๐ (ข้าวต้มกุ๊ย อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
     

    อำเภอเดิมบางนางบวช

     
    ครัวตายม (บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ) ๑๖/๒ ม.๓ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๑๙๔ (ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารตามสั่ง)
    จินดา ๒ ๒๗๑ ม.๒ ริม ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.เขาพระ โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๖๐๐๕ -๖ (อาหารไทย จีน ตามสั่ง อาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๐๙.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    บลูเลมอน ตรงข้ามสวนสัตว์บึงฉวาก
    ร้านค้าชุมชน อบต. เดิมบาง บริเวณหน้าสวนสัตว์บึงฉวาก โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๔๓๑
    ลายไม้ ๑๐ ม. ๙ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๑๗๙๕ ๒๒๘๒ (ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารตามสั่ง)
    เรือนรักษ์ ๓/๕ ม.๖ ต.นางบวช โทร.๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖, ๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓-๔
     

    อำเภออู่ทอง

     
    ก๋วยเตี๋ยวโกเด้ง ๑๓๐๘ ถ.อู่ทอง-ด่านช้าง ต.อู่ทอง
    ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารแผงลอย อู่ทอง ๒๒ ม.๖ ถ.ท้าวอู่ทอง ตลาดอู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๖๐๑ (อาหารตามสั่ง กาแฟ เปิดบริการ ๐๗.๐๐–๑๗.๐๐ น.)
    บ้านก๋วยเตี๋ยวหมูผู้ใหญ่ลี ๘๘ ม.๑๐ ถ.กาญจนบุรี–อู่ทอง ต.จรเข้สามพัน โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๕๓๘๘ (เปิดบริการ ๐๗.๓๐–๑๕.๐๐ น.)
    บ้านริมน้ำอู่ทอง-สุพรรณ ๑๒๙๗ ม.๖ ถ.วัดเขาพระ ต.อู่ทอง โทร.๐ ๓๕๕๖ ๕๕๓๓, ๐ ๔๐๑๕ ๖๔๖๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทยโบราณ อาหารไทยอีสาน อาหารแนะนำ ปลาภูมิปัญญาไทย พล่ามะเดื่อ ว่านหางจระเข้กรอบทรงเครื่องได้รางวัลโครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ประเภทสำรับไทยและร้านอาหาร)
    สวนอาหาร ก ไทยเดิมพัฒนา ๒๕๔ ม.๑ ถ.อู่ทอง-สระกระโจม ต.ดอนคา โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๑๔๖๗, ๐ ๑๗๕๗ ๗๗๘๖ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๑.๐๐ น. อาหารไทย-อีสาน)
     

    อำเภอสองพี่น้อง

     
    นรินทรา ๙๒ ถ.บางลี่-หนองวันเปลียง ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๐๖๗, ๐ ๑๖๒๒ ๔๔๑๒ (อาหารไทย จีน เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    บ้านดอน ๕๔ ถ.โพธิ์อ้น-หวายสอ ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๘๘๘, ๐ ๑๘๘๐ ๐๖๖๔ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๑.๐๐ น.)
    แพกระแต ๕๗ ถ.ราษฎร์อุทิศ บ้านไผ่หมู่ ต.บางลี่ โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๑๓๑๗ (อาหารประเภทปลาพื้นบ้าน เปิดบริการ ๑๐.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     

    อำเภอด่านช้าง

     
    ด่านช้างแค้มปิ้งเฮาส์ (ตรงข้ามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี) ๒๙๖/๑ ม.๑ ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๖๔๗, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๑๑, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๒๒ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๐๘.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
    ปลาบู่โภชนา ๗๒๔/๑ ซ.๔ ถ.หน้าโรงเรียนบรรหาร ๓ ต.หนองมะค่าโมง (ผ่านหน้าธ.ไทยพาณิชย์) โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๒๓๑ (อาหารตามสั่งประเภทปลา เปิดบริการ ๐๗.๐๐–๒๒.๐๐น.)
    ปลาบู่โภชนา ๒ ๙๑๓/๓-๔ ม.๑๘ ถ.อู่ทอง-บ้านไร่ ต.หนองมะค่าโมง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๔๕๑ (อาหารตามสั่ง เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    แพกระเสียว ริมอ่างเก็บน้ำกระเสียว ต.ด่านช้าง
    แพชาวเขื่อน ๑๕๒/๓ ถ.ริมเขื่อนกระเสียว ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๗๑๑๒ ๔๖๗๕, ๐ ๑๒๙๘ ๗๗๘๓ (จำหน่ายอาหารประเภทปลา เปิดบริการ ๐๘.๐๐–๒๒.๐๐ น.)
     
     
     
     

    ร้านสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    อำเภอเมือง

     
    กลุ่มแม่บ้านทิพย์ญาดา ๕๒/๒๑ ม.๓ หมู่บ้านญาดา ๒ ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๙๘๐๐ ๔๕๘๔, ๐ ๓๕๕๒ ๒๖๗๐ (ทองม้วนพริกเผา ทองม้วนปลาช่อน และขนมขบเคี้ยว)
    กลุ่มศิลปหัตถกรรมบ้านธรรมกุล งานจักสาน งานแจกันดินเผาแนวจิตรกรรมไทย ๖๐ ม.๕ ต.พิหารแดง เลยวัดพระนอนไปเล็กน้อย โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๘๔๐๐, ๐ ๙๘๑๗ ๗๘๕๖
    เจริญชัย ๑ (สี่แยกแขวงกรมทางหลวง) ๑๐ ถ.มาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๔๕๔ (สาลี่สุพรรณ ปั้นขลิบ ขนมลูกเต๋า เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๒๐.๐๐ น.)
    พัชนี บ้านสาลี่สุพรรณ แหล่งรวมของกินและของฝาก ๑๘๘ ม.๒ ถ.บางบัวทอง-สุพรรณบุรี กม.ที่ ๙๑ ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๖๑๐๑ (สาลี่สุพรรณ ปั้นขลิบ ขนมลูกเต๋า เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๙.๓๐ น.)
    แม่บ๊วย ๒๗๙ ม.๕ ตลาดบางปลาม้า ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๐๗๗, ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (สาลี่สุพรรณ หม้อแกง สาลี่ทิพย์ ขนมชั้น วุ้นกระทิ)
    ร้านขุนแผน (ศูนย์ของดีเมืองสุพรรณ) ตั้งอยู่ริมถ.สายสุพรรณ-บางบัวทอง หน้าวัดโพธิ์คอย ต.ท่าระหัด อ.เมือง จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี เช่น ขนมสาลี่สุพรรณ ปลาสลิดแดดเดียว เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา ศูนย์แห่งนี้เปิดวันธรรมดา ๐๘.๓๐–๑๙.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ๐๘.๓๐–๒๐.๓๐ น. โทร.๐ ๓๕๕๒ ๓๕๙๙
    เอกชัย สาลี่สุพรรณ (สำนักใหญ่) ๒๒๒/๒ ม.๕ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๒๔, ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๗๖ โทรสาร ๐ ๓๕๔๑ ๒๔๗๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๖๔ ๐๐๐๓ (สาลี่สุพรรณ ขนมสาลี่ทิพย์ เปี๊ยะนมข้น ลูกเต๋าไส้งาดำ ครองแครงกรอบ ๓ รส)
    เอกชัย สาขาปราสาททอง (ติดประตูทางเข้าวัดปราสาททอง) ๑๕๑ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๒, ๐ ๓๕๕๑ ๑๒๐๕
     

    อำเภอบางปลาม้า

     
    กลุ่มหัตถกรรมจักสานบ้านโพธิ์ศรี (วัดโพธิ์ศรี) ๒/๓ ม.๓ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า โทร. ๐ ๑๒๗๔ ๖๐๙๒, ๐ ๓๕๕๘ ๗๖๘๔ (จำหน่ายเครื่องจักสานประเภทตะกร้า กระบุง)
    กลุ่มศิลปไม้ไผ่ ๘๕ ม.๑๐ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.โคกคราม โทร. ๐ ๖๘๘๗ ๘๓๒๙, ๐ ๙๙๘๓ ๕๙๕๒, ๐ ๓๕๔๐ ๐๒๒๖, ๐ ๗๙๗๒ ๔๗๒๑ (จำหน่ายเครื่องประดับ เครื่องเรือน เครื่องตกแต่งบ้านจากไม้ไผ่)
    ไข่เค็มไอโอดีน ๗๐ ม.๑๐ บ้านวัดโบสถ์ ต.มะขามล้ม โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๖๒๗๔, ๐ ๓๕๔๑ ๖๓๕๑, ๐ ๖๐๑๑ ๔๓๐๙
    กลุ่มแม่บ้านบ้านไผ่เง ๓๓๖ ม.๑ ถ.สุพรรณ-สวนแตง(ไปทางวัดตะลุ่ม) ต.วังน้ำเย็น โทร. ๐ ๓๕๔๑ ๖๔๙๗ (จำหน่ายชาตะไคร้ กล้วยตาก กล้วยม้วน มะขามแช่อิ่ม)
    เบญจรงค์ ๑๐๔ ม.๑ ถ.บางแม่ม่าย ต.บ้านแหลม โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๐๑๗๖, ๐ ๗๑๕๕ ๑๔๑๖ (จำหน่ายเครื่องเบญจรงค์ เครื่องปั้นดินเผา)
    ผลิตภัณฑ์ไม้กวาดพันปี ๑ ม.๔ ถ.สุพรรณบุรี-บางสาม ต.วังใหญ่ (ทำจากใยมะพร้าวและดอกหญ้า) ไม้กวาดใยมะพร้าว ทำที่บ้านบางแม่หม้าย อำเภอบางปลาม้า ทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๗–๑๘ เข้าทางเดียวกับทางเข้าวัดอาน ชาวบ้านจะทำไม้กวาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน ๑๐-๑๒ นอกฤดูทำนา ไม้กวาดมีลักษณะพิเศษคือ มีความทนทาน ด้ามสวยงาม สอบถามรายละเอียดติดต่อ คุณประจวบ อ่อนละมูล โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๔๒๔๙
    แม่บ๊วย ๒๗๙ ม.๕ ตลาดบางปลาม้า ต.โคกคราม โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๐๗๗, ๐ ๓๕๕๘ ๖๔๑๖ (สาลี่สุพรรณ หม้อแกง สาลี่ทิพย์ ขนมชั้น วุ้นกระทิ)
    สาโท บางม้า บริษัทบัณฑิตพัฒน์–เทค จำกัด ๘๔ ม.๘ ถ.คอวัง-บางแม่ม่าย ต.บางปลาม้า โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๗๓๘๗,๐ ๑๘๗๔ ๑๗๔๔,๐ ๑๕๗๑ ๑๙๘๔ โทรสาร ๐ ๓๕๔๐ ๐๑๑๖
     

    อำเภอศรีประจันต์

     
    กล้วยอบเนย ๒๑๖ ม.๒ หมู่บ้านยางขาคีม ต.บ้านกร่าง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๓๔๔, ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๔๒
    ผลไม้กระป๋องสโนว์เฮาส์ ๓๐๐/๓ ม.๓ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๐๙๙, ๐ ๓๕๕๘ ๑๖๔๘-๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๘ ๒๒๑๗
    ศูนย์สินค้าโรงงาน (สุพรรณบุรี) ๒๒๒/๑ ม.๑ ม.บ้านอนุรักษ์ควายไทย ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท อ.ศรีประจันต์ โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๖๖๘, ๐ ๓๕๕๘ ๒๕๙๑-๒ (จำหน่ายวิทยุ เสื้อผ้า รองเท้ากีฬา )
    หจก. อโลเวล่า สุพรรณบุรี ๖๑๒ ม.๓ ถ.ศรีประจันต์-ดอนเจดีย์ ต.ศรีประจันต์ (เครื่องดื่มว่านหางจระเข้ ผลไม้กระป๋อง แห้ว กระจับ ลูกตาล เงาะ) โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๓๗๑, ๐ ๑๘๕๗ ๔๓๗๔, ๐ ๓๕๕๘ ๔๔๔๖
     

    อำเภอสามชุก

     
    กลุ่มจักสานบ้านทุ่งแฝก (จากวัดทุ่งแฝกไป ๑๑กิโลเมตร) ๔๗/๑ ม.๒ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.วังลึก โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๑๐๑ (ผลิตภัณฑ์จักสาน ตะกร้า)
    การุณโต๊ะมุก (ครัวลูกแม่หยา) ๙๓๒ ม.๒ ถ.เลียบแม่น้ำท่าจีน ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๑๗๓๑, ๐ ๑๙๐๙ ๐๕๑๙ (รับสั่งทำโต๊ะม.บูชา ผลิตภัณฑ์จากไม้)
     

    อำเภอเดิมบางนางบวช

     
    จักสานผักตบชวา ๒๗ ม.๒ บ้านห้วยทราย ต.โคกช้าง โทร. ๐ ๑๘๕๘ ๓๕๔๘ (จำหน่ายตะกร้า เฟอร์นิเจอร์ ของชำร่วยทำจากผักตบชวา)
    ผลิตภัณฑ์เรือนรักษ์สมุนไพร บ. เรือนรักษ์สมุนไพร จำกัด ๓/๕ ม.๖ ถ.สุพรรณ-ชัยนาท ต.นางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖,๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓,๐ ๒๖๗๖ ๑๓๔๘
    ทานตะวันช็อป ๑๐๖/๒ ม.๗ ต.เดิมบาง โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๙๐, ๐ ๓๕๕๗ ๘๒๓๙, ๐ ๓๕๕๐ ๘๔๖๕-๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๗ ๘๒๓๙ (จำหน่ายแห้ว กระจับ เงาะ วุ้นในน้ำเชื่อมและน้ำเชื่อม)
    ผ้าทอพื้นเมืองโบราณ ลาวซี–ลาวครั่ง ๒๕/๑ ม.๕ (บ้านทุ่งก้านเหลือง) ต.ป่าสะแก โทร. ๐ ๙๙๒๖ ๒๘๖๔
    หน่อไม้ไผ่ตงแกะสลัก ๔๕/๑ ม.๗ ต.เขาพระ
     

    อำเภอหนองหญ้าไซ

     
    ผ้าไหม ๖๒๘ ม.๙ บ้านทุ่งแสม ถ.ด่านช้าง-หนองเตย ต.หนองขาม โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๔๐๐, ๐ ๑๓๓๘ ๐๗๗๗, ๐ ๗๐๖๗ ๒๒๙๗ (จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าตีนจก ผ้าม่อฮ่อม)
    ข้าวกล้องหอมมะลิ ๓๐/๒ ม.๑ บ้านบัลลังก์ ต.หนองหญ้าไซ โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๗๑๓๑, ๐ ๙๘๐๐ ๒๒๙๔, ๐ ๑๙๔๓ ๘๕๐๗
     

    อำเภออู่ทอง

     
    กลุ่มผ้าปักด้นมือ ๑๔๒ ม.๓ ถ.มาลัยแมน ต.กระจัน อ.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๓๐๐ (จำหน่ายผ้าปักด้นมือ ลวดลายสวยงาม)
    ซองเดอร์ เครื่องดื่มธัญญาพืชสำเร็จรูป ๑๒๙ ม.๑ ถ.ด่านช้าง-มาลัยแมน ต.หนองโอ่ง โทร. ๐ ๙๙๒๒ ๗๘๑๓, ๐ ๒๙๖๗ ๑๒๐๐
    ผ้าทอวังทอง ๒๔ ม.๑๓ บ้านวังทอง ต.จระเข้สามพัน โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๔๐๘๐, ๐ ๑๙๒๔ ๔๕๐๙
    ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแผนไทย รพ. อู่ทอง ๒๐๒๔ ม.๖ ถ.มาลัยแมน ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๕๕๕๔, ๐ ๓๕๕๖ ๕๕๕๕, ๐ ๑๙๘๑ ๐๕๖๘, ๐ ๙๙๔๙ ๓๑๖๗
    ผัก ผลไม้ประดิษฐ์ ๒๙๘ ม.๖ ถ.ท่าพระยาจักร ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๒๙๙๑,๐ ๑๙๔๑ ๑๐๓๐
    สหกรณ์สวนป่าภาคเอกชนสุพรรณบุรี จำกัด ๔๖๘-๔๗๐ ม.๑๗ ถ.อู่ทอง-ด่านช้าง ต.ดอนคา โทร. ๐ ๓๕๔๒ ๑๗๔๔
     

    อำเภอสองพี่น้อง

     
    กล้วยเลย์ กล้วยม้วน ๔๔๑ ม.๔ ถ.ทุ่งคอก-พระแท่นดงรัง ต.บ่อสุพรรณ โทร. ๐ ๓๕๔๐ ๒๐๔๑, ๐ ๗๑๖๑ ๓๔๐๔, ๐ ๑๗๒๖ ๔๓๔๙
    ปลาหม่ำ ๙ ม.๔ ถ.บางสนุ่น ต.ต้นตาล โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๒๒๑๓, ๐ ๓๕๕๔ ๒๒๗๐
     

    อำเภอด่านช้าง

     
    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแก้วเจ้าจอม ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองม้วนซึ่งสมาชิกร่วมกันพัฒนาจากรสกะทิ โดยการนำสมุนไพรมาใส่สำหรับคนที่เอาใจใส่สุขภาพ เช่น รสขิง รสชาเขียว รสน้ำพริกเผาใบมะกรูด รสใบหม่อน รสกาแฟ รสกระเทียม รสสาหร่าย รสต้นหอมและรสถั่วดำ รสชาติอร่อย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๙๐๐๔, ๐ ๑๔๐๓ ๐๙๙๘
    กลุ่มอาชีพหัตถกรรมรากไม้ ๓๒ ม.๖ บ้านหนองผือ ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๙๒๐๐
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    กิ่งโพธิ์ไทร ๗๒ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๒๑๖, ๐ ๓๕๕๒ ๑๒๕๙ จำนวน ๘๐ ห้อง ราคา ๑๔๐–๓๐๐ บาท
    กีฬาและสุขภาพ (ใกล้วัดป่าเลไลยก์ ตรงข้ามคลองส่งน้ำ) ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๕๑๑๒-๓ จำนวน ๘๘ ห้อง ราคา ๔๐๐–๘๐๐ บาท
    คันทรี่ โฮเต็ล (ตรงข้ามสำนักงานขนส่งสุพรรณบุรี) ๒๐๗ ม.๓ ถ.สุพรรณบุรี-บางบัวทอง ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๒๙๗-๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๐ ๒๒๙๘ จำนวน ๔๖ ห้อง ราคา ๔๙๐ บาท
    คุ้มสุพรรณ ๒๘/๒ ถ.หมื่นหาญ ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๒๗๓-๖ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๓๕๕๓ จำนวน ๒๒๖ ห้อง ราคา ๗๐๐-๗,๕๐๐ บาท
    เค.เอ.ที ๒๗ ถ.พระพันวษา ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๓๙, ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๑๙ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๑๙๒๗ จำนวน ๕๗ ห้อง ราคา ๒๐๐–๓๒๐ บาท
    ดีรักษ์ ๒ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๕๑๓ จำนวน ๔๗ ห้อง ราคา ๒๐๐–๔๘๐ บาท
    บิ๊กอินน์ โฮเต็ล ๑๒๕/๖ ม.๘ ถ.ชัยนาท-สุพรรณบุรี ต.โพธิ์พระยา โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๘๔๖ จำนวน ๖๕ ห้อง ราคา ๒๕๐-๖๐๐ บาท
    พชร ๑ ถ.นางสร้อยฟ้า ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๐๐๗, ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๓๗ โทรสาร ๐ ๓๕๕๑ ๑๘๖๐ จำนวน ๔๖ ห้อง ราคา ๑๕๐-๔๕๐ บาท
    ไพฑูรย์ ๓๒๗-๘ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๐๙๔ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๑๕๐-๔๕๐ บาท
    วาเลนไทน์ ๑๙๕ ถ.เณรแก้ว ต.ท่าระหัด โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๘๓๖, ๐ ๓๕๕๒ ๑๘๔๑ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๔๐๐ บาท
    ศรีสุพรรณ ๓๑-๓๓ ถ.ขุนไกร ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๑๒๒ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๓๕๐ บาท
    ศรีอู่ทอง โฮเต็ล แอนด์ แมนชั่น ๑๑๓ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๖๘, ๐ ๓๕๕๐ ๑๑๙๑-๔, ๐ ๓๕๕๒ ๒๔๗๐, ๐ ๓๕๕๒ ๓๔๗๗ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๑๗๔๘ จำนวน ๖๐ ห้อง ราคา ๒๒๐-๔๕๐ บาท
    สองพันบุรี ๑๓๕/๑ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๕๕๕-๗, ๐ ๓๕๕๔ ๖๖๖๗-๗๑ จำนวน ๒๐๐ ห้อง ราคา ๖๕๐-๒,๒๐๐ บาท (พร้อมอาหารเช้า)
    สุลักษณ์ ๕๗๗-๘ ถ.พลายเพชร ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๕๗๖ จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๐๐ บาท
    โรงแรม ๙๙ ๑๘๙ ซ.๒ ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๐๙๔ จำนวน ๓๒ ห้อง ราคา ๒๕๐–๔๐๐ บาท
    ศรีอู่ทอง แกรนด์ ๑๙ ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๑๒๙๐-๓ จำนวน ๙๖ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐-๒,๒๐๐ บาท บังกะโล ๖ ห้อง ราคา ๖๕๐ บาท
     

    อำเภอศรีประจันต์

     
    บ้านเรือนไทย รีสอร์ท ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๒๘๙๑-๓, ๐ ๑๓๐๐ ๙๑๕๑ บ้านเดี่ยว ๑๖ หลัง บ้านแฝด ๑๖ หลัง บ้านบาหลี ๔ ห้อง ราคา ๑,๑๕๐–๑,๗๕๐ บาท
    วังยาง ริเวอร์ พาร์ค รีสอร์ท ๒๘/๑ ม.๖ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.วังยาง กิโลเมตรที่ ๑๐๕–๑๐๖ โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๖๙-๗๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๔ ๘๘๗๒ จำนวน ๒๒ ห้อง ราคา ๘๐๐–๑,๒๐๐ บาท บังกะโล ๒ ห้องนอน จำนวน ๒ หลัง ราคา ๑,๖๐๐ บาท บังกะโล ๔ ห้องนอน จำนวน ๒ หลัง ราคา ๓,๒๐๐ บาท บ้านเรือ ๑ หลัง ราคา ๒,๕๐๐ บาท และมีเต็นท์ให้เช่า ราคาเต็นท์ละ ๓๐๐ บาท
    ไม้งาม รีสอร์ท ๘๘ ม.๒ ต.วังยาง โทร. ๐ ๓๕๕๘ ๑๕๒๒, ๐ ๓๕๕๘ ๑๗๗๗ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๕๕๐ บาท บังกะโล ๖ ห้อง ราคา ๖๕๐ บาท
     

    อำเภอสามชุก

     
    สามชุกอินน์ ๑๓๑ ม.๑ ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สามชุก โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๔๒๓๕, ๐ ๓๕๕๐ ๔๗๕๒, ๐ ๓๕๕๐ ๔๒๑๐ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-๔๕๐ บาท
     

    อำเภออู่ทอง

     
    ทุ่งดินดำ รีสอร์ท ๑๙๙/๒ ม.๔ ถ.อู่ทองเลาขวัญ ต.บ้านโข้ง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๗๙๒, ๐ ๑๓๐๙ ๑๗๕๒ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท บ้าน ๒ ห้องนอน ๑ หลัง ราคา ๑,๕๐๐ บาท บ้าน ๓ ห้องนอน ๓ หลัง ราคา ๑,๗๐๐ บาท
    สยาม ๑๖๐๓ ม.๖ ซ.สุขศาลา ถ.อู่ทอง ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๕๗๐ จำนวน ๕๒ ห้อง ราคา ๒๐๐–๓๐๐ บาท
    สระปลายสวนรีสอร์ท ๑๙๙ ม.๔ ถ.มาลัยแมน ซ.๗/๑ ต.สระยายโสม โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๙๘๓๘-๙, ๐ ๙๒๕๗ ๓๕๘๖ จำนวน ๗ หลัง ราคา ๑,๙๐๐–๒,๙๐๐ บาท
    อู่ทองธานี ๑๙/๒ ม.๖ ถ.ท้าวอู่ทอง ต.อู่ทอง โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๘๔๐ จำนวน ๓๒ ห้อง ราคา ๒๐๐–๓๐๐ บาท
     

    อำเภอเดิมบางนางบวช

     
    เรือนรักษ์ สมุนไพร ๓/๕ ม.๖ ต.นางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๕๓๖๖, ๐ ๓๕๕๑ ๕๙๔๓-๔ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐
     

    อำเภอสองพี่น้อง

     
    แอลพี โฮเต็ล ๒๒๙ ถ.มาลัยแมน ต.สองพี่น้อง โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๒๗๓๐ จำนวน ๔๘ ห้อง ราคา ๒๐๐–๕๐๐ บาท
     

    อำเภอด่านช้าง

     
    ด่านช้างแค้มปิ้งเฮาส์ (ตรงข้ามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี) ๒๙๖/๑ ม.๑ ม.บ้านด่านช้าง ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๖๔๗, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๑๑, ๐ ๑๗๓๖ ๖๓๒๒, ๐ ๓๕๕๙ ๕๑๙๘ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท ห้องพักรวม ๘–๑๐ คน ราคา ๑,๐๐๐ บาท บ้านพัก ๒ หลัง ราคา ๖๐๐-๘๐๐ บาท
    แพชาวเขื่อน ๑๕๒/๓ ถ.ริมเขื่อนกระเสียว ต.ด่านช้าง โทร. ๐ ๗๑๑๒ ๔๖๗๕, ๐ ๑๒๙๘ ๗๗๘๓ ราคา ๓๐๐–๕๐๐ บาท
    ฉัตรแก้ว ๙๙๔/๑ ม.๑๙ ถ.ด่านช้าง-เดิมบางนางบวช ต.หนองมะค่าโมง โทร.๐ ๓๕๕๐ ๙๔๙๐ จำนวน ๙๐ ห้อง ราคา ๔๐๐ –๘๐๐ บาท
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

    • สำนักงานจังหวัด ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๗๖, ๐ ๓๕๔๐ ๘๒๐๐, ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๗๘
    • เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๘๗, ๐ ๓๕๕๑ ๑๐๒๑
    • ประชาสัมพันธ์จังหวัด ๐ ๓๕๔๐ ๘๒๒๐, ๐ ๓๕๕๓ ๕๔๒๓
    • สถานีตำรวจภูธร ๐ ๓๕๕๒ ๕๕๘๓-๔
    • บขส.สุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๒ ๒๓๗๓
    • สถานีรถไฟสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๕๐
    • โรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี ๐ ๓๕๕๐ ๐๒๘๓-๘, ๐ ๓๕๕๐ ๑๖๐๑-๕
    • โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ๐ ๓๕๕๐ ๒๗๘๔-๘, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๖๘–๙๘
    • โรงพยาบาลดอนเจดีย์ ๐ ๓๕๕๙ ๑๐๓๒, ๐ ๓๕๕๐ ๗๕๑๐, ๐ ๓๕๕๙ ๒๓๔๖
    • โรงพยาบาลเดิมบางนางบวช ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๓๒-๓, ๐ ๓๕๕๐ ๘๕๗๗, ๐ ๓๕๕๐ ๘๔๙๒
    • โรงพยาบาลบางปลาม้า ๐ ๓๕๔๐ ๐๕๗๘–๘๑
    • โรงพยาบาลศรีประจันต์ ๐ ๓๕๕๘ ๑๒๐๔, ๐ ๓๕๕๘ ๑๒๐๓, ๐ ๓๕๕๘ ๑๗๔๙–๕๑
    • โรงพยาบาลอู่ทอง ๐ ๓๕๕๕ ๑๔๒๒, ๐ ๓๕๕๕ ๑๔๓๒
    • โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ อ.สองพี่น้อง ๐ ๓๕๕๓ ๑๐๗๗
    • โรงพยาบาลสามชุก ๐ ๓๕๕๗ ๑๔๙๒
    • โรงพยาบาลด่านช้าง ๐ ๓๕๕๙ ๕๐๓๒, ๐ ๓๕๕๐ ๙๖๙๓-๖
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
     
    งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ จัด ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ มีการแสดงยุทธหัตถีชนช้างเทิดพระเกียรติ การออกร้านจำหน่ายสินค้าของอำเภอและหน่วยราชการต่าง ๆ รวมทั้งการแสดงมหรสพ งานนี้จะจัดในช่วงปลายเดือนมกราคม ระยะเวลาประมาณ ๙ วัน โดยจะกำหนดให้ตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี
    ประเพณีกำฟ้า เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวไทยพวน จัดประมาณวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ วันกำฟ้าชาวไทยพวนจะหยุดทำงาน แต่งตัวด้วยชุดแบบดั้งเดิม เตรียมอาหาร ขนมหวาน คือ ข้าวหลาม นำไปถวายพระ เมื่อถึงกลางคืนจะมีงานเลี้ยงฉลอง ประเพณีนี้ยังคงมีอยู่ในหมู่บ้านไทยพวน อำเภออู่ทองและตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า
    ประเพณีบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในหมู่ชาวไทยพวน ไทยเวียง ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เพื่อเป็นการบูชาเทวดาให้ฝนตกตามฤดูกาล มีการจัดเตรียมบั้งไฟแห่แหนไปวัดเพื่อยิงบั้งไฟ ปัจจุบันยังคงหาดูได้ในตำบลต่างๆ เช่น ตำบลบ้านโข่ง บ้านขาม ดอนคาในอำเภออู่ทอง และ ตำบลวัดโบสถ์ ตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า
     
    งานเทศกาลทิ้งกระจาด กำหนดจัดงานหลังสารทจีนไป ๓ วัน เริ่มวันที่ ๑๘ เดือน ๗ ของจีน ซึ่งตรงกับเดือน ๙ ของไทย ราวเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี สถานที่จัดงานอยู่ในเขตเทศบาล ตั้งแต่สมาคมตงฮั้วฮ่วยก้วง จนถึงด้านหลังเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี
    ประเพณีตักบาตรเทโว จัดขึ้นในเดือนตุลาคมหลังจากวันออกพรรษา จะมีการนำอาหาร ขนมโดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมต้มลูกโยนใส่บาตรถวายแด่พระสงฆ์
     
    ประเพณีแต่งงานของไทยโซ่ง พิธีแต่งงานดั้งเดิมของไทยโซ่ง หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายเจ้าสาวแล้ว เจ้าบ่าวจะจัดงานในวันขึ้น ๑ ค่ำ จนถึง ๑๓ ค่ำ ของเดือน ๔ เดือน ๖ และเดือน ๑๒ ยังมีจัดในหมู่ชาวไทยพวนที่ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง ตำบลบ้านดอน ตำบลดอนมะเกลือ ตำบลหนองแดง อำเภออู่ทอง
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมือง

     

    สวนเฉลิมภัทรราชินี และ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่ถนนนางพิม เป็นสวนสาธารณะมีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ในสวนมีสถานที่ต่างๆให้แวะชมไม่ว่าจะเป็นหอคอยบรรหาร-แจ่มใส อาคารแสดงผลงานของฯพณฯบรรหาร สวนน้ำพร้อมสไลเดอร์ สวนลายไทย สวนนกพิราบ สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น น้ำพุดนตรี สนามออกกำลังกาย ประชาชนนิยมมาเดินเล่นและออกกำลังกายในสวนตอนเย็นๆ เวลากลางคืนจะมองเห็นหอคอยเปิดไฟเป็นจุดเด่นของเมืองสุพรรณบุรี

    สวนเฉลิมภัทรราชินี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้

    วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๓๐ น.
    อัตราค่าเข้า ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕ บาท

    อาคารแสดงผลงานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้

    วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๓.๐๐–๑๘.๐๐ น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ น.

    สไลเดอร์และสวนน้ำ เปิดให้บริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้

    วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๕.๐๐–๑๘.๐๐ น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ น.

    น้ำพุดนตรี และผาน้ำตก เปิดทุกวันตามวัน และเวลาดังนี้

    วันศุกร์ เวลา ๑๗.๐๐–๑๙.๐๐ น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
    รอบเที่ยง เวลา ๑๒.๐๐–๑๔.๐๐ น.
    รอบเย็น เวลา ๑๗.๐๐–๑๙.๐๐ น.


    หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่ในสวนเฉลิมภัทรราชินี เป็นหอคอยชมวิวแห่งแรก และสูงที่สุดในประเทศไทยมองเห็นโดดเด่นอยู่กลางเมือง มีความสูงถึง ๑๒๓.๒๕ เมตร ฐานกว้าง ๓๐ เมตร การขึ้นเที่ยวชมหอคอย จะมีจุดแวะพักชมวิว ๔ ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นที่จำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ชั้นที่ ๒ เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอาหารว่างและจุดนั่งชมสวน ชั้นที่ ๓ เป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกและจุดชมตัวเมือง ชั้นที่ ๔ อยู่ในระดับสูงสุด ๗๘.๗๕ เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยรอบ มีกล้องส่องทางไกลบริการ ผนังห้องแสดงภาพวาดสีน้ำมันเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามวัน และเวลาดังนี้

    วันอังคาร-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๓๐ น.
    อัตราค่าขึ้นชม (ก่อน ๑๘.๐๐ น.) ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท
    อัตราค่าขึ้นชม (หลัง ๑๘.๐๐ น.) ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท
    ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๗๒๑, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๖๐-๔ และสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๑ ๑๙๘๗, ๐ ๓๕๕๑ ๑๐๒๑ โทรสาร ๐ ๓๕๕๒ ๒๙๗๓

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง ในบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นอาคารคอนกรีต ออกแบบผสมผสานระหว่างเรือนไทยและยุ้งฉางของชาวนา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำนาโดยไม่ได้จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ ชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีวิถีชีวิตของชาวนา เรื่องราวของข้าวในอดีต และที่น่าสนใจ คือ การพบเศษภาชนะดินเผาที่บ้านบางปูน ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งอาจเป็นหลักฐานพระราชพิธีแรกนาขวัญในสมัยอยุธยา ชั้นบน จัดแสดงพระราชจริยวัตรพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทยทรงพัฒนาการทำนาและการเกษตรของชาติ มีการจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙ ณ แปลงนาสาธิต บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่านและเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง และยังคงเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงใช้ นอกจากนี้ชั้นล่างยังมี ห้องค้นคว้าข้อมูล สำหรับค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุที่จัดแสดง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ ( ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๒๑๙๑
    วัดสุวรรณภูมิ (วัดกลางหรือวัดใหม่) เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนต้น ถนนพระพันวษา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ อาคารมี ๒ ชั้นเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูป นาฬิกา อาวุธ เชี่ยนหมาก ถ้วยชาม แจกัน แก้ว โดยเฉพาะบาตรสังคโลกสมัยสุโขทัยพุทธศตวรรษที่ ๑๘–๑๙ ซึ่งมีชิ้นเดียวในประเทศไทย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. (ควรติดต่อขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้า) โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๓๖๐๓, ๐ ๓๕๕๒ ๒๓๓๑
    บ้านยะมะรัชโช ตั้งอยู่ที่ถนนหมื่นหาญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง ใกล้สะพานอาชาสีหมอก ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และเป็นอดีตเสนาบดี ๓ กระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงนครบาลและกระทรวงโยธาธิการ ลักษณะบ้านเป็นเรือนหมู่ สภาพปัจจุบันเหลือตัวเรือนเดิม เรือนนอน ๒ หลัง หอกลาง ๑ หลัง หอนั่งสร้างใหม่แทนของเดิม ๑ หลัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จบ้านหลังนี้ ๒ ครั้ง และได้พระราชทานชื่อบ้านไว้ ต่อมาจังหวัดฯ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์บ้านยะมะรัชโช โดยส่งเข้าประกวดโครงการดีเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง ได้รับรางวัลพร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ปัจจุบันนี้บ้านยะมะรัชโชเป็นของกองทุนมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) สนใจชมบ้านยะมะรัชโช ติดต่อโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โทร. ๐ ๓๕๕๐ ๒๗๘๔-๘, ๐ ๓๕๕๒ ๔๐๘๘ ติดต่อ แผนกธุรการ
    วัดพระรูป ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน ยาว ๑๓ เมตร สูง ๓ เมตร ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๘๙๓ และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย
    อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชม ได้แก่ พระพุทธบาทไม้ เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้ ศิลปะการแกะสลักงดงามมาก มีขนาดยาว ๒๒๑.๕ เซนติเมตร กว้าง ๗๔ เซนติเมตร หนา ๑๐ เซนติเมตร ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง ๒ ด้าน มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลาย จึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูป นอกจากนี้ยังมี เจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี ระฆังสัมฤทธิ์ และธรรมาสน์สังเค็ด (วัตถุที่ถวายแก่สงฆ์ผู้เทศน์หรือผู้ชักบังสุกุลเมื่อเวลาปลงศพ) ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย และที่นี่ยังเป็นกรุของ “ พระขุนแผน ” อันมีชื่อเสียงอีกด้วย

    วัดประตูสาร อยู่ที่ถนนขุนช้าง ตำบลรั้วใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ไม่มีหลักฐานเก่าระบุว่าสร้างเมื่อใด แต่คงจะสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. ๒๓๗๙ ซึ่งเป็นปีที่สุนทรภู่มาสุพรรณบุรี ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฝีมือช่างหลวง เชื่อกันว่า เป็นคนเดียวกับที่เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหน่อพุทธางกูร เขียนราว พ.ศ. ๒๓๙๑ นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมที่เขียนบนพื้นไม้เป็นแผ่นๆ เรื่องพุทธประวัติและมหาชาติ ลักษณะของภาพเหมือนจะลอกแบบจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ เก็บรักษาอยู่ในวิหาร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๓๕๙๘
    ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมเป็นศาลไม้ทรงไทยมีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊ก(หมวกทรงกระบอก)สลักด้วยหินสีเขียว ปัจจุบันได้สร้างศาลเป็นรูปวิหารและเก๋งจีน เจ้าพ่อหลักเมืองนี้เป็นพุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน แบบศิลปเขมรอายุราวพ.ศ.๑๑๘๕–๑๒๕๐ หรือประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว มีพระนามว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่เรียกกันว่า พระนารายณ์สี่กร เป็นที่สักการะบูชาทั้งชาวไทยและชาวจีน ตามประวัติกล่าวว่า ประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้วมีผู้พบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จมดินจมโคลนอยู่ริมคลองศาลเจ้าพ่อ จึงได้ช่วยกันอัญเชิญขึ้นข้างบนพร้อมกับสร้างศาลเป็นที่ประทับ ในคราวเสด็จประพาสต้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จทรงกระทำพลีกรรมเจ้าพ่อหลักเมืองและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อเขื่อนรอบเนินศาล ทำชานสำหรับคนบูชา สร้างกำแพงแก้ว ต่อตัวศาลออกมาเป็นเก๋งแบบจีน สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์กับเจ้าพระยายมราช ทรงสนพระทัยในการปรับปรุงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเมื่อในราว พ.ศ.๒๔๘๐ ทุกปีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ของจีน จะมีพิธีงานประเพณี “ทิ้งกระจาด” (หรือ พิธีทิ้งทาน) จัดที่สมาคมจีน ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ถือเป็นการจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยนำสิ่งของต่าง ๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ มาแจกแก่ผู้ยากจน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๒ ๑๖๙๐

    กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง เมืองสุพรรณบุรีเก่าอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ (บ้านขุนช้าง) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี โดยยังหลงเหลือแนวกำแพงดินและคูเมืองให้เห็นระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กำแพงทางด้านทิศตะวันตกของเมืองทำแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น มีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก มีเนินดิน และกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง ๓,๕๐๐ เมตร ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว ๑,๐๐๐ เมตร จดแม่น้ำ ด้านตะวันออกไม่พบตัวกำแพง เพราะถูกรื้อในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขา เรื่อง เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า บรรยายภาพกำแพงเมืองสุพรรณบุรีว่า “ เมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว ๒๕ เส้น ดูกว้างประมาณ ๖ วา นอกเชิงเทิน ” ส่วนประตูเมืองตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนบนแนวกำแพงเมืองเก่า ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรตรงสถานที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม
    วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลังพ.ศ.๑๗๒๔ ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง ๒๓.๔๖ เมตร รอบองค์ ๑๑.๒๐ เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน ๓๖ องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ ๒ ครั้ง คือ ในวันขึ้น ๗-๙ ค่ำ เดือน ๕ และเดือน ๑๒
    ตรงข้ามวิหารวัดมีร้านขายสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองหลายร้านให้แวะเลือกซื้อ ด้านหลังวัดมี “คุ้มขุนช้าง” ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่กว้างขวาง ตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นไปบนเรือนจะเห็นฉากภาพวาดตัวละครขุนช้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บนเรือนแต่ละห้องมีภาพบรรยายเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน มีตู้จัดแสดงภาชนะเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆไม่ว่าจะเป็นฉากกั้นหรือถ้วยโถโอชามเก่าแก่แบบต่างๆ
    ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๘ ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนกำยาน ริมถนนมาลัยแมน เลยวัดป่าเลไลยก์ไปทางอำเภออู่ทองประมาณ ๑ กิโลเมตร ตรงข้ามสวนน้ำสุพรรณบุรี ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมในครอบครัว และหัตถกรรมในเขตพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคตะวันตก มีอาคารแสดงนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมฝีมือดีเด่นสวยงามประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องหนัง เสื้อผ้า เครื่องหวาย จากในเขตพื้นที่ดูแล รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาย่อมเยา เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐–๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๕๔ ๕๕๑๘-๙

    สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ไปตามทางสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๒) กิโลเมตรที่ ๖-๗ เข้าถนนคันคลองไปประมาณ ๒ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๒๐๐ เมตร สวนนกแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ดินของป้านก พันธุ์เผือก และลุงจอมกับป้าถนอม มาลัย เดิมเป็นสวนผลไม้ในระยะแรกยังมีนกไม่มาก ต่อมานกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของที่ดินเป็นคนใจดีจึงปล่อยให้นกมาอาศัยทำรังจนนกเพิ่มเป็นจำนวนนับหมื่นตัว นับเป็นเวลากว่า ๔๐ ปีแล้วมีนกหลายชนิด เช่น นกปากห่าง นกกระสา นกยาง และนกช้อนหอย เป็นต้น ต่อมาทางราชการเข้ามาดำเนินการพัฒนาสวนนกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ มีหอดูนกไว้ขึ้นชมนกจากมุมสูง เวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง ส่วนตอนเย็นจะเห็นนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน ช่วงที่มีนกมาก คือ ช่วงเดือนตุลาคม
    สระศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๒) กิโลเมตรที่ ๗-๘ ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๓ กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านท่าเสด็จ สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง ๔ สระ คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ต่อมาพบอีก ๒ สระ คือ สระอมฤต ๑ และสระอมฤต ๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า “…แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ…น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด…” น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษกตามลัทธิพราหมณ์ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้ แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง
    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยู่ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ ๓๐๐ เมตร เขตตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า ๖๐๐ ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก กรุในองค์พระปรางค์นี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน “เบญจภาคี” ๕ พระเครื่องยอดนิยม อันได้แก่ พระสมเด็จนางพญาของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณ พระสมเด็จนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พระทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชรและพระรอด จังหวัดลำพูน นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะจากหลักฐานการก่อสร้างองค์ปรางค์เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา
    วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุไปทางเหนือประมาณ ๒ กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ ๙.๕๐ เมตร อายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากต้นมะขามต้นนี้กับท่านอาจารย์คงเพื่อใช้เวลาโจมตีข้าศึก ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า “คุ้มขุนแผน” เพื่อเป็นอุทยานวรรณคดีและเป็นการอนุรักษ์ศิลปด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง ๑.๔๐ เมตร ยาว ๒.๘๐ เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นลายดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มี เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้มกรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๑๒

    วัดพระลอย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลรั้วใหญ่ เลยวัดแคไปไม่ไกล สาเหตุที่สร้างวัดนี้น่าจะมาจากที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหินทรายขาวลอยมาตามแม่น้ำท่าจีน(แม่น้ำสุพรรณ) จึงได้ทำพิธีอาราธนาขึ้นมาจากแม่น้ำ สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ที่ปรักหักพังสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ทางวัดได้ปฏิสังขรณ์โดยสร้างโบสถ์ใหม่ครอบ และยังมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่ สูงเด่น สง่างาม ประดิษฐานพระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆ เก่าแก่มาก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดผู้มาเที่ยวชมสามารถให้อาหารปลาได้ ถือเป็น อุทยานมัจฉา อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี

    วัดหน่อพุทธางกูร

    วัดหน่อพุทธางกูร เดิมชื่อ วัดมะขามหน่อ ตั้งอยู่ที่ตำบลพิหารแดง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ เลยวัดพระลอยไปทางเหนือประมาณ ๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๕๐๗ กิโลเมตรที่ ๓ เป็นวัดเงียบสงบสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ ค่อนข้างสมบูรณ์ชัดเจน เป็นจิตรกรรมที่มีความงดงาม เขียนราว พ.ศ. ๒๓๙๑ ในสมัยรัชกาลที่ ๓
    วัดพระนอน ตั้งอยู่ตำบลพิหารแดง เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณวัดจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด และยังมีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ ๒ เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand

    วัดพร้าว อยู่ที่ตำบลโพธิ์พระยา ติดกับประตูน้ำโพธิ์พระยา เลยวัดพระนอนไปทางเหนือ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร ภายในวัดมีวิหารลักษณะเด่น คือ เลียนแบบสถาปัตยกรรมพม่า หลังคาซ้อนชั้นทรงสูง มีความงดงามแปลกตา เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ด้านหลังวัดยังมีหอไตรกลางน้ำ ตู้พระธรรม สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ บนต้นหว้าหลังวัดเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวเกาะห้อยหัว ตัวใหญ่เท่าแม่ไก่ สีดำเต็มไปหมด

       

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตั้งอยู่บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) ตำบลสนามชัย ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี ตรงข้ามกับศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วยวิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี หอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี หอสมุดแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรีเฉลิมพระเกียรติ และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในอาคารนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์ ได้จัดแสดงประวัติฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองสุพรรณบุรีในอดีต พัฒนาการของเมืองสุพรรณบุรีตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ ทวารวดี ลพบุรี อยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ จัดแสดงเหตุการณ์สำคัญครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชชนะศึกยุทธหัตถีผ่านสื่อโสตทัศนูปกรณ์ จัดแสดงประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมของกลุ่มชนต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีในอดีต ท่านสามารถชมพระพิมโบราณจากกรุวัดที่มีชื่อเสียงต่างๆในเมืองสุพรรณบุรี พร้อมยังรวบรวมผลงานของศิลปินในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งเพลงพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐
    โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) ตำบลสนามชัย ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโรงละครภูมิภาคขนาด ๘๕๐ ที่นั่ง ซึ่งกำหนดให้สร้างขึ้นสำหรับภาคตะวันตกของประเทศ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการแสดง ให้บริการทางวิชาการด้านนาฏศิลป์ ดนตรี รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างชาติ ประจำภาคตะวันตก มีการจัดการแสดงละครและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมโดยนักเรียนของวิทยาลัยนาฎศิลปให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ทุกวันเสาร์ที่ ๑, ๒ และ ๓ สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๒, ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๘ อัตราบัตรเข้าชมราคา ๔๐ บาท ๖๐ บาทและ ๘๐ บาท
    วัดสนามชัย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลสนามชัย ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๒ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๕๗ ไร่ อยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีฝั่งตะวันออก จากพงศาวดารเหนือเล่าว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้องผู้เป็นญาติสร้างขึ้นพร้อมกับบูรณะวัดป่าเลไลยก์ สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปีพ.ศ. ๑๗๔๖ พบซากเจดีย์ขนาดใหญ่และกำแพงแก้วพร้อมเจดีย์บริวารเล็กๆทั้งสี่ทิศ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๔–๒๕๐๕ กรมศิลปากรขุดแต่งองค์เจดีย์ ภายในกลวง พบอัฐิธาตุป่นปนกับเถ้าถ่านจำนวนมากบรรจุไว้ในองค์เจดีย์ นักโบราณคดีให้ข้อสันนิษฐานและคำอธิบายว่า เจดีย์วัดสนามชัย เป็นเจดีย์ ๑๖ เหลี่ยม กว้างด้านละ ๔๘ เมตร ยาวด้านละ ๖๒ เมตร สันนิษฐานจากศิลปะการก่อสร้างว่ามีการสร้างซ้อนกันอย่างน้อย ๒ สมัย ตั้งแต่สมัยทวารวดี-สมัยอู่ทอง (คือช่วงปลายทวารวดีต่อสมัยอยุธยา) และ สมัยอยุธยา
    วัดมหาธาตุ หรือ วัดพระธาตุศาลาขาว อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนมาลัยแมน (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ) ทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ ไปประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๔๕ วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดสวนแตง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดพระธาตุนอก เพราะลักษณะพระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่ขนาดย่อมกว่า มีความสูงประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร จากสภาพที่หลงเหลือปัจจุบันเป็นพระปรางค์เดี่ยว มีบันไดและซุ้มประตู ยอดพระปรางค์มนกว่ายอดพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งมียอดแหลม แผ่นอิฐมีขนาดเล็ก และสอด้วยปูนหวาน เนื้อหยาบ จากหลักฐานของโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบได้จากพระปรางค์ สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างในราว พ.ศ. ๑๙๖๗-๒๐๓๑ ในรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) หรือพระบรมไตรโลกนาถ ปัจจุบันพระธาตุอยู่ในสภาพทรุดโทรม
     

    อำเภอดอนเจดีย์

     

    พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์

    พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๓๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒ (สุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์) ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปีพ.ศ.๒๑๓๕ และในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง ๖๖ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๓๖ เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๒ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็นวันกองทัพไทย ต่อมาทางราชบัณฑิตได้คำนวณแล้วพบว่าวันทางจันทรคติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี คือวันจันทร์เดือน 2 แรม 2 ค่ำ จุลศักราช 954 ตรงกับวันที่ 18 มกราคม จึงเปลี่ยนเป็นวันดังกล่าว พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ทุกปี เลยจากเจดีย์ไปประมาณ ๑๐๐ เมตร เป็นที่ตั้งของ พระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา มีผู้นิยมไปสักการะบูชาอยู่เสมอ

    โบราณสถานบึงหนองสาหร่าย อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เลยพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ ประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรทรงเลือกบริเวณหนองสาหร่ายเป็นที่ตั้งทัพเพราะน้ำบริเวณหนองสาหร่ายมีมากพอที่จะให้ทหารจำนวนแสนคน พร้อมช้าง ม้าได้อาศัยเป็นเวลาแรมเดือน ประกอบกับเป็นชัยภูมิที่ตั้งสูงห่างข้าศึก ปัจจุบันสภาพหนองน้ำตื้นเขินและมีเนื้อที่เหลือที่เป็นหนองน้ำเพียง ๒๙ ไร่ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้เรียงรายร่มรื่น เนื่องจากสภาพทรุดโทรมนักท่องเที่ยวไม่นิยมมาท่องเที่ยว
     

    อำเภอบางปลาม้า

     
    อุทยานมัจฉา วัดป่าพฤกษ์ อยู่ที่ตำบลบ้านแหลม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ กิโลเมตรที่ ๘๖ จะเห็นป้ายทางเข้าจากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๐ บริเวณหน้าวัดมีฝูงปลาโดยเฉพาะปลายสวาย ปลาเทโพ ปลานิล เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถยืนชม และให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิดบริเวณริมแม่น้ำซึ่งทางวัดก่อสร้างเป็นเขื่อนทางเท้าริมน้ำยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร

    วัดสวนหงษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดบางปลาม้า เป็นสถานที่แข่งเรือยาวประจำทุกปี โดยทางเจ้าอาวาสได้มีการเก็บสะสมเรือชนิดต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาไว้ที่วัดมากกว่า ๗๐ ลำ
     

    อำเภอศรีประจันต์

     

    บ้านควาย ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ (สุพรรณบุรี-ศรีประจันต์) กิโลเมตรที่ ๑๑๕-๑๑๖ เป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลาง มีพื้นที่ ๑๐๐ กว่าไร่ แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น หมู่บ้านชาวนาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกควาย โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านเรือนไทยภาคกลาง เรือนแต่ละหลังมีกิจกรรมสำหรับผู้สนใจ เช่น เรือนแพทย์แผนไทย การนวดแผนไทย และการใช้สมุนไพร เรือนโหราศาสตร์ มีลานแสดงควาย วันจันทร์-ศุกร์ มีการแสดงรอบ ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น. และ ๑๕.๐๐–๑๕.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ การแสดงรอบ ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น., ๑๔.๓๐–๑๕.๐๐ น. และ ๑๖.๐๐–๑๖.๓๐ น. ด้านหน้าทางเข้ามีร้านขายสินค้าที่ระลึกของบ้านควายสำหรับนักท่องเที่ยว บ้านควายเปิดให้เข้าชมทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐–๑๘.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ๐๙.๓๐-๑๘.๓๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๑๕๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๗๐ ๐๓๙๕-๗ สำนักงานสุพรรณบุรีโทร ๐ ๓๕๕๘ ๒๕๒๑-๓ หรือ www.buffalovillages.com

    วัดบ้านกร่าง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วม ๔๐๐ ปี เป็นวัดที่มีกรุพระขุนแผนบ้านกร่าง เป็นเนื้อดินเผาศิลปะอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช เมื่อตอนยกทัพกลับผ่านอำเภอศรีประจันต์ ได้พักทัพริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ทรงรับสั่งให้ทหารสร้างพระเครื่องซึ่งเล่ากันว่า เป็นจำนวนถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ บรรจุในกรุวัดบ้านกร่าง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารที่เสียชีวิต พระพิมพ์บ้านกร่างคู่เป็นพระที่มีความหมายมาก ในการสร้างพระครั้งนี้แม่พิมพ์แกะเป็นสององค์คู่กัน โดยสมมติให้เป็นองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ พระรูปแบบนี้หายากในกรุอื่นๆ ทั่วประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่
    พระอุโบสถและวิหาร เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ศิลปะสมัยอู่ทอง ใบเสมาที่เรียงรายรอบพระอุโบสถมีที่มาจากการนำพระวัดกร่างพิมพ์ทรงพลใหญ่มาจำลองให้มีขนาดเท่าใบเสมา ใบเสมาของวัดนี้จึงมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนวัดใด ส่วนวิหารมีอายุราว ๔๕๐ ปี ประดิษฐานหลวงพ่อแก้วและพระประธานภายในวิหาร มณฑป อยู่ถัดจากวิหาร ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๗๖ ด้านหลังวิหาร ประดิษฐาน เจดีย์ ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ จากองค์เดิมที่สร้างในสมัยอยุธยาซึ่งชำรุด ความสูงจากฐานถึงยอดเจดีย์ราว ๕.๗๐ เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเครื่องตระกูลวัดบ้านกร่าง(พระขุนแผน) และภายในพระเจดีย์ เคยพบพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์จำนวน ๒๐–๓๐ องค์ และพระเครื่องซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วสีเขียว
    บริเวณริมแม่น้ำประดิษฐาน เจดีย์กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีอายุราว ๑๕๐ ปี มีลักษณะย่อมุมไม้สิบสองแต่เดิมองค์พระเจดีย์ตั้งอยู่กลางแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นไว้สำหรับคนทั่วไปสักการะบูชาในวันลอยกระทง แต่เนื่องจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ เป็นเหตุให้พระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จทรงนมัสการเจดีย์กลางน้ำองค์นี้ คราวเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ และตั้งพลับพลาที่ตำบลบ้านกร่าง
    บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีปลาอาศัยจำนวนมาก ทางวัดสร้างแพหลังคาทรงไทยขนาดใหญ่ให้ผู้มาเที่ยวชมสามารถทำบุญเลี้ยงปลา นับเป็นอุทยานมัจฉา แห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้จะสังเกตเห็นเรือนแถวหน้าทางเข้าวัดบ้านกร่าง เป็นเรือนแถวไม้สองชั้น แบบโบราณ บรรยากาศเงียบสงบ สะท้อนความเป็นอยู่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมของผู้คนแถวนี้
    การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ผ่านอำเภอศรีประจันต์ เข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ กิโลเมตรที่ ๑๔–๑๕ ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี(แม่น้ำท่าจีน) คนละฝั่งกับที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๒๐ กิโลเมตร

    สวนพืชไร้ดิน (Soilless Culture Center) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลวังน้ำซับ ริมถนนกรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี – ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) สวนพืชไร้ดินมีเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ ปลูกพืชผักตามฤดูและผักเมืองหนาวด้วยวิธีไม่ใช้ดิน โดยปลูกบนแผ่นฟองน้ำ ทราย กรวด ขี้เลื่อยหรือในสารละลายธาตุอาหารแทน ปราศจากศัตรูพืชวัชพืช และสารป้องกันโรคพืช ทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารพิษ นับเป็นนวัตกรรมความคิดริเริ่มใหม่ที่มุ่งพัฒนาด้านเกษตรกรรมของไทยสิ่งที่น่าสนใจภายในสวนพืชไร้ดิน ได้แก่ สวนพืชไร้ดินที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ แปลงพืชไร้ดินที่ยาวที่สุดในโลก ๗๒ เมตร (เฉลิมพระเกียรติในวโรกาส ๗๒ พรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ) บ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาเศรษฐกิจหลากหลายพันธุ์ ผักไร้สารพิษ ๑๐๐ % สดจากฟาร์ม สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่สวนพืชไร้ดิน สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๕ ๐๔๐๐ สุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๖ ๒๒๐๐-๑, ๐ ๑๙๓๐ ๐๐๐๐ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. (มีวิทยากรนำชม)
     

    อำเภอสามชุก

     
    ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ แยกเข้าอำเภอสามชุก อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก เป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพบ้านเรือน และตลาดแบบดั้งเดิม สิ่งที่น่าสนใจได้แก่อาคารพิพิธภัณฑ์ขุนจำนงค์ เป็นอาคารไม้โบราณขนาด ๓ ชั้น ซึ่งท่านเจ้าสัวเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร และเพลิดเพลินกับขนม อาหารพื้นเมือง และกาแฟโบราณที่ยังใช้เครื่องคั่วกาแฟแบบดั้งเดิมบริเวณริมน้ำ
    วัดสามชุก ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ เลขที่ ๓ ตำบลสามชุก มีพื้นที่ ๒๐ ไร่ อยู่เหนือที่ว่าการจังหวัดสุพรรณบุรี ๓๔ กิโลเมตร ห่างจากถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท ๖๐๐ เมตร เป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใดมีสิ่งที่เป็นหลักฐานว่าเป็นวัดเก่า คือ รอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานในมณฑป กรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานในมณฑปเป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยา ปัจจุบันปฏิสังขรณ์และนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานบนศาลาการเปรียญ และยังมีหงส์สัมฤทธิ์ ๑ คู่ อดีตตั้งอยู่หน้ามณฑป ปัจจุบันอยู่ที่หอสวดมนต์ ๑ ตัวและที่กุฏิพิพิธภัณฑ์ ๑ ตัว บริเวณหอสวดมนต์ประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ชาวบ้านนิยมมาสักการะบูชาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กับวัดมาช้านาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๑๗๙๑, ๐ ๓๕๕๗ ๒๗๕๕

    วัดลาดสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสระ ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ที่แยกจากทางหลวงหมายเลข ๓๐๓๘ ประมาณ ๗ กิโลเมตร ระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์ เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อ “วัดราชสิงห์” มีคำเล่าสืบทอดกันมาว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างวัดนี้ขึ้นมาภายหลังจากที่ประสบชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีและทรงทราบข่าวว่า พระสุพรรณกัลยาที่เป็นตัวประกันอยู่ที่เมืองพม่าถูกประหารชีวิต เป็นการล้างแค้นที่พระมหาอุปราชสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงของ้าว พระองค์จึงทรงสร้างวัดเพื่ออุทิศพระกุศลให้แด่พระสุพรรณกัลยา ปัจจุบันวัดยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์ ที่กล่าวถึงคือ “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปศิลาแลง ปางสะดุ้งมาร (มารวิชัย) เกตุบัวตูม อายุประมาณ ๕๐๐ ปี ภายในบริเวณเป็นที่ประดิษฐานของอนุสาวรีย์ ๓ พระองค์ อันได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชาในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

    บึงระหาร อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๓๘ กิโลเมตร เป็นบึงขนาดใหญ่ มีถนนรอบบึงมีร้านอาหารและศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
     

    อำเภอเดิมบางนางบวช

     

    วัดเขาขึ้น หรือ วัดเขานางบวช (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ) ห่างจากจังหวัดประมาณ ๕๑ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ กิโลเมตรที่ ๑๓๘–๑๓๙ มีทางลาดยางขึ้นไปจนถึงวัดซึ่งตั้งอยู่บนเขานางบวช หรือจะเดินขึ้นบันได ๒๔๙ ขั้น ไปจนถึงยอดเขาก็ได้ พระอาจารย์ธรรมโชติเป็นพระที่มีความสำคัญในศึกชาวบ้านบางระจัน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรางของขลัง ชาวบ้านบางระจันจึงนิมนต์ไปเป็นขวัญและกำลังใจในการสู้รบกับพม่า ภายในวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ด้านนอกวิหารจะเห็น เจดีย์หินแผ่น เป็นหินแผ่นบางๆ วางซ้อนเป็นรูปเจดีย์ขนาดไม่สูงมากตั้งอยู่ติดกับวิหาร ในโบสถ์หลังใหม่มีรูปปั้นอาจารย์ธรรมโชติ เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอเดิมบางนางบวชได้อย่างทั่วถึง
    วัดหัวเขา ตั้งอยู่หมู่ ๒ ตำบลหัวเขา ในตัวอำเภอเดิมบางนางบวช ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ผ่านเข้าตัวอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๐ ประมาณกิโลเมตรที่ ๒-๓ เมื่อถึงวัดหัวเขาจะเห็นบันไดขึ้น-ลงเขาทำด้วยคอนกรีตจำนวนรวม ๒๑๒ ขั้น ทุกปีทางวัดจะจัดงานประเพณีตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นพิธีทำบุญของชาวไทยในเทศกาลออกพรรษา งานเริ่มหลังจากวันออกพรรษา ๑ วัน คือ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ มีผู้คนมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก
    วัดเดิมบาง ห่างจากจังหวัดประมาณ ๕๕ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ ธรรมาสน์ที่สร้างโดยช่างชาวจีน เป็นศิลปะไทยผสมจีน สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๕๘ สร้างเสร็จพ.ศ. ๒๔๖๖ ปัจจุบันเก็บไว้บนศาลาการเปรียญ นอกจากนั้นที่หอสวดมนต์ยังเก็บของมีค่าของวัดไว้ ๓ ชิ้น ได้แก่ ฝาบาตรมุก ตาลปัตร และปิ่นโต ซึ่งรัชกาลที่ ๕ พระราชทานแก่วัด ทางวัดเก็บรักษาไว้อยู่ในสภาพดี และยังมีมณฑปและหอระฆังที่ก่อสร้างอย่างประณีตสวยงาม ส่วนภายในพระอุโบสถที่บูรณะใหม่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสภาพสมบูรณ์

    บึงฉวาก เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๒,๗๐๐ ไร่ อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองสุพรรณประมาณ ๖๔ กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ ๑,๗๐๐ ไร่ บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๖ และในปีพ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง ลักษณะที่เรียกว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือ พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม น้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรและชั่วคราว ทั้งแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล แหล่งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลและทะเลในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดต่ำสุด น้ำลึกไม่เกิน ๖ เมตร ซึ่งบึงฉวากเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว คือเป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ ๑–๓ เมตร พื้นที่บึงฉวากอยู่ในความดูแลของหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นต้น
    ริมบึงฉวากมีบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบายตลอด ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงและชมพู ในช่วงตอนเช้าบัวจะบานสวยงาม นกเป็ดแดงฝูงใหญ่จับกลุ่มอยู่ตามกอบัวในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมและนกจะทยอยกลับในช่วงเดือนเมษายน มีศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน มีบริการขี่จักรยานน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมริมบึง ปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาบึงฉวากให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่ในความดูแลเช่น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำรวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาสวยงามและพันธุ์ปลาหายากเอาไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา แบ่งเป็น ๒ อาคาร อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ ๑ จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำเค็ม ทั้งพันธุ์ปลาไทย และพันธุ์ปลาต่างประเทศกว่า ๕๐ ชนิดเช่น ปลาบึก ปลากระโห้ ปลาม้า ปลากราย ปลาช่อนงูเห่า ปลาเสือตอ เป็นต้น อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ ๒ ประกอบด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่สวยงามบรรจุน้ำได้กว่า ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตร และมีอุโมงค์ความยาวประมาณ ๘.๕ เมตร ผู้ชมสามารถเดินลอดผ่านใต้ตู้ปลาได้บรรยากาศเหมือนอยู่ใกล้สัตว์น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย มีนักประดาน้ำหญิงสาธิตการให้อาหารปลา นอกจากนั้นโดยรอบยังมีตู้ปลาน้ำจืดอีก ๓๐ ตู้ และตู้ปลาทะเลสวยงามอีก ๗ ตู้ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๑๐.๐๐–๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๙.๐๐–๑๘.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘-๙, ๐ ๓๕๔๓ ๙๑๙๐ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘
    บ่อจระเข้น้ำจืด เป็นบ่อจระเข้ที่ได้จำลองให้มีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาด ๑.๕–๔.๐ เมตร ประมาณ ๖๐ ตัว ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอยู่แบบธรรมชาติของจระเข้และสามารถเข้าชมอย่างใกล้ชิด
    ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก สร้างขึ้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๕๐ ประกอบไปด้วย อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ การดูนก สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก มีตู้จำลองระบบนิเวศ ห้องฉายสไลด์วิดีทัศน์ ด้านนอกอาคารมี กรงเลี้ยงนก ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ ๕ ไร่ สูง ๒๕ เมตร ภายในกรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ประกอบด้วยนกกว่า ๔๕ ชนิด ที่น่าสนใจได้แก่ นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ฟ้าสีทอง ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นไก่ฟ้าที่มีความสวยงามที่สุดในโลก มีการจำลองน้ำตกขนาดเล็กเอาไว้ภายในกรง ผู้เข้าชมจะเดินตามทางเดินที่จัดไว้และได้สัมผัสใกล้ชิดกับนกต่างๆ ที่ปล่อยให้มีชีวิตอยูในสภาพแบบธรรมชาติเดินผ่านหน้าเราไป หากเดินถัดไปจากกรงนก จะเป็นกรงเสือขนาดใหญ่ กรงเสือขนาดเล็ก มีเสือชนิดต่างๆให้ชมและ ที่พิเศษคือ มีลูกเสือดูดนมหมู และสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ๐๘.๐๐–๑๖.๓๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ๐๘.๐๐–๑๘.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๖, ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๑๒๕๐
    กรงเสือและสิงโต ลักษณะภายในตกแต่งเป็นถ้ำและเนินหินให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ซึ่งเป็นกรงเลี้ยงสัตว์ ป่าตระกูลแมว อันได้แก่ สิงโต เสือโคร่ง เสือลายเมฆ เสือดาว แมวดาว เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีกรงสัตว์ป่าหายากอีกหลายประเภทที่จัดแสดงไว้ เช่น นกน้ำ นกยูงและไก่ฟ้าชนิดต่างๆ ม้าลาย อูฐ และนกกระจอกเทศ เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๖, ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๑๐
    อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ เฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน โดยรวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยกว่า ๕๐๐ ชนิด มาปลูกไว้ในบริเวณเกาะกลางบึงฉวาก มีทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และไม้ชื้นแฉะที่น่าสนใจได้แก่ น้ำเต้าสี่เหลี่ยม บวบหอมขนาดใหญ่ อุโมงค์น้ำพุ และการจัดสวนไม้ประดับด้วยผักพื้นบ้าน นอกจากนั้นยังมีโรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ และสาธิตการปลูกพืชไร้ดินจัดแสดงให้ชมด้วย และมีห้องสมุดบริการคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าข้อมูลพันธุ์ผักต่างๆ ห้องนิทรรศการแสดงผลผลิตทางการเกษตร ศูนย์บริการท่องเที่ยวเกษตรอุทยานผักพื้นบ้านฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๑๙๔๘ ๙๒๑๔, ๐ ๙๘๓๖ ๑๓๕๘ โทรสาร ๐ ๓๕๔๓ ๙๒๐๘ หรือ สำนักงานเกษตร อำเภอเดิมบางนางบวช โทร. ๐ ๓๕๕๗ ๘๐๖๑ การเดินทาง จากถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐) เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวช สามารถเข้าไปได้ ๒ ทาง คือ เมื่อถึงสี่แยกทางเข้าตัวอำเภอเดิมบางนางบวช เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ตรงไปจนพบสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน อีกเส้นทางหนึ่งไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ หลักกิโลเมตรที่ ๑๔๗ ด้านซ้ายมือจะเห็นโรงเรียนวัดเดิมบางนางบวช ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างโรงเรียน ข้ามแม่น้ำแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนน จนพบสะพานข้ามคลองชลประทานด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นบึงฉวาก
     
    กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี่–ลาวครั่ง ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าไปท่องเที่ยวชมตำบลป่าสะแก ดูเรือเก่าแก่โบราณอายุ ๑๐๐-๑๒๐ ปี ไหว้รอยพระพุทธธาตุ เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่วัดดอนมะเกลือ ออกจากวัดดอนมะเกลือไปดูผ้าทอแบบเก่าแก่โบราณอายุประมาณ ๑๐๐–๑๕๐ ปี ดูวิธีการทอผ้าแบบดั้งเดิมจากภูมิปัญญา บรรพบุรุษสืบทอดไว้ให้ซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรีที่กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี่–ลาวครั่ง ชมการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการต้อนรับผู้ หลักผู้ใหญ่ตลอดนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ จะทำพิธีสู่ขวัญข้าว คือนำข้าวเปลือกจากท้องนามาเข้ายุ้ง เพื่อนำมาเก็บไว้ก่อนออกนำไปจำหน่าย ต้องทำพิธีสู่ขวัญข้าวก่อนเรียกขวัญข้าว ไหว้แม่พระโพสพ ที่ทำการบ้านเลขที่ ๒๕/๑ หมู่ ๕ (บ้านทุ่งก้านเหลือง) ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๒๐ ภายใต้การนำโดย นางสมจิตร ภาเรือง โทร. ๐ ๙๙๒๖ ๒๘๖๔
    วัดขวางเวฬุวัน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่โบราณในสมัยทวารวดี หรือเมืองนเรศ (ภาษาท้องถิ่น) อายุประมาณ ๔๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ อิฐโบราณ เป็นบ้านเกิดของนักร้องชื่อดัง คือ สายัณห์ สัญญา แหล่งกำเนิดของสามเสือสุพรรณ คือ เสือดำ นามสกุล สะราคำ เสือใบ เสือฝ้าย
     

    อำเภออู่ทอง

     

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ติดกับที่ว่าการอำเภออู่ทองและโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย เป็นสถานที่รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุในสมัยต่างๆ ที่ขุดค้นพบ แสดงวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคต่างๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี แบ่งออกเป็น ๒ อาคาร คือ อาคารที่ ๑ จัดแสดงการค้นพบเมืองอู่ทองสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยวัฒนธรรมทวารวดี พระพุทธรูปสมัยทวารวดี อาคารที่ ๒ จัดแสดงห้องชาติพันธุ์วิทยาและลูกปัดที่ค้นพบในเมืองอู่ทองตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวารวดี ส่วนลานกลางแจ้งสร้างเป็นเรือนแบบลาวโซ่ง จัดแสดงวัฒนธรรมประเพณี การแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวลาวโซ่ง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๐๔๐, ๐ ๓๕๕๕ ๑๐๒๑

    วันเขาพระศรีสรรเพชญาราม เดิมชื่อ วัดเขาพระ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๓๔ กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ในตัวอำเภออู่ทอง ใกล้หอนาฬิกาบรรหาร-แจ่มใส เข้าซอยไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าตั้งแต่สมัยทวารวดี เพราะมีโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งสลักจากเนื้อหิน เทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน บนยอดเขาพบซากเจดีย์อยุธยา ๑ องค์ และยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองแกะสลักด้วยหินเขียวธรรมชาติ ประดิษฐานไว้ในมณฑปบนยอดเขาอีกด้วย ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธไสยาสน์ ๒ ครั้ง คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ กับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕

    วนอุทยานพุม่วง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลจระเข้สามพัน ห่างจากจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ กิโลเมตรที่ ๑๒๘–๑๒๙ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๒ ไป ๕๐๐ เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๗๒๕ ไร่ สภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าไผ่รวก ภายในวนอุทยานมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางเดินจะเห็นไม้เบญจพรรณจำพวกไม้มะค่า ไผ่ จันทน์กะพ้อ จันทน์ผา

    คอกช้างดินสมัยทวารวดี อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ อายุราว ๑,๕๐๐ ปี จำนวน ๓ คอก มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ ฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่สำหรับกษัตริย์ทำพิธีบวงสรวงสังเวยเพื่อคล้องช้างป่า น้ำตกพุม่วง ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน มีทั้งหมด ๕ ชั้น ตลอดเส้นทางที่น้ำตกไหลผ่าน จะผ่านจุดที่น่าสนใจ คือ คอกช้างดินและฐานศิลาแลง หากขึ้นไปบนเทือกเขาพระจะเห็นพันธุ์ไม้นานาชนิดอาทิ เช่น จันทน์กะพ้อ และปรงเผือก มี ลานหิน ที่มีก้อนหินน้อยใหญ่วางสลับกัน บางแห่งก็รวมกันเป็นเชิงชั้น มีต้นปรงขึ้นสลับ เป็นป่าใกล้เมืองที่หาได้ยากแห่งหนึ่ง หากต้องการพักค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าและเตรียมอาหารไปเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานพุม่วง ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๑๙๔๓ ๕๑๘๘

    วัดเขาดีสลัก ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลดอนคา ห่างจากอำเภออู่ทอง ๘ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ รอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินทรายสีแดง มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบที่อื่น คือ รอยพระพุทธบาทนูน ขนาดกว้างประมาณ ๖๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๔๑.๕ เซนติเมตร นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ มีทางรถขึ้นไปชมรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ทางวัดปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด
    ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร ตั้งอยู่ตำบลพลับพลาไชย ห่างจากตัวอำเภออู่ทอง ไปตามเส้นทางอู่ทอง– ด่านช้าง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถึงโรงงานน้ำตาล เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานคลองชลประทาน แล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทาน ๑๐ กิโลเมตร ศูนย์ฯอยู่ทางซ้ายมือ ศูนย์จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนางานด้านพันธุ์พืชและฝึกอาชีพการเกษตร ทั้งในด้านการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ การอนุบาล และการขยายเพิ่มปริมาณการกระจายพันธุ์ การปลูก การส่งเสริม และการฝึกอบรมวิทยาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายในศูนย์มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ โรงเรียนอนุบาล และผลิตพืชเพาะเลี้ยง ๗ โรงเรือน ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตึกอำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๓๕๕๕ ๑๓๙๙ ต่อ ๒๑๗, ๒๒๗
     
    ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลับพลาไชย ห่างจากตัวอำเภออู่ทอง ไปตามเส้นทางอู่ทอง –ด่านช้าง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถึงโรงงานน้ำตาลเลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานคลองชลประทานแล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทาน ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ศูนย์ฯอยู่ซ้ายมือ เป็นสถานที่เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ได้แก่การผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ ตัวเบียน) พืชสมุนไพร เชื้อโรคและชีวจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์สำหรับป้องกันกำจัด ศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนี้ยังถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้แก่เกษตรกร ภายในศูนย์ฯ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
    - โรงเรือนเพาะเลี้ยงและขยายแมลงศัตรูธรรมชาติ
    - โรงเรือนปลูกพืชไร้ดิน
    - แปลงสาธิตการปลูกพืชปลอดสารพิษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ โทร. ๐ ๓๕๔๘ ๑๑๒๖
     
    สวนกล้วยไม้แอฟฟีนิท ตั้งอยู่ที่หมู่ ๙ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง ห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ ถึงทางแยกแล้วเลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ประมาณ ๕ กิโลเมตร (ระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๖–๔๗) มีป้ายสวนกล้วยไม้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร เป็นสวนกล้วยไม้บนเนื้อที่ ๒๐ ไร่ มีกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ เพื่อการศึกษาและการจำหน่าย เช่น กล้วยไม้พันธุ์หวาย แคทรียา แวนด้า ม๊อคคาร่า เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า โทร. ๐ ๑๖๔๙ ๘๕๘๕, ๐ ๒๙๗๔ ๐๘๘๖ และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.affinitorchid.com
     

    อำเภอสองพี่น้อง

     

    วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ ๔๓ กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสาม แยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว หรือ หากมาตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๒๒ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๘–๑๙ วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชน และบุคคลทั่วไปนิยมไปเที่ยวชมกันมากเพราะท่านพระครูอุทัยภาคาธร (หลวงพ่อขอม) ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่งเช่น “สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล” คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพาน มีส่วนที่แสดงงานประติมากรรมเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ สวรรค์ภูมิ นอกจากนี้ยังมี “พระกะกุสันโธ” พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าพระพุทธรูปมี “ฆ้อง และบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมี “พระวิหารร้อยยอด” และ “พระธรรมจักร” หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย เป็นวัดที่โดดเด่นวัดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี
    วัดทับกระดาน ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๓๘๗ ประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๕๑ กิโลเมตรที่ ๑๐ อำเภอสองพี่น้องเป็นอำเภอบ้านเกิดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังซึ่งมีคนนิยมฟังเพลงของ เธอมากมายและได้เสียชีวิตไป ทำให้แฟนเพลงเสียใจกันมาก เนื่องจากพุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก จึงมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในการร้องเพลง รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัดนี้ นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำจะมีรูปวาดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของ สด แห้งต่างๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ต่างๆ ทุกปีจะมีการจัดงานครบรอบวันเสียชีวิตของนักร้องผู้นี้ มีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก
     

    อำเภอด่านช้าง

     

    ถ้ำเวฬุวัน ตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน ห่างจากอำเภอด่านช้างประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติพุเตย ๑ กิโลเมตร มีบันไดคอนกรีตขึ้นถึงบริเวณปากถ้ำ จำนวน ๖๑ ขั้น สภาพภายในถ้ำมีไฟฟ้าสว่างพอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำ ซึ่งมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม และมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา นอกจากนั้นในบริเวณวัด ทางอำเภอได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติ มีพันธุ์ไผ่ต่าง ๆ ปลูกไว้ประมาณ ๑๐ กว่าชนิด

    เขื่อนกระเสียว อยู่ที่ตำบลด่านช้าง ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยกระเสียว ของกรมชลประทาน เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ยาว ๔,๒๕๐ เมตร สูง ๓๒.๕๐ เมตร ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด ๒๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นับเป็นเขื่อนดินที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปชมทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อนต้องเดินขึ้นบันไดจากลานจอดรถด้านล่าง เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตาถึงเขาพุเตย มีร้านอาหารส้มตำไก่ย่างบริการใกล้ลานจอดรถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่เขื่อนกระเสียว โทร. ๐ ๓๕๕๙ ๕๑๒๐ หาดทรายห้วยกระเสียว เป็นลำธารขนาดใหญ่ที่มีต้นน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว มีความปลอดภัยสูงเพราะระดับน้ำไม่ลึกมาก นอกจากนั้นบริเวณตลอดลำห้วยมีร้านค้าและร้านจำหน่ายอาหารมากมาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่มานั่งพักผ่อน เล่นน้ำ

    อุทยานแห่งชาติพุเตย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๔๒๒ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๒ จังหวัด คือ ป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำและป่าเขาห้วยพลู อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรีและวนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารด้านการเกษตรของจังห